คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 439 ไส้กรอก
“ใครทำอะไร ไปถามวิญญาณจริงของกายเนื้อท่าน เขาขอให้ข้าทำ” จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก กลอกตาใส่เขาเอ่ยวาจา
พี่กระจกยังอยู่ที่นี่นะ เจ้าโง่มังกรปิศาจเบียดวิญญาณกายเนื้อไปที่ใดแล้ว ทำไมจึงไม่บอกเขาว่าพี่กระจกอยู่ที่นี่ด้วย ท่าทางวิญญาณจริงสองส่วนนี้ยังต่อต้านกัน ยังผสานรวมกันไม ม่สนิทอยู่บ้าง
มังกรปิศาจกลับไปตรวจสอบดูจริงๆ เมื่อครู่หลอมรวมได้ก็ยินดีมากไป เพียงแต่หลอมรวมเข้าด้วยกันกลับไม่มีสิ่งที่รองรับด้านใน รอจนเขาย่อยความทรงจำในนั้นทั้งหมดแล้ว สีหน้าก็อัปลัก กษณ์ทันที
เหตุใดวิญญาณจริงของตนเองจึงปัญญาอ่อนขนาดนี้ ถึงกับให้จินเฟยเหยากินเนื้อ เจ้านั่นเป็นวิญญาณจริงเทาเที่ยนะ มีอาหารกินยังกินประหยัดได้หรือ อีกทั้งการรับรู้ของมารเฒ่าเซียว ก็อยู่ด้วย เขาถึงกับไม่เอ่ยถึง อยากจะทำให้ตนเองตายอีกรอบหรือ
เห็นมังกรปิศาจตั้งอยู่บนอากาศเนิ่นนานไม่พูดไม่จา จินเฟยเหยาก็เลิกคิ้วเอ่ยว่า “ว่าอย่างไร ตอนนี้นึกออกหรือยังว่าถ้ำสมบัติอยู่ที่ใด?” เอ่ยจบนางยังค้นถุงเฉียนคุน ดวงตามองเข ขาอย่างอำมหิต ถ้าไม่มอบสิ่งของให้ก็จะนำพี่กระจกออกมาขู่ขวัญเขา
คิดไม่ถึงว่าวันนี้ตนเองจะถูกเทาเที่ยรุ่นเล็กข่มขู่ อารมณ์ของมังกรปิศาจขุ่นมัวอย่างยิ่ง ไม่ว่าใครถูกคนคุ้นเคยที่ปกติถือว่าเป็นไอ้โง่ข่มขู่ อารมณ์ย่อมไม่ดีทั้งนั้น
แต่มังกรปิศาจกลับคิดอีกว่า ถึงยายนี่เหาะขึ้นโลกระดับสวรรค์ได้ก็เป็นเพียงชนชั้นผู้เยาว์ของเขา จะกลัวนางทำไม มารเฒ่าเซียวตอนนี้เป็นเพียงการรับรู้สายเดียว ร่างจริงไม่รู้ว ว่าหนีไปเล่นที่ใดแล้ว ถึงร่างจริงอยู่ ความจำของเจ้าหมอนั่นก็แย่มาก อีกทั้งยังไม่ใช่เขาต้องการสมบัติ ไม่บอกก็น่าจะไม่เป็นไร
ยิ่งกว่านั้น เขาก็ไม่มีถ้ำสมบัติที่ใส่สิ่งที่หลุดร่วงจากร่างสัตว์เทพอะไรนั่นด้วย สิ่งของที่ทุกคนเห็นเป็นขยะในโลกระดับสวรรค์ เขาจะเก็บกลับมาได้อย่างไร เกล็ดมังกรของตนเองย ยังโยนทิ้งลงพื้นไม่ต้องการ ใครยังจะไปเก็บขนของผู้อื่น ตอนนั้นแค่หาข้ออ้างมั่วๆ ไล่นางไป ตอนนี้ไม่ต้องสนใจนางและจากไปทันทีดีหรือไม่
ในใจมังกรปิศาจเรียกได้ว่าลังเล โดยเฉพาะถูกเจ้าโง่เทาเที่ยควบคุมยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาหงุดหงิด ทันใดนั้น เขากลับนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาได้จริงๆ ถือว่าเป็นขุมสมบัติมอบให้ นางพอดี ดังนั้นเขาจึงมีท่าทางเดือดดาลและเอ่ยด้วยโทสะ “ฮึ ข้าพูดแล้วจะไม่รักษาคำพูดได้อย่างไร ให้เจ้า!”
จากนั้นเกล็ดเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งลอยออกมาจากบนร่างเขา บนนั้นมีแสงสีเขียวสายหนึ่งวาบผ่าน บันทึกที่อยู่ของขุมสมบัติและลอยไปที่มือของจินเฟยเหยาโดยตรง
พอจินเฟยเหยาใช้การรับรู้ตรวจสอบ เป็นแผนที่จริงๆ ด้วย ท่าทางใช้พี่กระจกข่มขู่เจ้าหมอนี่ได้ผล เก็บเกล็ดมังกรลงถุงเฉียนคุน นางพยักหน้าเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “พอได้”
“ในเมื่อข้ามอบสิ่งชองที่รับปากไว้ให้แก่เจ้าแล้ว ถึงเจ้าจะถือว่ามีคนหนุนหลัง ข้าก็ต้องทวงความยุติธรรมจากเจ้า” มังกรปิศาจพลันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา น้ำเสียงอำมหิต
“ความยุติธรรมอะไร?” จินเฟยเหยามองเขาด้วยสีหน้าใสซื่อ ตนเองทำอะไรอีกล่ะ?
“ทำไมเจ้ากินเนื้อของข้าไปมากขนาดนี้! บนร่างหลวมโพรก อย่างน้อยที่สุดเจ้ากินไปครึ่งหนึ่ง ถึงต้องทำลายการป้องกัน แต่จำเป็นต้องกินครึ่งหนึ่งหรือ!” เนื้อบนร่างมังกรปิศาจสั่นสะท้าน น ด่าทออย่างเดือดดาล
ถึงการรับรู้ของมารเฒ่าเซียวอยู่ด้วย ตนเองสามารถฉวยโอกาสนี้อาละวาดสักรอบ ภายหลังกลับถึงโลกระดับสวรรค์ก็ต้องหลบเขา ตอนนี้ไม่อาละวาดต่อไปคงไม่มีโอกาสแล้ว อีกทั้งครั้งนี้ตนเอง งเป็นฝ่ายมีเหตุผล ยากนักที่จะหาโอกาสเช่นนี้ได้ หลายพันปีนี้จะอยู่ที่นี่ฟรีๆ ไม่ได้
พอจินเฟยเหยาได้ฟังก็ร่ำร้องขึ้นอย่างไม่พอใจ “ใครกินไปครึ่งหนึ่ง อย่างมากก็แค่หนึ่งส่วนจากสี่ส่วน เนื้อของท่านทั้งแก่ทั้งแข็ง กินแล้วยังย่อยยาก เพื่อช่วยท่านข้าจึงฝืน นใจยอมกินเนื้อ หากมิใช่ตอนนั้นท่านร้องไห้อ้อนวอน ข้าคงไม่สนใจสิ่งนี้หรอก ท่านเห็นว่าเทาเที่ยไม่เลือกกิน เก็บอะไรได้ก็ต้องยัดใส่ปากหรือ”
“เทาเที่ยเลือกกินอาหารด้วยหรือ? แค่อุจจาระเจ้าก็แทบจะยัดใส่ปาก ตอนนี้เนื้อข้าหลวมโพรก เจ้าต้องคืนความยุติธรรมให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่เกรงใจ” เดิมทีมังกรปิศาจมาก่อเรื่อง ย่อ อมต้องคล้อยตามคำพูดจินเฟยเหยา อีกทั้งสิ่งที่พูดก็เป็นความจริง เทาเที่ยเดิมทีก็กินทุกอย่างอยู่แล้ว
