ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 509 เมื่อเชื่อมั่นในตัวเองย่อมฉายประกายโดดเด่น
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 509 เมื่อเชื่อมั่นในตัวเองย่อมฉายประกายโดดเด่น
บทที่ 509 เมื่อเชื่อมั่นในตัวเองย่อมฉายประกายโดดเด่น
ลองเคี้ยวครู่หนึ่ง ฉางโส่วหนงถึงกับตาลุกวาว
กลิ่นหอมของเนื้อแกะ รสชาติเผ็ด สัมผัสเผ็ดฉุนของกระเทียมสับ รวมถึงรสชาติเครื่องปรุงรสนานาชนิดที่กระจายออกมาอยู่ภายในปาก อร่อยจนหยุดกินไม่ได้
“อร่อย ช่างอร่อยยิ่งนัก เร็วเร็วเร็ว กินกินกิน! ” ฉางโส่วหนงไม่มีแก่ใจจะกล่าวอะไร เพียงบอกให้ทุกคนกินเนื้อ
หนีเหลียงอดรนทนรอไม่ไหวนานแล้ว ไม่คิดเกรงใจอีก เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักในหม้อทันที ยังดีที่เซี่ยยวี่หลัวเตรียมช้อนไว้สามคัน คนละหนึ่งคัน ทุกคนไม่ต้องแย่งกัน เซี่ยยวี่หลัวผสมเครื่องปรุงไว้ให้ทุกคนแล้ว หนีเหลียงเริ่มกินทันที หลังจากกินเนื้อลงท้องไปหนึ่งคำ ก็กล่าวออกมาทันทีว่าอร่อยยิ่งนัก
เซียวยวี่เองก็กลืนน้ำลายอึกหนึ่ง เขาตักเนื้อช้อนหนึ่งไปใส่ชามของเซี่ยยวี่หลัว อาศัยจังหวะที่วางเนื้อ กระซิบถามนางเสียงเบา “เหตุใดเมื่อก่อนถึงไม่เคยเห็นเจ้าทำอาหารชนิดนี้เลย? ”
เซี่ยยวี่หลัวเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเซียวยวี่ทำปากบุ้ยเล็กน้อย เจ้าหมอนี่ น้อยใจอีกแล้ว
“มีอาหารอร่อยมากเกินไป ไม่ทันได้ทำอย่างไรเล่า! ข้าทำอาหารตะวันตกเป็นด้วย ครั้งหน้าเจ้าจะลองชิมหรือไม่? ” เซี่ยยวี่หลัวยิ้ม
“อาหารตะวันตกหรือ? ” ถึงแม้เซียวยวี่จะไม่รู้ว่านั่นคือสิ่งใด แต่ยังคงพยักหน้า “กิน อาหารที่เจ้าทำ ข้าจะกินทั้งหมด! ”
ฉางโส่วหนงก้มหน้ากินอาหาร เมื่อเงยหน้าเห็นว่าเซียวยวี่ยังไม่เริ่มกิน จึงกล่าว “เซียวยวี่ เหตุใดเจ้าถึงไม่กิน รีบกิน รีบกิน อร่อยเสียยิ่งกว่าอะไร! ”
เซียวยวี่เพียงกล่าวตอบว่าได้ขอรับ ก่อนจะเริ่มกิน
อร่อยเสียยิ่งกว่าอะไรอย่างแท้จริง!
สตรีตัวน้อยผู้นี้ เหตุใดถึงทำอาหารอร่อยเป็นมากมายถึงเพียงนี้!
