การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 566 สั่งสอนบทเรียน (1)
ถังเซวี่ยปฏิเสธ ส่วนหัวอวี้เหวินที่อยู่ตรงหน้าเผยสีหน้าเคร่งขรึม
“โกหก มีคนเห็นว่าเธอเอาจี้หยกของฉันไป แต่เธอยังบอกว่าไม่ได้
เอาไปอีกหรือ”
หลังได้ยินอย่างนั้น ถังเซวี่ยก็ตระหนักถึงบางอย่าง
ขณะที่เธอกำลังจะพูด เฟิงเยี่ยหานกลับก้าวออกมาบังเธอไว้ หัน
มองหัวอวี้เหวินด้วยสายตาเย็นชา “อย่าคิดว่าที่นี่คือตระกูลหัวแล้ว
คุณจะใส่ร้ายใครก็ได้ พวกเราไม่รู้ด้วยซ ้าว่าจี้หยกของคุณหน้าตา
เป็นแบบไหน ไม่ต้องพูดถึงเราจะขโมยมันหรอก แต่วันนี้คุณกลับพา
คนมาใส่ร้ายเสี่ยวเซวี่ย ผมไม่ยอมเด็ดขาด”
หัวอวี้เหวินแทบจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาหลังได้ยินอย่างนั้น
“พวกคุณนี่น่าสนใจจริง ๆ จี้หยกของฉันหายไป และฉันต้องการ
จะจับหัวขโมยเช่นพวกคุณแท้ ๆ แต่นี่อะไร กล้ามาหาเรื่องฉันงั้น
หรือ”
หัวอวี้เหวินสั่งคนด้านหลัง “รีบเข้าไปค้น ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าจี้
หยกจะไม่ได้อยู่ที่นี่”
“ห้าม… ใครเข้ามา!”
ถังเซวี่ยเอ่ยปากขึ้นจากด้านหลังของเฟิงเยี่ยหาน และหันมอง
หัวอวี้เหวินอย่างเย็นชา
เฟิงเยี่ยหานเองยังต้องเหลือบมองถังเซวี่ยด้วยความประหลาดใจ
แต่ไม่นานในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความยินดี สาวน้อยของ
เขาโตขึ้นแล้ว เธอกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อตัวเอง
หัวอวี้เหวินที่ถูกถังเซวี่ยตวาด ยิ่งขุ่นเคือง
“เธอขโมยจี้หยกของฉันไป แต่ยังกล้าที่จะสั่งฉัน… หึ งั้นฉันเข้า
ไปค้นด้วย ดูซิว่าเธอจะทำอะไรฉันได้!” หัวอวี้เหวินหันมองกลุ่มคน
ด้านหลังแล้วตะคอกว่า “แล้วมัวยืนทำอะไรอยู่? รีบเข้าไปค้น!”
ขณะที่คนด้านหลังกำลังจะก้าวขาออกมา ถังซวงและโม่เจ๋อ
หยวนก็เดินเข้ามาเสียก่อน
“พวกเธอคิดทำอะไร?”
ถังซวงเหลือบมองหัวอวี้เหวินด้วยแววตาเย็นชา ไร้ซึ่งอารมณ์ใด
ๆ ทำเอาหัวอวี้เหวินถึงกับขนลุกชัน ถังซวงในเวลานี้ทำให้เธอรู้สึก
กลัวโดยไม่รู้ตัว
ถังเซวี่ยที่เห็นถังซวง ความแข็งกร้าวก่อนหน้าก็หายไปทันที ใน
แววตาเต็มไปด้วยความคับข้องใจ
“พี่คะ เธอบอกว่าฉันไปขโมยของ ๆ เธอ และจะเข้ามาค้นห้อง
ของฉัน เรื่องนี้มันมากเกินไป!”
ถังซวงหันหน้ามองหัวอวี้เหวิน “หืม… อยากค้นห้องของน้องสาว
ฉันหรือ? เธอมีสิทธิ์อะไร และ… นี่เธอคิดใส่ร้ายเสี่ยวเซวี่ยงั้นหรือ?
