ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2593 ให้สัมผัสที่ดี
ลำแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาทันที หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลราวกับสายน้ำก็มิปานปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าชายชุดดำที่หน้าตาเฉยเมยผู้นั้น พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นว่า “ซีเอ๋อร์ อ้านยอมร รับเจ้าแล้ว หากเขาไม่ยอมรับเจ้า ก็คงไม่พูดมากขนาดนี้หรอก”
ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววประหลาดใจออกมา ซึ่งดวงตาดีดำสนิทคู่นั้นก็จ้องมองมาที่นางพลางกล่าวว่า “เจ้านี่ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ”
ร่างที่สูงใหญ่ของเขาเดินมาถึงตรงหน้าของมู่เฉียนซี อ้านนั้นสูงมาก อีกทั้งยังมีความสง่างามมากอีกด้วย และสุดท้ายเขาก็จับอู๋ตี้และเสี่ยวโม่โม่ขึ้นมา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้าน นั่นเจ้าต้องการจะทำอะไรน่ะ?”
“ลองใช้มือสัมผัสดูน่ะสิ” มือเรียวยาวนั้นลูบไล้ไปบนศีรษะของอู๋ตี้ หลังจากนั้นก็รูดไปตามขนปีกที่เหมือนแพรต่วนก็มิปานของเสี่ยวโม่โม่ สุดท้ายเขาก็โยนอู๋ตี้ไปให้กับมู่เฉียน นซี
ดูจากท่าทางแล้ว เสี่ยวโม่โม่น่าจะให้สัมผัสที่ดีกว่าเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้า แล้วน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำก็ดังออกมาว่า “ข้า หอคอยนิรันดร์หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดยอมรับท่านเป็นเจ้านาย ชีวิตและวิญญาณเชื่อมโยงกันชั่วนิรันดร์”
เข็มยาเล่มหนึ่งข่วนลงไปบนปลายนิ้วของมู่เฉียนซี เลือดสด ๆ หยดลงมาหยดหนึ่ง หลังจากนั้นจิตวิญญาณของนางก็ได้เชื่อมโยงกับอ้าน พลันนั้นก็มีค่ายกลขนาดใหญ่สีดำปรากฏขึ้นมาใต้ฝ่ าเท้าของมู่เฉียนซีและอ้าน
พันธสัญญาจิตวิญญาณ ผูกกันสำเร็จแล้ว!
หลังจากที่ผูกพันธสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อ้านก็ถูกพลังจิตวิญญาณที่อบอุ่นชำระล้าง และใบหน้าที่เย็นชาของเขาก็อ่อนโยนขึ้นมาทันที
เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “อ้านคารวะนายท่าน”
มู่เฉียนซียื่นมือออกไปพลางกล่าวว่า “ข้าคือมู่เฉียนซี อ้าน จากนี้ไปเจ้าโปรดชี้แนะข้าด้วย”
อ้านยื่นมือออกไปจับมือของมู่เฉียนซีเอาไว้ มือของเจ้านายนั้นเล็กมากจริง ๆ อีกทั้งยังนุ่มและละเอียดอ่อนมากอีกด้วย แต่ทว่าทันทีที่สัมผัส อ้านก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรา าย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นอ๋องจิ่วเยี่ยที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่วางตานั่นเอง
สำหรับคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับตนเอง ดวงตาของอ้านเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที อีกทั้งยังไม่มีความอ่อนโยนเหลืออยู่เลย และกลิ่นอายที่อันตรายราวสัตว์ร้ายก็มิปานก็ได้ระเบิ ดออกมา
มู่เฉียนซีเดินไปที่ข้างกายของจิ่วเยี่ยแล้วกล่าวแนะนำว่า “อ้าน นี่คือคนที่สำคัญที่สุดของข้า หวงจิ่วเยี่ย”
“คนสำคัญของเจ้านายอย่างนั้นหรือ!” เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ หลังจากนั้นเขาจึงเก็บพลังที่น่ากลัวจนทำให้เด็กร้องไห้ได้กลับไป และกลับมาลูบขนที่เนียนเรียบของเสี่ยวโม่โม่อีกครั้ ง
เสี่ยวโม่โม่อยู่ใกล้ชิดกับมันมาก ในฐานะสัตว์เทพมันสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าพี่ใหญ่ผู้นี้ดูเหมือนว่าจะชื่นชอบรูปลักษณ์ของมันมากทีเดียว!
อ้านกล่าวว่า “เจ้านาย ก่อนหน้านี้ข้าล่วงเกินเจ้านายไปมากนัก นั่นเป็นเพราะว่าอ้านอยากจะรู้ว่าเจ้านายมีความจริงใจต่อสัตว์พันธสัญญาของตนเองหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เทพหรือส สัตว์ร้าย ขอเพียงไม่สร้างความวุ่นวายให้แก่โลก ในสายตาของข้า มันล้วนเหมือนกันทั้งสิ้น”
“เพียงแต่…” สายตาของอ้านจ้องมองไปที่ตัวเสี่ยวหง
เสี่ยวหงยังคงโกรธที่ก่อนหน้านี้เจ้าหมอนี่ต้องการให้เจ้านายฆ่ามัน แต่ผลสุดท้ายอ้านก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “แต่ว่าหากเป็นสัตว์ที่มีขนจะให้สัมผัสที่ดีกว่าหน่อย”
อ้านทำให้ขนที่กลมกลืนกันของเสี่ยวโม่โม่ กลายเป็นเนียนเรียบแล้วถึงคืนเสี่ยวโม่โม่ให้กับมู่เฉียนซี และเสี่ยวหงก็รู้สึกว่ามันกำลังถูกหอคอยนิรันดร์เลือกปฏิบัติในฐานะที่มัน มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นหมู ซึ่งเป็นสัตว์ร้ายที่ไม่ได้มีขนมากนัก
อ้านกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “เจ้านาย หลังจากนี้ ท่านต้องการให้อ้านทำสิ่งใดอย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ออกไปจากเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืดแห่งนี้ และมุ่งหน้าไปยังเหวนรก”
“เจ้านาย โปรดรอสักครู่!”
ร่างของอ้านหายไปต่อหน้าต่อตาของมู่เฉียนซี หลังจากนั้นเพียงไม่นานพวกของมู่เฉียนซีก็ออกมาจากภายในหอคอยนิรันดร์ และหอคอยสูงใหญ่จำนวนเจ็ดชั้นที่อยู่ตรงหน้าก็เปลี่ยนกลายเป็นเล็ กลงต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซี
หอคอยขนาดเล็กเปลี่ยนเป็นลำแสงสีดำ และตกลงบนฝ่ามือของมู่เฉียนซี
ทั้งเคล็ดวิชาการฝึกฝนพลังแห่งความมืด และเคล็ดวิชาการฝึกสัตว์ทั้งหมดต่างไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองของมู่เฉียนซีราวกับน้ำป่าไหลหลาก โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเลยสักแดง ซึ่งนี่ถือว ว่าเป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่มากเลยทีเดียว
โชคดีที่พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีมีความแข็งแกร่งเพียงพอ ฉะนั้นการส่งมอบเหล่านี้จึงไม่ค่อยเปลืองแรงมากเท่าไรนัก และหลังจากนั้นร่างของอ้านก็กลับเข้าไปในมิติพันธสัญญาของมู่ เฉียนซีทันที
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เช่นนั้นพวกเราออกเดินทางไปยังเหวนรกกันเถอะ!”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้พลางกล่าวว่า “ไปเถอะ!”
มู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงเหงื่อที่อยู่บนฝ่ามือของจิ่วเยี่ย ดูเหมือนว่าพวกนางจำเป็นต้องรีบมุ่งหน้าไปที่เหวนรกแล้ว
หลังจากที่พวกของมู่เฉียนซีออกไปจากเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืด ทันใดนั้นเมืองร้างที่ล่มสลายแห่งความมืดที่ปราศจากพลังแห่งความมืดของหอคอยนิรันดร์ก็เปลี่ยนกลายเป็นความว่างเปล่ าทันที ซึ่งมันก็ได้หายไปในความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่โดยที่ไม่เหลือร่องรอยเลยแม้แต่น้อย
เพียงชั่วพริบตาเดียว พวกเขาก็มาถึงทางเข้าของเหวนรก และเมื่อประตูใหญ่เปิดออก พวกเขาก็เดินเข้าไปทันที
ผู้พิทักษ์ชั้นที่หนึ่งกล่าวขึ้นมาว่า “ท่านจิ่วเยี่ย ท่านซี พวกท่านกลับมาแล้ว ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ขอรับ?”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ค่อยข้างราบรื่นดีเลยล่ะ”
จากนั้นนางก็มองไปทางจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “เยี่ย สถานการณ์ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ต้องการพักผ่อนสักหน่อยก่อนค่อยลงมือหรือไม่”
“ไม่ต้องการพักผ่อน แต่ต้องการ...”
ใบหน้าอันหล่อเหลาของจิ่วเยี่ยค่อย ๆ โน้มเข้ามาอยู่ตรงหน้าของมู่เฉียนซี และจิ่วเยี่ยก็กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ข้าต้องการกำลังใจจากซี!”
ริมฝีปากของจิ่วเยี่ยประทับลงไปทันที และมู่เฉียนซีก็กอดเขาเอาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นก็ทุ่มเทให้กับการจูบเพื่อมอบกำลังใจนี้เป็นอย่างมาก
หากอ้านเข้าร่วมแล้ว แต่ยังไม่สามารถเอาชนะความแข็งแกร่งของยวนได้อีกละก็ เช่นนั้นนางคงทำให้เพียงรอให้อาถิงตื่นขึ้นเท่านั้น แต่ทว่าคำสาปภายในร่างกายของจิ่วเยี่ย จะปล่อยให้ รอต่อไปได้หรือไม่นะ?
ซึ่งคำตอบนี้ ก็ไม่มีใครรู้ได้เลย!
ด้วยเหตุนี้ครั้งนี้พวกนางจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะให้ได้ พวกนางจะแพ้ไม่ได้อีกแล้ว
จุมพิตนี้เป็นจุมพิตที่ยาวนานเป็นอย่างมาก เมื่อริมฝีปากของทั้งสองคลายออกจากกัน จิ่วเยี่ยก็อุ้มมู่เฉียนซีหายไปจากชั้นที่หนึ่ง และมุ่งหน้าตรงไปยังชั้นที่เจ็ดทันที
ยวนยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ทรงพลังนั้นของเขา และมองไปยังคนที่บุกเข้ามาในมิติกิเลนของเขาแล้วกล่าวว่า “โอ้! มาไวเชียวนะ เจ้าต้องการท้าทายข้าเป็นครั้งที่สามอย่างนั้นหร รือ?”
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “แน่นอนอยู่แล้ว!”
“ข้าบอกไปแล้วว่า หากครั้งนี้พวกเจ้าพ่ายแพ้ข้าอีกครั้งละก็ คนผู้นี้จะต้องอยู่ที่นี่เพื่อฝึกฝนกับข้า แม้แต่เฮยอิ่งก็อย่าคิดว่าจะขวางข้าได้เลย” ยวนกล่าวพลางชี้ไปที่มู่เ เฉียนซี
“เจ้าจำเป็นต้องฝึกฝนให้เก่งกว่าข้า ถึงจะแข็งแกร่งได้! ฉะนั้นเจ้าจงคิดให้ดีเสียก่อน” เขากล่าวพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “คราวนี้ ข้าไม่มีทางแพ้แน่นอน”
ยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูมั่นใจมากเลยทีเดียว ท่าทางพวกเจ้าคงจะได้รับหอคอยนิรันดร์มาแล้วสินะ เช่นนั้นก็แสดงไพ่ตายของพวกเจ้าออกมาเถอะ!”
ทันใดนั้นลำแสงสีดำก็ปรากฏขึ้น เมื่ออ้านเดินออกมา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นก็ได้มองไปทางยวน หลังจากนั้นเขาก็เอ่ยปากว่า “กิเลนแห่งนรกที่ไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้ช่างแข็งแกร่งมาก จริง ๆ! ข้าเคยเห็นสัตว์ร้ายและสัตว์เทพที่แข็งแกร่งมามากมาย แต่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงเจ้าได้เลย”
ดวงตาสีดำสนิทที่เฉยเมยคู่นั้นของอ้าน ลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ เขาต้องการที่จะพิชิต พิชิตกิเลนแห่งนรกที่แข็งแกร่งตัวนี้
ยวนก็สังเกตเห็นถึงแววตาคู่นั้นของเขาเช่นกัน เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “หอคอยนิรันดร์ หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืด อยากจะพิชิตข้าอย่างนั้นหรือ เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติเช่นนั้น นหรอก”
“โฮกกก!” ยวนกลายร่างเป็นร่างจริงอย่างกะทันหัน จากนั้นก็พุ่งทะยานไปยังสถานที่ที่อ้านอยู่ และทันใดนั้นหอคอยขนาดใหญ่มหึมาก็ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
อ้านกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ควบคุม!”
มีเสียงหึ่ง ๆ ดังกึกก้องออกมา ร่างกายที่ใหญ่โตของยวนพลันหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ และในเวลานี้พลังของจิ่วเยี่ยก็ระเบิดออกมา พร้อมทั้งเหวี่ยงไปทางกิเลนแห่งนรกทันที
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงดังสนั่นออกมา และการต่อสู้ที่ดุเดือดก็เริ่มขึ้นทันที