บุรุษสามคนกินเนื้อแกะแปดจาน เนื้อวัวห้าจาน รวมถึงผักนานาชนิดที่เตรียมไว้ พร้อมดื่มสุราไปอีกสี่กา กินไปสองชั่วยามกว่า รู้สึกอิ่มแน่นจนแทบเดินไม่ไหวแล้ว จึงยอมหยุด
ฉางโส่วหนงส่งเสียงเรอด้วยความอิ่มอย่างพึงพอใจ รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก “นี่อายวี่ ภรรยาของเจ้าช่างเก่งกาจนัก ข้าอยู่มาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยกินอาหารที่อร่อยถึงเพียงนี้มาก่อนเลย! ”
เซียวยวี่ยิ้มรับ “ใช่ขอรับ ข้าเองก็ไม่เคยกินอาหารที่อร่อยถึงเพียงนี้มาก่อนเช่นกัน! ”
ฉางโส่วหนงมองเซี่ยยวี่หลัวด้วยแววตาชื่นชม แม่หนูผู้นี้รูปโฉมงดงามไร้ที่ติ งามจนน่าตกใจ เพียงแค่รูปลักษณ์หน้าตานี้ เกรงว่าต่อให้อยู่ที่เมืองหลวง ก็ถือเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งหรือสอง ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่วิธีการทำอาหารก็เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองผู้ใด ฝีมือการทำอาหารนี่ เกรงว่าในเมืองหลวงยังหาคนที่เหมือนนางไม่ได้
“แม่หนู ปีนี้อายุเท่าใดแล้ว? ”
“เรียนใต้เท้าฉาง หลังปีใหม่จะอายุสิบหกปีเจ้าค่ะ! ” เซี่ยยวี่หลัวกล่าวอย่างไม่ถ่อมตนหรือแข็งกร้าวเกินไป
ดวงตาของนางประณีตงดงาม แววตามีชีวิตชีวา กล่าวตอบอย่างมีมารยาท ทุกอิริยาบถดูสง่างาม งดงามชดช้อย บุตรชายและบุตรสาวของฉางโส่วหนงล้วนอยู่ที่เมืองหลวง เขาเองก็เคยพบบุตรีผู้ดีมีศักดิ์มาไม่น้อย อิริยาบถและความงดงามของบุตรีผู้ดีมีศักดิ์ ฉางโส่วหนงเคยเห็นมานับไม่ถ้วน
เซี่ยยวี่หลัวตรงหน้าที่เติบโตมาจากพื้นที่ชนบท ไม่ด้อยกว่าบุตรีผู้ดีมีศักดิ์เหล่านั้นแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าฉางโส่วหนงคิดไปเองหรือไม่ แต่เขารู้สึกว่า บนกายสตรีผู้นี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างที่บุตรีผู้ดีมีศักดิ์ผู้อื่นหามีไม่
เมื่อมีความเชื่อมั่นย่อมฉายประกายโดดเด่น ขับให้คนผู้นั้นดูดีมีราศี
สายตาของเซียวยวี่ นับว่าไม่เลวเลย!
ฉางโส่วหนงลูบเครา “ไม่เลว อายุน้อยแค่นี้ ก็ทำอาหารอร่อยถึงเพียงนี้ได้ เจ้ากับอายวี่ถือว่าเหมาะสมกันอย่างแท้จริง! จริงสิ อาหารตะวันตกที่เจ้าบอกอายวี่เมื่อครู่นี้ อร่อยหรือไม่? ”
เซี่ยยวี่หลัว “…”
คนผู้นี้น่าจะเป็นนักกินฉางกระมัง!
ถึงช่วงสายแล้ว เด็กสองคนยังอยู่ที่โรงเตี๊ยม ทั้งสองคนจึงอำลาใต้เท้าฉาง หากไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากพบผู้อื่น ฉางโส่วหนงก็คิดจะส่งพวกเขาถึงประตูใหญ่
หลังออกจากโถงอาหาร ทั้งสองคนก็เดินไปพลางคุยไปพลาง วาจาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและชื่นชม
“สือโถวจี้นี่เขียนได้ดียิ่งนัก ก่อนหน้านี้ซีโหยวจี้ก็ทำให้รู้สึกตกตะลึงแล้ว สือโถวจี้กลับสร้างสีสันได้อย่างต่อเนื่อง บรรยายถึงธรรมชาติของมนุษย์ได้ถึงแก่นแท้! อายวี่ หลังจากสือโถวจี้เล่มสองออกมาแล้ว เจ้าต้องมาให้ได้ สนทนาเกี่ยวกับตำราเล่มนี้ ข้าพบว่า หลังจากได้สนทนากับเจ้า ข้าได้เห็นบุคคลในตำรานี้ในมุมที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง! ”
ฉางโส่วหนงลูบเคราพลางทอดถอนใจ “มนุษย์เราย่อมต้องพ่ายให้ความชรา แนวคิดของข้าเก่าไปแล้ว คนรุ่นใหม่มีความสามารถกว่าคนรุ่นเก่าจริงๆ คุณชายหลัวยวี่ผู้นี้ นับเป็นผู้นำด้านความสามารถเชิงวรรณกรรมของต้าเยว่อย่างแท้จริง! ”
เซี่ยยวี่หลัวเดินตามสาวใช้ของจวนตระกูลฉาง เพิ่งเดินมาจากทางห้องสุขา
เมื่อเดินเข้าใกล้ ก็ได้ยินวาจาชื่นชมประโยคสุดท้ายของใต้เท้าฉางพอดี
ผู้นำด้านความสามารถเชิงวรรณกรรมของต้าเยว่?
