การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 607 อีกหนึ่งที่นั่ง (1)
ได้ยินหยินจิงหงพูดออกมาอย่างนั้น ถังซวงยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
ไปอีก
ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นเพื่อนของถังอวี้สือ ไม่คิดเลยว่า
ถังอวี้สือที่ออกจากตระกูลไปเนิ่นนานแล้ว ยังมีคนวิ่งมาคิดกระเสือก
กระสนเจอหล่อนอยู่
“เป็นเพื่อนของถังอวี้สืองั้นหรือ แต่ดูเหมือนเธอจะมาช้าไปนะ
ถังอวี้สือออกจากตระกูลไปตั้งนานแล้ว นี่มาทวงคืนความยุติธรรมช้า
ไปหน่อยไหม? ทำไม… คิดจะแสดงความรักต่อหน้าฉัน แล้วทำไมไม่
มาให้มันเร็วกว่านี้สักหน่อย…”
“ถังซวง…”
ได้ยินถ้อยคำเหน็บแนมของถังซวง หยินจิงหงก็ลืมที่รับปากกับ
พ่อของตนไว้เสียสนิท ดึงดาบออกมาแล้วพุ่งเข้าหาถังซวงทันที
“จิงหง…”
หยินเยี่ยนหมิงเห็นว่าลูกสาวไม่ฟัง เขาก็โกรธมาก
ถังคุนอวี้ที่อยู่ด้านข้างอยากจะหยุดหล่อนเอาไว้ แต่ถังซวงกลับ
เข้าไปเผชิญหน้ากับหล่อนเสียแล้ว “หืม… มาถึงตระกูลถัง แล้วยัง
กล้าโจมตีผู้นำตระกูลถัง ฉันล่ะอยากจะรู้จริง ๆ ว่าเธอจะมี
ความสามารถสักแค่ไหน”
หยินจิงหงเย้ยหยันกลับ “ฉันต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้น เธอมี
ความสามารถอะไรกัน ทำไมถึงเป็นผู้นำตระกูลได้ตั้งแต่อายุเท่านี้
ผู้หญิงที่เติบโตจากโลกภายนอกไม่มีคุณสมบัติจะเทียบกับพวกเรา
ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตระกูลถังคัดเลือกผู้นำตระกูลยังไง!”
ขณะทั้งสองกำลังพูดคุย พวกเธอก็เริ่มแลกเปลี่ยนกระบวนท่านับ
สิบกระบวนท่า
ถังซวงเห็นหยินจิงหงมีดาบ เธอเองก็ไม่คิดจะออมมือ คว้าหอกที่
ใช้ประดับผนังออกมาเพื่อป้องกันการโจมตี
ในคราวแรก หยินจิงหงไม่ได้คิดจะเอาจริงเลย แม้เธอจะทราบ
จากพ่อว่าถังซวงฝีมือไม่ธรรมดา แต่เธอก็คิดเพียงว่าถังซวงเป็นเพียง
หญิงที่เติบโตจากโลกภายนอก ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างแท้จริง จะ
เอาอะไรมาสู้เธอที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แต่ทว่า เวลานี้เธอกลับ
ตระหนักได้ว่าเป็นเธอเองประเมินศัตรูต ่าเกินไป ถังซวงคนนี้เก่งจริง ๆ
“หึ… เธอก็ค่อนข้างจะมีฝีมือเลยนี่ อย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจ
แล้ว!”
หยินจิงหงที่เคยหวาดกลัวว่าตนจะพลั้งมือทำร้ายถังซวง เวลานี้
เมื่อเห็นว่าถังซวงเองก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ เธอจึงเริ่มใช้ทักษะของตัวเอง
อย่างเต็มที่ ทุกกระบวนท่ามีเป้าหมายคือจุดตาย หากว่าคู่ต่อสู้เพลี่ยง
พล ้าแม้แต่น้อย คนผู้นั้นจะตายในทันที
ถังซวงเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มต่อสู้หมายเอาชีวิต ความเย็นชาก็วูบ
ไหวในดวงตา ไม่คิดจะยั้งมืออีกต่อไป
ส่วนหยินเยี่ยนหมิงที่เห็นว่าลูกสาวของเขายั่วยุถังซวง แม้ตนจะ
ตะโกนห้ามเสียงดัง แต่เขาก็ไม่คิดจะหยุด และมองดูถังซวงกับหยินจิ
งหงต่อสู้กัน ส่วนตัวแล้วเขาค่อนข้างเชื่อมั่นในฝีมือของลูกสาว แม้
ทักษะของถังซวงนับว่าโดดเด่น แต่ลูกสาวของเขาคืออันดับหนึ่งใน
เหล่าคนรุ่นใหม่ของตระกูล มันจึงไม่มีอะไรให้เขาต้องกังวลใจ
เขารู้ว่าลูกสาวของตนมีความสามารถ แม้ทักษะของถังซวงจะไม่
ด้อยไปกว่า แต่ลูกสาวของเขาจะไม่ถึงขั้นสาหัสแน่ แต่ว่าตอนนี้ดู
เหมือนว่าตนจะประเมินถังซวงต ่าเกินไปหน่อย เพราะถังซวงทั้ง
รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม และยังดูแข็งแกร่งกว่าคราวก่อน กระบวนท่า
ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น จนลูกสาวของเขาพลาดท่าให้กับถังซวง
โดยสมบูรณ์
หยินเยี่ยนหมิงไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป
ทว่าขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไป ถังคุนอวี้กลับมาขวางทาง
เอาไว้
“คุณหยิน ผู้นำตระกูลกำลังพูดคุยกับลูกสาวของคุณอยู่ โปรด
อย่าเข้าไปยุ่ง” ในคราวแรก ถังคุนอวี้ตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นถังซวง
สามารถตอบโต้อีกฝ่ายอย่างง่ายดาย ความผ่อนคลายก็ปรากฏบน
ใบหน้า และเพราะหยินจิงหงเป็นคนเริ่มก่อน หยินจิงหงจึงสมควร
ได้รับผลแห่งการกระทำ หากพวกเขาต้องการสู้ พวกเขาก็จะได้สู้ แต่
ถ้าหากคิดออกจากการต่อสู้ เกรงว่าโลกใบนี้คงไม่ใจดีมากขนาดนั้น
หยินเยี่ยนหมิงได้ยินถังคุนอวี้พูดออกมาอย่างนั้น ก็คิดจะทำอะไร
บางอย่าง แต่ฉากตรงหน้าทำเขาตื่นตระหนกเสียก่อน
ดาบในมือของหยินจิงหงถูกถังซวงเตะกระเด็นออกไป และเธอก็
ถูกถังซวงเตะจนล้มลง ไม่สามารถลุกขึ้นได้
“จิงหง…”
เมื่อเห็นลูกสาวนอนกลิ้งบนพื้น หยินเยี่ยนหมิงก็โกรธเกรี้ยว เขา
ผลักถังคุนอวี้ออกไปพร้อมพุ่งเข้าไปหาลูกสาวในทันที
หยินจิงหงจับไหล่ของตัวเอง ใบหน้าของเธอมีเพียงความตื่น
ตระหนก ความเย็นชาในแววตาของถังซวงทำให้เธอรู้สึกเหน็บหนาว
ยัยนี่คิดเอาชีวิตของเธอจริง ๆ และไม่สนใจเลยว่าเธอจะอยู่หรือตาย
เวลานี้เธอเปรียบเหมือนคนตายในสายตาของถังซวงไม่มีผิดเพี้ยน
“จิงหง เป็นยังไงบ้าง?”
หยินเยี่ยนหมิงเห็นลูกสาวมองถังซวงและนิ่งไป ก็กังวลว่าเธอจะ
บาดเจ็บสาหัสจึงถามด้วยความเป็นห่วง
พอได้ยินคำถามของพ่อ หยินจิงหงก็ได้สติกลับมา เธอส่ายศีรษะ
“พ่อคะ หนูไม่เป็นไร”
“ลูกไม่เป็นไรจริง ๆ นะ?”
