ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2587 เผชิญหน้ากับเผ่าวิญญาณ
“ซี พวกเราไปกันเถอะ!” จิ่วเยี่ยกล่าว
ในชั้นที่หนึ่ง คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีสัตว์พันธสัญญาต่างก็ถูกคัดออกไปจนหมด ส่วนคนที่เหลืออยู่ล้วนเป็นเพราะมีสัตว์พันธสัญญาเป็นคู่หู ที่สามารถปกป้องพวกเขาได้
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยตรงไปยังชั้นที่สองของหอคอยนิรันดร์ ที่หอคอยนิรันดร์แห่งนี้มีทั้งหมดเจ็ดชั้น หากพวกเขาสามารถไปถึงชั้นที่เจ็ดได้เร็วที่สุด บางที่อาจจะมีโอกาสได้ครอบคร รองมันก่อนก็เป็นได้
คนที่อยู่ที่นี่ทุกคนต่างก็มีความคิดเช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงให้สัตว์พันธสัญญาของตนเองพยายามบุกขึ้นไปอย่างเต็มที่ ผู้ใดสามารถบุกขึ้นไปด้วยความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดได้ก่อน บางทีอาจจะได้รับการยอมรับจากหอคอยนิรันดร์ก็เป็นได้
คู่ต่อสู้ของชั้นที่สองนั้นมีจำนวนมากยิ่งขึ้น และแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย แต่แน่นอนสัตว์พันธสัญญาของมู่เฉียนซีเองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน ซึ่งมันก็สามารถกวาดล้างไปได้ตลอดทาง
ในสามชั้นแรกพวกของมู่เฉียนซีเป็นผู้ที่นำหน้าไปก่อน แต่พอหลังจากชั้นที่สามขึ้นไปกลับมีคนไล่ตามมาทันจนได้
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นท่านอ๋องจิ่วเยี่ย เพราะสัตว์พันธสัญญาของท่านไม่อยู่ จึงทำให้ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยในตอนนี้ต้องพึ่งการปกป้องจากหญิงสาวคนหนึ่งแทนสินะ” เห็นได้ชัดว่าคนที่มา ใหม่นี้รู้จักกับจิ่วเยี่ย และเมื่อเห็นว่าจิ่วเยี่ยไม่สามารถลงมือต่อสู้ได้ พวกเขาจึงเริ่มพูดจาดูถูกจิ่วเยี่ยขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ศัตรูของเจ้าจะเยอะเกินไปแล้ว”
“มีสัตว์เทพระดับต่ำสามตัว กับพืชกลายพันธุ์ขั้นเทวะอีกหนึ่งตัวสินะ พรสวรรค์ของแม่สาวน้อยผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลย! แต่ว่ามันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเราอยู่ดี” คนเหล่านี้กล่ าวอย่างเย้ยหยัน
“คนที่เผชิญหน้ากับพวกเรา ล้วนถูกกวาดล้างไปจนหมดแล้ว ทั้งฆ่าทิ้งหรือไม่ก็ทำให้ถูกคัดออกไป ขอเพียงพวกเรากลายเป็นผู้เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียว หอคอยนิรันดร์ก็จะเป็นของพวกเรา ส สถานที่ต่อสู้แห่งนี้พวกเรามีความได้เปรียบมากที่สุด ไม่ว่าคนจากเผ่าใด ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา” พวกเขากล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“ในแดนเทพ ผู้ที่สามารถฝึกสัตว์ได้มิได้มีแค่พวกเจ้าเท่านั้น พวกเจ้าถือว่าเป็นขยะทั่วไปในหมู่ขยะเท่านั้น” ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็นึกที่มาของคนเหล่านี้ออกแล้ว
คำที่ดูแคลนของจิ่วเยี่ยทำให้พวกเขาโกรธเคืองเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการที่จะลงมือกับจิ่วเยี่ย และสำหรับพวกเขานอกจากพืชกลายพันธุ์ที่ดูจะค่อนข้างมีปัญหาแล้ว สัตว์ตัวอื่น ๆ ล้วน จัดการได้ง่ายทั้งสิ้น
ตูมมม โครมมม!
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สัตว์พันธสัญญาของพวกเขาเหล่านั้นจะสามารถทำอันตรายจิ่วเยี่ยได้ และแม้แต่ชายเสื้อของจิ่วเยี่ย เจ้าพวกนี้ก็ยังไม่สามารถแตะต้องได้เลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าการปรากฏตัวของพวกเขามีผลกระทบต่อพวกของมู่เฉียนซี ซึ่งมันทำให้พวกเขาไปถึงชั้นที่เจ็ดได้ช้าลง มู่เฉียนซีจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฝูเซิง ทำลายพวกมันซะ!”
