ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 322 เขาไม่คู่ควรหรือ
ตอนที่ 322 เขาไม่คู่ควรหรือ
………………..
“ท่านแม่!”
บนหลังคา ฉินเหยาหันกลับไปก็เห็นซานหลางและซื่อเหนียงวิ่งมาจนเหงื่อท่วมหัว พวกเขาเงยหน้ายืนเรียกนางอยู่ในลานบ้านเก่า
ฉินเหยาถามอย่างสงสัย “เจ้าสองคนมาที่นี่ได้อย่างไร”
ซานหลาง “ท่านพ่อเรียกให้ท่านกลับไปกินข้าวขอรับ!”
ซื่อเหนียงกล่าว “ท่านพ่อให้พวกเรามาดูว่าบ้านพักรับรองเป็นอย่างไรบ้างแล้วเจ้าค่ะ”
ซานหลางมองน้องสาวอย่างประหลาดใจ ท่านพ่อพูดประโยคนี้เมื่อใดกัน?
ซื่อเหนียงเชิดคางขึ้นอย่างได้ใจ นางรู้ได้เอง!
ในลานบ้านล้วนเป็นชาวบ้านที่มาช่วยงาน คนมากพลังย่อมมีมากตาม หญ้ารกถูกกำจัดไปจนหมดแล้ว ทั้งยังใช้ค้อนไม้ทุบพื้นดินหนึ่งรอบจนเรียบและแน่นอีกด้วย
ห้องแต่ละห้องก็ถูกทำความสะอาดแล้ว ตอนนี้ข้างในนอกจากไม่มีเครื่องเรือนก็ดูเหมือนที่ที่พอจะให้คนพักอาศัยอยู่ได้ในที่สุด
หลังคาก็ได้รับความช่วยเหลือจากพวกชาวบ้าน โดยใช้หญ้าคาคลุมไปได้เจ็ดถึงแปดส่วนแล้ว อย่างน้อยตอนกลางคืนลมพัดก็ไม่ต้องกังวลว่าหลังคาจะถูกพัดปลิวไป
หากเร่งมือหน่อย อีกครู่ก็น่าจะมุงหลังคาทั้งหมดได้เสร็จก่อนฟ้ามืด
สิ่งที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวคือกำแพงลานบ้านที่พังทลายลงมา สิ่งนี้ไม่มีทางหาวัสดุในพื้นที่ได้จึงปล่อยว่างไว้ก่อน
การทำตามอารมณ์นั้น…ก็เป็นลักษณะเฉพาะตัวอย่างหนึ่งเช่นกันนั่นแหละ
ฉินเหยาส่งต่องานในมือให้หลิวจ้งและหลิวเหล่าฮั่นที่ตามมาช่วยทีหลัง นางไม่ได้เดินลงบันได แต่กระโดดลงมาจากหลังคาโดยตรง
นางชิวยื่นน้ำให้นางหนึ่งถ้วย ฉินเหยารับมาดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วเช็ดเหงื่ออย่างลวกๆ จากนั้นก็พาแฝดชายหญิงไปยังพื้นที่ปลอดภัยนอกลานบ้านเพื่อสอบถามสถานการณ์ที่บ้าน
ซื่อเหนียงตอบไปตามความจริง ซานหลางก็กล่าวเสริม ในไม่ช้าฉินเหยาก็เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของที่บ้านแล้ว เมื่อรู้ว่าหลิวจี้สามารถเรียกท่านอาจารย์และศิษย์พี่ได้สำเร็จ มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
จริงสิ กงเหลียงเหลียวยังต้องการคนหามไปส่ง อีกสักครู่นางจะไปยืมรถเข็นจากบ้านหลิวต้าฝู
ช่วงเวลาต่อจากนี้ ชายชราคงต้องอาศัยอยู่ที่บ้านของนาง ข้างกายเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้คุ้มกันมากมายคอยหามไปมาตลอดเวลา ใช้รถเข็นน่าจะสะดวกกว่า
“ท่านแม่ ท่านเสร็จงานแล้วหรือยังเจ้าคะ” ซื่อเหนียงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
ซานหลางเห็นหยาดเหงื่อข้างแก้มของท่านแม่ก็ยื่นมือน้อยๆ ออกไปช่วยเช็ดให้อย่างแผ่วเบาพลางใช้แขนเสื้อพัดให้นาง เกรงว่านางจะร้อน
ฉินเหยาหันกลับไปมองเรือนที่เริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างแล้วพลางส่ายหน้า “ยังต้องทำอีกสักพัก เจ้าสองคนรอข้าสักครู่ ข้าขอสั่งงานเล็กน้อยแล้วพวกเราค่อยกลับบ้านกัน”
แฝดชายหญิงรับคำอย่างว่าง่าย ยืนรออยู่บนที่ว่าง
ฉินเหยากลับเข้าไปในลานบ้านแล้วเรียกทุกคนมารวมกัน