หยินเยี่ยนหมิงค่อนข้างกังวล
แต่ก่อนที่หยินจิงหงจะได้พูด ถังซวงกลับยกยิ้มพร้อมกับเอ่ยปาก
“คุณชายสามไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะมิตรภาพระหว่างตระกูลถังและ
ตระกูลหยินยาวนานหลายปี ฉันคงไม่อาจทำร้ายลูกสาวของคุณ
หรอก เธอแค่สูญเสียพละกำลังไปสักพักน่ะ” หลังจากนั้นถังซวงมองห
ยินจิงหงด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูหยิน ลุกขึ้นได้ไหม?”
แม้ถังซวงจะยิ้มแย้ม แต่หยินจิงหงไม่อาจสัมผัสถึงความเป็นมิตร
ทั้งยังรู้สึกหวาดกลัวด้วยซ ้า เวลานี้เธอมองถังซวงเปลี่ยนไป ผู้หญิง
คนนี้เป็นสัตว์ประหลาดชัด ๆ
“ฉันไม่เป็นไร ฉันยืนได้!”
หยินจิงหงพูดจบ เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าผ่อนคลายราวกับว่า
สบายดี
แต่ก่อนหน้านี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่ดูเหมือนจะไม่
มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ในที่สุด หยินเยี่ยนหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อเห็นว่าลูกสาวสบายดี จากนั้นเขาแสร้งทำเป็นโกรธลูกสาวของ
ตน “จิงหง ลูกทำแบบนี้ได้ยังไง นี่ลูกยั่วยุตระกูลถังก่อนนะ รีบยอมรับ
ความผิดพลาดของตัวเองต่อผู้นำตระกูลถังเดี๋ยวนี้ หากเธอไม่ยก
โทษให้ ก็รีบกลับไปสำนึกผิดที่บ้านซะ!”
ถังซวงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
หยินเยี่ยนหมิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เขาต้องการจะให้ลูกสาวจบ
เรื่องนี้ง่าย ๆ เพราะหากตนให้อภัยทุกอย่างก็จบ ราวกับไม่มีอะไร
เกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าเธอไม่ให้อภัย หยินจิงหงกับเขาจะกลับบ้านไป
พร้อมกัน เขาคิดว่าคนอื่น ๆ จะโง่เขลางั้นหรือ?
ขณะถังซวงกำลังจะพูดบางอย่าง ผู้เฒ่าตระกูลเดินเข้ามา และมี
คนบอกกล่าวกับเขาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้เขาหันมองหยิน
เยี่ยนหมิงด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราด“หยินเยี่ยนหมิง นี่คือท่าทีของ
ตระกูลหยินใช่หรือไม่? พวกคุณไม่พอใจผู้นำตระกูลถังของเรา? ถ้า
หากเป็นอย่างนั้นแล้ว การร่วมมือกันระหว่างเราที่มีมาเนิ่นนานก็ยุติ
ลงเสียวันนี้เลย!”
บทที่ 607 อีกหนึ่งที่นั่ง (2)
“อะไรนะ…”
หยินเยี่ยนหมิงตกตะลึงกับคำพูดของผู้เฒ่าตระกูล “ท่านผู้เฒ่า
ตระกูล ตระกูลหยินไม่เคยคิดอย่างนั้น และพวกเราไม่ได้ไม่พอใจผู้นำ
ตระกูลของคุณเลย ดูเหมือนจะมีการเข้าใจผิดบางอย่างนะครับ”
“เข้าใจผิดงั้นหรือ? ฉันจะเข้าใจผิดได้ยังไง ก็เมื่อคุณมาที่นี่ ยั่ว
โมโหผู้นำตระกูลของเราและบุกเข้าโจมตีเธอทันที คุณต้องการให้
ตระกูลถังไร้ซึ่งผู้นำงั้นหรือ? การลอบสังหารคราวนี้ถูกกระทำโดย
ตระกูลหยิน นี่คิดทำให้ตระกูลถังของเราอ่อนแอลงใช่หรือไม่? เพื่อ
ความแข็งแกร่งของตระกูลหยินจะได้ติดตามพวกเราได้ทัน!”
หยินเยี่ยนหมิงถึงกับตื่นตระหนก ไม่คิดเลยว่าผู้เฒ่าตระกูลจะ
สวมหมวกใส่ร้ายให้กับตระกูลหยินแบบนี้ เขารีบปฏิเสธ “ท่านผู้เฒ่า
ตระกูล คุณเข้าใจผิดแล้ว ตระกูลหยินและตระกูลถังมีมิตรภาพที่ดีต่อ
กันเสมอมา และด้วยเหตุผลนี้เราจะทำแบบนั้นได้อย่างไร? ลูกสาว
ของผมก็เพียงแค่ลองประมือกับผู้นำตระกูลถังเท่านั้น”
หยินจิงหงที่อยู่ด้านข้างรู้ตัวแล้วว่าตนได้กระทำการวู่วามเกินไป
ที่นี่คือตระกูลถัง ถังซวงคือผู้นำตระกูลถัง และการที่เธอโจมตี
ถังซวง นั่นเท่ากับว่าเธอกำลังดูถูกตระกูลถัง ทำไมเมื่อครู่เธอจึงตา
บอดหูหนวกวิ่งเข้าไปหาถังซวง? ถ้าหากความสัมพันธ์ระหว่าง
ตระกูลหยินและตระกูลถังพังทลายลงเพราะเธอ หลังจากนี้เธอจะตก
เป็นที่ครหาต่อผู้คนภายนอกแน่
พอตระหนักได้อย่างนั้น หยินจิงหงรีบกล่าวเสริมที่พ่อของเธอพูด
เมื่อครู่ทันที “ใช่แล้วค่ะผู้เฒ่าตระกูลถัง ฉันกับผู้นำตระกูลถังเพียงแค่
ประมือกันเล็กน้อย และตัวฉันเองชื่นชมผู้นำตระกูลถังเสมอมา ฉันได้
ยินว่าเธอมีทักษะที่ยอดเยี่ยมจึงต้องการคำแนะนำ”
เว่ยชื่อเหอที่เงียบมานานก็กล่าวเสริมหยินจิงหงด้วย
“ใช่ คุณหนูหยินเพียงแค่พูดคุยกับผู้นำตระกูลถัง ไม่ใช่เรื่อง
ใหญ่โตอะไร อย่าสร้างความเข้าใจผิดเลย”
แต่ผู้เฒ่าตระกูลไม่คิดสนใจ หันมองถังซวงแล้วถามว่า “ผู้นำ
ตระกูล เป็นเช่นนั้นจริงหรือ? พวกเขาไม่ได้ยั่วยุใด ๆ เธอ แต่ต้องการ
ประลองฝีมือกับเธอ?”
ถังซวงประหลาดใจเมื่อเห็นสายตาของผู้เฒ่าตระกูล เธอสัมผัส
ได้ว่าผู้เฒ่าตระกูลต้องการจะส่งสารบางอย่างให้กับตน คราวแรกเธอ
ไม่เข้าใจ แต่อย่างไรแล้วทักษะการแสดงของเธอก็นับว่ายอดเยี่ยม
“ผู้เฒ่าตระกูล เพราะฉันไร้ประโยชน์ ตั้งแต่ที่ฉันรับตำแหน่งผู้นำ
ตระกูลถัง ทุกคนก็คัดค้านไม่จบสิ้น ทันทีที่คุณหนูหยินได้พบเจอกับ
ฉัน เธอก็ชี้ดาบใส่ฉันแล้วถามว่าทำไมเป็นฉันที่ได้รับตำแหน่งนี้ ฉัน
คิดว่า… ตัวฉันคงจะไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้นำตระกูลถังแล้ว ผู้เฒ่า
ตระกูล คุณควรมองหาคนอื่นที่มีความสามารถเหมาะสมมาเป็นผู้นำ
ตระกูลนะคะ”
ถังซวงก้มหน้าลงก่อนจะเอามือกุมหัวใจไว้ราวกับว่าเศร้ามาก
เห็นถังซวงแสดงขนาดนั้น ผู้เฒ่าตระกูลอดไม่ได้ที่จะกลอกตา
ท่าทางเสแสร้งนี้มองก็รู้ และมันทำให้ผู้คนรู้สึกว่าอีกฝ่ายเสแสร้ง
โดยไม่ต้องคิด แต่ว่าเขาไม่สามารถพูดมันออกไปได้ แน่นอนว่า
ตอนนี้เขาจะต้องเล่นไปตามละครที่ถังซวงวางบท
“ผู้นำตระกูลอย่าพูดแบบนั้นเลย เธอคือผู้นำตระกูลของตระกูล