นางยังไม่ทันคิดอะไรมาก ก็ได้ยินเสียงของเซียวยวี่ดังขึ้น
เซียวยวี่พยักหน้าไม่หยุด “หากได้พบคุณชายหลัวยวี่ผู้นี้ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ ชั่วชีวิตนี้ข้าเซียวยวี่ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้นึกเสียใจอีกแล้ว! ”
“ไม่รู้ว่าคุณชายหลัวยวี่ผู้นี้อายุเท่าใดกัน เขามีทั้งความสามารถด้านวรรณกรรมและแนวคิด รวมถึงความสามารถระดับนี้ เกรงว่าอายุคงไม่น้อย บางทีอาจมีอายุไล่เลี่ยกับข้า หากได้พบกับคุณชายหลัวยวี่ผู้นี้สักครา ได้เป็นสหายรู้ใจ ชั่วชีวิตนี้ข้าก็ไม่นึกเสียดายอีกแล้ว”
เซียวยวี่เองก็ทำสีหน้าตั้งตารอคอยเช่นกัน
เซี่ยยวี่หลัวกระตุกมุมปากทีหนึ่ง
อาจารย์หวู1 และอาจารย์เฉา2 ชั่วชีวิตนี้พวกท่านคงไม่ได้พบ ส่วนคุณชายหลัวยวี่นั้นสามารถพบได้ เพียงแต่น่าเสียดาย ที่เป็นเพียงของปลอม
นางหันมองเซียวยวี่ที่แสดงสีหน้าเคารพเลื่อมใสและตั้งตารอคอย แอบคิดในใจ นางควรจะรีบบอกความจริงหรือไม่?
หนีเหลียงส่งพวกเขาออกไปด้วยตัวเอง เวลานี้เอง คนสองคนที่ดูเหมือนพ่อลูกเดินมาหา สวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา ดูก็รู้ว่าหากไม่ใช่คนมั่งมีก็เป็นผู้สูงศักดิ์ เซี่ยยวี่หลัวเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินสวนออกไป
หนึ่งในนั้นที่เป็นชายสูงวัยมองตรงไปข้างหน้า พาบุรุษวัยหนุ่มผู้หนึ่งมาถึงตรงหน้าหนีเหลียง ก่อนกล่าวด้วยความเคารพ “ใต้เท้าหนี ใต้เท้าฉางอยู่ในจวนหรือไม่? ข้าพาบุตรชายจวิ้นจงมาคารวะใต้เท้าฉาง”
ร่างกายของเซี่ยยวี่หลัวพลันเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็งก็มิปาน!
จวิ้นจง จวิ้นจง…
ในนิยาย ภายหลังเซียวยวี่เข้ารับราชการ กำลังสำคัญของเขา ก็มีนามว่าจวิ้นจง
เวินจวิ้นจง พี่ชายฝาแฝดของนางเอกที่มีนามว่า เวินจิ้งอัน
สองคนนี้คือนายใหญ่ตระกูลเวินแห่งจังหวัดจิ้นชาง เวินสือเยี่ยนและเวินจวิ้นจง บิดาและพี่ชายแท้ๆ ของนางเอกในนิยาย
ร่างกายของเซี่ยยวี่หลัวราวกับถูกแช่แข็งอย่างไรอย่างนั้น ไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลย ในห้วงความคิดของนางเต็มไปด้วยภาพตระกูลเวินที่รุ่งเรืองมีเกียรติและนางเอกที่มีสง่าราศรีตามที่บรรยายไว้ในนิยาย รวมถึงความรักใคร่เอ็นดูที่เซียวยวี่มีต่อนางเอก
ตระกูลเวินมีเกียรติเพียงใด นางก็น่าเวทนาเพียงนั้น!
ตามที่เขียนไว้ในนิยาย หลังจากเซียวยวี่สอบผ่านได้เป็นซิ่วไฉ คนตระกูลเวินถึงได้ชื่นชม และฝากฝังไว้กับฉางโส่วหนง แต่ตอนนี้ พวกเขากลับพบกับคนตระกูลเวินเร็วกว่าที่ควรจะเป็นนานถึงเพียงนี้
การมาของนางและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้เนื้อเรื่องในนิยายเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้เชียว!
เช่นนั้น ยังมีเรื่องอะไรที่นางคาดคิดไม่ถึงอีก?
เซียวยวี่สังเกตเห็นความผิดปกติของนาง มือที่โอบเอวจึงออกแรงโอบขึ้นเล็กน้อย พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “อาหลัว เป็นอะไรไป? ”
นางไม่กล้าหันกลับไปมอง พยายามฝืนยิ้มออกมา “ไม่มีอะไร อายวี่ พวกเรากลับกันเถิด! ”
เซียวยวี่ไม่คิดสงสัยเป็นอื่น เพียงโอบเซี่ยยวี่หลัวเดินจากไป
ทั้งสองคนเดินไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันสังเกตเห็นตอนหนีเหลียงปฏิเสธสองคนนั้นด้วยท่าทีเย็นชา
รถม้าของตระกูลเวินมาอย่างไรก็กลับไปอย่างนั้น ไม่ได้เข้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลฉางด้วยซ้ำ