ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2528 ช่วยเจ้าเก็บกวาด
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านคือผู้พิทักษ์ชั้นที่สามอย่างนั้นสินะ?”
“ไม่! ข้าไม่ใช่” เขารีบกล่าวปฏิเสธโดยตรง
มู่เฉียนซีได้หยิบอาหารจานหนึ่งออกมาแล้วกล่าวว่า “เหวนรกแห่งนี้ช่างรกร้างเหลือเกิน ข้ามาถึงที่นี่นานแล้วแต่ก็ยังไม่เจอของอะไรที่อร่อยเลย บังเอิญว่ามีเพื่อนคนหนึ่งเพิ่งจะแ แสดงฝีมือการทำอาหาร แม้ว่าท่านจะไม่ใช่ผู้พิทักษ์ของชั้นที่สามแห่งนี้ แต่ถือว่ามีโชคชะตาที่ได้พบกัน ข้าขอเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อจะได้หรือไม่?”
เมื่อผู้พิทักษ์ชั้นที่สามเห็นอาหารที่หน้าตาน่ารับประทานเช่นนั้นก็หน้าซีดเผือดขึ้นทันที มันทำให้เขานึกถึงตนเองที่เคยไร้เดียงสา เขาถูกหลอกเพราะความงดงามที่มีแต่ภายนอกเช่นนี้ มิใช่หรือ?
และตอนนี้ เขาไม่มีทางถูกหลอกได้อีกแน่นอน
อาหารนี้แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นของที่เจ้าหมอนั่นเป็นคนทำ แล้วเขาจะกล้ากินได้อย่างไร?
เขากล่าวว่า “ข้าว่ามันไม่จำเป็นหรอก ไม่ต้องดูแล้ว…”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ท่านรู้ว่าสิ่งนี้กินไม่ได้ เช่นนั้นท่านยังจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามอยู่อีกหรือ? ทักษะการทำอาหารที่วิปลาสของผู้พิทักษ์ชั้นที่สอง คิดว่าน่า าจะมีเพียงเหล่าผู้พิทักษ์อย่างพวกท่านเท่านั้นที่รู้!”
จุดประสงค์ของมู่เฉียนซีไม่ได้ต้องการให้เขากินแต่อย่างใด แต่ต้องการทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธเรื่องที่เขาคือผู้พิทักษ์ชั้นที่สามได้เท่านั้น
แน่นอนว่า เขาไม่สามารถดื้อดึงได้อีกต่อไป เขากล่าวว่า “เมื่อครู่นี้ข้าโกหกเจ้าจริง ๆ ข้าคือผู้พิทักษ์ชั้นที่สาม ในมือของเจ้าคงจะเป็นอาหารที่เขาทำ และเจ้าก็คงจะโดนเขาบังคับ บให้กินอาหารที่เขาทำนี้ เขาถึงได้ยอมพาพวกเจ้ามาส่งที่ชั้นสามเช่นนี้! เจ้าเด็กน้อยทั้งสองคงลำบากมากเหมือนกันสินะ!”
เขารู้สึกทึ่งมากที่ตอนนี้พวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ อย่างไรเสียของที่เจ้าหมอนั่นทำออกมาก็ไม่สามารถให้คนกินได้อยู่แล้ว
แต่เขากลับไม่รู้ว่า พวกของมู่เฉียนซีไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ส่วนคนที่ต้องกินจนเกิดเรื่องก็คือผู้พิทักษ์ชั้นที่สองต่างหาก
“ที่พวกเจ้ามาหาข้า เพราะต้องการให้ข้าพาพวกเจ้าไปชั้นที่สี่อย่างนั้นหรือ?” เขากล่าวถาม
“ใช่แล้วล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“ชั้นที่สามในตอนนี้อันตรายมาก ช่วงนี้ปีศาจเหวนรกก่อจลาจลอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งแต่ละตัวก็รับมือได้ไม่ง่ายเช่นกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมให้พวกเจ้าเลือกมาที่เหวนรกแห่งนี้เลย ย เอาอย่างนี้! หากพวกเจ้าสามารถอยู่ชั้นที่สามได้อย่างปลอดภัยเป็นเวลาหนึ่งเดือน ข้าจะนำทางให้พวกเจ้า และพาพวกเจ้าไปส่งที่ชั้นที่สี่ เป็นอย่างไร?” เขากล่าว
