ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 553: หัวใจในต้นไม้ (2)
บางทีมันอาจจะเป็นเพราะการกระทําของลิเลียนที่ไปกระตุ้น ความโกรธของพวกคนบาปจากนานาเผ่าในโบราณกาลเข้า ท่ามกลาง เสียงคํารามที่ปะปนกันของเหล่าเดรัจฉาน เสียงคํารามเสริมของเหล่า สัตว์ประหลาดก็ดังเสริมขึ้นตนแล้วตนเล่า กองไฟในม่านหมอกสีขาวก็ ยิ่งลุกโชติช่วงขึ้นอีก
ภายใต้ท่าทางโอหังของเด็กสาว อันตรายถึงตายนั้นชัดแจ้ง ทว่า เด็กสาวผมดําผู้มีดวงตาสีม่วงนั้นก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ต่อ การโจมตีที่ดุเดือดนี้ ลิเลียนที่ถูกบดบังด้วยเงาของพวกมันทําแค่พูด เบาๆ
“[ป้อมปราการสิบทิศ]”
เสียงกระซิบแผ่วเบานั้นสลายหายไปในหมอก แล้วตามด้วยแสง อันเจิดจ้าที่ระเบิดออกมา ด้วยคุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิด [อาณาจักร] ป้อมปราการอันแข็งแกร่งซึ่งถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็ ปรากฏขึ้นจากพื้น กําแพงแกร่งเปล่งประกาย ไม่ว่าจะคาถาเวทหรือ ลูกศรที่พุ่งเข้ามาก็สลายกลายเป็นเถ้าเมื่อพบเข้ากับการป้องกันของ [ป้อมปราการสิบทิศ] แม้กระทั่งการโจมตีของยักษ์ก็ถูกต้านไว้ได้
เมื่อมองพวกวิญญาณเพลิงที่กระหน�าโจมตีเข้ามา สีหน้าท่าทาง ของลิเลียนนั้นราวกับเธอกําลังดูดอกไม้ไฟในเทศกาล แต่การโต้กลับ ของเธอนั้นยิ่งกว่านั้นมาก
“วู้-!”
ด้วยเสียงแหลมเสียดของขลุ่ย เงาร่างนับร้อยๆ ร่างพลันทะลัก ออกมาที่บนกําแพงปราการสูงที่ลิเลียนอยู่ พวกมันถือธนูไว้ในมือ และ ที่แขนของมันก็ติดตั้งเกราะพลังเวทเอาไว้ พลังเวทถูกบีบอัดไว้ในคันศร และลูกธนูแต่ละดอก ตามด้วยพรของวิญญาณแห่งวายุ จากนั้นก็ ระเบิดศรนับหมื่นออกไปตามลม
ข้างหลังพวกมัน จอมเวทในชุดแดงได้ร่ายเวทมนตร์หมู่โดยพร้อม เพรียง ด้านล่างของเมืองนั้น เสียงคํารามของเหล่านักรบปนเปไปกับ เสียงแผดก้องของวิญญาณเพลิงนานาเผ่า ก่อให้เกิดเป็นภาพสงครามที่ เทียบได้กับตํานานบรรพกาล
ลึกเข้าไปในหมอกหนา เด็กหนุ่มผมดํามองไปยังทางที่เสียงจากศึก ใหญ่ดังออกมา บนใบหน้าของเขามีความกังวล ทว่าหลังจากลังเลอยู่ครู่ หนึ่ง โรเอลก็หันกลับแล้วเดินต่อ
จํานวนของวิญญาณเพลิงที่ [เนตรแห่งพอร์ทัส] อัญเชิญมาได้นั้น เกินจะคาดคิด แต่ถ้าเป็นลิเลียน โรเอลเชื่อว่าวิญญาณคนบาปพวกนั้น
คงได้ตายอีกรอบแน่ และเมื่อภารกิจของเด็กสาวก็เหมือนจะสมบูรณ์ แล้ว โรเอลก็ควรจะหาตัวการของเรื่องนี้แล้วจัดการให้เรียบร้อยด้วย
ในไอหมอกที่ล่องลอย เด็กหนุ่มหันหลังให้กับประกายไฟและเสียง ที่กึกก้อง แล้วก็เดินต่อเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของคาถาเวทพิลึกนี้
—————————-
โรเอลและลิเลียน แม้ว่าทั้งคู่จะสืบสายเลือดเดียวกัน แต่คุณสมบัติ แก่นแท้ต้นกําเนิดของทั้งคู่นั้นต่างกัน พลังของทั้งคู่จึงแตกต่างกันด้วย
พลังของลิเลียนนั้นมีอํานาจเด่นชัดกว่า พลังอันไร้จํากัดภายใต้ อาณัติของเธอนั้นน่ากลัว แสนยานุภาพของนักรบนั้นเพิ่มตามระดับ ของเด็กสาว กอปรกับความสามารถด้านการป้องกันของ [ป้อมปราการ สิบทิศ] แล้ว ต่อหน้าศัตรูที่อ่อนแอกว่าหรือเทียบเท่าเธอแล้วนั้น เธอก็ สามารถล้มพวกมันได้สบายมาก แต่สําหรับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านั้นเธอ อาจจะต้องใช้พลังงานมากในการบัญชาศึก
