novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 pgw44 สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 347 เรือนปทุม

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 347 เรือนปทุม
Prev
Next

ตอนที่ 347 เรือนปทุม

หลังจากออกจากห้องนอนของกงเหลียงเหลียว ทุกคนก็ทยอยกันไปเยี่ยมชมห้องนอนของฉีเซียนกวนที่ตกแต่งด้วยดอกบัวขาวล้วนเป็นหลัก รวมถึงห้องพักแขก ห้องครัว ห้องเก็บของจิปาถะ ห้องคนรับใช้และคอกม้า

เตียงสองชั้นจากบ้านของฉินเหยา ถูกนำมาใช้ในห้องพักแขกและห้องคนรับใช้ ช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่ของบ้านเก่าไม่เพียงพอได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อย่างไรเสียที่นี่ก็ไม่ใช่จวนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เยอะในเมือง สำหรับเรือนในชนบทที่พอจะนับได้ว่ามีสองส่วนเช่นนี้ หากต้องการให้คนยี่สิบคนพักอาศัย ทั้งยังต้องจัดเตรียมที่ทางให้รถม้าสองคันและม้าอีกสิบกว่าตัว เตียงสองชั้นย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ทางเดินภายในลานนั้นสะดวกสำหรับรถเข็นอย่างยิ่ง หลายครั้งหลายคราที่กงเหลียงเหลียวลืมไปว่าตนเองเป็นคนที่ต้องให้ผู้อื่นช่วยหามจึงจะเคลื่อนไหวได้

ครั้นเมื่อเยี่ยมชมห้องทุกห้องจนทั่วแล้ว มองฉีเซียนกวนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแย้มยิ้มอย่างมีลับลมคมนัย ในใจของเขาพลันก็บังเกิดความซาบซึ้งขึ้นมา

“เดี๋ยวก่อน!” ฉีเซียนกวนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ท่านอาจารย์อย่าเพิ่งซาบซึ้งใจ พลางให้หลิวจี้เข็นท่านอาจารย์ตามตนเองไป คณะเดินทางจึงพากันมาถึงลานกว้างหน้าประตูใหญ่อีกครั้ง

เมื่อนั้น กงเหลียงเหลียวเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ยังขาดคนสำคัญไปผู้หนึ่ง

“ซานเอ๋อร์ ฮูหยินของเจ้าเล่า” กงเหลียงเหลียวเอ่ยถามอย่างสงสัย

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาออกมาจากบ้านของหลิวจี้พร้อมกัน แต่บัดนี้กลับไม่เห็นฉินเหยาเลย

อย่ามองว่าผู้เฒ่าเช่นเขาวันๆ เอาแต่แอบเหน็บแนมว่าฮูหยินของศิษย์ผู้นี้ดุร้ายเกินไป แต่แท้จริงแล้ว หากไม่นับว่านางเป็นฮูหยินของลูกศิษย์ตน ว่ากันตามตรง เขาก็ค่อนข้างชื่นชมสตรีเช่นนางอยู่ไม่น้อย

เพียงแต่บางครั้งก็ชวนให้นึกไปถึงสตรีในเมืองหลวงที่ทั้งเหี้ยมโหดและทะเยอทะยาน จนชวนให้รู้สึกไม่สบายใจ โดยปกติแล้ว หากเลี่ยงที่จะพบเจอได้ก็ย่อมเลี่ยง

แต่หากวันสำคัญเช่นนี้นางไม่มาจริงๆ ในใจของท่านผู้เฒ่าก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาแล้ว

หลิวจี้เองก็งุนงง มองซ้ายมองขวา “นั่นสิ นางอยู่ที่ใดกัน”

เขามัวแต่ชื่นชมบ้านพักรับรองที่ทำให้ตนอิจฉาตาร้อนหลังนี้จนไม่ทันสังเกตว่านางหายตัวไปตั้งแต่เมื่อใด

ขณะที่สองศิษย์อาจารย์กำลังสงสัยอยู่นั้นก็พลันได้ยินเสียงล้อรถดังครืดคราดเคลื่อนใกล้เข้ามาจากระยะไกล มุ่งตรงมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่