คิดถึงผลที่จะตามมาหรือยัง”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับถังซวง หัวอวี้เหวินกลับไม่มั่นใจขึ้นมา
ทว่าเมื่อนึกถึงแผนที่ตระเตรียมไว้ เธอก็ควบคุมอารมณ์ได้อีกครั้ง
“รู้ได้ยังไงว่าฉันใส่ร้าย? ตราบใดที่เราหาจี้หยกของฉันพบ พวก
เธอก็จะรู้เองว่าทั้งหมดเป็นความจริง เอาละ หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว
เราควรจะ…”
เพียะ…
ก่อนหัวอวี้เหวินจะพูดจบ แก้มซ้ายของหญิงสาวกลับเจ็บขึ้นมา
เมื่อได้สติ ก็เห็นว่าถังซวงตบตนอย่างแรง ความเกรี้ยวกราดจึงลุก
โชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อ๊ะ… ถังซวง เธอกล้าตบฉันหรือ ได้!” ตั้งแต่
ยังเด็ก เธอไม่เคยถูกตีสักครั้ง แต่วันนี้เธอกลับถูกถังซวงตบ มันทำให้
เธอโกรธจริง ๆ
พูดจบ หัวอวี้เหวินก็พุ่งเข้าหาถังซวงอย่างขาดสติ
ถังซวงยังยืนเฉย และเป็นโม่เจ๋อหยวนที่ก้าวออกไปบัง ถังสือ
เหลิ่งตง ก็ออกมายืนรอบถังซวง ทั้งยังมีเฟิงอีและคนอื่น ๆ ด้วย
เมื่อเห็นคนจำนวนมากปรากฏตัว คนที่หัวอวี้เหวินพามาก็ไม่
กล้า และล้อมเพื่อปกป้องหัวอวี้เหวินทันที เพราะหากมีอะไรเกิด
ขึ้นกับหัวอวี้เหวินวันนี้ พวกเขาจะต้องได้รับโทษสาหัสแน่นอน
แม้จะมีคนมากมายอยู่ตรงหน้า แต่หัวอวี้เหวินยังคิดจะสู้กับถังซ
วง
เธอไม่เคยต้องพบเจอเรื่องคับข้องใจมากเช่นนี้มาก่อน หากวันนี้
เธอไม่ได้ระบายออกไป มันคงยากที่จะกู้คืนใบหน้าและศักดิ์ศรี
กลับคืนมา
แต่ถังสือและคนอื่น ๆ ไม่ใช่พวกที่จะรับมือได้ง่าย เมื่อหัวอวี้เหวิ
นพุ่งเข้ามา ทั้งหมดก็เตรียมรับมืออยู่ก่อนแล้ว
“คุณหนูอวี้เหวิน…”
ผู้คุ้มกันด้านหลังตื่นตระหนกและรีบเข้าปกป้องเธอทันที
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันโดยไม่พูดไม่จา
ก่อนหน้านี้หัวอวี้เหวินโกรธมาก แต่หลังจากที่คนรอบ ๆ ตัวของ
เธอเข้าปะทะอีกฝ่าย เธอก็รู้สึกตัวอีกครั้ง จุดประสงค์ที่เธอมาวันนี้คือ
เข้าค้นห้องของถังเซวี่ย แต่ตอนนี้สถานการณ์มันกลับบานปลายไป
กันใหญ่ สิ่งที่ทำให้เธอยิ่งโกรธมากขึ้นก็คือผู้คุ้มกันที่พามาสู้กับอีก
ฝ่ายไม่ได้เลย ถ้าหากว่าปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไป พวก
เขาแพ้แน่
หัวอวี้เหวินกำลังคิดว่าควรจะเรียกหาใครสักคนดีหรือไม่ แต่หัว
เทียนจางกับหัวเฟยเฟิ่งกลับเดินเข้ามาเสียก่อน
หัวเทียนจางหน้าเคร่งขรึมเมื่อเห็นสถานการณ์วุ่นวายตรงหน้า
“พวกคุณทำอะไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
ผู้คนที่มากับหัวอวี้เหวินสับสน พวกเขาหยุดมือทันที แต่ความ
จริงแล้วต่อให้ไม่หยุด พวกเขาก็ต้านไว้ได้ไม่นานอยู่ดี
ถังเซวี่ยร้องเรียกทั้งสองด้วยใบหน้าโศกเศร้า “คุณยาย… คุณ
ทวด… มีคนรังแกหนูค่ะ”
เมื่อเห็นถังเซวี่ยแบบนี้ ในใจของพวกเขายิ่งเจ็บปวด หัวเฟยเฟิ่ง
ที่พุ่งไปหาถังเซวี่ยอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้นหรือเสี่ยวเซวี่ย?”