ในทางกลับกัน สถานการณ์ของโรเอลนั้นต่างออกไป แม้ว่าจะ แข็งแกร่งเหมือนกัน แต่เทพบรรพกาลของโรเอลไม่ได้มากจํานวน แต่ มากในเชิงคุณภาพ กอปรกับการที่เด็กหนุ่มถือครองศิลาแห่งมงกุฎ พลัง ทําลายล้างของพวกเขาจึงสูงอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าการที่โรเอลจะ
สามารถรุดหน้าได้อย่างไม่สะดุดนั้นจะเกิดก็ต่อเมื่อเขาคือศัตรูของ ตัวเองเสียมากกว่า
เพราะเหตุผลนี้ โรเอลและลิเลียนจึงแยกงานกัน แบ่งกําลังศัตรู ออกเป็นสอง ด้วยความที่เป็นคนรักสายเลือดเดียวกัน ทั้งสองจึงเชื่อใน กันและกันโดยไม่มีข้อยกเว้น
สุดปลายทางของสายหมอก ชายชราผู้ถือโคมไฟยังคงจับตามอง ไปทางทิศของลิเลียน แต่เขาไม่รู้เลยว่าดวงตาวาวโรจน์สีทองคู่หนึ่ง กําลังจับจ้องเขาจากความมืดในม่านหมอก สายตาเย็นเยียบนั้นจ้อง เหมือนจะทะลวงเข้าไปในกระดูก
ศึกชี้เป็นชี้ตายนั้นไม่สนใจวิธีการ นั่นคือกฎประจําตัวโรเอลมาแสน นาน โดยเฉพาะกับผู้ร่วงหล่น ด้วยความช่วยเหลือจากสิ่งปลูกสร้างใน การซ่อนตัวกับคาถาเวทของแม่มด โรเอลจึงค่อยๆ เข้าประชิดทีละนิด จนกระทั่งทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร อดีตมหาสาวกของลัทธิ ผู้ศรัทธาผู้กอบกู้เมื่อหลายสหัสวรรษก่อนก็จับจ้องมาที่เด็กหนุ่มผมดํา ด้วยดวงตาที่ชั่วร้ายของเขาเป็นครั้งแรก
เมื่อมองไปที่โรเอลที่โผล่มาในหมอกและกระชับระยะระหว่างทั้งคู่ ม่านตาสีเขียวที่อยู่ในเบ้าตาที่เน่าเปื่ อยของผู้ร่วงหล่นชุดดําก็ฉายแวว โรจน์ แล้วใบหน้าที่เหมือนกิ่งไม้ก็สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
ในหมู่คณะสืบเสาะ โรเอลเป็นคนเดียวที่ทําให้ใบหน้าของอดีต มหาสาวกของลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ปรากฏขึ้นมาได้ สําหรับเขาแล้วเด็ก หนุ่มผู้เปี่ ยมด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด ซึ่งก็เป็นเช่นนี้ มานับสหัสวรรษราวกับถูกสลักเอาไว้ในหัวใจ และเพราะเช่นนี้ ใน จังหวะที่โรเอลเข้ามาใกล้เขาจึงชูอุปกรณ์เวทศักดิ์สิทธิ์ในมือขึ้นโดย สัญชาตญาณ
การส่งคนบาปไปให้พระเจ้าตัดสินนั้นเป็นหน้าที่ของสาวกมาตั้งแต่ ยุคที่พระเจ้ายังอยู่ นี่จึงเป็นการตอบสนองโดยธรรมชาติ ชายชราเชื่อ สนิทใจว่าการลอบโจมตีใดๆ ย่อมไร้ผลต่อหน้าอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ สามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ ทว่าบรรพบุคคลชุดดําไม่ได้คาดคิดว่าโรเอล จะอ้าแขนรับแสงจากโคมไฟไปตรงๆ
เมื่อแขนที่แห้งเหี่ยวชูโคมไฟที่ครั้งหนึ่งเคยนําพาความสงบสุขและ สันติสุขมาสู่โลก รอยยิ้มประทุษร้ายก็ปรากฏขึ้นบนหน้าของชายชรา ยิ้มเยาะความโง่เขลาของโรเอลอย่างไม่ปิดบัง เพราะถึงอย่างไร ในใจ ของเขานั้น ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะว่องไวแค่ไหนก็ไม่อาจเทียบกับการส่อง สว่างของแสงได้ แต่สิ่งที่น่าตกใจสําหรับเขาคือในยามนี้ สิ่งที่ปรากฏบน ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมดํานั้นไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่เป็นรอยยิ้มเยาะ แบบเดียวกัน
“!”