ห้องหับทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่วางแผ่นไม้สองสามแผ่นทำเป็นเตียง อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันไหว้พระจันทร์ ฉินเหยาจึงเกรงใจที่จะรั้งคนไว้ช่วยงานต่อ นางกล่าวขอบคุณพวกชาวบ้านที่มาช่วยแล้วให้พวกเขากลับบ้านไปก่อน
ในไม่ช้า ในลานบ้านก็เหลือเพียงคนจากเรือนเก่า
คนกันเองไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันถึงขนาดนั้น ฉินเหยากล่าวว่าอีกสักครู่ตนจะให้อาวั่งนำอาหารมาส่ง ให้สองพ่อลูกหลิวเหล่าฮั่นกับหลิวจ้ง และสองสะใภ้ช่วยเก็บกวาดงานที่เหลือให้เรียบร้อย
สองสามีภรรยาหลิวจ้งตบอกรับปาก บอกให้ฉินเหยาวางใจ ให้นางไปดูแลแขกผู้สูงศักดิ์ก่อน ทางนี้มอบให้พวกเขาจัดการเอง
ฉินเหยาได้ยินจากปากของแฝดชายหญิงแล้วว่าคณะของฉีเซียนกวนนำสัมภาระมาอย่างครบครัน ทั้งของใช้ส่วนตัวและผ้าห่มล้วนมีจึงกำชับนางชิวว่าอีกสักครู่ให้ไปซื้อผ้าห่มจากชาวบ้านในหมู่บ้านมาสองสามผืนเพื่อปูที่นอนให้พวกผู้คุ้มกันและบ่าวไพร่ ส่วนอย่างอื่นไม่ต้องเตรียม
“จริงสิ อ่างล้างหน้ากับถังน้ำและตุ่มน้ำก็วางไว้อย่างละใบด้วย อย่าลืมตักน้ำเตรียมไว้ล่วงหน้าด้วย”
ฉินเหยาสั่งงานไปพลาง คนจากเรือนเก่าก็จดจำไปพลาง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ฉินเหยาก็ไปจุดไฟที่เตาของบ้านหลังนี้ ทำความสะอาดปล่องควันแล้วจึงจากไป
“เดี๋ยวก่อน!” ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง!
ฉินเหยาส่งสัญญาณให้แฝดชายหญิงหยุดอยู่กับที่ก่อน อย่าเพิ่งไปไหน เดี๋ยวนางกลับมา
นางวิ่งไปจนถึงบ้านของพ่อค้าหาบเร่หลิว กว้านซื้อของจำพวกเทียนไข น้ำมันตะเกียง น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชู ถ้วยชามหม้อไหของบ้านเขามาจนเกลี้ยง
ของมีมากเกินไป ฉินเหยาคนเดียวถือไม่หมดจึงขอยืมแผ่นประตูหนึ่งบานมาจากพ่อค้าหาบเร่หลิว นำสินค้าทั้งหมดกองไว้บนแผ่นประตู จากนั้นก็ยกขึ้นอย่างสบายๆ แล้วรีบกลับบ้านเก่าไปอย่างรวดเร็วราวกับเหาะ
หลังจากจัดแจงอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็เสร็จสิ้น จูงมือฝาแฝดชายหญิงที่รออยู่ริมทางจนเหน็บชาไปยังบ้านของหลิวต้าฝูเพื่อขอยืมรถเข็น
ปากว่าขอยืม ทว่าแท้จริงแล้วคือการมอบให้ หลิวต้าฝูพอได้ยินว่าจะนำไปให้ผู้สูงศักดิ์ใช้ก็รีบเข็นรถเข็นทั้งสามคันในบ้านออกมาให้ฉินเหยาเอาไปทั้งหมด
“ใช้ไม่เยอะถึงเพียงนี้หรอก” ฉินเหยาเหนื่อยจนอยากจะหัวเราะทว่าหัวเราะไม่ออก เลือกคันที่มีความสูงพอเหมาะ ส่วนที่เหลือก็คืนให้แก่หลิวต้าฝูไป
“ขึ้นมาบนรถเข็นสิ” ฉินเหยาส่งสัญญาณให้ฝาแฝดชายหญิงขึ้นไปนั่งบนรถเข็น
เจ้าตัวน้อยทั้งสองสบตากันอย่างประหลาดใจ ในใจรู้สึกอยากขึ้นไปนั่งอย่างยิ่ง ทว่าสุดท้ายกลับโบกไม้โบกมือ ไม่ยอมขึ้นไปนั่ง
“ท่านแม่ พวกเราจะช่วยท่านเข็น ท่านพักสักครู่เถิด” ซื่อเหนียงเบิกดวงตากลมโตดำขลับ มองฉินเหยาอย่างรู้ความ ช่างเป็นภาพที่ชวนให้หัวใจคนมองอ่อนยวบ
ต่อให้ฉินเหยาจะเหนื่อยล้าเพียงใดก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา นางลูบศีรษะพวกเขา บอกให้พวกเขาตามมาและระวังตัวเองด้วย สามแม่ลูกจึงช่วยกันเข็นรถเข็นกลับไปถึงบ้าน
กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากในลานบ้าน อาวั่งเพิ่งจะตักกับข้าวอย่างสุดท้ายเสร็จ สามแม่ลูกก็กลับมาได้จังหวะพอดี
เพราะคนมีจำนวนมากจึงแบ่งออกเป็นสามโต๊ะ
ในห้องโถงหนึ่งโต๊ะ ในลานบ้านสองโต๊ะ
ฉินเหยายกรถเข็นเข้ามาในลานบ้าน หลิวจี้และคนอื่นๆ ที่ย้ายเข้าไปในห้องโถงแล้วพลันหันมามองเป็นตาเดียว
“น้าเหยา!” ต้าหลางวิ่งเข้ามาอย่างยินดี ช่วยยกเอารถเข็นไม้หนักอึ้งเข้ามาในห้องโถง
ฉินเหยาวางรถเข็นลง มือหนึ่งเท้าสะเอว มือหนึ่งพัดโบกขับไล่ความร้อน ก่อนจะพินิจแขกทั้งสองในห้องหนึ่งรอบแล้วจึงเดินไปเบื้องหน้ากงเหลียงเหลียว ย่อกายคารวะเล็กน้อย
“ท่านอาจารย์และคุณชายน้อยเดินทางมาไกล คงจะลำบากแล้ว” ฉินเหยากล่าวอย่างเกรงใจ คารวะเสร็จก็ยืดกายขึ้นเอง
กงเหลียงเหลียวทำหน้าเคร่งขรึม ดวงตาจับจ้องถ้วยชาหยาบในมือ ไม่แม้แต่จะชายตามองนางสักนิด ตอบรับเสียงหนึ่งอย่างฝืนใจ นับว่าเป็นการตอบรับแล้ว
ฉินเหยาซึ่งรู้ถึงภูมิหลังและนิสัยของอีกฝ่ายอยู่แล้วจึงเตรียมใจไว้ก่อน นางไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ขอเพียงแค่เขายอมอยู่ที่นี่ก็พอ
คนในหมู่บ้านยังต้องอาศัยชื่อเสียงของเขาเพื่อเป็นใบเบิกทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวอยู่นะ
ได้รับผลประโยชน์จากผู้อื่นแล้ว ได้รับของดีจากผู้อื่นแล้ว หากยังต้องการให้เขามีท่าทีที่ดีต่อเจ้าอีกก็ออกจะดูไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงและโลภมากเกินไปหน่อย
เมื่อเห็นท่าทางเฉยเมยของฉินเหยา ทั้งนางยังส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรและอบอุ่นมาให้ตน กงเหลียงเหลียวก็แอบจิบชา ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
ซานเอ๋อร์ไม่ได้บอกหรือว่าภรรยาของเขานั้นทั้งแข็งกร้าวทั้งเผด็จการอย่างยิ่ง?
เขายังคิดที่จะช่วยสั่งสอนนางเสียหน่อย อย่างไรเสียซานเอ๋อร์ตอนนี้ก็เป็นศิษย์ของตนแล้ว ตนย่อมต้องปกป้องเป็นธรรมดา
แต่ว่า ปฏิกิริยานี้นับว่าใจกว้างอย่างยิ่ง!
หลิวจี้แอบขยิบตาให้อาจารย์ของตน สตรีผู้นี้ความคิดลึกล้ำยิ่งนัก ยังไม่เผยธาตุแท้ออกมาหรอก ท่านอาจารย์โปรดรอดูไปเถิด
วันข้างหน้าท่านต้องเจอดีแน่ หลิวจี้คิดในใจอย่างยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่น ในที่สุดก็มีคนมาร่วมรับเคราะห์กับเขาแล้ว
ปฏิกิริยาของฉีเซียนกวนนั้นตรงกันข้ามกับกงเหลียงเหลียวโดยสิ้นเชิง พอเห็นฉินเหยาก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมาทันที ลุกขึ้นเดินมาอยู่เบื้องหน้าฉินเหยาและเอ่ยขอบคุณนางอีกครั้งหนึ่ง
เขาหันกายไปสั่งผู้คุ้มกันในลานบ้าน “สือโถว นำของขวัญขอบคุณที่ข้าเตรียมไว้ให้ฉินเหนียงจื่อเข้ามา!”
“ยังมีของขวัญขอบคุณอีกหรือ” หลิวจี้มองไปยังฉีเซียนกวนอย่างประหลาดใจ “ศิษย์พี่ตัวน้อย เหตุใดก่อนหน้านี้ถึงไม่นำออกมาเล่า” หรือจะเป็นเพราะเขาไม่คู่ควร?
ฉีเซียนกวนตวัดตามองเขาแวบหนึ่ง คู่ควรหรือไม่ เจ้าหลิวซานเอ๋อร์ ในใจของเจ้ายังไม่ชัดเจนอีกหรือ
………………..