ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2529 ถูกจับตามอง
“จะ…เจ้าอย่าเข้ามา! ข้าไม่ต้องการสักหน่อย!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามวิ่งหนีราวกับพายุหมุนก็มิปาน
ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกล่าวพลางวิ่งไล่ตาม “เจ้ารอข้าด้วยสิ! กินแค่นิดหน่อยเนื้อเจ้าไม่หายไปไหนหรอกน่า!”
“เนื้ออาจจะไม่หาย แต่ชีวิตจะหายเอาน่ะสิ! ข้าไม่เอาด้วยหรอก” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าว
“เนื้อไม่หายจริง ๆ นั่นแหละ แต่มันจะเอาชีวิตไปแทนน่ะสิ!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ บ่นพึมพำออกมา
ปีศาจเหวนรกของเหวนรกชั้นที่สามนี้อันตรายมากจริง ๆ และครั้งนี้มู่เฉียนซีก็เจอเข้ากับคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยากเข้าจนได้
แม้ว่าจะให้พวกของอู๋ตี้ทั้งสามตัวร่วมมือกัน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้อยู่ดี
ตูมมมม!
มู่เฉียนซีถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
หากไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งทางร่างกายของนางแล้วล่ะก็ นางคงจะถูกพลังนั้นโจมตีจนร่างแหลกละเอียดตายไปแล้วก็ได้
พรวด พรวด พรวด!
พวกของอู๋ตี้และเสี่ยวหงในเวลานี้ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
เมื่อจิ่วเยี่ยเห็นว่าการต่อสู้มู่เฉียนซียากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เดินออกไปแล้วกล่าวว่า “ซี มันน่าจะถึงเวลาให้ข้าลงมือได้แล้วนะ”
ทันใดนั้นพลังแห่งความมืดอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา และท่ามกลางแรงกดดันของจิ่วเยี่ยก็ทำให้ปีศาจเหวนรกเหล่านี้เคลื่อนไหวช้าลงอย่างมาก หลังจากนั้นสิ่งที่พวกมันต้องเผชิญก็คื อการสังหารอยู่ฝ่ายเดียวของจิ่วเยี่ยนั่นเอง
ทันทีที่จิ่วเยี่ยลงมือ ปีศาจเหวนรกเหล่านั้นก็หายไปในพริบตาเดียว และไม่มีชีวิตรอดเหลือให้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามจับใส่เข้ากรงมิติเลยแม้แต่ตัวเดียว
ทันใดนั้นบริเวณโดยรอบก็ถูกเขาเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยม
เสี่ยวหงกล่าวว่า “สมกับที่เป็นท่านจิ่วเยี่ย ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ผู้พิทักษ์ของที่นี่ล้วนไม่ได้สังหารปีศาจเหวนรกเหล่านี้โดยตรง แต่เมื่อพวกเขาเอาชนะได้แล้วแค่ขังพวกมันเอาไว้เท่านั้น จิ่วเยี่ย ที่พวกเราทำให้ปีศาจเหวนรกเห หล่านี้หายไป มันจะไม่เป็นปัญหาหรือ!”
จิ่วเยี่ยกล่าวตอบว่า “ไม่มีปัญหาหรอก! ถึงแม้ว่าจะมีปัญหา ผู้พิทักษ์คนนั้นก็คงไม่กล้าพูดจาไร้สาระหรอก”
หลังจากนั้นหากมู่เฉียนซีเผชิญหน้ากับปีศาจเหวนรกที่ไม่สามารถรับมือได้ จิ่วเยี่ยก็จะลงมือแทน ซึ่งเขาก็โจมตีจนปีศาจเหวนรกของชั้นที่สามเหล่านี้ไม่มีทางต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่านี่เป็นฝันร้ายสำหรับเหล่าปีศาจเหวนรก ที่ต้องมาเผชิญกับการมีอยู่ของจิ่วเยี่ยเช่นนี้
เนื่องจากปีศาจแห่งเหวนรกยังมีอีกมากมาย จึงทำให้เวลาที่ต้องอยู่ที่นี่นานมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากที่จำนวนครั้งที่จิ่วเยี่ยลงมือมีมากขึ้นเรื่อย ๆ พลังจิตวิญญาณที่ทั้งเฉียบคมและแข็งแกร่งของมู่เฉียนซี ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาดบางอย่าง…
มู่เฉียนซีดึงจิ่วเยี่ยเอาไว้แล้วกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ข้ารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังมีอะไรบางอย่างจับตาดูอยู่เลย? แต่ข้าหาที่อยู่ของคนผู้นั้นไม่เจอ หรือผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกำลังแ แอบจับตาดูพวกเราอยู่อย่างนั้นหรือ”
จิ่วเยี่ยกล่าวตอบว่า “ใช่ แต่ว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีจิตสังหาร!”