“นี่ท่านกำลังหยามเกียรติข้าอยู่นะ! ท่านสิกินอุจจาระ ก็แค่เนื้อหลวม มีอะไรยอดเยี่ยมกัน เห็นได้ชัดว่ากระดูกของท่านถูกฝนสาดลมพัดใส่ ตนเองมีการสึกหรอ อีกทั้งเนื้อตากแดดก็แ แห้งเกินไปดังนั้นจึงหลวม เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย หลังกลับไปท่านนำเนื้อแช่ในน้ำสักหลายวันก็พองขึ้นมาแล้ว” จินเฟยเหยาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเป็นคนอนุญาตให้กินเนื้อเอง ตอนน นี้ยังมาอาละวาดว่าเนื้อหลวมโพรก ไหนเลยมีเหตุผลเช่นนี้
ในเวลานี้เอง พี่กระจกพลันบินออกมาจากถุงเฉียนคุน แสงสีฟ้าสายหนึ่งลอยออกมาจากในกระจกโจมตีมังกรปิศาจที่ไม่ทันรับมือ แสงสีฟ้าแนบลงบนร่างมังกรปิศาจเปลี่ยนรูปเป็นลวดลายอาคมอัน งดงาม จากนั้นทุกคนก็รับรู้ได้ว่าพลังบำเพ็ญเพียรของเขากำลังลดฮวบฮาบลงไปทีละขั้น เมื่อหยุดลงก็มีพลังบำเพ็ญเพียรเท่ากับขั้นว่างเปล่า
ยามนี้พี่กระจกส่งเสียงขึ้นจมูก “ใช้พลังบำเพ็ญเพียรขั้นมหายานมาข่มขู่คนอื่น? เจ้านึกว่าข้าเป็นแค่การรับรู้แล้วจะทำอะไรเจ้าไม่ได้หรือ”
ใต้เท้าหลงเลิกคิ้ว เอ่ยอย่างเย็นชา “หลวมแล้วทำให้แน่นก็พอ”
จากนั้นเห็นใต้เท้าหลงเคลื่อนที่ในพริบตาออกไปปรากฏตัวขึ้นบนหลังมังกรปิศาจ ร่างของเขาปรากฏเงามายาสีดำ ยกกำปั้นขึ้นต่อยมังกรปิศาจ
คิดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกคนขั้นว่างเปล่าทุบตี มังกรปิศาจอับอายจนกลายเป็นโทสะ พลิกตัวไปโจมตีใต้เท้าหลง ร่างของใต้เท้าหลงรวดเร็วถึงขีดสุด มังกรปิศาจถึงกับโจมตีไม่โดนเขา บวกกับบน นร่างของตนเองถูกลงลวดลายอาคมไว้ พลังบำเพ็ญเพียรลดลงฮวบฮาบ สุดท้ายก็ถูกทุบตีเพียงฝ่ายเดียว
กินกำปั้นเข้าไปชุดหนึ่ง ตัวมังกรปิศาจก็บวมขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย เนื้อหนังที่หลวมโพรกก็ตึงแน่นเหมือนไส้กรอกอวบๆ ท่อนหนึ่ง มังกรปิศาจคิดไม่ถึงว่ามารเฒ่าเซียวเป็นเพียงกา ารรับรู้สายเดียวก็สามารถสร้างวงเวทได้ คำนวณพลาดอย่างร้ายแรงจริงๆ นึกว่าสามารถฉวยโอกาสที่พลังบำเพ็ญเพียรสูงสุดของคนพวกนี้เพิ่งขั้นว่างเปล่าช่วงปลายแสดงอานุภาพสักหน่อยก็ต ติดกับมารเฒ่าเซียวที่น่าชังอีกแล้ว
มังกรปิศาจตัดสินใจเด็ดขาด เหินร่างขึ้นกลางอากาศกะทันหัน หลบหนีพลางร้องตะโกนว่า “จินเฟยเหยา เจ้าจำเอาไว้เลย อย่าให้ข้าเจอเจ้าเชียวนะ!”
