novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2122 ไหม้จนคิ้วโกร๋น

  1. Home
  2. ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
  3. ตอนที่ 2122 ไหม้จนคิ้วโกร๋น
Prev
Next

เมื่อ​รอ​ให้​ทุกคน​ที่​ไปพิชิต​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงเข้าไป​กัน​หมด​แล้ว​ ว่าน​ซือเยี่ยน​ก็ได้​พบ​ว่า​มู่เฉิน​ซียัง​ไม่เข้าไป​เลย​

มีคน​กล่าว​ล้อ​ว่า​ “แม่นาง​น้อย​ที่​ชื่อว่า​มู่เฉิน​ซีผู้​นั้น​ คงจะ​ไม่ได้​ถูก​สัตว์​วิญญาณ​ของ​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงคาบ​ไปแล้ว​หรอก​นะ​!”

“เขา​ว่าน​ฉงเป็น​สถานที่​เช่นใด​ หรือว่า​ผู้เฒ่า​อย่าง​พวก​เจ้ายัง​ไม่รู้​อย่างนั้น​หรือ​? เดิมที​มัน​ก็​ไม่มีสัตว์​วิญญาณ​ที่​อันตราย​อะไร​อยู่แล้ว​ ฉะนั้น​แม่นาง​น้อย​ผู้​นั้น​จะถูก​คาบ​ไปได้​อย่างไร​ พูด​เป็น​เรื่องตลก​ไปได้​!”

“……”

นัก​ปรุงยา​ที่​แนะนำ​โดย​คน​เหล่านี้​ ได้​พิชิต​ไปหลาย​ชั้น​ติดต่อกัน​แล้ว​ ซึ่งมัน​ก็​ทำให้​บน​ใบหน้า​ของ​พวกเขา​เต็มไปด้วย​รอยยิ้ม​

ตอนนี้​ใบหน้า​ของ​ว่าน​ซือเยี่ยน​นิ่ง​สงบ​เป็นอย่างมาก​ ขณะ​จ้องมอง​ไปยัง​ชั้น​ที่หนึ่ง​ และ​ชื่อ​ของ​มู่เฉิน​ซีก็​ยังคง​ไม่ปรากฏ​ขึ้น​บน​ม้วน​ภาพ​เงานั้น​เลย​

พูด​อย่าง​มั่น​ใจเสีย​ขนาด​นั้น​ว่า​จะต้อง​เอา​คะแนน​อันดับ​หนึ่ง​มาให้ได้​ ผลสุดท้าย​แม้แต่​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงก็​ยัง​ไม่สามารถ​ขึ้นไป​ได้​เลย​ด้วยซ้ำ​

อย่างนี้​นอกจาก​จะเอา​อันดับ​หนึ่ง​มาไม่ได้​ เกรง​ว่า​น่าจะ​ได้​อันดับ​สุดท้าย​เสีย​มากกว่า​

หรือว่า​เมื่อคืนนี้​ นาง​จะถูก​ทรมาน​มากเกินไป​อย่างนั้น​หรือ​!?

 

หลังจาก​ที่นอน​ไปตื่น​หนึ่ง​ เมื่อ​ตื่นขึ้น​มามู่เฉียน​ซีก็​ไม่รู้​เลย​ว่า​คนอื่น​ต่าง​เข้าไป​กัน​หมด​แล้ว​ และ​นาง​ก็​กลายเป็น​คน​ที่อยู่​หลัง​สุด​ไปเรียบร้อย​แล้ว​

มู่เฉียน​ซีตื่นขึ้น​มาบน​ต้นไม้​เก่าแก่​ที่​มีอายุ​นับ​พันปี​ต้น​หนึ่ง​ นาง​ยืดตัว​ด้วย​ความ​เกียจคร้าน​ และ​หลังจากนั้น​ก็​เตรียม​ออกเดินทาง​

แต่​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงในเวลานี้​ใกล้​ที่จะ​ปิด​ลง​แล้ว​ นี่​มัน​เกิดเรื่อง​อะไร​ขึ้น​กัน​แน่​?

ว่าน​ซือเยี่ยน​ลุก​ยืน​ขึ้น​ เตรียม​ที่จะ​ไปหา​ผู้พิทักษ์​อาวุโส​ของ​เขา​ว่าน​ฉงเพื่อ​สอบถาม​ดู​สักหน่อย​ ว่า​อันที่จริง​มู่เฉิน​ซีไปตาย​อยู่​ที่ไหน​แล้วกัน​แน่​

เขา​ไม่ได้​มีเวลาว่าง​มาก​พอที่จะ​มาสนใจ​ความเป็นความตาย​ของ​มู่เฉิน​ซี

แต่ทว่า​ หาก​นาง​ตาย​ ที่​สมาคมการค้า​เฉิน​ซีของ​เขา​ได้​ลงทุน​ไปกับ​หอ​หมอ​ปีศาจมากมาย​ก่อนหน้านี้​ อาจจะ​ต้อง​เสียเงิน​เปล่า​ และ​ขาดทุน​ก้อน​ใหญ่​ก็​เป็นได้​

มู่เฉิน​ซีจะพิชิต​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงด้วย​คะแนน​ที่​ย่ำ​แย่มาก​เพียงใด​ก็​ย่อม​ได้​ แต่ว่า​นาง​จะตาย​อยู่​ที่นั่น​ไม่ได้​เป็นอันขาด​

ทันทีที่​ว่าน​ซือเยี่ยน​ออก​ไป เขา​ก็​สัมผัส​ได้​ถึงจิต​สังหาร​ในทันที​ คิดไม่ถึง​เลย​ว่า​จะมีคน​กล้า​มาลอบสังหาร​เขา​ที่นี่​เช่นนี้​ ช่างรนหาที่​ตาย​นัก​!

แสงสีแดง​สว่าง​วาบ​ผ่าน​ไป และ​ลูกบอล​เพลิง​ก็​พุ่ง​เข้า​จู่โจมเขา​จาก​ทั่ว​ทุกทิศทาง​

ปัง ปัง ปัง!

ว่าน​ซือเยี่ยน​หลบหลีก​อย่าง​รวดเร็ว​ แต่​ผล​ปรากฏ​ว่า​มีเปลวเพลิง​พุ่ง​มาทาง​ด้าน​ข้าง​ของ​เขา​อย่าง​รุนแรง​

พรึ่บ​บ!​

ว่าน​ซือเยี่ยน​ไม่ได้รับ​บาดเจ็บสาหัส​อะไร​ แต่ทว่า​เปลวเพลิง​ลูก​นี้​ได้​เผา​ผม​ส่วนใหญ่​ของ​เขา​ และ​หลังจากนั้น​ก็​ไหม้​คิ้ว​ของ​เขา​จน​โกร๋น​ไปหมด​แล้ว​

“คุณชาย​!”

อีก​ฝ่าย​ลงมือ​ได้​รวดเร็ว​มากเกินไป​ มัน​จึงทำให้​องครักษ์​ของ​เขา​เพิ่งจะ​ล้อมวง​เข้ามา​คุ้มครอง​เขา​ได้​ใน​ตอนนี้​

และ​ร่าง​เงาสีแดง​นั้น​ก็​หายวับ​ไปอย่าง​รวดเร็ว​ปาน​สาย​ฟ้าแลบ​ก็​มิปาน​ ซึ่งทำให้​ว่าน​ซือเยี่ยน​เห็น​เพียงแค่​หาง​หมูสี​แดงก่ำ​เท่านั้น​

“เจ้านาย​ของ​ข้า​บอ​กว่า​ ให้​เจ้ารับ​ดอกเบี้ย​ไปก่อน​! ส่วน​บัญชี​ที่​เหลือ​ รอ​นาง​มาออกมา​ค่อย​มาคิดบัญชี​อีกครั้ง​!”

กล้า​เอา​เจ้านาย​ไปทิ้ง​ไว้​ใน​บ้าน​ผีสิง​เพื่อ​ทำให้​นาง​ตกใจกลัว​ แค่​เผา​คิ้ว​ของ​เขา​ก็​ถือว่า​เบา​มาก​แล้ว​ นี่​ไม่ได้​เผา​ผม​ของ​เขา​ และ​ทำให้​เขา​กลายเป็น​คน​หัวโล้น​ก็​ถือว่า​โชค​ดีมาก​เท่าไร​แล้ว​!

“มู่เฉิน​ซี!” ว่าน​ซือเยี่ยน​พ่น​สามคำ​นั้น​ออกมา​พร้อม​ขบ​ฟัน​แน่น​ เขา​รู้​แล้ว​ว่า​คน​ที่​ลอบ​โจมตี​เขา​เป็น​ผู้ใด​กัน​แน่​ และ​มัน​ก็​คือ​สัตว์​พันธสัญญา​ของ​มู่เฉิน​ซีตัว​นั้น​นั่นเอง​

คิดไม่ถึง​เลย​ว่า​ผู้หญิง​คน​นั้น​จะทิ้ง​อุบาย​เอาไว้​ ด้วย​การ​ให้​สัตว์​พันธสัญญา​ของ​นาง​มาลอบ​โจมตี​เขา​เช่นนี้​ ช่างดี​เหลือเกิน​จริง ๆ​!

“นาย​น้อย​ ต้องการ​ไล่ตาม​ไหม​ขอรับ​?”

“ใน​เมื่อ​สัตว์​เทพ​ระดับ​สอง​คิด​จะหนี​ แล้ว​พวก​เจ้าจะไล่ทัน​ได้​อย่างไร​กัน​”

ดังนั้น​ว่าน​ซือเยี่ยน​จึงเลือก​ที่จะ​กลับ​เข้าไป​อีกครั้ง​ นาง​ยังมี​เวลาว่าง​มาก​พอที่จะ​เตรียม​ให้​สัตว์​พันธสัญญา​ให้​มาลอบ​โจมตี​เขา​ได้​ ดูท่า​แล้ว​เมื่อคืน​มู่เฉิน​ซีคง​ไม่ได้​มีชีวิต​มาอย่าง​เลวร้าย​เกินไป​สินะ​

เพียงแต่​ หลังจากนั้น​ไม่นา​น.​..

“นาย​น้อย​ว่าน​ซื่อ​ เหตุใด​คิ้ว​ของ​ท่าน​ถึงหาย​ไปได้​ล่ะ​ขอรับ​?”

“แล้ว​ยังมี​ผม​ของ​ท่าน​อีก​!”

“ผู้ใด​เป็น​คน​ทำ​กัน​? คิดไม่ถึง​เลย​ว่า​จะกล้า​ทำ​กับ​นาย​น้อย​ว่าน​ซื่อ​เช่นนี้​”

แต่ละคน​ต่าง​จ้องมอง​ไปทาง​ว่าน​ซือเยี่ยน​อย่าง​แปลกประหลาด​ ซึ่งมัน​ก็​ทำให้​ว่าน​ซือเยี่ยน​อึดอัด​ใจอยู่​ไม่น้อย​เลย​

หลังจากนั้น​เขา​ก็​หยิบ​เอา​ผ้า​คาด​ศรีษะ​ที่​กว้าง​มาก​พอ​อัน​หนึ่ง​ออก​มาจาก​แหวน​มิติ​ของ​เขา​อย่าง​ใจเย็น​ ซึ่งมัน​ก็​สามารถ​ปกปิด​คิ้ว​ของ​เขา​เอาไว้​ได้​พอดี​ และ​ดู​ไม่แปลก​ขนาด​นั้น​อีกต่อไป​แล้ว​

“เอ๋​! มู่เฉิน​ซีคน​นั้น​ขึ้นไป​แล้ว​”

“คิดไม่ถึง​ว่า​จะพุ่ง​ทะยาน​ขึ้นไป​ใน​วินาที​สุดท้าย​เช่นนี้​ ช่างบังเอิญ​จริง ๆ​ เลย​!”

“……”

ถึงเวลา​ใน​การ​เปิด​หอ​นั้น​จะมีจำกัด​ แต่ทว่า​เวลา​ที่อยู่​ข้างใน​นั้น​ กลับ​ขึ้นอยู่กับ​ความสามารถ​

เวลานี้​มู่เฉียน​ซีได้​ผลัก​ประตู​ไม้ที่​แกะ​ลายฉลุ​บาน​นั้น​ออก​ และ​ทันใดนั้น​ก็​มีพลัง​จิตวิญญาณ​พุ่ง​ปะทะ​เข้ามา​ที่​ใบหน้า​ ซึ่งที่นี่​ก็​คือ​ชั้นหนึ่ง​ของ​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงนั่นเอง​

และ​สิ่งที่​ต้อง​ทดสอบ​ใน​ชั้นแรก​แห่ง​นี้​ก็​คือ​พลัง​จิตวิญญาณ​

หาก​ไม่มีพลัง​จิตวิญญาณ​ที่​แข็งแกร่ง​พอ​ ก็​จะไม่สามารถ​กลายเป็น​นัก​ปรุงยา​ได้​อยู่แล้ว​

ทั้ง​สิบ​ชั้น​ติดต่อกัน​นั้น​ล้วน​เป็นการ​ทดสอบ​พลัง​จิตวิญญาณ​ ซึ่งมู่เฉียน​ซีเพียง​หลับตา​ก็​สามารถ​ผ่าน​ด่าน​ไปได้​อย่าง​ง่ายดาย​แล้ว​

และ​สิ่งนี้​ก็​ทำให้​คน​กลุ่ม​หนึ่ง​ตกตะลึง​จน​พูดไม่ออก​ “มู่เฉิน​ซีผ่าน​ไปถึงชั้น​ที่​สิบ​แล้ว​!”

“มีอะไร​ผิดพลาด​หรือไม่​ นาง​ใช้เวลา​เพียง​พริบตาเดียว​ก็​สามารถ​ไปถึงชั้น​ที่​สิบ​ได้​แล้ว​อย่างนั้น​หรือ​!?”

“มัน​เกิด​ปัญหา​อะไร​ขึ้นกับ​ม้วน​ภาพ​เงาหรือไม่​!”

และ​สิ่งนี้​ก็ได้​ดึงดูด​ความสนใจ​ของ​ผู้พิทักษ์​แห่ง​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงเข้า​จนได้​ “แน่นอน​ว่า​ม้วน​ภาพ​เงาของ​พวก​ข้า​ไม่มีปัญหา​อะไร​อยู่แล้ว​ อีก​ทั้ง​สิบ​ชั้นแรก​ยัง​เป็น​เพียง​การ​ทดสอบ​พลังจิต​วิ​ญญาเท่านั้น​ และ​นี่​ก็​แสดงว่า​พลัง​จิตวิญญาณ​ของ​แม่นาง​น้อย​ผู้​นี้​แข็งแกร่ง​ถึงระดับ​ที่​ทำให้​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงปล่อย​ให้​นาง​ผ่าน​ไปได้​สิบ​ชั้น​อย่าง​ง่ายดาย​ เพียงเท่านี้​ก็​เห็น​ได้​แล้ว​ว่า​แม่นาง​น้อย​ผู้​มีระดับ​เป็น​ถึงนัก​ปรุงยา​ขั้น​ศักดิ์สิทธิ์​แล้ว​”

“ขั้น​ศักดิ์สิทธิ์​อย่างนั้น​หรือ​ มู่เฉิน​ซีจาก​หอ​หมอ​ปีศาจผู้​นั้น​มีอายุ​เท่าไร​กัน​แน่​?”

“นัก​ปรุงยา​ของ​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงก่อน​อายุ​ครบ​ร้อย​ปีต่าง​ก็​สามารถ​ผ่าน​ด่าน​ได้​แล้ว​ และ​การ​ที่จะ​บรรลุ​ไปถึงระดับ​นัก​ปรุงยา​ขั้น​ศักดิ์สิทธิ์​ได้​นั้น​ อย่าง​น้อย​ก็​ต้อง​มีอายุ​มากกว่า​สามสิบ​ขึ้นไป​!”

“นาย​น้อย​ว่าน​ซื่อ​…” พวกเขา​ต่าง​พา​กัน​มอง​ไปที่​ว่าน​ซือเยี่ยน​

“ข้า​ก็​ไม่แน่ใจ​เช่นกัน​ บางที​นาง​อาจจะ​เป็น​แม่มด​เฒ่าผู้​ชั่วร้าย​ก็ได้​!” ว่าน​ซือเยี่ยน​นั้น​ยังคง​กรุ่น​โกรธ​อยู่​ ดังนั้น​จึงได้​มีน้ำเสียง​ที่​ไม่ดี​เท่าไร​นัก​

“นัก​ปรุงยา​ที่​แนะนำ​โดย​สมาคมการค้า​เฉิน​ซีเป็น​นัก​ปรุงยา​อายุ​น้อย​ที่​มีพรสวรรค์​และ​มีศักยภาพ​สูงมาก​ ฉะนั้น​นาย​น้อย​ว่าน​ซื่อ​โปรด​อย่า​ล้อเล่น​ไปนัก​เลย​”

เมื่อ​ตอนที่​มาถึงชั้น​ที่​สิบเอ็ด​ มู่เฉียน​ซีก็​มาถึงห้อง​ปรุงยา​ห้อง​หนึ่ง​ ซึ่งภายใน​ห้อง​นั้น​ก็​มีมนุษย์​อยู่​คน​หนึ่ง​

ควรจะ​กล่าวว่า​ไม่ใช่มนุษย์​ แต่​เป็น​เพียงแค่​ภาพลวงตา​เท่านั้น​

และ​ใน​ตอนที่​มู่เฉียน​ซีมาถึง นาง​ก็ได้​หยิบ​เอา​หม้อ​ปรุงยา​ออกมา​ ซึ่งดูเหมือนว่า​พร้อม​ที่จะ​ปรุงยา​แล้ว​

มู่เฉียน​ซีได้​รับคำ​ใบ้​ว่า​ นาง​จำเป็น​ที่จะ​ต้อง​กลั่น​ยา​ให้​เหมือนกับ​ภาพลวงตา​นี้​ อีก​ทั้ง​ยา​ที่​กลั่น​ออกมา​จะต้อง​ดีกว่า​ของ​เขา​ถึงจะสามารถ​ผ่าน​ขึ้นไป​ยัง​ชั้น​ถัดไป​ได้​อีกด้วย​

มัน​ไม่มีสูตร​ยา​ และ​คำ​ใบ้​เดียว​ก็​คือ​ต้อง​สามารถ​มอง​สมุนไพร​วิญญาณ​ที่​ภาพลวงตา​นั้น​หยิบ​ออกมา​ให้​ออก​ให้ได้​

นาง​ระบุ​สมุนไพร​วิญญาณ​ได้​อย่าง​รวดเร็ว​ ทั้ง​ยัง​สามารถ​คาดเดา​ปริมาณ​และ​สูตร​ยา​ออก​อีกด้วย​ หลังจากนั้น​นาง​ก็​กลั่น​ยาลูกกลอน​ที่​ดีกว่า​มัน​ออกมา​ได้​ภายใน​เวลา​ไล่เลี่ยกัน​

และ​หาก​ช้ากว่า​นี้​อีก​ก้าว​หนึ่ง​ อาจจะ​ทำให้​ต้อง​ตกรอบ​ไปเลย​ก็​เป็นได้​

นี่​ก็​เป็น​เพียงแค่​ชั้น​ที่​สิบเอ็ด​เท่านั้น​ แต่กลับ​มีระดับ​ที่​ยาก​ถึงเพียงนี้​แล้ว​ มุมปาก​ของ​มู่เฉียน​ซีกระตุก​ขึ้น​มาเล็กน้อย​ จากนั้น​ก็​หยิบ​หม้อ​เทพ​ปาฮวาง​ชิงมู่ออกมา​ และ​เริ่ม​กลั่น​ยา​

ความเร็ว​ของ​มู่เฉียน​ซีเร็ว​กว่า​อีก​ฝ่าย​มาก​ นอกจากนี้​ยัง​ไม่ต้อง​รอ​ให้​อีก​ฝ่าย​กลั่น​ยา​จน​เสร็จ​ เพราะ​ขอ​เพียงแค่​ยาลูกกลอน​ที่​มู่เฉียน​ซีกลั่น​ออกมา​เหมือนกับ​การ​ทดสอบ​ใน​ครั้งนี้​ และ​มีระดับ​ที่สูง​กว่า​อีก​ฝ่าย​ตามที่​คาดการณ์​เอาไว้​ หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงก็​ยอม​ปล่อย​ให้​ผ่าน​ด่าน​แล้ว​

เมื่อ​ไปถึงชั้น​ที่​สิบเอ็ด​ ผู้คน​ก็​ค้นพบ​ว่า​ความเร็ว​ของ​มู่เฉียน​ซีนั้น​เปลี่ยนเป็น​ช้าลง​ ซึ่งนี่​ก็​เป็นเรื่อง​ที่​สมเหตุสมผล​แล้ว​

แต่ทว่า​เมื่อ​ผ่าน​ไปครู่หนึ่ง​ พวกเขา​ก็​ค้นพบ​ว่า​มัน​ไม่ได้​ช้าไปมาก​ขนาด​นั้น​

แน่นอน​ว่า​ผู้พิทักษ์​ของ​หอ​โอสถ​ว่าน​ฉงต่าง​ก็​เป็น​ผู้​ที่​มีประสบการณ์​และ​ความรู้​ที่​กว้างขวาง​เช่นกัน​ ดังนั้น​เขา​จึงรู้​ว่า​คน​ที่​สามารถ​ทำ​ถึงขั้น​นี้​ได้​นั้น​ แสดงว่า​อีก​ฝ่าย​นั้น​มีความสามารถ​สูงมาก​เพียงใด​

“ช่างเป็น​ต้นกล้า​ที่​ดีงาม​จริง ๆ​!” เขา​กล่าว​พลาง​ลูบ​เครา​ไปด้วย​

ชั้น​ที่​สิบสอง​ คู่ต่อสู้​ของ​นาง​นั้น​มีถึงสอง​คน​ และ​ทั้งสอง​คน​นั้น​ก็​กลั่น​ยาลูกกลอน​ชนิด​เดียวกัน​ แต่ทว่า​ทั้ง​คุณภาพ​และ​ปริมาณ​ล้วน​แตก​ต่างกัน​อย่าง​สิ้นเชิง​

ซึ่งนี่​ก็​แสดงว่า​มู่เฉียน​ซีจำเป็น​ที่จะ​ต้อง​ทำให้​ดีกว่า​พวกเขา​ และ​ยัง​ต้อง​เร็ว​กว่า​พวกเขา​อีกด้วย​!

ทุกครั้งที่​ขึ้นไป​หนึ่ง​ชั้น​ จำนวน​คน​ก็​จะเพิ่มขึ้น​เป็น​สองเท่า​ และ​แม้จะมีจำนวน​คน​มาก​เพียงใด​ แต่​ก็​ไม่ได้​สร้าง​ความกดดัน​ต่อ​มู่เฉียน​ซีมาก​นัก​ ซึ่งด้วยเหตุนี้​จึงทำให้​มู่เฉียน​ซีพิชิต​ผ่าน​ไปจนถึง​ชั้น​ที่​ยี่สิบ​ได้​อย่าง​ราบรื่น​

ซึ่งก็​นำหน้า​ไปไกล​มาก​แล้ว​!

ต้อง​รู้​ว่าด้วย​ถึงจะเข้ามา​เร็ว​ที่สุด​ แต่​ตอนนี้​คน​ที่​ไต่​อันดับ​เร็ว​ที่สุด​ก็​ยังอยู่​แค่​ชั้น​ที่​สิบ​เจ็ด​เท่านั้น​!