ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 554: ความทรงจําของบรรพบุรุษ (1)
ลึกเข้าไปในม่านหมอก โรเอล แอสคาร์ดมองไปยังนักบวชชุดดําที่ กําลังคุกเข่าอยู่บนพื้นตรงหน้าเขาแล้วจมสู่ความเงียบ
ในตอนนี้ ตรงหน้าของเด็กหนุ่มผมดํา อดีตร่างของชายชราได้ เปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์ ขาทั้งสองหนาขึ้นและกลายเป็นรากที่แหลมคม ฝังลึกลงไปในดิน ร่างกายของเขาขยายไปในทุกทิศทาง ฉีกทะลุเสื้อผ้า และผิวสีบรอนซ์ของเขา มันดูไม่เหมือนกับกิ่งไม้อีกต่อไป แต่เป็นต้นไม้ ใหญ่
หลังจากเห็นสภาพปัจจุบันของอดีตมหาสาวกของลัทธิผู้ศรัทธาผู้ กอบกู้แล้ว คําถามต่างๆ ในใจของเด็กหนุ่มก็ได้รับคําตอบตามๆ กันไป ทําไมเขาจึงไม่ใช่ทั้งมนุษย์และภูตผี ทําไมเขาถึงอยู่มาได้นานขนาดนี้ คําถามเหล่านี้ได้คําตอบแล้ว
เพราะว่าที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่มนุษย์มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็น เทรนท์ต่างหาก!
ก่อนการล่มสลายของผู้กอบกู้ หนึ่งในสมญานามของเขาคือเทพ แห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งคงไม่มีผลอะไรกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ แต่สําหรับเผ่าเท รนท์ที่พึ่งพาดวงอาทิตย์ในการอยู่รอดนั้น แทบจะเป็นธรรมดาเลยที่ พวกเขาจะติดตามผู้กอบกู้เหมือนกับติดตามดวงอาทิตย์
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ชายผู้สามารถไต่ไปถึงตําแหน่งนักบวช สูงสุดของลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ได้นั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นมนุษย์ เพราะถึงอย่างไรในยุคนั้นสิ่งมีชีวิตในตํานานต่างก็ยังคงปรากฏตัวไป ทั่วโลก และมนุษย์ก็ไม่ใช่สิ่งพิเศษสลักสําคัญอะไรเลย เผ่าพันธุ์ที่ ธรรมดาสุดๆ นี้ไม่ใช่ตัวเอกแต่อย่างใดเลย และในแง่ของอายุขัยแล้ว มนุษย์นั้นไม่อาจเทียบได้กับเทรนท์ซึ่งขึ้นชื่อด้านอายุขัยได้เลย
ร่างจริงของศัตรูนั้นน่าตกใจ ทว่ามันก็ไม่ได้สร้างความ เปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ให้โรเอลได้มากนัก มันไม่ใช่การค้นพบที่ทําให้ เด็กหนุ่มแปลกใจ แต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้ากันได้กับกิ่งก้านต้นไม้ที่อยู่ ในจุดศูนย์กลางการขยายตัวของต้นไม้ต่างหาก
เครื่องในสิ่งมีชีวิต
จากขนาดและรูปร่าง นั่นเป็นหัวใจมนุษย์ไม่ผิดแน่
“อึก–!”
เสียงกรีดร้องแปลกๆ ที่ฟังเหมือนเสียงคํารามดังออกมาจากชาย ชราที่กลายเป็นต้นไม้ยักษ์ชวนให้แสบแก้วหู กิ่งก้านนับไม่ถ้วนรัดเกี่ยว กันจนหนาและแข็งแกร่งขึ้น การที่ศัตรูกําลังฟื้ นตัวและเติบโตอย่าง รวดเร็วนี้ไม่ใช่เรื่องดีสําหรับโรเอลเลย แต่เด็กหนุ่มผมดําก็ยังเพิกเฉยต่อ ชายชรา
ไม่ใช่เพราะว่าเขารังเกียจศัตรูหรือเพราะตกใจเกินไปหรอก อันที่ จริงก็คือในเวลานี้ โรเอลกําลังมีความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นในใจแบบที่ไม่ เคยเป็นมาก่อน เด็กหนุ่มผมดําผู้มีดวงตาสีทองมองไปที่จุดที่หัวใจนั้น ซ่อนอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกเชื่อมโยงกันอย่างอธิบายไม่ถูก
มันเป็นสัมผัสที่หกที่อธิบายไม่ได้ เหมือนกับเป็นความรู้สึกลวงว่ามี เส้นเชื่อมอยู่ระหว่างเขาและหัวใจที่อยู่บนต้นไม้ เด็กหนุ่มพลันคิดว่า เขาอาจถูกคาถาเวทเข้าเมื่อเขารู้สึกเช่นนั้น ทว่าข้อเท็จจริงก็พิสูจน์ว่า ร่างกายของโรเอลไม่ได้ผิดปกติอะไร และหัวใจดวงนั้นก็ถูกกิ่งก้านของ ศัตรูซ่อนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
การผสมผสานกันระหว่างต้นไม้กับเครื่องในมนุษย์นั้นแปลกอย่าง ไม่ต้องสงสัย ไม่รวมความเชื่อมโยงแปลกๆ ที่โรเอลสัมผัสถึง มองไปที่ ต้นไม้ปีศาจที่น่าขนหัวลุกนี้แล้ว เด็กหนุ่มผมดําก็ปลดปล่อยพลังเวท อย่างรวดเร็วพลางใช้ความคิด แล้วเขาก็นึกถึงบางสิ่งได้
“อย่างนี้นี่เอง นายแสร้งเป็นมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนเพราะหัวใจ ดวงนั้น”
โรเอลพูดกับตนเองแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือร่าง มนุษย์ของเทรนท์ก่อนที่จะกลายเป็นต้นไม้ การปลอมตัวที่ทําให้โรเอล ไม่แม้แต่จะเอะใจนั้นเกิดขึ้นได้เพราะชิ้นส่วนมนุษย์นี้
เทรนท์นั้นขยับตัวได้ยากลําบาก พวกมันตัวสูง ต้องบอกว่านี่คือ สามัญสํานึกได้เลย แต่ว่าในหุบเขาสูงของเขตการปกครองแอสคาร์ด เทรนท์ที่เคยเป็นสมาชิกของสมัชชานักปราชญ์พลบค�าได้เคยบอกไว้ว่า เทรนท์ที่ร่วงหล่นบางตนในอดีตกาลสามารถใช้คาถาเวทพิเศษบทหนึ่ง เพื่อเดินอย่างอิสระบนโลก
เทรนท์ขี้เมาไม่ได้อธิบายข้อมูลลอยๆ นี้อย่างละเอียดในครั้งนั้น และเขาก็คงไม่ได้คาดคิดว่าวันหนึ่งโรเอลจะได้พบกับคาถาเวทพิเศษ บทนั้นที่พวกเทรนท์ที่ร่วงหล่นใช้กับตาตนเองด้วย ทว่าสําหรับมนตร์ โบราณนี้จะส่งผลกระทบกับปัจจุบันอย่างไร ไม่ได้สําคัญต่อโรเอล ถ้า เทียบกับมนตร์น่ารังเกียจนี้ เขากลับเป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่า
นั่นก็คือ หัวใจดวงนี้มาจากไหน
มองไปที่เทรนท์ที่กําลังจะขยายตัวเต็มที่ตรงหน้าเขา เด็กหนุ่มผม ดําก็ขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาขุ่นมัว เมื่อนําความแปลกที่หลายอย่างมา รวมกันแล้ว โรเอลก็ตัดสินเบื้องต้นได้ นั่นก็คือ มนุษย์ที่ถูกสังเวยให้กับ เทรนท์ หัวใจดวงนั้นน่าจะมาจากตระกูลอาร์เด้
นี่ไม่ใช่การสันนิษฐานลอยๆ แต่เป็นความจริงที่พบหลังเรียบเรียง เบาะแสต่างๆ แล้ว
ในเหตุการณ์นี้ ลิเลียนและโรเอลปะทะกับเทรนท์ที่ร่วงหล่นหลาย ครั้ง แต่ไม่ว่าครั้งไหนศัตรูก็ไม่เคยใช้คาถาเวทที่รุนแรงถึงตายแบบที่ใช้ กับคนอื่นใส่เขาเลย ลิเลียนเคยพูดว่ามันเกี่ยวกับสายเลือดมีความ ต้านทาน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้โรเอลจะเกรงว่ามันเป็นไปเพราะความ เป็นไปได้อื่นมากกว่า
นั่นก็คือ ความสามารถนั้นมันเกิดขึ้นกับคุณสมบัติสายเลือดราชันย์ และเป็นความสามารถที่หลงเหลืออยู่ของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติที่เป็น ที่มาของหัวใจดวงนั้น
โรเอลและลิเลียนไม่ได้มีความต้านทานหรือไม่ได้ถูกโจมตีแต่อย่าง ใด แต่เพราะว่าสายเลือดของทั้งคู่มาจากตระกูลเดียวกัน การโจมตีจึงไร้ ผล เหมือนเช่นที่เจ้าของคาถาเวทนั้นใช้มันทําร้ายตนเองไม่ได้ต่างหาก
คิดมาถึงเรื่องนี้ สีหน้าของโรเอลก็หนักอึ้ง และความรู้สึกดีอย่างน่า แปลกที่มาจากในต้นไม้นั้นก็ทําให้หัวใจของเขารู้สึกลึกซึ้ง ซึ่งทําให้โรเอ ลยิ่งแน่ใจและโกรธอย่างยิ่ง
เมื่อสังหารบรรพบุรุษของเขาที่มาจากตระกูลอาร์เด้แล้วก็ใช้ ชิ้นส่วนของเขาเป็นวัตถุดิบเวทมนตร์ ความเกลียดชังที่หยั่งรากลึกนับ สหัสวรรษนี้ก็ยังคงทําให้โรเอลทึ่งไม่เปลี่ยน
โรเอลรับได้ถึงการตายของบรรพชน แต่เขาทนไม่ได้ที่ซากศพของ พวกเขาถูกลบหลู่ เมื่อนึกถึงการปฏิบัติต่อบรรพบุรุษของเขาอย่างเช่น แอสตริดผู้ปกป้องมนุษยชาติมาชั่วชีวิตหลังจากที่เธอตายลงแล้ว เด็ก หนุ่มก็ยั้งโทสะไว้ไม่ได้
“อึก–!”
เบื้องหน้าโรเอล เทรนท์ยักษ์ก็ส่งเสียงคํารามอีกครั้งหลังจาก เปลี่ยนร่าง ครั้งนี้มีความบ้าคลั่งและจิตฆ่าฟันในน�าเสียง หลังจาก ร่างกายของเขาคืนสู่ร่างจริงได้ แสนยานุภาพของเทรนท์ยักษ์ผู้อยู่มา แต่โบราณก็ได้ถูกแสดงออกมา ม่านแสงชั้นแล้วชั้นเล่าเข้าปกคลุมร่าง ของสัตว์ประหลาดยักษ์ ทุกอย่างรอบๆ เองก็ดูจะเปลี่ยนไปอย่างมาก
พื้นที่รอบๆ ต้นไม้ยักษ์นั้นแห้งเหือดลงอย่างรวดเร็วราวกับถูกมัน แย่งชิงพลังชีวิตไป สิ่งปลูกสร้างถล่มกลายเป็นเศษ ต้นไม้ดอกไม้เหี่ยว เฉาไปต่อหน้าอย่างรวดเร็ว พื้นที่กลายเป็นสีเทาและขยายวงอย่าง ต่อเนื่อง
สายลมแห้งๆ พัดผ่านหน้าเขา เส้นผมยาวสีดําของโรเอลปลิวไสว ไปด้านหลัง เด็กหนุ่มเหมือนจะเห็นภาพหลอนของความตายในสายลม นั้น
จริงอยู่ที่เทรนท์นั้นสื่อถึงพลังชีวิต แต่กลิ่นอายของความตายบน ร่างกายของเขานั้นแรงกล้าเสียจนน่าสะอิดสะเอียน เทรนท์ในลักษณะ นี้แสดงให้เห็นถึงความอัปลักษณ์ของผู้ร่วงหล่นอย่างชัดเจนที่สุด และ ภายใต้คําสั่งของอีกฝ่าย พื้นที่สีเทาที่กลืนกินทุกอย่างก็เผยคมเขี้ยวแล้ว ขยายวงไปทางเด็กหนุ่มผมดําอย่างรวดเร็ว
มันแค่คาดไม่ถึงที่แม้จะเผชิญหน้ากับกลิ่นอายความตายที่เข้มข้น แต่เด็กหนุ่มผมดําก็ไม่ได้หนีไป เขายืนนิ่งกับที่แล้วมองผู้ร่วงหล่นอัน โสมมอย่างใจเย็น เหมือนกับผู้เฝ้ามองระฆังบอกการประหารที่กําลังจะ ดังขึ้น ราวกับดาบที่ปักแน่นกับพื้น
และในอึดใจต่อมา โลกก็เปลี่ยนไป
“ตู้ม–!”
ในอึดใจก่อนที่เขตพื้นที่สีเทากําลังจะแตะต้องโรเอลราวกับรากไม้ นั้น เสียงกัมปนาทราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตาม ด้วยแสงเจิดจ้าที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงหน้าของเด็กหนุ่มผมสีดํานั้น เปลว เพลิงนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน กลืนกินร่างยักษ์ของเทรนท์ไปจน สิ้น
บทที่ 555: ความทรงจําของบรรพบุรุษ (2)
เปลวไฟและลาวาจากพื้นนั้นควบแน่นจนถึงขีดสุดและเปลี่ยนเป็น ลําแสงร้อนจัดหายลับไปในหมู่เมฆ ยกพื้นทั้งบริเวณขึ้นไปสู่ฟ้า เม็ด กรวดทรายและดินต่างก็ถูกหลอมเหลว และร่างกายของเทรนท์ยักษ์ก็ ถูกฉีกกระชากออกจากกันด้วยเสียงอันกึกก้อง ทว่าทุกอย่างก็ยังไม่จบ
“ตู้ม–!”
ในเสียงกัมปนาทจากพื้น อสรพิษแห่งผืนปฐพีที่อาบไปด้วยแม็กม่า ก็โผล่ขึ้นมาจากดินแล้วพุ่งเข้าใกล้เสียงโหยหวนพิลึกของเทรนท์ผู้ร่วง หล่นมานับพันๆ ปีอย่างรวดเร็ว และเผชิญหน้ากับคนบาปผู้ร่วงหล่นมา นับสหัสวรรษแล้ว มารดาแห่งผืนปฐพีก็พลันอ้าปากกว้างแล้วชําระล้าง ชีวิตอันบาปหนาของเขาให้ถึงจุดจบ
ปากกว้างนั้นงับเข้าที่ส่วนเอว แล้วก็ปะทุจนเกิดเป็นไฟที่ลุกโหม แล้วร่างของเทรนท์ที่ร่วงหล่นก็ดิ้นรนอย่างรุนแรง ทว่าต่อหน้าอสรพิษ แห่งผืนปฐพีแล้วมันช่างไร้ความหมาย ร่างของเทรนท์ที่ร่วงหล่นก็มอด ไหม้โดยสมบูรณ์ เสียงกรีดร้องที่ปนไปด้วยเสียงปะทุของต้นไม้ที่ไหม้ เกรียมดังสะท้อนในหูของโรเอล ประสานกันราวกับบทเพลงอําลาแก่ คนบาป
แสงของเพลิงที่ลุกโชติช่วงนั้นทําให้หมอกในละแวกใกล้เคียงสลาย ไป และเสียงของพื้นที่สั่นสะเทือนก็ดังก้องไปทั่วหุบเขา แล้วเทรนท์ที่ ถูกเผาไหม้นั้นก็เหมือนกับคบไฟที่ถูกชูสูง แสดงผลของกรรมชั่วให้คน ชั่วทั่วโลกได้เห็น
“[นักสะสม] นายมองอยู่หรือเปล่า?”
มองไปที่แสงไฟเจิดจ้าบนฟ้า เด็กหนุ่มผมดําก็พูดขึ้นเบาๆ ขณะ สัมผัสถึงสายตาที่จับจ้องมา เสียงของเขาไร้อารมณ์
“แต่แรก ฉันนึกว่านายซึ่งต่อสู้กับตระกูลอาร์เด้อย่างน้อยก็จะมี ภาพลักษณ์เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่ว่านายจะ ตกแต่งมันยังไง ขยะก็ยังคงส่งกลิ่นเหมือนเดิม”
“เป้าหมายของนายตอนนี้คือรุ่นพี่ แต่น่าเสียดายที่แผนของนาย ถูกฉันขัดขวาง แต่ว่าแค่มนุษย์ผักเน่าๆ นี่รองรับความโกรธของฉันได้ไม่ หมดหรอกนะ”
“ครั้งหน้าจะเป็นนาย!”
หลังจากพูดเบาๆ เด็กหนุ่มผมดําก็จมกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง และ หลังจากเสียงของโรเอลส่งออกไป ดวงตาของ [นักสะสม] ก็หายไป อย่างช้าๆ จากมุมมืด
ตั้งแต่ต้นจนจบ โรเอลไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ศัตรูที่อยู่อีกฟากก็ ไม่ได้ตอบอะไร เพราะชายที่อยู่ห่างออกไปทราบดีว่าเด็กหนุ่มผมดํา เป็นเพียงตัวล่อเท่านั้น จากที่เขาจับตาดูพื้นที่รอบข้างไว้ ตราบใดที่เขา บุ่มบ่ามทําอะไรขึ้นมา ราชินีแม่มดคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่
ในขณะเดียวกัน มันก็ชัดเจนว่าการรับมือสมาชิกตระกูลแอสคาร์ ดถึงสองคนอย่างโรเอลและลิเลียนพร้อมๆ กันไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย แต่ หลังจากที่ [นักสะสม] ได้เลือกที่จะถอนตัวและหายไปจากอาณาเขต การรับรู้ของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว ร่างของราชินีแม่มดก็ค่อยๆ ปรากฏ ขึ้นข้างๆ โรเอล
“ไม่หลงกลนะ เป็นผู้ชายที่ฉลาด”
“อืม”
แม่มดผมขาวกล่าวพลางขมวดคิ้ว โรเอลตอบกลับอย่างใจเย็น เพราะตระหนักดีว่าการต่อสู้คงไม่เกิดขึ้นแน่ อสรพิษสีทองบนฟ้าเองก็ ปล่อยกรามของเธอแล้วปล่อยให้เทรนท์ยักษ์ที่กําลังลุกไหม้ตกลงบน พื้นด้วยเสียงอันดัง
หมอกขาวที่พรางสายตาอยู่ได้สลายไปกับสายลมหลังการตายของ เทรนท์ผู้ร่วงหล่น และสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ชายแดนจักรวรรดิออสทีนก็จบลงเสียที
———————————-
ในหมู่บ้านซึ่งกลายเป็นซากปรักหักพัง เด็กหนุ่มผมดํามองเทรนท์ ยักษ์ที่กําลังลุกไหม้ตรงหน้าเขาเงียบๆ ในขณะที่ด้านหลังของเขา ลิ เลียนซึ่งอยู่ท่ามกลางการอารักขาของทหารม้านับพันก็ได้มาถึงอย่าง เงียบๆ
หลังจาก [เนตรแห่งพอร์ทัส] ถูกผนึกโดยสัมผัสแห่งธารน�าแข็งของ โรเอล วิญญาณเพลิงนับไม่ถ้วนนั้นก็หายไป สถานการณ์ในฝั่ งลิเลียน ปลอดโปร่งในทันที และเด็กสาวผู้ที่เป็นห่วงความปลอดภัยของโรเอ ลจึงรวบรวมกองทัพออกมาช่วย แต่เด็กสาวก็ต้องประหลาดใจที่ สถานการณ์การรบของเด็กหนุ่มนั้นดูจะจบไปก่อนแล้ว
ขณะกวาดผ่านสิ่งรอบข้างราวกับแผ่นดินไถล เด็กสาวผมดําก็มา อยู่เบื้องหลังของโรเอลท่ามกลางการอารักขาของกองทหารม้า ทว่าบาง สิ่งที่แปลกไปทําให้เธอมองไปที่เด็กหนุ่มหน้ากองไฟ เขาไม่มีปฏิกิริยา กับการมาของเธอ
ลิเลียนผู้รู้สึกว่าโรเอลมีบางอย่างผิดปกตินั้นใช้ความคิดแล้วเดิน เข้าหาโรเอลอย่างเงียบเชียบ แล้วถามขึ้นขณะพยายามทําให้แน่ใจ เกี่ยวกับสถานะของโรเอล
“โรเอล… เธอโอเคไหม?”
“รุ่นพี่… ขอโทษนะ ผมแค่ใจลอยไปเรื่อย ผมปลอดภัยดี รุ่นพี่ล่ะ?”
“ฉันสบายดี ที่จริงแล้วฉันก็เป็นตัวล่อ แม้ว่าพวกวิญญาณเพลิงจะ แข็งแกร่ง แต่พวกมันร่วมมือกันไม่เป็น มันจึงไม่ได้สร้างปัญหาอะไร แต่ ฉันไม่คิดเลยว่าศึกทางฝั่ งของเธอจะจบไวแบบนี้”
“โชคดีน่ะ พอดีร่างจริงของอดีตสาวกผู้กอบกู้นั่นเสียเปรียบต่อ เทพธิดาแห่งดินฝั่ งเราสุดๆ เลย”
เด็กหนุ่มผมดําชี้ไปทางเปลวเพลิงที่เหมือนกับดอกบัวสีแดง ตรงหน้าแล้วกระซิบ ลิเลียนอดพยักหน้าไม่ได้
“เหมือนกับว่าเทรนท์จะเทียบอะไรกับอานุภาพของเปตราไม่ได้ เลย อีกอย่างนึง หลังจากใช้คาถาเวทแปลกๆ แล้ว หัวใจนั่น…”
“…”
เมื่อนึกถึงท่าทางของโรเอลเมื่อครู่ คิ้วเรียวของลิเลียนก็ต้องขมวด หากัน ความโกรธและโศกเศร้าก็ปรากฏบนใบหน้าที่ต้องแสงไฟของเธอ
ถ้าสันนิษฐานเด็กหนุ่มถูกต้อง นั่นหมายถึงสิ่งที่หลงเหลือของ บรรพบุรุษของทั้งสองที่ถูกพวกสาวกแห่งผู้กอบกู้สังหารไปนั้นถูกใช้ เป็นสื่อเวทมนตร์มานานกว่าสหัสวรรษ
ลบหลู่เหล่าบรรพชน นี่เป็นความแค้นไม่ว่าจะสําหรับตระกูลใด แม้ว่าตระกูลอาร์เด้จะไม่มีอยู่แล้ว และนามสกุลของโรเอลกับลิเลียนก็ ต่างออกไป แต่เรื่องนี้ก็ยังทําให้ทั้งสองรังเกียจอย่างสุดใจ
เมื่อชําเลืองสลับระหว่างซากที่ยังลุกไหม้ของศัตรูกับสีหน้าหนักอึ้ง ของเด็กหนุ่มใกล้ๆ เธอ ลิเลียนจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าเป็นกังวล เด็กสาวยื่นมือไปกุมฝ่ามือของโรเอลไว้ และหลังจากคิดชั่วครู่เธอก็พูด โน้มน้าวเบาๆ
“โรเอล ถึงเรื่องนี้จะไม่น่าสบายใจ แต่เธอก็ถือว่าล้างแค้นให้บรรพ บุรุษแล้ว อย่ามองมันเลยนะ”
เด็กสาวพูดพลางยกมือขึ้นลูบไปบนแก้มของโรเอล ไม่อยากให้เด็ก หนุ่มต้องมาเห็นสิ่งอัปลักษณ์ที่โหดร้ายนี้ แต่โรเอลนั้นส่ายหน้าหลังนิ่ง ไปเล็กน้อย
“ไม่ล่ะ รุ่นพี่ ถึงมันจะเศร้าหน่อยๆ จริงๆ แต่ผมไม่ถึงกับเสียใจ หรอก การต่อสู้กับผู้ร่วงหล่นพวกนี้เป็นความต้องการของบรรพบุรุษที่ ตายไประหว่างการรบ แต่มันน่าเสียดายที่จริงๆ แล้ว ผมกําลังรอให้ร่าง ของมันมอดไหม้แล้วนําหัวใจของบรรพบุรุษท่านนี้ออกมาน่ะ”
“หือ? เอามันออกมา? จากไฟนี้น่ะเหรอ?”
“รุ่นพี่ลืมแล้วเหรอ? คาถาเวทของท่านบรรพบุรุษนี้ไม่มีผลกับเรา ดังนั้นในอีกแง่ก็คือ คาถาเวทที่เราใช้จากสายเลือดของเขาก็จะไม่ กระทบอะไรท่านเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”
“อา อย่างนี้นี่เอง”
เด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงพยักหน้าหลังฟังคําพูดของโรเอล ทั้งคู่ มองซากของเทรนท์ค่อยๆ สลายเป็นเถ้าถ่านในเปลวไฟ หลังจากที่ไฟ อ่อนกําลังลงเล็กน้อย ร่างจําแลงอสรพิษทองคําของเปตราก็เลื้อยเข้า ไปในกองเถ้าอีกครั้ง
การค้นหาได้ผลลัพธ์ในเวลาไม่นาน ภายใต้สายตาเป็นกังวล เล็กน้อยของเด็กสาว อสรพิษทองคําก็นําหัวใจที่ยังแดงสดที่โรเอลเคย เห็นออกมาจากในกองไฟ
หัวใจที่เลอะลาวายังคงเต้นตุบอย่างน่าประหลาดในตอนนี้ หยด ลาวาลงบนพื้นเกิดเสียงฟู่ ทว่าแม้จะอยู่ภายใต้อุณหภูมิสูงขนาดนี้ แต่ อวัยวะที่อยู่มานับสหัสวรรษนี้ก็ยังไร้รอยขีดข่วน
เด็กหนุ่มผู้เปลี่ยนการคาดการณ์เป็นความจริงมองไปที่หัวใจ ตรงหน้าแล้วเงียบไปสักพัก ลิเลียนที่อยู่ข้างๆ เขาไม่รู้จะพูดอะไร หลัง ความเงียบดําเนินไปสักพัก โรเอลก็ยื่นมือของเขาออกไป
การที่ทั้งสองหาหัวใจที่ยังหลงเหลือในเถ้าถ่านนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ เพื่อเอามาดูเฉยๆ ที่จริงแล้วนอกเหนือจากที่ต้องการนํามันกลับไปที่ เขตแดนบรรพชนในเขตการปกครองแอสคาร์ดเพื่อทําพิธีฝังให้ เรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มผมดํายังมีอีกจุดประสงค์นั่นก็คือช่วยคน
แม้ว่าศึกจะจบแล้ว แต่พอลกับคนอื่นๆ ยังคงหายสาบสูญ และมัน มีความเป็นไปได้เดียวนั่นคือคาถาเวทที่ทําให้พวกเขาหายตัวไปยังไม่ได้ คลายลง ในตอนนี้ซึ่งทุกเบาะแสชี้ไปที่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยังเหลืออยู่นี้ โร เอลจึงปฏิบัติกับมันชุ่ยๆ ไม่ได้
เมื่อมองไปที่หัวใจที่ยังคงเต้นอยู่และแผ่ความอุ่นออกมาจางๆ ต่าง หน้า เด็กหนุ่มผมดําก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาไม่ได้ เปลี่ยนไป และเขาก็ยังยืนกรานที่จะแตะต้องมัน ในพริบตาที่มือของโร เอลรับหัวใจดวงนั้นมาถือ เศษเสี้ยวความทรงจํานับไม่ถ้วนของคนอื่นๆ ก็ไหลทะลักเข้ามากลบสติของเด็กหนุ่มราวกับคลื่น
“นี่มัน!”
“โรเอล เธอเป็นอะไรไป?”
ในชั่วขณะสั้นๆ นี้เอง สมองของโรเอลกลายเป็นสีขาวโพลน หลังจากเห็นอะไรต่อมิอะไรมาเยอะ และเขาก็ทําอะไรไม่ได้นอกจากกุม ขมับที่เต้นตุบและร่างกายที่สั่นเทา เห็นเช่นนั้นเด็กสาวผมดําผู้มีตาสี
ม่วงก็ตะลึงไปแล้วรีบเข้าไปประคองดูอาการเขา คาถาเวทป้องกันถูก ร่ายขึ้นทันที
“[ป้อมปราการสิบทิศ]”
ด้วยน�าเสียงร้อนรนและเป็นกังวล ลิเลียนจึงสร้างกําแพงที่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้ารอบๆ ตัวพวกเธอ ในขณะที่เหล่าทหารกล้า และกองอัศวินที่ล้อมทั้งสองอยู่จัดทัพป้องกันขึ้น
แม้ว่าศัตรูจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตา แต่ลิเลียนจะไม่ ล้อเล่นกับความปลอดภัยของโรเอล ดังนั้นในเมืองร้างนี้ เด็กหนุ่มและ เด็กสาวกอดกันอยู่นาน เมื่อม่านหมอกนั้นกําลังจะหายไป เด็กหนุ่มผู้ พึ่งพาลิเลียนอยู่ก็ลืมตาสีทองของเขาขึ้นในที่สุด
“โรเอล เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เมื่อกี้มันอะไรกัน…”
“ผมไม่เป็นอะไร ผมแค่เห็นอะไรเยอะเลย”
เด็กหนุ่มยิ้มแห้งๆ แล้วตอบเด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงไปเช่นนั้น จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วกระซิบบอกทุกสิ่งที่เขาเห็น