ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 461 การนองเลือดฉับพลัน
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 461 การนองเลือดฉับพลัน
หมีซาประหลาดใจเหลือล้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
คนพวกนี้คือยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกเขากำลังทำอะไรอยู่ ทุกคนพากันนั่งเข้ามุม มือถือชิ้นขนมปังแผ่นกับชามซุปและกินกันอย่างเอิกเกริก
เกียรติศักดิ์ศรีของทุกคนอยู่แห่งหนใดกัน
ความภาคภูมิของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์หายไปไหนแล้ว พวกเจ้ากำลังเคี้ยวอาหารส่งเสียงหนวกหู… ช่วยทะนงตนสักเล็กน้อยจะได้ไหม
แม้ว่าจะตกตะลึงกับภาพที่เห็น แต่อำนาจจิตของบุรุษกายาโลหิตก็ทำให้จิตสังหารของหมีซาพวยพุ่งขึ้น โซ่สามเส้นบนหลังสะบัดรุนแรง
คนพวกนี้ต้องตาย!
จิตสังหารที่ส่งผลกับจิตใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง มันควบแน่นอยู่ในรูม่านตาของเขา ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างดูน่าพรั่นพรึงยิ่ง
หนานกงเสวียนเฮ่อไม่ได้กินเหมือนคนอื่นเขาเพราะไม่กล้าสู้หน้าใคร แถมเขามีเรื่องขัดแย้งมากมายกับปู้ฟาง เคยพยายามเอาชีวิตอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แล้วจะมีหน้าไปกินสตูว์เนื้อแกะในกระทะ ได้อย่างไร
กระนั้นกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปก็ทำให้เขาน้ำลายสอไม่หยุด
ระหว่างที่คนอื่นนั่งกินอยู่กับพื้น หนานกงเสวียนเฮ่อก็ยืนหัวโด่เหมือนเสาธง การกระทำของเขาโดดเด่นยิ่งนัก และเขาพบว่ามันค่อนข้างน่าอับอายทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ดวงตาของชายชราจึงเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหมีซา ใบหน้าแน่นตึงด้วยความตื่นเต้น
“ท่านหมีซา เราพบกันจนได้”
หนานกงเสวียนเฮ่อเหมือนไม่ได้สังเกตสภาพของหมีซา เขาวิ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างอบอุ่น
ในที่สุดเขาก็พบคนรู้จักซึ่งเป็นพันธมิตรกัน
หมีซามองหนานกงเสวียนเฮ่อที่หน้าชื่นตาบานอย่างไม่แยแส เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหนานกงเสวียนเฮ่อพุ่งเข้าหา
เจ้านี่สมองทึบหรือเปล่า ข้าหมีซามาเพื่อเข่นฆ่า ไม่ใช่มาสนทนาด้วย
ปัง!!
หมีซาสะบัดฝ่ามืออย่างไร้ความปรานีใส่หนานกงเสวียนเฮ่อที่เข้ามาประชิดตัว โซ่ตรวนสามเส้นกวัดแกว่งรุนแรง พลังปราณเที่ยงแท้พุ่งออกมาแล้วกลายเป็นฝ่ามือยักษ์สีเลือดเตรียมฟาดหนานกง งเสวียนเฮ่อ
ชั่วพริบตานั้นเอง สีหน้าแช่มชื่นของหนานกงเสวียนเฮ่อที่พุ่งเข้ามาใกล้ก็หายไป
“ท่านคิดจะฆ่าข้ารึ”
สีหน้าของหนานกงเสวียนเฮ่อเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของฝ่ามือสีเลือด เขาแผดเสียงออกมา หยุดการเคลื่อนไหว จากนั้นก็พยายามหลบการโจมตี
ตู้ม!
อย่างไรก็ดีหนานกงเสวียนเฮ่ออาจรู้ตัวช้าไป หรือไม่การโจมตีของหมีซาก็รวดเร็วเกินไป ถึงชายชราจะพยายามหลบหลีกแล้ว เขาก็ยังถูกฝ่ามือสีเลือดซัดเข้าไปครึ่งตัว
หนานกงเสวียนเฮ่อกระอักเลือดออกมาไม่หยุด หมอกสีเลือดไหลออกจากตัวเขาอย่างรวดเร็ว และเมื่อมันหยุดไหล ตัวของเขาก็ทะยานขึ้นฟ้าแล้วไปตกในจุดที่ไกลออกไปเหมือนก้อนเนื้อเน่าๆ ๆ ก้อนหนึ่ง
ดวงตาของหมีซาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร เขากวาดตามองยอดฝีมือทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
เขามาเพื่อเข่นฆ่าอย่างแท้จริง
ครืน!
เหล่าอสูรมากเกินจะนับไหวที่เกิดจากหินหนืดคืบคลานออกมาด้านหลังของหมีซา พวกมันมีจำนวนมหาศาล แถมยังมีพลังร้ายกาจยิ่ง
ดูเหมือนไม่มีอสูรสักตัวที่มีปราณต่ำกว่าขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
ซวบ!
เหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์พากันหวาดกลัวพวกอสูร พวกเขาวางชามสตูว์เนื้อแกะลง เช็ดปากแล้วลุกขึ้นยืนอย่างขึงขัง
ปู้ฟางเรียกกระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกมาอีกครั้งแล้วมองหมีซาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ร่างกายของหมีซาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร มันเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ
คนคนนี้ไม่ประสงค์ดีแน่นอน
“หมีซาจากเมืองโบราณอสุรา เจ้าต้องการอะไร คิดรวมหัวกับสัตว์ประหลาดบนเกาะเพื่อเล่นงานพวกเรารึ” เยี่ยเฉิงจากสำนักมหาพิภพถามอย่างเย็นชาแล้วชักกระบี่ศิลาออกมาจากหลัง แม้ว่ากระ ะบี่ศิลาจะไม่มีคมแต่พลังรัศมีของมันก็อันตรายอย่างยิ่งยวด
เยี่ยเฉิงจากสำนักมหาพิภพคือหนึ่งในสิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์ พลังปราณของเขาแข็งแกร่งมาก
เหล่ายอดฝีมือจากสำนักหุ่นเชิดมองหมีซาด้วยแววตาขึงขังก่อนวางหีบบนหลังลง หลังจากนั้นพลังรัศมีสีดำมืดก็แผ่ออกมาจากตัวของพวกเขาพร้อมเสียงดังกึกก้อง ร่างสองร่างพุ่งออกมาจาก กหีบแล้วแผดเสียงคำรามราวกับเป็นอสุรกาย
พวกมันคือหุ่นเชิดของสำนักหุ่นเชิด เหล่ายอดฝีมือจากสำนักหุ่นเชิดใช้ซากศพของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มาหลอมเป็นหุ่นเชิดซากมนุษย์ พวกมันมีรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเดาสีห หน้าไม่ออก ในปากเต็มไปด้วยเขี้ยวและมีรัศมีสีดำแผ่ออกมา
หวือ! หวือ! หวือ!
หุ่นเชิดซากมนุษย์ที่ฉุนเฉียวพุ่งแหวกอากาศเข้าโจมตีหมีซา
พวกมันโมโหร้าย ดุดันและชอบการเข่นฆ่า
หมีซายิ้มเย็นชาใส่หุ่นเชิดซากมนุษย์ที่บุกเข้ามา เขาใช้ปลายเท้าแตะอากาศแล้วหายวับไปทันทีราวกับเป็นปีศาจ
ในชั่วพริบตา ชายหนุ่มก็มาโผล่ตรงหน้าหนึ่งในสองหุ่นเชิดซากมนุษย์
ปัง!
หมีซาซัดหมัดใส่หุ่นเชิดซากมนุษย์รูปร่างเก้งก้างปลิวไปทันที มันลอยไปกระแทกกับเนินเขา
หมีซาที่เกรี้ยวกราดไม่ต่างอะไรจากอสุรกายป่าเถื่อนในร่างมนุษย์ ทุกครั้งที่เขาลงมือรุนแรงดุร้ายและไม่มีใครหยุดยั้งได้
หมีซาคือยอดฝีมือที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้แล้วสามชิ้น แทบไม่มียอดฝีมือตรงหน้าคนใดที่ต่อกรกับเขาได้ แม้แต่เซียวจ่างอวิ้นจากสำนักพลับพลาวายุและอสนีและพรรคพวกก็เอาชน นะเขาไม่ได้
อสูรหินหนืดจำนวนมากพุ่งเข้าหาเหล่ายอดฝีมือแล้วเริ่มโจมตี
หมีซาและเหล่าอสูรร้ายปรากฏตัวกะทันหันจนยอดฝีมือบางคนได้แต่ตกตะลึงเพราะตั้งตัวไม่ทัน พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤติเช่นนี้หลังจากถ่อมาไกลเพื่อแสวงโชค
ปู้ฟางหลบหลีกอย่างว่องไวและสังเกตสิ่งรอบตัวอย่างจริงจัง ครั้งนี้เขาไม่ใช้กระทะกลุ่มดาวเต่าดำแต่เลือกมีดทำครัวสีทองเล่มใหญ่ มีดทำครัวกระดูกมังกรทองนั่นเอง
อสูรหินหนืดตัวหนึ่งเล็งปู้ฟางแล้วพุ่งเข้าใส่ แต่ชายหนุ่มไม่คิดให้เจ้ากุ้งหรือเจ้าขาวช่วย เขายกมีดทำครัวขึ้นแล้วฟาดใส่อสูรตัวนั้น
ปู้ฟางอยากใช้โอกาสนี้ทดสอบทักษะมีดสิบสามมหากาฬ…
การต่อสู้ดุเดือดและรุนแรง หลังจากนั้นไม่นาน ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งก็โดนสังหาร เขาถูกอสูรหินหนืดฉีกเป็นชิ้นๆ เลือดกระจายนองพื้นไปทั่วก่อนจะถูกพื้นดินดูดซับไปเง งียบๆ
อสูรหินหนืดบางตัวก็แตกสลายไปเพราะเหล่ายอดฝีมือทั้งหลาย พวกมันกลายเป็นเศษหินร่วงเกลื่อนพื้น แต่จำนวนอสูรมีมหาศาล การสูญเสียเพียงเท่านี้ไม่ส่งผลแต่อย่างใด
เหล่ายอดฝีมือกำลังตกอยู่ในภาวะคับขัน ไม่มีใครคาดคิดว่าเกาะที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสและสงบสุข ซึ่งดูไม่มีพิษมีภัยจะกลายเป็นนรกในชั่วพริบตา ทุกคนกำลังเข้าตาจน
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มากมายล้มตาย และเลือดของพวกเขาถูกดูดซึมไปที่ไหนสักแห่ง
มียอดฝีมือบางคนสังเกตเห็น พวกเขาตกใจสุดขีด แผดเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไม่อยากตาย!
บางคนพยายามหนีออกจากเกาะ หากต้องเลือกระหว่างรักษาชีวิตกับเสี่ยงเพื่อโชคลาภ พวกเขาย่อมเลือกเอาชีวิตรอดอย่างแน่นอน
การเสี่ยงโชคจะมีประโยชน์อันใดหากไร้ซึ่งชีวิตที่จะสนุกกับมัน
“คิดจะหนีรึ”
หมีซาหัวเราะเย็นชา พลังปราณเที่ยงแท้ของเขาก่อตัวเป็นหอกสีเลือดในมือ ปลายหอกแหลมคมอย่างที่สุด
หมีซาขว้างหอกด้วยเสียงดังกึกก้อง หอกนั้นเร็วมากเสียจนฉีกอากาศเป็นริ้วได้
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังหนีส่งเสียงหวีดร้องอย่างน่าสมเพช ทันทีที่หอกทะลุร่างของเขาพร้อมเสียงดัง “ฉึก”ร่างของเขาก็ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด มันไม่ได้กระจัดกระจายบ บนพื้น แต่เหมือนถูกพลังงานไร้รูปแบบคว้าไว้ ก่อนจะบังคับให้ลอยไปที่ใจกลางของเกาะ
เมื่อยอดฝีมือบางรายเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็คลุ้มคลั่งไป มีอสุรกายดูดเลือดที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนตัวอยู่ใต้เกาะนี้ ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออสุรกายชนิดใด ความไม่รู้คือสิ่งที่น่ากลัวที สุดเสมอ
เหล่าอสูรหินหนืดคำรามแล้วเริ่มพ่นหินสีแดงที่ลุกเป็นไฟออกมาจากปากไม่หยุด
หินไฟที่มากเกินจะนับไหวถูกยิงไปในอากาศ ไม่เหลือช่องว่างให้เหล่ายอดฝีมือได้หลบลี้ พวกมันกระแทกใส่ยอดฝีมือหลายต่อหลายคน
โครม!
เกิดระเบิดหลายครั้งที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ว หมอกเลือดเริ่มก่อตัวมากขึ้น หมอกเลือดหนาแน่นปกคลุมเกาะอยู่พักหนึ่งก่อนจะโดนบางอย่างดูดกลืนไป ผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์เกือบทั้งหมดบนเกาะอาหารเลิศรสเสียชีวิตในเวลาอันสั้น เหลือเพียงผู้ที่มีขั้นปราณสูงส่งเท่านั้น แต่สภาพของพวกเขาก็ค่อนข้างน่าอนาถ ดูทุเรศทุรังเหล ลือใจ
เป็นครั้งแรกที่เยี่ยเฉิงจากสำนักมหาพิภพต้องเจอสภาพน่าขมขื่นเช่นนี้ เลือดของเขาไหลอาบไปทั่วตัว มือที่กำกระบี่ศิลาสั่นเทิ้ม
เซียวจ่างอวิ้นไม่เหลือความสำรวยและสง่างามอีกต่อไป สีหน้าของเขาซีดเหมือนคนตายขณะหอบหายใจรุนแรง
บริเวณรอบๆ สองยอดฝีมือจากสำนักหุ่นเชิดระเกะระกะไปด้วยเศษโลหะ มันคือชิ้นส่วนจากหุ่นเชิดของพวกเขา หุ่นเชิดแทบทุกตัวย่อยยับในการต่อสู้ มีหุ่นเชิดซากมนุษย์เพียงตัวเดียวที่เหล ลือรอด ขนาดหุ่นเชิดซากมนุษย์ยังมีสภาพน่าเวทนา พวกมันพังยับเยิน เหลือเพียงครึ่งตัวเท่านั้นที่ยืนอยู่ได้…
ดูท่าแล้วเป็นไปได้เลยที่พวกเขาจะหลบหนีได้ มันคือกับดักมรณะที่หมายเอาชีวิตทุกคน
เซียวจ่างอวิ้นและพรรคพวกไม่ได้โง่เขลา พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทั้งหมดน่าจะเป็นกับดักของหมีซา พวกเขาอุตส่าห์เร่งเดินทางหลายพันลี้มายังเมืองหมอกนภา แต่ทั้งหมดกลับกลายเป็นแผนการท ที่หมีซาสร้างขึ้นเสียได้
มันน่าสาปแช่งนัก!
แววตาของปรมาจารย์เสวียนเปยสงบนิ่ง หยางเหม่ยจี๋ที่อยู่ภายใต้การคุ้มกันของชายชราปลอดภัยดี อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุไตรเมฆา เทียบเท่าได้กับยอดฝีมือที่ทำลายโซ ซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้สามชิ้น
ปู้ฟางควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองแล้วบั่นคออสูรหินหนืด หัวอันใหญ่โตของมันร่วงจากบ่า หินหนืดปะทุออกมา ทำให้เกิดไอน้ำลอยสูงขึ้นในอากาศ
ปู้ฟางยกยิ้มมุมปาก ลมแรงพัดเส้นผมของเขาปลิวสยาย
ในที่สุดเขาก็ครอบครองความน่ายำเกรงของวิชามีดสิบสามมหากาฬ และสามารถใช้กระบวนท่าแรกได้แล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงกระบวนท่าเดียว แต่พลังของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการโจมตีจากยอดฝีมื อขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์เลย
แถมกระบวนท่านี้ยังมีพลังกำราบพวกอสูรเวทอย่างเด็ดขาด
“พวกเจ้าหลายคนยังรอดมาได้จนถึงป่านนี้… แต่อย่างไรเสียก็ต้องตายอยู่ดี” หมีซาเอ่ย ดวงตาของเขาแดงก่ำ จิตสังหารรุนแรงพวยพุ่งออกมา
อสูรหินหนืดทั้งหลายเข้าล้อมผู้รอดชีวิตและจ้องมองด้วยดวงตาที่เกรี้ยวกราด
เหล่ายอดฝีมือก็ไม่ต่างอะไรจากมดปลวกหากเทียบกับอสูรหินหนืดที่ตัวใหญ่ดุจภูผา หมีซาหัวเราะเสียงเย็นชา เขากลายร่างเป็นร่างเงาสีเลือดแล้วเข้าจู่โจมทันที
เกิดเสียงดังกึกก้องขณะที่เคราขาวของปรมาจารย์เสวียนเปยปลิวสะบัด
หมีซาโดนชายชราโจมตีจนตัวปลิว
ปรมาจารย์เสวียนเปยเอามือไพล่หลังและเหาะเหินไปในอากาศ พลังรัศมีของเขาแกร่งกล้ามาก ด้านหลังมีโซ่สามเส้นแกว่งไกวอยู่
พลังปราณของชายชราทรงอานุภาพยิ่งนัก และด้วยฤทธิ์ของโอสถวิญญาณที่กินเข้าไป พลังปราณของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม เขากำราบหมีซาได้อยู่หมัดภายในไม่กี่กระบวนท่า
ปู้ฟางมองการต่อสู้กลางอากาศก่อนเริ่มกวาดสายตาไปรอบๆ เกาะอาหารเลิศรสมีสภาพเละตุ้มเป๊ะ ไม่เหลือบรรยากาศอันเงียบสงบเหมือนก่อน ต้นไม้พลังปราณอันโอชะมากมายหักโค่นกลายเป็นเถ้าถ่าน
ทั้งเกาะพินาศแล้ว!