“เอ๋! นี่เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย คนที่สะกดพลังบำเพ็ญเพียรของท่านไม่ใช่ข้านะ คนที่อัดท่านก็ไม่ใช่ข้า ท่านจะจดหนี้ไว้ที่ข้าโดยเฉพาะทำไม!” จินเฟยเหยารู้สึกว่าตนเองได้รับค ความอยุติธรรมอย่างยิ่ง ไม่ได้ขยับนิ้วเลยสักนิด เพราะเหตุใดจึงจดหนี้แค้นไว้ที่ตนเองโดยเฉพาะ ยังมีศีลธรรมอยู่หรือไม่
เพื่อล้างมลทินตนเอง นางจึงตะโกนเสียงดังใส่มังกรปิศาจต่อ “แค้นมีเป้าหมาย หนี้มีเจ้าหนี้ ใครจัดการท่านท่านก็ไปหา…” ยังตะโกนไม่จบ นางก็รู้สึกได้ว่าแผ่นหลังเย็นเยียบ หันหน้าไ ไปก็เห็นสายตาของใต้เท้าหลงจับจ้องนางอย่างอำมหิต ดังนั้นนางยังเอ่ยไม่จบก็ได้แต่หุบปาก ทว่าในใจกลับไม่พอใจจึงบ่นพึมพำบาๆ
นางครุ่นคิดแล้วจึงเอ่ยกับพี่กระจก “พี่กระจก ท่านเป็นเพียงการรับรู้คิดไม่ถึงว่าจะโยนวงเวทออกมาได้ ร้ายกาจอย่างยิ่ง”
“ไม่ดูเสียบ้างว่าข้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่แบบใด ถ้าข้ากางวงเวทไม่ได้ ข้าจะสอนเจ้าปิดวงเวทสะกดวิญญาณเก้าชั้นได้อย่างไร ถอยไปหน่อย ข้าจะคลายวงเวทแล้ว” พี่กระจกไม่ถ่อมตัวเลยสัก กนิด สายไหวร่างแล้วลอยมาถึงในหลุมที่มังกรปิศาจอยู่มาตลอด
พี่กระจกลอยถึงในหลุม พลันเอ่ยกับจินเฟยเหยาว่า “จำไว้เจ้าต้องส่งกระจกสภาพโลกวิญญาณคืนให้ข้าที่โลกระดับสวรรค์ ตอนนี้ข้าคลายวงเวทเสร็จก็จะจากไป”
จินเฟยเหยาสะกดการหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจเอาไว้ กัดริมฝีปากแสดงท่าทางทุกข์ตรม “พี่กระจก ท่านจะจากไปแล้ว ไม่อยู่เล่นต่ออีกหน่อยหรือ?”
“ข้ายุ่งมาก เดิมทีปลดปล่อยการรับรู้ลงมาเพื่อคลายวงเวท เนื่องจากพวกเจ้าชักช้าอืดอาดจึงทำให้ข้าไม่ได้กลับไปนานขนาดนี้ ติดตามพวกเจ้าเล่นสนุกได้น้อยเกินไป ข้าจะไปเล่นสนุกสุดข ขีดแล้ว เจ้าทำท่าทางตัดใจให้ข้าจากไปไม่ได้ให้น้อยๆ หน่อย เห็นได้ชัดว่ายินดีจนใกล้จะหัวเราะออกมา ริมฝีปากก็กัดจนแทบจะแตกแล้ว ใบหน้าของเจ้าทรยศเจ้าแต่แรก” พี่กระจกเห็นแวบเด ดียวก็มองทะลุความคิดของนาง ระดับความเสแสร้งในการทำเรื่องชั่วร้ายต่ำเกินไป
“ไม่มีเรื่องเช่นนั้น เพียงแต่ถ้าท่านจะจากไปจริงๆ น่าจะมอบวงเวทให้ข้านะ ตรงกลางขาดไปนิดหน่อย” จินเฟยเหยาที่ถูกดูออกไม่ได้รู้สึกขัดเขินเลย ในที่สุดพี่กระจกที่จัดการได้ยากค คนนี้จะจากไป ไม่มีเรื่องใดน่ายินดีกว่านี้แล้ว
พี่กระจกส่งเสียงขึ้นจมูก “คลายวงเวทแล้วค่อยให้เจ้า จะรีบร้อนทำไม”
“หึๆๆ ข้าแค่กลัวท่านลืม” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ จากนั้นก็หันหน้ามามองใต้เท้าหลง ถ้าคนผู้นี้คลายวงเวทเสร็จก็จากไป นั่นคือเรื่องมงคลคู่มาเยือนประตูบ้านแล้ว
ทว่าใต้เท้าหลงเพียงมองนางอย่างเฉยชาแวบหนึ่งแล้วพูดเรื่องสำคัญแบบสบายๆ “อย่ามองข้า เจ้าต้องไปโลกระดับเทพกับข้า”
“เพราะเหตุใด!” รอยยิ้มของจินเฟยเหยาผนึกค้างบนใบหน้า เข้าใจผิดไปหรือไม่ ท่านยุ่งมากมิใช่หรือ? มิใช่หรือ!
“ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องขึ้นไป หรือมีความเห็นอื่น?” ใต้เท้าหลงถามอย่างเย็นชา ในประโยคกำลังถามความเห็นของนาง แต่ท่าทีกลับไม่ได้หมายความเช่นนี้
จินเฟยเหยาเบ้ปาก ในใจไม่พอใจอย่างยิ่ง กัดฟันตอบเสียงอู้อี้ “ไม่มีความเห็น ถึงอย่างไรท่านก็ต้องมีอาหารและที่พักให้ด้วย”
“พวกเจ้าสองคนจริงจังหน่อยได้หรือไม่ มาดูทางนี้ ข้าจะคลายวงเวทแล้ว ความเคลื่อนไหวใหญ่โตมาก พวกเจ้ายังไม่เคยเห็น” พี่กระจกพบว่าตนเองถูกเมินเฉยจึงร่ำร้องอย่างไม่พอใจ
ใต้เท้าหลงและจินเฟยเหยามองดูเขา ในใจขบคิดไม่เข้าใจ เป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่ที่เหาะขึ้นสวรรค์แล้ว ทำไมจึงชอบเป็นจุดเด่นขนาดนี้ แค่คลายวงเวทมิใช่หรือ ยังต้องบังคับให้ดูเขาอีก ไม่รื่นรมย์กับสายตาอิจฉาของทุกคนเพียงชั่วขณะ เขาก็รู้สึกไม่สบายไปทั่วร่าง
“ดูอยู่ ท่านรีบคลายวงเวทแล้วกลับไปได้ ไม่แน่ว่าร่างจริงกำลังทำเรื่องดีงามมากมาย แต่ไม่มีส่วนของท่าน” จินเฟยเหยาตอบอย่างอารมณ์เสีย จะคลายวงเวทก็คลายไปสิ ร่ำร้องเสียงดังท ทำไม
“ฮึ!” พี่กระจกส่งเสียงขึ้นจมูกแล้วร่อนลงก้นหลุม จากนั้นก็เห็นตลอดร่างเขาเปล่งแสงสีฟ้า พื้นดินใต้ร่างเริ่มกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา วงเวทสีฟ้าขนาดยักษ์อันหนึ่งปรากฏขึ้ นกลางดิน ภูเขาศิลารอบด้านกำลังพังถล่ม สิ่งที่กีดขวางบนวงเวททั้งหมดกำลังหายไป วงเวทปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว สาดแสงสีฟ้าเสียดแทงนัยน์ตา
วงเวทแผ่ขยายมาจนถึงใต้เท้า จินเฟยเหยากับหวาหวั่นซีเหาะออกจากรัศมีวงเวท ส่วนใต้เท้าหลงเคลื่อนย้ายในพริบตาออกไปนานแล้ว ส่วนวงเวทกลับไม่เล็กลง สถานที่อยู่ของป่าศพและซากศพ พเบื้องหน้าล้วนหายไปภายใต้อานุภาพของวงเวท ขู่ขวัญบรรดาศพจนกระโดดออกไปหมด ศพที่นำทางตนนั้นเห็นฉากเบื้องหน้าก็ตกตะลึงทันที ถึงเจ้าคฤหาสน์จะเคยบอกว่าสามารถให้ผู้มาพลิกกระด ดูกมังกรได้ แต่ไม่ได้บอกว่าสามารถรื้อป่าศพและภูเขาของตนเองหรือบ้านที่ขุดไว้ทั้งหมดจนเกลี้ยง
จินเฟยเหยาไม่พบเห็นความเคลื่อนไหวนี้ มองยอดเขาที่เหมือนสุสานลูกนั้นหายไปทั้งหมด ศพจำนวนนับไม่ถ้วนล่าถอยออกไปไกลหลายหลี่ นางแลบลิ้น เตรียมรอพี่กระจกคลายวงเวทเสร็จสิ้นก็ จะสะบัดก้นจากไปทันที ค่าชดใช้มากมายมหาศาลแล้ว!