ถัง เป็นผู้นำที่พวกเราตามหามานานนับพันปี ไม่มีใครอื่นจะ
เทียบเทียมเธอได้อีกแล้ว การที่ตระกูลหยินดูถูกเธอ หมายความว่า
พวกเขาดูถูกตระกูลถังของเราด้วย เรื่องนี้จะไม่จบง่าย ๆ แน่นอน”
ขณะพูด ผู้เฒ่าตระกูลหันควับมาหาหยินเยี่ยนหมิง “หยินเยี่ยนห
มิง ดูเหมือนว่าคำอวยพรปีใหม่ของคุณจะเป็นเพียงเรื่องเสแสร้ง คุณ
ต้องการลอบสังหารผู้นำตระกูลของพวกเรา เพราะงั้นวันนี้จะไม่มีใคร
ได้กลับไปทั้งนั้น และฉันต้องการพบกับผู้นำตระกูลของคุณเพื่อทราบ
ถึงแผนที่แท้จริงของตระกูลหยิน!”
“ผู้เฒ่าตระกูล ทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิดครับ”
“เข้าใจผิดงั้นหรือ? ความเข้าใจผิดของคุณคือการดูถูกผู้นำ
ตระกูลถังทันทีที่คุณเหยียบตระกูลถังของพวกเรา? แล้วที่ลูกสาวของ
คุณชี้ปลายดาบใส่ผู้นำตระกูลของเราก็คือความเข้าใจผิดงั้นหรือ? ที่
ต่อสู้กันหมายเอาชีวิตก็เป็นความเข้าใจผิดด้วยหรือเปล่า? อย่าได้คิด
ว่าเพียงพูดแล้วเรื่องจะจบลง”
หยินเยี่ยนหมิงเห็นว่าผู้เฒ่าตระกูลยังไม่ยอม เขาก็เข้าใจทันทีว่า
ไม่สามารถแก้ไขเรื่องเหล่านี้ได้ จึงถามออกไปว่า “ท่านผู้เฒ่าตระกูล
จะให้ทำอย่างไรคุณถึงจะเชื่อว่าลูกสาวของผมไม่ได้คิดยั่วยุผู้นำ
ตระกูลถังจริง ๆ?”
ผู้เฒ่าตระกูลได้ยินแล้วตอบกลับ “เรื่องนี้ไม่ยาก สำหรับที่นั่งการ
ไปตงโจวของปีนี้ ตระกูลถังของพวกเราต้องการเพิ่มหนึ่งที่นั่ง และ
เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลถังจะไปหกคน ส่วนตระกูลหยินของคุณจะไปสี่
คน”
“ไม่…”
หยินเยี่ยนหมิงปฏิเสธทันที “ผู้เฒ่าตระกูล นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะ
สามารถตัดสินใจได้”
ผู้เฒ่าตระกูลไม่ได้สนใจหยินเยี่ยนหมิงด้วยซ ้า เขาพูดต่อ
“แน่นอน คุณไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ งั้นคุณก็รออยู่ที่ตระกูลถัง
และฉันจะไปคุยกับผู้นำตระกูลของคุณเอง” ในตอนท้าย ผู้เฒ่า
ตระกูลโบกมือให้ลูกชาย “มัวยืนทำอะไรอยู่? ทำไมไม่พาคุณชาย
สามของตระกูลหยินกับคนอื่น ๆ ไปห้องพัก? อย่าลืมมอบความ
บันเทิงให้กับพวกเขาด้วยล่ะ”
ถังคุนอวี้ยิ้มกว้าง หันไปพูดกับหยินเยี่ยนหมิง “คุณชายหยิน
เชิญทางนี้ครับ”
ทว่าหยินเยี่ยนหมิงไม่เคลื่อนไหว เขาต้องการจะพูดบางอย่างกับ
ผู้เฒ่าตระกูล
แต่ถังคุนอวี้ไม่ให้โอกาส และสมาชิกในตระกูลถังก็รุมกันเข้ามา
พาหยินเยี่ยนหมิงและคนอื่น ๆ ออกไปทันที
“ผู้เฒ่าตระกูล…”
หยินเยี่ยนหมิงพยายามตะโกน
แต่ผู้เฒ่าตระกูลไม่สะทกสะท้าน และไม่คิดมองหยินเยี่ยนหมิง
ด้วยซ ้า
เห็นอย่างนั้น หยินเยี่ยนหมิงจึงเข้าใจว่าพวกเขาไม่สามารถออก
จากตระกูลถังได้ในเร็ววันแน่
หลังจากหยินเยี่ยนหมิงและคนอื่น ๆ ออกไปแล้ว ผู้เฒ่าตระกูล
หันมองถังซวงด้วยรอยยิ้มก่อนจะพูดว่า “ผู้นำตระกูลนับว่ามีไหวพริบ
ยอดเยี่ยม เพียงแค่มองตาก็ทราบแล้วว่าต้องทำยังไง”
ถังซวงโบกมือ “ผู้เฒ่าตระกูล ความจริงแล้วฉันไม่ได้เข้าใจหรอก
ค่ะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันจะทำถูก” ในตอนท้ายเธอถามเกี่ยวกับ
เรื่องของตงโจว “ผู้เฒ่าตระกูลคะ ตงโจวคือที่ไหนหรือคะ ทำไมจะต้อง
ได้รับที่นั่งจึงจะไปที่นั่นได้?”
ผู้เฒ่าตระกูลอธิบาย “จำเป็นจะต้องมีสิทธิ์สำหรับไปที่นั่น คน
ทั่วไปอาจไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวของตงโจว แต่ทุกคนใน
ตระกูลรู้ดีว่าตงโจวคือสถานที่เก่าแก่ที่สุด มันอยู่ทางเกาะทาง
ตะวันออกของประเทศนี้ และมีผู้คนตั้งแต่สมัยโบราณอาศัยอยู่ที่นั่น
พวกเขาไม่ติดต่อกับคนภายนอก อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์
ทั้งหมดได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ดังนั้นผู้คนในตระกูลอิ๋นซื่อจะเข้า
ไปเยี่ยมชมและศึกษาประวัติศาสตร์ในทุกปี แต่ว่าตงโจวเป็นเพียง
สถานที่เล็ก ๆ และมีคนในท้องถิ่นไม่มากนัก แต่ละตระกูลจึงได้รับ
สิทธิ์เพียงห้าที่นั่งเท่านั้น”
ถังซวงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นกบในบ่อน ้า เธอไม่เคยได้ยิน
เรื่องราวของตงโจวมาก่อน และไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่ที่นั่นบ้าง
“ท่านผู้นำตระกูล โปรดเข้าร่วมกับทุกคนในปีนี้เถอะ การไปที่
ตงโจวมีประโยชน์มากจริง ๆ และมีผู้ได้รับมรดกมากมายในสถานที่
แห่งนั้น… บรรพบุรุษตระกูลเว่ยที่ไม่เคยทราบเรื่องราวอาวุธลับ ก็
ได้รับมรดกในตงโจวโดยบังเอิญ และหลังจากนั้นความแข็งแกร่งของ
ตระกูลเว่ยก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด”
ถังซวงจึงเลิกคิ้วอย่างสับสนเมื่อได้ยินอย่างนั้น
“ผู้เฒ่าตระกูล ในเมื่อคุณพูดถึงขนาดนี้ ฉันก็อยากจะไปที่นั่น
จริง ๆ ค่ะ”
หลังจากนั้นก็ไม่รู้เลยว่าผู้เฒ่าตระกูลไปเจรจากับตระกูลหยิน
อย่างไร และสุดท้ายแล้วตระกูลถังได้รับหนึ่งสิทธิ์ตามต้องการ และ
เป็นตระกูลหยินที่สูญเสียผลประโยชน์ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ทุกคนใน
ตระกูลหยินรู้สึกขุ่นเคืองต่อหยินเยี่ยนหมิงและลูกสาวของเขามาก