“หนึ่งเดือน มันไม่นานเกินไปหน่อยหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าว
แม้ว่าเมื่ออยู่ที่นี่คำสาปของจิ่วเยี่ยจะถูกสะกดเอาไว้อย่างแน่นหนา อีกทั้งพลังประหลาดนั่นยังไม่สามารถทำอะไรได้อีกด้วย และถึงนี่จะเป็นเรื่องที่ดี ทว่าก็ไม่สามารถรอนานเกินไ ไปได้เช่นกัน เพราะไม่รู้ว่าภายนอกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง นอกจากนี้ถึงคำสาปจะดูเหมือนว่ากำลังสงบ แต่การปล่อยเอาไว้ในร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องดี ฉะนั้นจำเป็นต้องรีบกำจัดอ ออกไปให้เร็วที่สุดดีกว่า
“คิดไม่ถึงว่าแค่หนึ่งเดือนจะบ่นว่านานแล้ว คนวัยเยาว์อย่างพวกเจ้าจะประมาทไม่ได้สิ! หากหยิ่งผยองเกินไปอาจถึงแก่ชีวิตได้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้าก็แล้วกัน ปีศาจเหวนรกของที่น นี่แข็งแกร่งกว่าของชั้นที่หนึ่งและสองมากมายนัก” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ภายในหนึ่งเดือน หากข้าสามารถช่วยท่านกำจัดปีศาจเหวนรกในชั้นที่สามจนหมดได้ นอกจากจะนำทางให้ข้าแล้ว ท่านต้องช่วยหาผู้พิทักษ์ชั้นที่สี่ให้ข้าด้วยได้หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่ าวกับเขา
“หรือว่าเจ้าสองคนนั้นจะแอบอู้แล้วปล่อยให้พวกเจ้าทำงานให้อย่างนั้นหรือ ข้าชอบลุยเดี่ยว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาคอยช่วยเหลือ! แม้ว่าข้าจะทำงานทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ไม่สามารถจัดการ รได้ภายในหนึ่งเดือนหรอกนะ!” เขากล่าว
“ท่านเพียงแค่บอกข้า ว่าท่านรับปากหรือไม่รับปากก็พอ! หากรับปากละก็ ในเมื่อท่านไม่ชอบให้พวกเราลงมือด้วยกัน เช่นนั้นพวกเราแยกกันลงมือก็พอแล้ว แม้ว่าข้าจะไม่มีลูกกรงของผู้พิ ทักษ์ปีศาจเหวนรกเพื่อเก็บกวาดพวกมัน แต่ข้าสามารถขังพวกมันเอาไว้และทำให้พวกมันสูญเสียพลังในการต่อสู้ได้ หลังจากนั้นก็รอให้ท่านมาจัดการมันทีหลัง” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
ถึงเขาจะพูดไปขนาดนี้แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแม่สาวน้อยผู้นี้จะไม่ยอมแพ้อยู่ดี และความดื้อดึงเช่นนี้ ก็ทำให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามจนปัญญามากเช่นกัน
“ตกลง! ข้ารับปากเจ้า ขอเพียงเจ้าทำได้ก็พอ” เขารู้สึกว่าแม่สาวน้อยผู้นี้และเจ้าหนูนี่จะต้องทำไม่ได้อย่างแน่นอน
และเมื่อเขาพูดจบ ก็เตรียมที่จะจากไปทันที
“เอาล่ะ! ข้าไปทำงานต่อแล้ว! ปีศาจเหวนรกในชั้นที่สามของเขามีจำนวนเยอะมากเหลือเกิน คาดว่าต้องใช้เวลาถึงครึ่งปีกว่าจะสามารถจัดการเก็บกวาดได้หมด” และร่างของเขาก็หายไปต่อหน้าต ต่อตามู่เฉียนซีทันที
มู่เฉียนซีกล่าวกับจิ่วเยี่ยว่า “จิ่วเยี่ย พวกเราก็เริ่มทำงานกันบางเถอะ!”
ปัง ปัง ปัง!
มู่เฉียนซีได้เผชิญหน้ากับปีศาจเหวนรกที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไรนัก และหลังจากที่ปล่อยให้นางเอาชนะมันได้แล้ว นางก็ใช้มันเป็นเครื่องทดลอง หลังจากนั้นก็กลั่นยาพิษที่สามารถใ ใช้กับพวกมันได้ออกมา
ยาพิษชนิดนี้สามารถทำให้พวกมันสูญเสียกำลังไป จนปล่อยให้ถูกคนสังหารได้
ผลของยานั้นไม่เลวเลย และหลังจากที่นางได้ทดลองอีกหลายครั้ง ก็ไม่พบปัญหาใด ๆ
มู่เฉียนซีได้วางยาพิษปีศาจเหวนรกที่ถูกจัดการแล้วเหล่านั้น จากนั้นก็นำมันไปกองไว้ยังสถานที่ที่เห็นได้ชัดเจน และเมื่อไรที่ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามผ่านทางมาก็จะสามารถมองเห็นมัน ได้อย่างชัดเจน
อีกทั้งเขาไม่จำเป็นต้องลงมือใด ๆ เพียงแค่จัดการนำปีศาจเหวนรกเหล่านี้ใส่เข้าไปในมิติก็ได้แล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากจริง ๆ
หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วัน จอมหลงทางอย่างผู้พิทักษ์ชั้นที่สาม ที่แม้ว่าจะเป็นอาณาเขตของตนเองก็สามารถหลงได้ผู้นี้ ก็หาสถานที่ที่หนึ่งเจอ แต่เขากลับค้นพบว่าที่ข้างทางนั้ นมีปีศาจเหวนรกที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนอยู่กองหนึ่ง
เขายิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “เจ้าปีศาจเหวนรกเหล่านี้คงคิดว่าแสร้งตายแล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปอย่างนั้นสินะ! นี่มันจะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!”
เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ กลับเห็นว่าปีศาจเหวนรกเหล่านี้กำลังโกรธแค้นอยู่ แต่ทว่าพวกมันกลับไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย เขาผงะไปครู่หนึ่ง “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? เกิดอะไ ไรขึ้นกับพวกมันกันแน่?”
“มีคนทำอย่างนั้นสินะ!”
ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เขานึกถึงคำพูดของแม่สาวน้อยผู้นั้น นางจริงจัง และนางก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ
แต่ว่านี่ไม่ได้เป็นเพียงการจัดการปีศาจเหวนรกเหล่านี้เท่านั้น นางยังต้องการที่จะช่วยเขากำจัดปีศาจเหวนรกเหล่านี้ให้หมดภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนอีกด้วย ซึ่งนั่นมันยังคงห่างไกล นัก!
ในตอนที่เขากำลังคิดเช่นนี้ ผลปรากฏว่าตลอดทั้งเส้นทาง เขาสามารถเก็บกวาดปีศาจเหวนรกได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนถูกจัดการไว้อยู่แล้ว และเขาก็ไม่ต้องลงมือต่อสู้เองเลย ย
“เอ๋! ความสามารถของเจ้าเด็กน้อยทั้งสองค่อนข้างดีเลยทีเดียว! มิแปลกใจเลยที่จะมีฝีมือเช่นนี้” เขาบ่นพึมพำ
ในเวลานี้เอง เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “เจ้าพูดผิดแล้ว ตาเฒ่าเกา ไม่ใช่ว่าพวกเขาทั้งสองคนมีความสามารถที่ไม่แล้ว แต่เป็นความสามารถของแม่สาวน้อยผู้นั้นไม ม่เลวต่างหาก! หากข้าเดาไม่ผิดแล้วละก็ คนที่จัดการพวกมันก็คือแม่สาวน้อยผู้นั้นแน่”
ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามเหลือบมองไปที่ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองพลางกล่าวว่า “นะ…นี่มันเป็นไปไม่ได้! สาวน้อยที่มีระดับไม่ถึงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์คนนั้นน่ะหรือ เจ้าแน่ใจ จว่าไม่ได้กำลังล้อข้าเล่นอยู่ใช่หรือไม่?”
“แน่นอนว่าข้าไม่มีทางเอาเรื่องเช่นนี้มาล้อเล่นกับเจ้าอยู่แล้ว! ตอนที่พวกเขาอยู่ชั้นที่สอง ก็ยังไม่เคยเจอปีศาจเหวนรกที่สามารถทำอันตรายแม่สาวน้อยผู้นั้นได้ ฉะนั้นจึงยังไม่ถึงต ตาที่เจ้าหนุ่มน้อยนั่นจะต้องลงมือด้วยตนเอง เจ้าหนุ่มน้อยนั่นเก่งมาก ทักษะการทำอาหารแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าเสียอีก นอกจากนี้ยังมีรสชาติที่โหดร้ายยิ่งกว่าข้าด้วย” ผู้พิทักษ์ชั้นท ที่สองกล่าวพลางถอนหายใจ
“อะไรนะ? บนโลกใบนี้ยังมีคนเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ เป็นไปไม่ได้หรอก!”
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! นี่คือสิ่งที่เขาทำ หากเจ้าไม่เชื่อก็ลองมาชิมดูสิ! มาเลย!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าวพลางนำจานอาหารออกมาสองสามจาน
ไม่มีทางเลือก ในเมื่อตนเองถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม เขาก็อดที่อยากจะทำร้ายผู้อื่นไปด้วยไม่ได้