ฉีเซียนกวนรีบร้อนวิ่งไปข้างหน้าอย่างอดใจไม่ไหว ยืนอยู่ที่ราวกั้นของลานชมทิวทัศน์มองลงไปเบื้องล่าง บนถนนดินแดงนั้น ฉินเหยากำลังเข็นรถเข็นคันใหม่เอี่ยม เดินทอดน่องมาอย่างสบายอารมณ์ราวกับเดินเล่นในสวน

เมื่อเห็นเขาบนลานชมทิวทัศน์ นางก็ร้อง “เอ๊ะ” แล้วเงยหน้ามองมาพลางยิ้มถาม “เยี่ยมชมเสร็จเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

ฉีเซียนกวนพยักหน้า ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ฉินเหยาจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

รถเข็นคันใหม่เอี่ยมถูกเข็นมาอยู่เบื้องหน้ากงเหลียงเหลียว ฉินเหยาอธิบายว่า “โครงรถใหม่ทั้งหมด ความสูงและความกว้างล้วนพอดีกับรูปร่างของท่านอาจารย์ เพื่อให้บรรลุถึงขั้นคนกับรถเป็นหนึ่งเดียว สามารถควบคุมได้ดั่งใจปรารถนา”

“ชิ้นส่วนเชื่อมต่อที่ทำจากโลหะนี้ จะทำให้โครงรถทั้งหมดแข็งแรงและคล่องตัวยิ่งขึ้น การออกแบบล้อสองชั้น ความรู้สึกในการควบคุมที่ตอบสนองได้ดังใจจะทำให้ท่านเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างอิสระ…”

และอื่นๆ อีกมากมาย ฉินเหยาอธิบายรายละเอียดแต่ละอย่างจนครบถ้วน เมื่อพูดจบ ด้วยเกรงว่าทุกคนจะจำไม่ได้จึงถามขึ้นอีกครั้ง “ยังมีส่วนใดที่ต้องการให้ข้าอธิบายซ้ำอีกรอบหรือไม่”

หลิวจี้กำลังจะเอ่ยปาก ฉีเซียนกวนก็ตอบขึ้นว่า “ไม่จำเป็น ข้าจดจำได้ทั้งหมดแล้ว”

มองปราดเดียวไม่ลืม ฟังครั้งเดียวจำได้แม่นยำ นี่เป็นเพียงความสามารถพื้นฐานของเด็กอัจฉริยะเท่านั้น!

ฉินเหยาตบมือแล้วลุกขึ้นยืน “ดีมาก เช่นนั้นข้าก็จะไม่พูดแล้ว”

หลิวจี้ “…”

แต่เขาเป็นพวกที่ชอบลงมือทำในทันทีจึงรีบให้ท่านอาจารย์ทิ้งรถเข็นคันเก่าแล้วประคองท่านอาจารย์ไปยังรถเข็นคันใหม่ พาท่านอาจารย์ทดสอบความคล่องตัวอยู่บนลานกว้างหน้าบ้านพักรับรอง

แม้แต่กงเหลียงเหลียวเองก็สามารถเคลื่อนที่บนลานกว้างได้อย่างคล่องแคล่วด้วยตนเอง

ทว่าสำหรับฉินเหยาแล้ว เมื่อเทียบกับล้อยาง ล้อไม้เสริมโลหะก็ยังนับว่าค่อนข้างเทอะทะอยู่บ้าง

แต่เมื่อได้เปรียบเทียบกันแล้วจึงเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรถเข็นคันใหม่ รถเข็นคันเก่าสามารถนำไปผ่าเป็นฟืนได้เลยทีเดียว

บนใบหน้าของกงเหลียงเหลียวปรากฏรอยยิ้มผ่อนคลายที่ห่างหายไปนาน เขาราวกับเป็นผู้เฒ่าผู้ซุกซน ปฏิเสธความช่วยเหลือของทุกคนแล้วเข็นรถเข็นด้วยตนเองเคลื่อนที่ไปมาทั้งในและนอกลาน ท่าทางค่อยๆ คุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุด ท่านผู้เฒ่าก็เข็นรถเข็นมาหยุดอยู่เบื้องหน้าฉินเหยาด้วยตนเอง ในใจพลันเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่า บ้านพักรับรองหลังนี้ที่กำลังจะติดป้ายชื่อว่า เรือนปทุมแท้จริงแล้วคือที่พำนักอันอิสระที่ฉินเหยาตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ

นับตั้งแต่จากเมืองหลวงมา ความห่วงใยทั้งหมดจากผู้คนรอบข้างรวมกันก็ยังมิอาจเทียบได้กับเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่ได้ควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองในยามนี้

แม้แต่ตระกูลฉี สิ่งที่พวกเขาคิดได้ก็เป็นเพียงการจัดหาคนรับใช้มาคอยปรนนิบัติเขาเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ไม่เคยมีผู้ใดเป็นเช่นฉินเหยา ที่ใส่ใจต่อความต้องการในส่วนลึกของจิตใจคนพิการเช่นเขาอย่างแท้จริง

กงเหลียงเหลียวรู้สึกตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง เขาจ้องมองฉินเหยาอยู่นานจึงเอ่ยถามนางอย่างทำอะไรไม่ถูก “เหยาเหนียง เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการหรือไม่ บอกมาได้เลยมิต้องเกรงใจ”

ฉินเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายศีรษะเบาๆ พลางยิ้ม “ไม่มีเจ้าค่ะ”

เพียงสองคำเท่านั้น พูดจบนางก็หันหลังเดินจากไป

เมื่อเดินมาถึงทางในหมู่บ้าน นางก็พลันนึกบางอย่างขึ้นได้จึงหันกลับไปตะโกนบอกหลิวจี้เสียงดัง “

รีบช่วยท่านอาจารย์และคุณชายฉีขนย้ายสัมภาระให้เสร็จสิ้นเสีย ต้องเตรียมหว่านเมล็ดข้าวสาลีแล้ว!”

สองวันนี้อากาศดีนัก ต้องรีบลงมือเพาะปลูกเพื่อมิให้พลาดฤดูกาล

ที่ดินสิบหมู่ในหมู่บ้าน อาวั่งเป็นผู้ไถพรวนทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ทั้งยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องรับส่งพวกต้าหลางสี่พี่น้องไปกลับจากสำนักศึกษาทุกวันอีกด้วย

เรื่องนี้ทำให้ฉินเหยารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังใช้แรงงานอีกฝ่ายมากเกินไป เรื่องการลงเมล็ดพันธุ์ อย่างไรเสียนางก็ไม่อาจปล่อยให้อาวั่งทำเพียงลำพังได้อีกต่อไป

ส่วนที่ดินอีกสองหมู่ซึ่งอยู่ไกลลิบลิ่วนั้น ฉินเหยามิได้นับรวมเข้าไปด้วยซ้ำ นางตัดออกไปราวกับว่าไม่เคยมีอยู่!

กิจการในโรงงานก็พลันมีมากขึ้น ฉินเหยาจึงไม่มีเวลาว่างเลยแม้แต่น้อย ที่บ้านก็ขาดแคลนคนงานอย่างหนัก หลิวจี้รู้แก่ใจดีว่าครานี้ตนคงหนีไม่พ้นเสียแล้ว

แต่เมื่อเหลือบมองเหล่าผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างกายฉีเซียนกวน มุมปากของเขาก็ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ตอบรับอย่างกระฉับกระเฉง “รู้แล้วเมียจ๋า พรุ่งนี้เช้าข้าจะลงนาเอง!”

สือโถวพลันรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างหาสาเหตุมิได้ ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้น

แต่ยังมิทันให้เขาได้คิดมาก การเยี่ยมชมเรือนใหม่ก็สิ้นสุดลง หลังจากติดป้ายชื่อเรือนและทำพิธีก้าวข้ามกองไฟอย่างเรียบง่ายแล้ว การย้ายเข้าเรือนใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

สัมภาระส่วนใหญ่เดิมทีก็เก็บไว้ที่บ้านพักรับรองอยู่แล้ว…ไม่สิ บัดนี้ควรเรียกว่าเรือนปทุมแล้ว

สัมภาระส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในเรือนปทุมอยู่แล้ว บัดนี้เพียงแค่นำออกมาจัดวางในตำแหน่งที่มันควรจะอยู่เท่านั้น

สัมภาระที่เหลือซึ่งฝากไว้ที่บ้านของฉินเหยามีไม่มากนัก แต่การจัดเก็บก็ยังนับว่าจุกจิกอยู่บ้าง

หลิวจี้มักจะหาทางอู้งานอยู่เสมอ เขาจับพนักวางแขนของรถเข็นกงเหลียงเหลียวไว้ไม่ยอมปล่อย

แล้วอ้างอย่างสวยหรูว่าพาท่านอาจารย์ไปเดินเล่นแถวเรือนปทุม เพื่อทดลองดูว่ารถเข็นคันใหม่ใช้ดีหรือไม่ดี ทว่าแท้จริงแล้วก็คือการหลบไปอู้งานนั่นเอง

ทิ้งให้ฉีเซียนกวนต้องคอยดูแลการจัดแจงเรือนใหม่แต่เพียงผู้เดียว

วุ่นวายตั้งแต่ยามอู่จวบจนยามโพล้เพล้ เรือนปทุมที่เคยเงียบเหงาวังเวง ในที่สุดก็เริ่มมีกลิ่นอายของมนุษย์ ดูเป็นบ้านขึ้นมาบ้างแล้ว

หลิวจี้กะเวลา รอจนกระทั่งงานทั้งหมดถูกผู้อื่นทำจนเสร็จสิ้นจึงแสดงสีหน้าประหนึ่งว่า ‘ข้าดูแลท่านอาจารย์มาทั้งวัน เหนื่อยจนแทบจะขาดใจตาย’ แล้วเข็นกงเหลียงเหลียวผู้ซึ่งในมือกำลังถือต้นอ้อกระจุกหนึ่งที่เด็ดมาเตรียมจะนำไปปักไว้บนโต๊ะหนังสือตัวใหม่กลับมา

ฉีเซียนกวนรู้เช่นเห็นชาติของหลิวจี้มานานแล้วจึงคร้านจะเสียเวลาไปต่อกรกับเขา

เด็กหนุ่มยืนตัวตรงอยู่ในลานบ้าน มองดูเรือนปทุมที่ตนเองลงมือตกแต่งขึ้นเองกับมือ ความรู้สึกภาคภูมิใจก็เอ่อล้นขึ้นในใจโดยพลัน

พูดตามตรงแล้ว บัดนี้เขาไม่อยากกลับบ้านเลยแม้แต่น้อย

เขาเพียงอยากจะพำนักอยู่ในเรือนปทุมที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้นเองกับมือ ทุกซอกทุกมุมของเรือนล้วนถูกใจเขาแห่งนี้ไปจนวันตาย!

ฉีเซียนกวนรู้สึกเช่นนี้ กงเหลียงเหลียวยิ่งรู้สึกเช่นนั้นมากกว่า

ท่านผู้เฒ่าจินตนาการไม่ออกเลยว่า หากต้องจากหมู่บ้านตระกูลหลิวไปแล้วจะยังสามารถหาลานเรือนอันสมบูรณ์แบบที่ทำให้ตนเองรู้สึกสะดวกสบายถึงเพียงนี้ได้จากที่ใดอีก

สองศิษย์อาจารย์สบตากันต่างก็พึงพอใจกับเรือนใหม่หลังนี้เป็นอย่างยิ่ง

หลิวจี้เองก็คิดในใจอย่างตื่นเต้นว่า ‘ห้องหนังสือของข้า ในที่สุดก็สามารถเริ่มลงมือก่อสร้างได้เสียที!’

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 347 เรือนปทุม"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

5f4df76fHfCqcEBq
King of Gods ราชันเทพเจ้า
July 10, 2024
01139-the-bloodline-system
The Bloodline System
March 24, 2022
Profile2-e1632776507386
นักมิกซ์มอนสเตอร์สุดโกง
July 21, 2022
3c08b0-193×278
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
February 18, 2026
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF