ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน / ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 414 น้องสาวกับคุณป้า
บทที่ 414 น้องสาวกับคุณป้า
ในตอนนั้นคุณแม่คิดว่าคุณพ่อนั้นดูประหลาดแล้วก็ดูลึกลับ
เพราะว่าเห็นว่าเขาแต่งตัวขาดๆไม่ดี แต่ว่ากลับชอบทำเรื่องที่คนคิดไม่ถึงออกมาเป็นประจำ
แถมคุณพ่อในตอนนั้น ดูไปแล้วช่างดูอ่อนแอ คนอื่นชกเขาด่าเขา เขาก็ไม่ว่าอะไร
ตอนแรก คุณแม่ก็แค่เห็นใจเขา แต่ว่าหลังจากไหนก็เหมือนกับตัวเองและซูมู่หาน ก็คบกันแล้วก็มาอยู่ด้วยกัน
แต่ว่าเยี่ยนจิงตระกูลหยางในตอนนั้น เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลผู้นำของเยี่ยนจิง
คุณยายคุณนายหยาง ก็เป็นคนประเภทที่ว่าดูแลครอบครัวค่อนข้างระเบียบจัด ไม่อย่างนั้นหลังจากที่คุณตาเสียชีวิตไปแล้วจะสามารถนำพาตระกูลหยางให้แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง
แถมคุณยายก็มีจุดด้อยหนึ่งจุดที่ทำให้คุณแม่โกรธเคือง
นั่นก็คือความคิดเรื่องที่รักลูกชายมากกว่าลูกสาวที่ฝังลึก
ในตระกูลหยาง ถึงแม้ว่าจะเป็นในตอนนี้ ผู้หญิงในครอบครัวก็ไม่มีใครได้รับใช้ให้ทำงานสำคัญ ต่อให้คุณจะขยันแค่ไหน ก็จำเป็นที่จะต้องเอางานที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดให้กับผู้ชายในตระกูลดูแล
จุดนี้ ต่อให้เป็นผู้หญิง มีความคิดแบบอนุรักษ์นิยมที่เข้มข้น แถมยังรักลูกชายมากกว่าลูกสาวก็เห็นได้ไม่น้อย!
ถ้าว่ากันไปตามตอนนั้นแล้ว ต้องเป็นคุณแม่ที่คนดูแลพันธมิตรทางธุรกิจแล้ว แล้วแต่งงานกับคุณชายของพันธมิตร
ยังไงเสียในตอนนั้นคุณพ่อเองก็เรียบง่าย เขาไม่พูด ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือผู้นำตระกูลเฉิน
หลังจากนั้นคุณแม่ก็หนีงานแต่ง หนีมาพร้อมพ่อ
แน่อยู่แล้ว ถ้าเกิดว่ามีแค่เรื่องนี้ก็คงไม่ทำให้ทั้งสองครอบครัวผูกความแค้นกันมากขนาดนี้
เพราะว่าคนที่ช่วยให้แม่หนีงานแต่ง ก็คือพี่ห้า คนที่ทำดีกับแม่มาตลอดตั้งแต่เด็กๆ น่าเสียดายก็เพราะว่าเรื่องๆนั้น
พี่ห้าแบกรับทุกๆอย่างไว้ เริ่มจากโดนคุณแม่ทำโทษอย่างรุนแรงยกหนึ่ง ไล่พี่ห้าออกจากตระกูล
ต่อจากนั้น ก็แค้นฝังหุ่นกับพวกตระกูลพันธมิตร
หลังจากนั้นไม่นาน การเลี้ยงดูแบบลำบากยากจนของพ่อก็สิ้นสุด แล้วแก้แค้นแทนพี่ห้าในตอนนั้น
แต่ก็ในไม่กี่วันนี้ พี่ห้าก็โดนคนลอบทำร้ายจนต้องนอนอยู่กับที่เหมือนผัก จนถึงตอนนี้ก็ยังนอนอยู่บนเตียง
มือลอบทำร้ายก็คือพันธมิตรในตอนนั้น เขาคิดว่าเป็นพี่ห้าที่ทำให้ครอบครัวเขาต้องอับอาย
พอเป็นแบบนี้ คุณยายก็โทษคุณแม่ แล้วออกมาประกาศต่อหน้าสื่อว่าตัวเองกับคุณแม่ตัดขาดการเป็นแม่ลูกกัน
ส่วนแม่เอง ก็คิดว่าคุณยายนั้นใจร้ายเกินไป ไล่พี่ห้าออกไปไม่สนใจไม่ใส่ใจ
แต่ไม่ว่ายังไงทั้งสองแม่ลูกก็เพราะเรื่องนี้ เลยมีปัญหากันมานับตั้งแต่นั้น
ดังนั้น ตอนนั้นที่พ่อกับแม่ไม่ได้ไปเหยียบที่ตระกูลหยาง
แต่ว่าพอหันกลับมามอง ก็จัดการตระกูลของคนที่ลอบทำร้ายพี่ห้าจนราบเรียบ
และก็เป็นเพราะว่าแบบนี้ สี่ตระกูลใหญ่ในเยี่ยนจิงในตอนนั้น เปลี่ยนมาเป็นสามตระกูลใหญ่
“แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ?” เฉินเกอในตอนนี้ถึงได้เข้าใจ ที่แท้ประสบการณ์ที่พ่อกับแม่ได้ประสบตอนเป็นวัยรุ่น มากกว่าของตัวเองตั้งเยอะ!
“หลังจากนั้น ก็เป็นแม่กับพ่อของลูกที่แอบดูแลคุณน้าห้าของลูก แต่ว่าสิบปีที่แล้ว ยายของลูกก็รับตัวน้าห้ากลับไปตระกูลหยาง!”
แม่พูดไป น้ำตาก็ไหลออกมา
“ดังนั้นลูกชาย ครั้งนี้เพื่อเรื่องๆนี้ ก็มีแค่ลูกคนเดียวที่สามารถไปได้ ขอแค่ยายของลูกสามารถโน้มน้าวตระกูลโม่ได้ นี่ก็ถือได้ว่าได้ทำคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ให้กับตระกูลเฉิน!”
เฉินจิ้นตงเอ่ย
“อื้อ เข้าใจแล้วครับ!”
“ยังมีอีกเสี่ยวเกอ ครั้งนี้ไปเยี่ยนจิงลูกสามารถไปหาเสี่ยวเป้ยลูกพี่ลูกน้องที่เป็นน้องสาวของลูกก่อนได้ เสี่ยวเป้ยเป็นลูกสาวของคุณอาห้า เวลาผ่านมาขนาดนี้แล้ว แม่แอบช่วยเหลือดูแลเสี่ยวเป้ยมาตลอด เธอรู้จักลูกมีเธอคอยช่วย ลูกน่าจะสบายขึ้นอีกนิด คุณยายของลูกอารมณ์ร้อน แต่ว่ากับลูกคงจะไม่เด็ดขาดขนาดนั้น! แล้วก็เสี่ยวเกอ แม่ขอเตือนลูก ต่อให้เมื่อก่อนคุณยายของลูกจะทำกับแม่ยังไง ลูกห้ามทำตัวไม่เคารพท่านเด็ดขาด!”
ฟังออกว่าแม่ยังคงคิดถึงยายอยู่ ต่อให้แม่ลูกจะมีความแค้นต่อกันมากแค่ไหน ยังไงเสียก็เป็นคนครอบครัวเดียวกัน
“ผมเข้าใจครับ!”
ในตอนนี้ ประตูก็ถูกเปิดออก เป็นพี่ล๋านที่เดินเข้ามา
“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ เสี่ยวเกอ เฉียงเวยกับคุณป้ารองมาแล้วค่ะ!”
พูดจบก็มองเฉินเกอ พี่ล๋านก็เดินลงไป
“เสี่ยวเกอ อะล๋านเป็นเด็กที่แม่เห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต เป็นผู้หญิงที่ดีมากๆ ลูกจะต้องทำดีกับอะล๋านเอาไว้บ้างนะ รอวันข้างหน้า หาวันที่เหมาะสม……”
แม่พูดขึ้นอีกครั้ง
“ผมรู้ครับ ตอนนี้ผมไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้แม่!”
เฉินเกอรู้ว่าแม่อยากจะพูดอะไร ก็เลยรีบขัดจังหวะ
“โอเค เราไม่พูดเรื่องพวกนี้ก่อน ยังไงก็แก้ปัญหาเรื่องตรงหน้าก่อนดีกว่า จริงสิเสี่ยวเกอ ครั้งนี้ที่กลับไปหัวเซี่น เยี่ยนจิง ไปทำด้วยจิตใจที่กล้าหาญนะ แม่ได้บอกลุงฟู๋ไว้แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทการผลิตต่างๆของตระกูลภายในหัวเซี่ย จะเป็นลูกที่ต้องเข้ามาดูแล แล้วก็รวมถึงพี่สาวของลูกด้วย!”
สามวันหลังจากนั้น ที่ทางออกของสนามบินเยี่ยนจิง
ก็มีผู้หญิงตัวใหญ่และตัวเล็กคนหนึ่งกำลังยืนรออยู่ข้างๆรถพาสสาทคันสีดำ
คนที่ตัวโตกว่าคือผู้หญิงวัยกลางคน สวมใส่ชุดทำงาน ผิวดูได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ตัวเล็กดูวัยรุ่นๆ ดูแล้วน่าจะเพิ่งจบออกมาจากมหาวิทยาลัย ใบหน้ายังคงดูมีความสาว ความเด้ง แต่ว่าหน้าตาจัดว่าสวยเหมือนดอกไม้
ทั้งสองคนยืนอยู่ที่ประตูทางออก แถมยังดึงดูดสายตาของคนได้จำนวนไม่น้อย
“นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ทำไมถึงยังไม่ถึงอีก วันนี้อากาศก็ร้อนขนาดนี้ น่ารำคาญจริงๆ ตอนแรกก็มีเรื่องเยอะแยะมากพออยู่แล้ว แล้วยังต้องมารอญาติแย่ๆแบบนี้อีก!”
ในตอนนี้ หญิงวัยกลางคนก็พลิกข้อมือไปมา แล้วดูนาฬิกาข้อมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“แม่ แม่ช่วยมีความอดทนหน่อยได้ไหม พี่ชายของหนูเพิ่งมาเป็นครั้งแรก อีกอย่าง เครื่องบินดีเลย์ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องปกติหรือไง?”
เด็กสาวกลับพูดอย่างโน้มน้าว
ตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากคุณป้า บอกว่าพี่ชายจะมา
เด็กสาวดีใจจริงๆ
เธอรู้ คุณป้ากับคุณลุงหลายปีมานี้ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศตลอด แต่ว่าก็แอบช่วยเหลือเธออยู่ไม่น้อย รวมไปถึงช่วยหาครูที่ดีที่สุดให้ตัวเอง รวมไปถึงโรงเรียนที่ดีที่สุด ตั้งมากตั้งมาย
แต่ว่า เป็นเพราะเหตุผลบางประการ เด็กสาวไปสามารถไปเยี่ยมคุณป้าคุณลุงได้ แล้วก็ยังมีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นพี่สาวกับพี่ชายอีก
“เหอะ มาทำตัวใหญ่โตอะไร แถมยังไงก็ต้องนั่นเครื่องบิน แค่นั่งรถมาก็ได้แล้วไหม จริงๆเชียว เพราะว่าฉันเป็นหนี้ตระกูลหยางของพวกคุณอยู่ พ่อของเธอเป็นอย่างนั้นๆ ท้ายที่สุดแล้วน้องสาวที่ไม่น่าเชื่อของพ่อก็เป็นเหมือนเดียวกัน!”
หญิงวัยกลางคนเย้ยขึ้น
“แม่ หลายปีมานี้คุณป้าเองก็ช่วยส่วนขาดเหลือของครอบครัวพวกเรามาตลอด แม่เองก็รู้ ทำไมแม่ต้องพูดแบบนี้ด้วย?”
“เหอะ ถ้าไม่ใช่ว่าป้าที่ไม่เอาไหนของแกหนีไปกับผู้ชายขี้แพ้ในตอนนั้น พ่อของแกก็อาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ แถมตัวตนในตระกูลหยางของพวกเราทั้งสองคนก็อาจจะไม่เป็นแบบนี้ ถ้าเกิดว่ารู้ แกน่ะเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลหยางเชียวนะ เวลาออกจากบ้านก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปพร้อมพวกญาติๆพี่ๆน้องๆ ยังจะต้องมีขบวนรถ แกดูเราสองแม่ลูก ขับแค่รถพาสสาทคันหนึ่ง!”
“แถม แกก็เหมือนกัน คุณย่าของแกมีคำสั่งชัดเจนแล้วว่าถ้าเกิดใครกล้าที่จะติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้แค่กำจัดออกจากตระกูลหยาง ถึงตอนนั้น งานของแม่ก็อาจจะต้องหายไปพร้อมกันกับผู้หญิงบ้าคนนี้ก็ได้ เห้อ จะบ้าตาย!”
มองท่าทางอดรนทนไม่ไหวของแม่ เด็กสาวก็ไม่ได้พูดอะไร กลับหันไปมองตรงประตูทางออก
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ชายหน้าตาแบบไหน คุณป้าสวยขนาดนั้น พี่ชายก็น่าจะต้องหล่อ
“หยางเสี่ยวเป้ย?”
ในตอนนี้ มีวัยรุ่นที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางเดินมาทางนี้
มองป้ายที่เขียนว่าเฉินเกอในมือของเธอ วัยรุ่นก็ยิ้มแล้วถามขึ้น
ส่วนเด็กหญิง ก็กัดปากเล็กน้อยแล้วพยักหน้า แล้วมองค้างผู้ชายที่ดูสะอาดสะอ้านตรงหน้า
“คุณคือเฉินเกอ?” เธอยิ้มหวานๆ
“อื้อๆ ผมเอง!”