ชายชราผู้พบว่าสีหน้าของโรเอลแปลกไปตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะ ดูเหมือนรับรู้บางอย่าง ทว่ามันก็สายไป เมื่อลําแสงเข้มข้นฉายออกมา จากโคมไฟโบราณอีกครั้ง เจิดจรัสราวกับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงบนโลก ทว่าครั้งนี้แสงที่บ้าคลั่งนั้นไม่ได้ฉายไปที่โรเอลเลย แต่ฉายวูบวาบไปมา อยู่ที่อื่น
ในชั่วขณะที่แสงไฟวูบไหว พวกไอเย็นเยียบซึ่งแฝงตัวเป็นหมอก อยู่ก็ไหลมารวมกันตรงหน้าโรเอลอย่างรวดเร็ว เหมือนเช่นเมื่อครั้งที่ ต่อสู้กับโรซึ่งมีร่างอมตะ เกล็ดน�าแข็งในอากาศควบแน่นกันเป็นกระจก คริสตัลพร้อมๆ กับพรของเปตราแสดงผลออกมา คลื่นพลังเวท หลั่งไหลในตัวเด็กหนุ่มสีดํา ป้อนให้กับคุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิด [มงกุฎ]
“ตู้ม–!”
ท่ามกลางแรงกระเพื่อมของพลังเวทที่สั่นสะท้านไปทั่วร่าง คุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิดของเด็กหนุ่มผมดําก็ทํางานอย่างเต็มพอกัด และการต่อต้านพลังของผู้กอบกู้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในชั่วขณะนี้ ท่ามกลางผลของทั้งกระจกน�าแข็งและ [มงกุฎ] ที่ปกป้อง ร่างของโร เอลเคลื่อนไหว และยังเข้าใกล้ชายชราอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การตอบโต้กันนี้ เด็กหนุ่มผมดําได้ร่นระยะห่างต่อผู้ร่วง หล่นชุดดําลงอย่างมาก ในระยะใกล้นี้ผลของ [เนตรแห่งพอร์ทัส] ยิ่ง
เข้มข้น แม้ว่ามันจะถูกสะท้อนกลับได้เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แสงที่ หลงเหลือก็ยังทําให้สมองของเด็กหนุ่มเต้นตุบ แต่เมื่อสติของโรเอลเริ่ม ดํามืดลงนั้นเอง แสงสว่างที่เจิดจ้าก็พลันระเบิดออกมาจากตัวเขา
หลังจากรอมาเสียนาน ร่างมหึมาของกรันด้าก็ระเบิดออกมาจาก ในหมอก ความหนาแน่นของหมอกรอบๆ เข้มขึ้นในเฉียบพลัน โครง กระดูกยักษ์ปีนขึ้นมา แล้วดวงตาที่โชติช่วงก็จับจ้องที่ออร่าฆ่าฟันของผู้ ร่วงหล่นเบื้องล่าง
กรันด้าผู้โอบล้อมไปด้วยแสงสีเลือด ในฐานะของเทพแล้วไม่ได้ ยี่หระอะไรกับแสงจ้าแค่นี้เลย เขาฟาดหมัดที่เกรี้ยวกราดของเขาลงมา แล้วเขาก็ปรากฏตัวตรงหน้าศัตรูอย่างว่องไวราวกับประกายแสง
นั่นคือหมัดล้างแค้นของโรเอล และมันก็เป็นหมัดสุดแรงเกิดของ กรันด้า ชายชราชุดดําที่หลบการโจมตีประชิดนี้ไม่ได้โดนเข้าเต็มๆ ทว่า เสียงเลือดเนื้อแตกกระจายตามมาด้วยเสียงโคมไฟหล่นพื้นก็ยังคงดัง ขึ้นในสายหมอก คลื่นพลังเวทที่ป่าเถื่อนกลายเป็นสายลมกรรโชก ปัด เป่าทุกสิ่งรอบๆ
“ตู้ม–!”
ภายใต้ผลกระทบที่โหดร้าย ร่างของอดีตนักบวชชุดดํานั้นแตกเป็น เสี่ยงๆ กระจายหายไปในม่านหมอก [เนตรแห่งพอร์ทัส] ตกลงสู่พื้น
แล้วกลิ้งจนเกิดเสียงทึบๆ แล้วแสงที่ส่องสว่างก็วูบไหว ก่อนที่มันจะทัน ได้สําแดงเดชเต็มที่อีกครั้ง โรเอลก็ใช้สัมผัสแห่งธารน�าแข็งโอบ ล้อมรอบโคมไฟเอาไว้
พลังของผู้กอบกู้นั้นเข้ากันไม่ได้กับพลังจากมารดาเทพธิดา เพราะ เช่นนั้นโรเอลจึงเกลียดชังนักบวชชุดดําผู้นี้ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นวิธีที่ โรเอลใช้ในการสกัดกั้นอีกฝ่ายไป
ภายใต้น�าแข็งบนพื้นที่ไม่มีทีท่าจะละลาย แสงไฟจางๆ ของ [เนตร แห่งพอร์ทัส] เริ่มหรี่ลงอย่างรวดเร็ว และหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีมันก็ ใช้พลังเวทของมันจนหมด มาถึงจุดนี้อุปกรณ์เวทที่น่ากลัวก็หยุดการ ทํางานของมันลงในที่สุด
ด้วยอุปกรณ์เวทนี้ถูกผนึกไป การกระทําของโรเอลก็ไม่ถูกจํากัดอีก ต่อไป และวิธีโจมตีที่ได้ผลที่สุดนั่นก็คือทําให้อดีตมหาสาวกของลัทธิผู้ ศรัทธาผู้กอบกู้นั้นหายไปโดยสมบูรณ์ สถานการณ์รุกรับนั้นกลับ ตาลปัตร ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นเด็กหนุ่มผมดําก็ยังไม่ประมาท
ในฐานะที่ศัตรูเป็นวัตถุโบราณที่อยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนๆ โรเอลไม่ เชื่อว่าอีกฝ่ายจะถูกฆ่าได้ง่ายนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ลดความระแวดระวังลง เลย และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์ว่าการตัดสินของเด็กหนุ่มนั้นถูกต้อง
“โรเอล นี่มันแปลกๆ นะ “
“!”
โรเอลไม่ได้ตกใจมากเมื่อเขาได้ยินคําพูดของโครงกระดูกยักษ์ ดวงตาสีทองของเขาหดตัว แล้วร่างก็ทะยานไปข้างหน้า ระหว่างออก เดิน เด็กหนุ่มผมดําก็พบเช่นกันว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
ไม่มีกลิ่นเลือดเลย
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของกรันด้า แม้จะเป็นผู้มีพลังแก่นแท้ 1 อย่างเลย์ตันซึ่งขึ้นชื่อเรื่องร่างกายแข็งแกร่งก็ยังไม่สามารถรอดไปได้ อย่างไร้รอยขีดข่วน ทว่าชายชราชุดดําที่กําลังใกล้ตายนั้นไม่มีกลิ่นอาย ของเลือดที่จะออกมาเมื่อมีแผลเลย นี่คือปัญหา ใบหน้าของโรเอล จริงจังขึ้นมาเมื่อเขาค้นพบเรื่องนี้แล้วเร่งฝีเท้าขึ้น
จากการติดตามอย่างรวดเร็ว ม่านหมอกสีขาวพลิ้วผ่านดวงตาทั้ง สองข้างของโรเอลอย่างรวดเร็ว และยิ่งเขาเข้าไปใกล้ ฉากที่ไม่น่าเชื่อก็ ค่อยๆ ปรากฏในคลองจักษุของเด็กหนุ่ม และเขาก็ได้คําตอบให้กับ คําถามอายุสั้นประเด็นที่ทําไมศัตรูไม่มีกลิ่นเลือดอย่างรวดเร็ว
ทําไมแถวนี้ถึงไม่มีเลือด?
คําตอบนั้นแสนง่าย ไม่ใช่ว่าศัตรูไม่มีแผล แต่มันไม่มีเลือดเลยสัก หยดเลยต่างหาก
เขายืนทื่ออยู่กับที่ มองไปยังหน่อของต้นไม้ที่งอกออกมาจากร่างที่ ผุพังตรงหน้าเขา ผู้ร่วงหล่นที่น่าสยดสยองนี้ขยายร่างใหญ่โตขึ้นอย่าง รวดเร็ว ในที่สุดเด็กหนุ่มผมดําก็ตระหนักถึงร่างจริงของศัตรู ทว่าก่อนที่ โรเอลจะทันได้โจมตีปิดฉาก ภาพแปลกๆ ก็ดึงความสนใจของเขา แล้ว เขาก็เบิกตากว้างอย่างช่วยไม่ได้
มันคือหัวใจที่ยังเต้นอยู่ซึ่งถูกฝังอยู่ในมวลไม้!