ถังเซวี่ยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “หนูไม่เคยเห็นจี้หยกของเธอ
ด้วยซ ้า แต่เธอกลับบอกว่าหนูขโมยมันมา”
เวลานี้ถังหลานและจิงเจ้อหรงเองก็มาถึงแล้วเช่นกัน ทันทีที่ทราบ
เรื่อง ทั้งสองโกรธมาก
“แม่คะ เรื่องนี้หนูสามารถยืนยันได้ ลูกสาวของหนูเป็นเด็กดี
เสมอมา ไม่เคยทำเรื่องไม่ดีมาก่อน แต่ตอนนี้กลับถูกใส่ร้ายแบบนี้”
ในตอนท้ายของประโยค แววตาของถังหลานกลายเป็นแดงก ่า “เป็น
ความผิดของหนูเองที่อ่อนแอ ไร้ความสามารถ ลูกสาวของหนูถึงถูก
รังแกแบบนี้”
หัวเฟยเฟิ่งที่โกรธมากอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของถังหลาน เธอ
ยิ่งรู้สึกผิดและกล่าวโทษตัวเอง
“อาหลาน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของลูกเลย แต่มันเป็น
ความผิดของหัวอวี้เหวิน!” หัวเฟยเฟิ่งหันมองหญิงสาวด้วยแววตา
เฉียบคม
หัวอวี้เหวินถึงกับตื่นตระหนกพร้อมหัวใจที่เต้นระส ่า เมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับสายตาของหัวเฟยเฟิ่ง เธอถึงกับทำอะไรไม่ถูก แต่โชค
ดีที่เวลานี้หัวยี่ฮวน หัวเทียนอวี้ และหัวโย่วเฉิงเดินเข้ามาสมทบแล้ว
“คุณปู่… คุณพ่อ…”
เมื่อเห็นว่าใครเข้ามา หัวอวี้เหวินถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นเธอกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง “คุณปู่ คุณพ่อ ดูสิคะ
ถังซวงตบหนู หน้าหนูบวมหมดแล้ว!”
หัวเทียนอวี้และหัวโย่วเฉิงเห็นแล้วว่าใบหน้าของหัวอวี้เหวินบวม
เป่ง และเมื่อได้ยินว่าเป็นถังซวง พวกเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมา
แต่หัวเทียนอวี้ยังจดจำบทเรียนของถังซวงได้ดี เขาจึงไม่กล่าว
ออกไปทันที เพียงหันมองหัวโย่วเฉิงผู้เป็นลูกชายแทน
หัวโย่วเฉิงมีบุตรสาวเพียงคนเดียวคือหัวอวี้เหวิน เมื่อเห็นว่าลูก
สาวถูกทุบตี แน่นอนว่าเขาทนไม่ได้ ต่อให้หัวเทียนจางและคนอื่น ๆ
จะอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่ระงับความโกรธ ตะคอกใส่ถังซวง “ถังซวง เธอกล้า
ดียังไงถึงทุบตีใครตามใจชอบ อย่าคิดว่าเป็นผู้นำตระกูลถังแล้วจะ
รังแกใครก็ได้นะ ถ้าวันนี้เธอไม่มีคำอธิบาย เราไม่จบกันง่าย ๆ แน่!”