อีกฝ่ายคือผู้ฝึกสัตว์ของเผ่าเทพ ซึ่งความสามารถของสัตว์พันธสัญญาของพวกเขาก็ถือว่าทรงพลังมากเช่นกัน ฉะนั้นหากต้องการจะกำจัดพวกเขาออกไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
และในเวลานี้ แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็ได้แพร่กระจายออกมา ซึ่งมู่เฉียนซีก็ค้นพบว่าสัตว์พันธสัญญาของคู่ต่อสู้เหล่านั้นล้วนตัวแข็งทื่อไปหมด พวกมันกำลังหวาดกลัว!
ทันใดนั้นงูยักษ์ขนาดใหญ่มหึมาก็ได้ปรากฏตัวขึ้น มันแสยะยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าว่านะเยี่ย! เจ้ากับคนงามรีบร้อนจนถึงขนาดทิ้งข้าไว้ข้างหลังเช่นนั้นเลยหรือ ดูสิตอนนี้กำลังถูกคนอ อื่นรังแกแล้วสินะ!”
เมื่อผู้ฝึกสัตว์เหล่านั้นเห็นสัตว์เทพขนาดใหญ่มหึมานี้ ดวงตาของพวกเขาก็แทบจะถลนออกมาทันที พวกเขากล่าวว่า “นะ…นี่คือ…”
“รีบไปเร็ว!”
พวกเขารู้ดีว่า สัตว์พันธสัญญาทั้งหมดของตนเองไม่สามารถรอดไปจากกรงเล็บของเจ้าตัวยักษ์นี้ได้แน่นอน
“เจ้าพวกของเด็กเล่นอย่างพวกเจ้าที่กล้ามาหาเรื่องเยี่ย อย่าคิดว่าจะหนีไปได้เลย!” จื่อโยวกล่าวอย่างเคร่งขรึม
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจื่อโยว ความได้เปรียบด้านจำนวนของคนเหล่านี้ก็ไม่มีอีกแล้ว และพวกเขาก็ถูกคัดออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นจื่อโยวก็กลายร่างเป็นมนุษย์และร่อนลงมาจากกลางอากาศ เขากล่าวกับมู่เฉียนซีด้วยรอยยิ้มว่า “คนงาม เป็นอย่างไรบ้าง? ข้ายอดเยี่ยมหรือไม่! หอคอยนิรันดร์แห่งนี้ทำให้สัต ตว์วิญญาณทุกตัวสามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้ มันช่างมีความสุขจริง ๆ เลย”
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ที่นี่ก็เหมือนกรงขังในเวลาเดียวกัน หากเจ้าอยากจะอยู่ที่นี่แล้วละก็ รอหลังจากที่ซีได้หอคอยนิรันดร์มาเมื่อไร เจ้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยก ก็ได้”
จิ่วเยี่ยเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างกายของมู่เฉียนซี ซึ่งมันก็ทำให้มุมปากของจื่อโยวกระตุกขึ้นอย่างรุนแรง มิใช่ว่าเขาแค่ทำตัวเด่นต่อหน้าคนงามเองหรือ? แค่นี้เยี่ยก็โกรธแล้ว?
การปรากฏตัวของจื่อโยว ทำให้การเดินทางของพวกเขาหลังจากนั้นราบรื่นมากขึ้นไปอีก แม้ว่าจะเจอกับสัตว์ร้ายที่ยากจะรับมือแต่ก็สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ภายในหอคอยนิรันดร์ ก็รีบพาสัตว์พันธสัญญาของตนเองไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว
ตูมม โครมม!
หลังจากที่สัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่อยู่ตรงหน้าล้มลง บันไดที่นำไปสู่ชั้นที่ห้าก็ปรากฏขึ้น และในตอนที่พวกเขากำลังขึ้นไปยังชั้นที่ห้า ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาถึงแล้วเช่นกัน
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนเร็วกว่าพวกเราก้าวหนึ่ง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ใด พวกเราก็จะต้องจัดการให้หมด” มีเสียงที่เคร่งขรึมเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ขอรับ!”
ที่ด้านหน้าของพวกเขาเป็นบันไดที่นำไปสู่ชั้นที่หก แต่ที่ข้างบันไดนั้น กลับมีต้นไทรแห่งความมืดขนาดใหญ่มากต้นหนึ่งวนเวียนอยู่ และทันใดนั้นรากจำนวนนับไม่ถ้วนของต้นไทรแห่งควา ามมืดก็พุ่งทะยานมาที่พวกเขา
ฝูเซิงกล่าวอย่างตกใจว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสิ่งนี้จะถูกใส่ไว้ในหอคอยนิรันดร์ด้วย มันช่างยุ่งยากจริง ๆ เลย!”
เนื่องจากเป็นพืชกลายพันธุ์เหมือนกัน ฝูเซิงจึงรู้ว่าต้นไทรแห่งความมืดนี้ เป็นสิ่งที่มีชีวิตอยู่มานานมากแล้ว และพลังชีวิตที่เป็นพลังป้องกันของมันก็แข็งแกร่งมากจนยากที่จะรั บมือได้
ถึงจะรับมือได้ยากเพียงใด แต่พวกเขาก็จะต้องจัดการมันใก้ได้ เพราะหากไม่สามารถจัดการมันได้ เจ้านายของตนเองก็ไม่สามารถขึ้นไปยังชั้นที่หกได้แน่
ฝูเซิงและจื่อโยวพุ่งทะยานออกไป จากนั้นก็เกิดเสียงการต่อสู้ดัง ตูมมม โครมมม! ขึ้นไม่หยุดหย่อน จนพื้นดินสั่นสะเทือนไปหมด
เดิมทีมู่เฉียนซีเพียงแค่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้ของพวกเขา แต่ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่ดีบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้พวกเขา มีคนใกล้เข้ามาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน
ที่พวกเขาสามารถนำมาได้ไกลเช่นนี้ ก็เพราะความแข็งแกร่งของสัตว์พันธสัญญาของพวกเขา แต่ทว่าคนที่แข็งแกร่งจากดินแดนต่าง ๆ ก็มีสัตว์พันธสัญญาที่แข็งแกร่งอยู่ด้วยเช่นกัน และในต ตอนนี้พวกเขาก็ไล่ตามหลังมาอย่างกระชั้นชิดแล้ว รอให้พวกเขามาถึงเมื่อไร บางทีอาจจะต้องเปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือดก็เป็นได้
แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่มาถึง แต่การโจมตีทางจิตวิญญาณได้ใกล้เข้ามาแล้ว
มู่เฉียนซีดึงมือจิ่วเยี่ยเอาไว้พลางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ระวังนะ!”
ปังง!
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแพร่กระจายออกไป และสกัดกั้นการโจมตีครั้งนี้เอาไว้ได้ คนเหล่านี้มาร้ายอย่างแน่นอน
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ฝีมือของเผ่าวิญญาณ!”
“เอ๊ะ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะสกัดมันไว้ได้ พลังวิญญาณของอีกฝ่ายก็ไม่เลวเลย! แต่ทว่ามีเพียงแค่สองคนเท่านั้น จัดการได้ไม่ยากหรอก!” คนของเผ่าวิญญาณที่อยู่อีกด้านหนึ่งกล่าวขึ้น
พลังจิตวิญญาณสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนได้พัวพันอยู่รอบมู่เฉียนซี นี่คือวิธีการโจมตีของเผ่าวิญญาณ จิ่วเยี่ยต้องการแยกพวกมันออกจากกันโดยใช้พลังจิตวิญญาณของตนเอง แต่ทว่า…
เมื่อมู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังจิตวิญญาณของจิ่วเยี่ย นางก็จับมือของจิ่วเยี่ยเอาไว้พลางกล่าวว่า “ไว้เป็นหน้าที่ข้าเอง! ผู้แข็งแกร่งของเผ่าวิญญาณไม่อาจคุกคาม มพวกเราได้หรอก แต่สิ่งที่อยู่ในร่างกายเจ้าต่างหากที่เป็นสิ่งที่คุกคามพวกเรามากที่สุด”
จิ่วเยี่ยออกจากเหวนรกมาเป็นเวลานานมากแล้ว ฉะนั้นสถานการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเขา โชคดีที่ที่นี่้เป็นเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืด เพราะการอยู่ในพื้ นที่ของความมืดทำให้เขาสามารถยืนหยัดได้นานกว่าปกตินั่นเอง
แต่ว่าใกล้แล้ว ใกล้มากแล้ว! ขอเพียงได้รับการยอมรับจากหอคอยนิรันดร์จนจัดการกับยวนได้ คำสาปนี้ก็จะสามารถถอนได้เสียที
จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นซีก็ระวังด้วย!”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ร่างเงาสีดำสองสามร่างปรากฏตัวขึ้น ร่างของพวกเขาแผ่กระจายกลิ่นอายที่ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกคุ้นเคยออกมา
กลิ่นอายนี้ของเผ่าวิญญาณเหมือนกับกลิ่นอายที่อยู่บนตัวของเป่ยกงจั๋วเลย ซึ่งมันเบาบางกว่าพวกเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“พวกเราก็แปลกใจว่าคือผู้ใดกันแน่? ที่แท้ก็ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรกนี่เอง มิน่าถึงสามารถสกัดกั้นการโจมตีของพวกเราได้” ผู้นำคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม