การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 326 ฝาแฝด
เฮ่อหลานมองลูกสาวคนโตของเธออย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้
ยิน มันราวกับฝันไป
แม้แต่ถังเซวี่ยก็ไม่อยากจะเชื่อ และถามด้วยความงุนงง “พี่สาว
พี่… พี่พูดว่าอะไรนะ?”
“แม่กำลังท้อง”
เมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของแม่และน้องสาวของตัวเอง ถังซ
วงจึงพูดซ ้าอีกครั้ง
ความจริงแล้วเธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่เมื่อคิดดูอีก
ทีก็รู้สึกว่านี่ไม่แปลกอะไรเพราะแม่และน้องสาวกินยาบำรุงสุขภาพที่
เธอทำให้มาตลอด ดังนั้นร่างกายของทั้งคู่จึงดีกว่าคนทั่วไปมาก
ยิ่งกว่านั้นจิงเจ้อหรง พ่อของเธอก็ยังกินยาบำรุงที่เธอทำให้เสมอ จึง
เป็นเรื่องปกติที่แม่จะท้อง
“แต่…”
เมื่อกำลังจะพูด ถังซวงก็เริ่มไม่แน่ใจอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะรู้สึกว่า
เด็กในท้องเป็นฝาแฝด แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอจับชีพจรให้คนท้อง
เธอจึงไม่รู้ว่าจะใช่หรือไม่
“แต่อะไร?”
เฮ่อหลานที่ตกใจในตอนแรก แต่วินาทีนี้หัวใจเธออ่อนยวบ เธอ
กำลังจะเป็นแม่อีกครั้ง แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวคนโตพูด หัวใจของ
เธอก็กลับมากระวนกระวายใจอีก
แม้แต่ถังเซวี่ยก็มองตรงไปที่ถังซวงและพูดว่า “พี่ พี่ควรพูดให้
หมดสิ ทำแบบนี้เรากระวนกระวายใจนะ”
เมื่อเห็นแม่และน้องสาวของตัวเองเป็นแบบนี้ ถังซวงก็อดไม่ได้ที่
จะยิ้มและพูดว่า “อย่ากังวล แม่แข็งแรงดี ถึงจะตั้งครรภ์ก็ไม่มีอะไรต้อง
ห่วง สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเมื่อกี้คือแม่อาจจะตั้งท้องลูกฝาแฝด”
“นี่… เรื่องจริงหรือ?”
ใบหน้าของเฮ่อหลานเต็มไปด้วยความตกใจอีกครั้ง เธอรู้สึกว่า
วันนี้เป็นวันที่วิเศษและน่าตื่นเต้นจริง ๆ
ถังเซวี่ยก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
“พี่คะ จริงหรือคะ”
“น่าจะ ถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันจับชีพจรคนท้อง แต่ก็คิดว่าไม่
น่าจะผิด”
“ว้าว… ดีจัง”
ถังเซวี่ยยืนขึ้นอย่างมีความสุขและเดินไปรอบ ๆ เฮ่อหลาน “แม่
คะ แม่กับพ่อมีลูกแล้ว และหนูกับพี่ก็จะมีน้องแล้วสิ”
“เสี่ยวเซวี่ย ทำไมลูกถึงมีความสุขขนาดนั้นล่ะ?”
จิงเจ้อหรงที่เพิ่งมาถึงและได้ยินเสียงตื่นเต้นและมีความสุขของถัง
เซวี่ย ก็ถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี
เมื่อเห็นจิงเจ้อหรงมาแล้ว ถังเซวี่ยก็อยากจะบอกเรื่องน่าตื่นเต้น
นี้ แต่เธอก็กลั้นไว้และไม่บอกข่าวการตั้งครรภ์ของแม่ เรื่องนี้ให้แม่
ควรบอกพ่อด้วยตัวเองคงดีกว่า เด็กสาวจึงรีบชำเลืองมองแม่ของ
ตัวเอง
ถังซวงเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเซวี่ยดูไม่
อยากออกไป เธอจึงรีบดึงแล้วพูดว่า “เสี่ยวเซวี่ย ก่อนหน้านี้เธอเคย
บอกว่ามีคำถามจะถามไม่ใช่หรือ เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟังเอง”
“อา… ฉันอะไร…”
เมื่อพูดไปได้ครึ่งหนึ่ง ถังเซวี่ยก็รู้สึกตัวและพูดอย่างร่าเริงว่า “ใช่
แล้ว หนูมีโจทย์บางอย่างที่ทำไม่ได้ พี่สาว เราไปทำการบ้านกันเถอะ
ค่ะ”
จิงเจ้อหรงมองไปที่ลูกสาวทั้งสองอย่างประหลาดใจและรู้สึกว่าทั้ง
สองดูแปลก ๆ เล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาของเสี่ยวเซวี่ย
เธอต้องไม่มีปัญหาอะไรแน่ แต่ซวงเอ๋อร์พาน้องสาวออกไปโดยรีรอ
เขาจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
หลังจากที่ถังซวงและถังเซวี่ยออกไป เฮ่อหลานก็เดินตรงไปหาจิ
งเจ้อหรง และกอดเขาไว้
เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นในอ้อมอก จิงเจ้อหรงก็กอดเฮ่อหลาน
ตอบ และในขณะเดียวกันก็ถามอย่างกระวนกระวาย “อาหลาน เป็น
อะไรไป?เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ? ”
เมื่อได้ยินน ้าเสียงประหม่าของจิงเจ้อหรง เฮ่อหลานก็พยักหน้า
“อาเจ้อ ฉันมีเรื่องจะบอกคุณค่ะ”
จิงเจ้อหรงคิดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเฮ่อหลาน ใบหน้าของเขา
ก็เคร่งเครียดยิ่งขึ้น “อาหลาน เกิดอะไรขึ้น”
เมื่อเห็นว่าจิงเจ้อหรงเป็นกังวลอย่างมาก เฮ่อหลานจึงรีบลูบหลัง
เขาอย่างปลอบโยนและพูดว่า “อาเจ้อ ฉันสบายดีค่ะ แต่ฉัน… ฉัน
ท้อง”
“อะ… อะไรนะ…”
หลังจากที่จิงเจ้อหรงได้ยินคำพูดของเฮ่อหลาน เขาก็ตกตะลึงไป
ชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าสมองของตัวเองใช้งานไม่ได้
“อาเจ้อ ฉันบอกว่าฉันท้องค่ะ”
เมื่อเห็นว่าจิงเจ้อหรงไม่ตอบสนอง เฮ่อหลานก็ผละตัวออกจาก
แขนของเขาและพูดอีกครั้ง
“จะ… จริงหรือ? เราจะมีลูกหรือ?”
จิงเจ้อหรงรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังฝันและทุกอย่างไม่ใช่เรื่อง
จริง แต่เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเฮ่อหลาน เขาก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง
ดังนั้นเขาจึงกอดภรรยาและหัวเราะอย่างมีความสุข
เสียงของจิงเจ้อหรงดังจนคนอื่น ๆ ในบ้านได้ยิน และเมื่อทุกคนรู้
สาเหตุ พวกเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณนายจิงที่มีความสุขอย่างมากเมื่อรู้ว่า
ลูกสะใภ้คนเล็กของเธอกำลังตั้งครรภ์
“ดีจริง ๆ อาหลานกำลังตั้งครรภ์ และครอบครัวของเรากำลังจะมี
ทายาทคนใหม่เพิ่มแล้ว”
แม้แต่คุณชายจิงก็มีความสุขมาก “ใช่แล้ว มันยอดเยี่ยมจริง ๆ”
เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองได้ยินว่าเฮ่อหลานอาจตั้งท้องลูกแฝด พวก
เขาก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่ทั้งครอบครัวดูแลเฮ่อหลานอย่างดีเพราะกลัวว่าจะไป
ชนอะไรเข้า ถังซวงที่อยู่ด้านข้างก็พูดว่า “คุณย่าคะ แม่แข็งแรงดี ไม่
จำเป็นต้องระวังมากขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างปกติดีค่ะ แต่หลังจากนี้
สองวันให้พ่อพาแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่า หนูได้ยินมาว่าการ
ตรวจครรภ์มีหลายขั้นตอนอยู่นะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คุณนายจิงรีบพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว ย่าได้
ยินมาว่าทางโรงพยาบาลมีการตรวจที่สามารถส่องดูทารกในครรภ์
ได้ด้วยนะจ๊ะ”
ถังซวงพยักหน้าเมื่อได้ยินคำพูดนั้น “ใช่แล้วค่ะ โรงพยาบาล
ปักกิ่งสามารถทำอัลตร้าซาวน์เพื่อดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์
ได้ ต้องให้พ่อพาแม่ไปตรวจดู” เธอนับเวลา ก็คิดว่าในเวลานี้แม่คง
สามารถไปตรวจได้แล้ว
หลังจากที่จิงเจ้อหรงรู้ เขาก็พาเฮ่อหลานไปที่โรงพยาบาลทันที
หลังจากผลการตรวจออกมา เฮ่อหลานตั้งครรภ์แฝดจริง ๆ
แพทย์บอกว่าทารกในครรภ์สบายดีและแม่ก็มีสุขภาพที่ดี ดังนั้นจึงไม่
จำเป็นต้องกังวล แค่ดูแลตามปกติก็พอแล้ว
“อาหลาน เรากลับบ้านกันเถอะครับ”
แม้ว่าแพทย์จะกล่าวเช่นนั้น แต่จิงเจ้อหรงก็ยังคงดูแลเฮ่อหลาน
อย่างดี และยังหอบงานกลับมาทำที่บ้านเพราะเขาต้องการอยู่ข้างเฮ่
อหลานให้ได้มากที่สุด