“หึ… ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะมีปัญญาทำอะไรซวง
เอ๋อร์!”
หัวเทียนจางกล่าวขึ้นมาบ้าง เพราะหลังได้ยินคำพูดของหัวโย่ว
เฉิงแล้ว เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
หัวโย่วเฉิงเองก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย แต่ยังทำใจดีสู้เสือ “คุณ
ลุง เรื่องทั้งหมดเกิดจากจี้หยกของอวี้เหวิน ถ้าถังเซวี่ยเธอคืนจี้หยก
มาให้ ทุกอย่างก็จบ”
หัวเทียนจางระเบิดหัวเราะด้วยความโกรธทันทีหลังได้ยินถ้อยคำ
เหล่านั้น
บทที่ 566 สั่งสอนบทเรียน (2)
“หัวโย่วเฉิง สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือหัวอวี้เหวินใส่ร้ายเสี่ยวเซวี่ย แต่
แกยังกล้าพูดแบบนี้ ฉันล่ะประทับใจจริง ๆ แต่ฉันขอบอกไว้เลยว่า
เรื่องวันนี้จบไม่สวยแน่”
แม้หัวอวี้เหวินจะกลัวหัวเทียนจาง แต่เธอก็ยังคงสงบสติอารมณ์
ได้ และกล่าวโต้แย้ง “คุณปู่คะ หนูมั่นใจว่าจี้หยกอยู่กับถังเซวี่ย ถ้า
คิดว่าพวกเราใส่ร้าย ก็แค่ให้เราเข้าไปค้นหามัน”
“หึ… อยากค้นก็ค้นได้เลยงั้นหรือ? ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร แต่เธอไม่
มีสิทธิ์พูด”
หัวเฟยเฟิ่งหันมองหัวอวี้เหวินอย่างไม่พอใจ เธอรู้ว่าทั้งหมดนี้คือ
กับดัก และเธอคิดว่าคงจะมีใครเอาจี้หยกไปวางไว้ในห้องของถังเซวี่ย
แล้ว ไม่อย่างนั้นหัวอวี้เหวินคงไม่มั่นใจมากขนาดนี้
หลังจากตระหนักได้ หัวเฟยเฟิ่งหันมองหัวอวี้เหวินด้วยความเย็น
ชายิ่งกว่าเดิม
หัวโย่วเฉิงเห็นว่าหัวเฟยเฟิ่งกำลังสั่งสอนลูกสาวของตน เขาอด
ไม่ได้ที่จะบ่น “หัวเฟยเฟิ่ง อวี้เหวินก็เป็นหลานสาวของพี่ด้วย
เหมือนกัน นี่เป็นวิธีที่พี่ดูแลหลานงั้นหรือ? ยิ่งกว่านั้นอวี้เหวินของ
พวกเราไม่สมควรถูกต่อว่าอย่างนี้ ทั้งที่ลูกสาวของพี่ไม่มีอะไรเลยแท้
ๆ เป็นแค่คนที่เติบโตในโลกภายนอก ไม่ได้มีอะไรดีนอกจากหน้าตา”
“หัวโย่วเฉิง…”
ถังหลานเป็นดั่งดวงใจของหัวเฟยเฟิ่ง เมื่อหัวโย่วเฉิงดูหมิ่นถัง
หลาน หล่อนไม่อาจระงับความโกรธได้ พุ่งเข้าหาหัวโย่วเฉิงทันที
หัวโย่วเฉิงไม่ได้ยืนนิ่งเพื่อรอความเจ็บปวด รับมือกับหัวเฟ
ยเฟิ่งอย่างรวดเร็ว
ความสงบก่อนหน้ากลับกลายเป็นวุ่นวายอีกครั้ง และเป็นหัวเฟย
หลงที่เข้ามาช่วย เขาเห็นหัวเฟยเฟิ่งและหัวโย่วเฉิงกำลังต่อสู้กันจึง
รีบวิ่งเข้ามาหยุดทั้งสองฝ่าย “พี่ชาย พี่เฟยเฟิ่ง เกิดอะไรขึ้น? นี่เป็น
อะไรกันไปหมด?”
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ เป็นหัวเทียนจางที่เล่าว่าเกิดอะไร
ขึ้นแทน
หลังจากได้ยินว่าเป็นเพราะจี้หยก มันก็มีเสียงพึมพำแผ่วเบาดัง
ขึ้น “เพราะ… จี้หยกงั้นหรือ?”
ทุกคนหันกลับมามองและพบว่าคนที่พูดคือหัวสือหลิน
หลานชายของหัวเฟยหลง อีกทั้งยังมีจี้หยกใสผุดผ่องวางอยู่บนฝ่า
มือของเขา ซึ่งมันสลักคำว่า ‘เหวิน’ บนนั้น
“เป็น… เป็นไปได้ยังไง…”
หัวอวี้เหวินตกตะลึงเมื่อเห็นว่าจี้หยกของเธออยู่ในมือของหัวสื
อหลิน
หัวโย่วเฉิงเองก็ทราบดีว่านี่คือจี้หยกของลูกสาว ใบหน้าของเขา
มืดครึ้ม พูดขึ้นว่า “หัวอวี้เหวิน เมื่อครู่ลูกบอกว่าถังเซวี่ยขโมยไป
ไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมันถึงไปอยู่กับสือหลิน?”
หากจี้หยกถูกถังเซวี่ยขโมยไปจริง ๆ พวกเขาจะได้เปรียบ
แน่นอน แต่ตอนนี้จี้หยกไม่ได้อยู่กับถังเซวี่ย และยังอยู่ในมือของหัวสื
อหลินด้วย เรื่องนี้พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว
หัวเทียนอวี้ หัวเฟยหลง และคนอื่น ๆ ก็จำได้ว่านี่คือจี้หยกของ
หัวอวี้เหวิน
แล้วตอนนี้จะพูดอะไรได้อีก? หัวอวี้เหวินทั้งใส่ร้ายถังเซวี่ย ที่เธอ
ถูกตบตีมันก็สมควรแล้ว เพราะไม่มีใครบอกให้เธอมาใส่ร้ายคนอื่น
อย่างนี้
“นี่… หัวอวี้เหวิน มีอะไรจะพูดอีกไหม?”
หัวเฟยเฟิ่งไม่ได้คิดว่าเรื่องราวจะดำเนินมาเช่นนี้ เธอเชื่อว่านี่คือ
แผนการที่มีไว้ใช้จัดการกับถังเซวี่ย และคิดว่าจี้หยกคงจะอยู่ในห้อง
ของหลานสาว ไม่คิดเลยว่ามันจะไปอยู่ในมือของหัวสือหลินได้ แม้จะ
สับสนแต่ก็รู้สึกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องที่ดี จึงกล่าวดักหัวอวี้เหวินทันที
แน่นอนว่าหัวอวี้เหวินไม่สามารถพูดอะไรได้
ในใจของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้
หมดแล้วแท้ ๆ แต่สถานการณ์กลับพลิกผันเสียได้
ส่วนอีกคนที่หดหู่คือหัวยี่ฮวน
เพราะช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเธอวางแผนเรื่องนี้กับหัวอวี้เหวิน แต่
มันพังทลายลงไม่เป็นท่า
หัวเฟยหลงมองหลานชายของตนก่อนจะถามว่า “สือหลิน หลาน
ไปเอาจี้หยกนี้มาจากไหน?”
หัวสือหลินตอบกลับสบาย ๆ “ผมเก็บมันได้บนทางเดินน่ะ และ
รู้สึกคุ้น ๆ จำได้ว่าเป็นของอวี้เหวิน เลยจะเอามาคืนให้ แต่ไม่คิดว่า…
จะได้พบกันที่นี่”
หัวอวี้เหวินหน้าซีดเมื่อได้ยินคำพูดของหัวสือหลิน
เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ
“ขอโทษซะ ขอโทษเสี่ยวเซวี่ยเดี๋ยวนี้!”
ถังซวงไม่สนใจอะไรแล้ว เธอหันกลับมาพูดกับหัวอวี้เหวินทันที
หัวอวี้เหวินเห็นใบหน้าเย็นชาของถังซวง ก็เหลือบมองพ่อกับปู่
ของตัวเอง “ฉัน… ฉันคิดว่าจี้หยกจะอยู่กับถังเซวี่ย แต่ฉันไม่รู้ว่าเรื่อง
จะลงเอยอย่างนี้ อีกอย่างฉันก็ถูกตบตีแล้วด้วย ทำไมฉันต้องขอโทษ
อีกล่ะ”
หัวโย่วเฉิงมองแก้มที่บวมแดงของลูกสาวแล้วหันมองถังซวง
“เธอก็สั่งสอนอวี้เหวินไปแล้ว จะเอาอะไรอีก?”
“ฮ่าฮ่า… ดูเหมือนคุณจะมองว่าลูกสาวของตัวเองทำถูกสินะ”
ถังซวงเหลือบมองหัวโย่วเฉิงด้วยสายตาเย็นชา และเมื่อกำลังจะ
ลงมือ หัวเฟยหลงกลับเอ่ยปากขึ้นมาก่อนว่า “หัวอวี้เหวิน ขอโทษ
เสี่ยวเซวี่ยเดี๋ยวนี้ ถ้าหากเธอไม่ยอมขอโทษ ตระกูลจะตัดเบี้ยเลี้ยง
ของเธอ!”
หัวเทียนจางพยักหน้า “ใช่ รีบขอโทษซะ ไม่อย่างนั้นเบี้ยเลี้ยงทุก
อย่างจะถูกพักไว้!”
“ไม่… อย่าตัดเบี้ยเลี้ยงของฉันนะ”
หากเธอไม่มีเงินที่ครอบครัวมอบให้ คงเป็นเรื่องยากที่จะใช้ชีวิต
อย่างสุขสบาย
หัวเทียนอวี้และหัวโย่วเฉิงเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าบทลงโทษจะ
รุนแรงมากขนาดนี้ พวกเขากำลังจะพูดบางอย่าง แต่หัวเทียนจาง
กลับจ้องทั้งสองคนเขม็ง “นี่เป็นเรื่องของพวกเธอ พวกเราคนแก่จะไป
ยุ่งอะไร? ปล่อยให้เธอจัดการซะ!”
หัวอวี้เหวินสูญเสียทั้งหัวเทียนอวี้และหัวโย่วเฉิง อีกทั้งเมื่อถูก
สายตาของทุกคนรอบข้างจับจ้อง ร่างกายของเธอก็เหงื่อท่วม
แม้แต่หัวยี่ฮวนเองก็ยังไม่กล้าพูดอะไร เพราะกลัวว่าตัวเองจะเข้า
ไปพัวพันกับเรื่องนี้
หลังจากถูกสายตาหลายคู่กดดัน หัวอวี้เหวินก็ไม่กล้าดื้อรั้น
กล่าวขอโทษถังเซวี่ย “ฉันขอโทษ ฉัน… ทำผิดไปแล้ว”
ถังเซวี่ยมองหัวอวี้เหวินอย่างเย็นชาก่อนจะพูดเน้นย ้า “อย่างนั้น
ในอนาคตก็อย่าทำพลาดอีก และ… อย่าคิดว่าเพียงเพราะฉันดู
อ่อนโยนแล้วจะรังแกได้ เพราะถ้ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง มันจะไม่จบ
ลงง่าย ๆ แบบนี้แน่”
หัวอวี้เหวินเม้มปากก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความอึดอัดใจ
ส่วนหัวเทียนอวี้มองหลานสาวของเขาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อน
จะพากันออกไปพร้อมความขุ่นเคืองในใจ