นางรู้สึกได้ว่าเขาไม่มีจิตสังหารจริง ๆ ฉะนั้นจึงเลิกใส่ไจไปก่อน หลังจากที่ทำภารกิจเพื่อออกไปจากชั้นที่สามเสร็จแล้วค่อยว่ากัน
ก่อนหน้านี้ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามยังสามารถเก็บเหล่าปีศาจเหวนรกที่มู่เฉียนซีจับเอาไว้ได้มากมาย แต่ทว่ามาถึงตอนหลัง เขากลับเจอมันน้อยลงเรื่อย ๆ
“แม่สาวน้อยผู้นี้ช่างโชคดีจริง ๆ เลย! ในแต่ละครั้งล้วนเจอกับปีศาจเหวนรกเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของนาง หากเจอเยอะกว่านี้สักหน่อย คงจะต้องตกอยู่ในอันต ตรายเป็นแน่” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าว
ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าปีศาจเหวนรกที่มู่เฉียนซีเจอมีจำนวนน้อยลงทุกครั้ง แต่มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะมันมีจำนวนมากจนไม่นับไม่ถ้วนเลยต่างหาก
เพียงแต่ว่าปีศาจเหวนรกที่นางเอาชนะเท่านั้นถึงจะมีโอกาสมีชีวิตรอด ส่วนปีศาจเหวนรกที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของจิ่วเยี่ย พูดได้เลยว่ายากที่จะหลีกเลี่ยงจุดจบแห่งความตายไปได้จริง ๆ
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป มู่เฉียนซีก็รู้สึกได้ว่าตนเองจัดการไปไม่น้อยแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่ายังห่างจากเป้าหมายอีกเยอะแค่ไหนอยู่ดี
ทว่าผู้พิทักษ์ชั้นที่สามในเวลานี้กำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะเขาได้ถูกปีศาจเหวนรกที่แข็งแกร่งมากกลุ่มหนึ่งล้อมเอาไว้
เขาตะลึงงันไปครู่หนึ่ง “เหตุใดเจ้าพวกนี้ถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่ชั้นสามของข้าได้กันล่ะ! ให้ตายเถอะ!”
ตูมมม โครมมมม!
อย่างน้อย ๆ เจ้าพวกนี้ก็น่าจะมีจำนวนนับร้อยตัวขึ้นไป…
ขนาดผู้พิทักษ์ชั้นที่สองที่ขี้เกียจต่อสู้และเตรียมดูการแสดงดี ๆ เท่านั้นยังต้องเริ่มเคลื่อนไหว เมื่อเห็นว่าสหายของตนเองเริ่มจะทนไม่ไหวขึ้นมาแล้ว
“โง่เง่านัก! หากข้าเป็นเจ้า ตอนนี้คงหนีกลับไปที่ชั้นที่สองแล้ว! เพราะที่นั่นปลอดภัยที่สุด เจ้าจะมาอยู่ในความวุ่นวายเช่นนี้ไปทำไมกัน” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าว
“ข้าพอใจ! แล้วเจ้าจะทำอะไรได้ล่ะ?”
ปัง ปัง ปังง!
เพราะการต่อสู้อันดุเดือด ทำให้พวกเขาล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล
ผู้พิทักษ์ชั้นที่สองกินยาน้ำรักษาอาการบาดเจ็บเข้าไปขวดหนึ่งพลางกล่าวว่า “โชคดีที่ข้ายังฉลาดเอายารักษามาด้วยมากมาย แล้วข้าจะกลัวพวกเจ้าไปทำไมกัน?”
เมื่อผู้พิทักษ์ชั้นที่สามค้นพบว่าอาการบาดเจ็บของผู้พิทักษ์ชั้นที่สองนั้นฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงกล่าวว่า “เมื่อครู่นี้เจ้ากินอะไรเข้าไปน่ะ? คิดไม่ถึงเลยว่าจะฟื้นตัวได้เ เร็วเช่นนี้ รีบเอามาให้ข้าขวดหนึ่งเร็วเข้า!”
“ที่เขามีไม่มากเท่าไรหรอก แต่ที่ข้ามีเยอะมาก! มิเช่นนั้นเจ้ามาซื้อกับข้าเถอะ! เอาของที่ข้าชอบชิ้นนั้น…” ในเวลานี้ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งในฐานะเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดก็ได้มาฉวยโอกาสหาผลประโยชน์เช่นกัน
“ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!”
ถึงจะไร้ยางอายแต่เขาก็เต็มใจยอมรับมัน และหลังจากนั้นพวกเขาก็ทำการซื้อขายกันสำเร็จ ซึ่งในที่สุดผู้พิทักษ์ชั้นที่สามก็ได้รับรู้ถึงผลลัพธ์อันทรงพลังของยาน้ำนั้น
หลังจากนั้นผู้พิทักษ์ชั้นที่สามก็เข้าไปในวงล้อมการต่อสู้ แม้ว่ายาน้ำนี้จะสามารถช่วยพวกเขาได้มาก แต่ปีศาจเหวนรกเหล่านี้ก็ทั้งแข็งแกร่งและมีจำนวนมาก นี่จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ขอ องพวกเขาจริง ๆ
ถึงแม้ว่าผู้พิทักษ์อย่างพวกเขาจะไม่สามารถตายได้ แต่หากได้รับบาดเจ็บสาหัส และสามชั้นแรกสูญเสียการป้องกันไป ผลที่ตามมาก็จะร้ายแรงมากทีเดียว
“รีบไปขอกำลังเสริมมาเถอะ!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าว
“ขอกำลังเสริมหรือ! แค่ในอาณาเขตของตนเองของเจ้าสี่คนนั้นก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว แล้วจะมาช่วยพวกเราได้อย่างไรล่ะ!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าว
สี่ชั้นสุดท้ายอันตรายยิ่งกว่านี้เสียอีก พวกเขาต้องไม่ว่างแน่นอนอยู่แล้ว
“ข้าไม่ได้หมายความว่าให้ไปหาพวกเขาเสียหน่อย! ข้าหมายความว่าให้ไปตามเจ้าสองคนที่มาใหม่นั่นมา…”
“พอแล้ว! นี่จะให้พวกเขามารนหาที่ตายหรืออย่างไรกัน!” ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าว
“พวกเขาแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าจินตนาการไว้มากนัก!” ผู้พิทักษ์จากทั้งสองชั้นแรกต่างก็กล่าวกับเขาเช่นนี้
มู่เฉียนซีที่อยู่ด้วยกันกับจิ่วเยี่ยในตอนนี้ ก็หมดหนทางในการตามหาปีศาจเหวนรกแล้ว นางจึงหันไปกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “จิ่วเยี่ย ปีศาจเหวนรกของที่นี่ถูกพวกเราจัดการไปหมดแล้ว”
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “ยังมี! ยังมีอีกมากเลยล่ะ แต่ที่เหลือไปรวมตัวกันอยู่ที่เดียวหมดแล้ว”
การรับรู้ที่จิ่วเยี่ยมีต่อปีศาจเหวนรกที่โหดร้ายเหล่านี้ชัดเจนกว่ามู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงรับรู้ได้ว่าปีศาจเหวนรกที่เหลืออยู่ที่ใดกันแน่?
“พวกมันทั้งหมดไปรวมตัวอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือ? หรือพวกมันจะตกใจในความสามารถของจิ่วเยี่ย จึงได้ไปรวมตัวกันเพื่อล้อมโจมตีพวกเรา ไปกันเถอะ! รีบไปกำจัดพวกมัน พวกเราจะได้ไปชั นต่อไปเสียที” มู่เฉียนซีกล่าวกับจิ่วเยี่ย
จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “อื้ม!”
แต่มู่เฉียนซีก็ไม่คิดเลยว่า ปีศาจเหวนรกทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชั้นที่สามนี้จะไม่ได้รวมตัวกันเพื่อโจมตีพวกเขา ทว่าเป้าหมายของพวกมันกลับเป็นผู้พิทักษ์ของทั้งสามชั้นแรกเหล่านั้น น
ตอนนี้ผู้พิทักษ์ทั้งสามชั้นที่พวกนางเจอก่อนหน้านี้ได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับปีศาจเหวนรกที่แข็งแกร่งกว่าที่พวกนางเคยเจอมาก่อนหน้านี้อีกด้วย ย หลังจากนั้นมู่เฉียนซีจึงหยิบกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมาแล้วกล่าวว่า “ฆ่ามัน!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกไป
และร่างของจิ่วเยี่ยก็สว่างวาบขึ้น เขาพุ่งทะยานสูงขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นก็เกิดแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ที่ทำให้ปีศาจเหวนรกเหล่านั้นตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที
ผู้พิทักษ์ชั้นที่สามกล่าวว่า “เหตุใดพวกเจ้าต้องรนหาที่ตายด้วย?”