ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2600 พ่อแท้ ๆ ของเจ้า
เมื่อนำวัตถุดิบทั้งหมดมารวมกันแล้ว พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็ระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ โดยที่มีคัมภีร์หมื่นคำสาปลอยอยู่ด้านข้างของนาง
มันบ่นพึมพำว่า “ข้าไม่เคยเห็นคนถอนคำสาปนี้มาก่อนเลย! ข้าเองก็ต้องตั้งใจดูเหมือนกัน”
หลังจากนั้นแก่นเลือดของหงส์นิลแห่งความมืด กระดูกมังกรของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง หัวใจของไม้เทพแห่งชีวิตและดีของกิเลนก็ได้ถูกพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีดึงออกมา และต ตกลงไปบนตำแหน่งที่พวกมันควรอยู่
ในฐานะที่มู่เฉียนซีเป็นนักเล่นคาถาอาคม นางจึงใช้เลือดของตนเอง ทำให้สิ่งของที่ท้าทายสวรรค์ทั้งสี่นี้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
แต่ในตอนที่พวกมันกำลังเริ่มสร้างความเชื่อมโยงกัน มู่เฉียนซีก็ค้นพบว่าจิตสำนึกของตนเองถูกลากเข้าไปในอีกมิติหนึ่งเสียก่อน
สถานที่แห่งนี้เป็นโลกที่ทั้งบริสุทธิ์และไร้มลทิน อีกทั้งยังทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา
มู่เฉียนซีก็ไม่รู้ว่าตนเองที่เพิ่งเตรียมถอนคำสาปให้จิ่วเยี่ยอยู่นั้น ถูกลากเข้ามาในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร
นางจำเป็นต้องออกไปจากที่นี่!
จิ่วเยี่ยยอมจ่ายมากมายขนาดนั้นเพื่อทำให้ตนเองจำศีลและควบคุมคำสาปเอาไว้ ฉะนั้นจึงไม่อาจล่าช้าได้!
ในตอนที่นางกำลังหาทางออกจากโลกใบนี้อยู่นั้น ทว่ายังไม่ทันที่จะหาทางออกเจอ นางกลับเห็นแผ่นหลังของใครคนหนึ่ง ซึ่งนางรู้สึกคุ้นเคยกับแผ่นหลังของคนคนนี้เป็นอย่างมาก
“เจ้าเป็นใคร?” มู่เฉียนซีกล่าวพลางมองไปที่แผ่นหลังของคนผู้นั้น
“เจ้าว่าข้าคือใครกันล่ะ?” คนที่อยู่เบื้องหน้าไม่ระบุตัวตน แต่กลับหันหน้ามาและมองไปที่มู่เฉียนซี
รูปร่างหน้าตาของเขานั้นงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ และเพียงการพูดคุยอย่างสบาย ๆ ของเขาก็ดูเหมือนว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ อีกทั้งความสูงส่งนั้นก็ราวกับว่าจะทะ ะลุออกมาจากกระดูกอีกด้วย ซึ่งมันเหมือนเป็นกลิ่นอายของราชันย์ที่สยบทั่วหล้าอย่างไรอย่างนั้นเลย
เขาคือใครกัน?
และดูเหมือนว่าภายในใจของมู่เฉียนซีจะมีคำตอบนั้นอยู่แล้ว
“ซีเอ๋อร์!” เขาเรียกชื่อของมู่เฉียนซีอย่างแผ่วเบา ซึ่งมันก็ทำให้หัวใจของมู่เฉียนซีเต้นระรัวเลยทีเดียว
นางเคยนึกถึงฉากที่ได้เจอกับเขามานับครั้งไม่ถ้วน แต่คิดไม่ถึงเลยว่ากลับต้องมาเจอเขาครั้งแรกที่นี่!
มู่เฉียนซีเอ่ยปากกล่าวว่า “ท่านคือท่านพ่อหรือ? ที่นี่คือที่ไหนกัน? เหตุใดท่านถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เช่นนี้?”
“ข้ามาที่นี่เพื่อขัดขวางเจ้า เจ้าไม่สามารถช่วยถอนคำสาปให้เขาได้ มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน และมันก็จะเป็นการทำลายตัวเจ้าเองอีกด้วย” เขากล่าวพลางมองไปยังมู เฉียนซีอย่างอ่อนโยน
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”
“เจ้าคือลูกของข้า ฉะนั้นข้าจะต้องใส่ใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าอยู่แล้ว ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าทำผิดพลาดต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้นข้าจึงจำเป็นจะต้องมาขัดขวางเจ้า” แววตาที่มองมายั งนางนั้นราวกับมองลูกอันเป็นที่รักก็มิปาน แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
นี่คือท่านพ่อจริง ๆ หรือ? หรือว่าเป็นกลอุบายของอู๋หยากันแน่?
“เจ้ากำลังสงสัยข้าอย่างนั้นหรือ?” พลันนั้นบนใบหน้าของเขาก็แสดงท่าทางที่เจ็บปวดออกมา “เจ้าคือลูกของข้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำไปก็เพื่อประโยชน์ของเจ้า ซีเอ๋อร์ เจ้าจะต้องเชื่อ อข้านะ”
มู่เฉียนซีส่ายศรีษะพลางกล่าวว่า “หากเจ้าคือท่านพ่อของข้าจริง ๆ แล้วละก็ เจ้าน่าจะเคารพการตัดสินใจของข้า นี่เป็นข้อตกลงระหว่างข้ากับจิ่วเยี่ย ข้าจะต้องช่วยเขา และข้าก็จะ ะต้องช่วยเขาถอนคำสาปให้ได้”
“ปล่อยข้าออกไปจากที่นี่เถอะ! ขอร้องล่ะ”
การปรากฏตัวของเขาแปลกประหลาดมากเกินไป แต่อย่างน้อยนางก็ไม่รู้สึกถึงความอาฆาตพยาบาทของเขา
“ไม่ได้ ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปช่วยเขาแน่ ข้าไม่อาจปล่อยเจ้าออกไปจากที่นี่ได้ ข้ามีเวลาอีกมาก ฉะนั้นข้าสามารถปล่อยให้เจ้าค่อย ๆ คิดได้” อีกฝ่ายกล่าวขึ้นมาอย่างดื้อรั้นเ เป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีมองไปยังพื้นที่แห่งนี้ พลางกล่าวพึมพำว่า “เช่นนั้น ข้าก็ทำได้เพียงฝ่าออกไปด้วยตนเองอย่างนั้นสินะ”
“ซีเอ๋อร์ เพื่อเขาแล้ว แม้แต่คำพูดของพ่อแท้ ๆ เจ้าก็จะไม่ฟังอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้ามันไม่ใช่!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางส่ายศรีษะ
“แม้ว่าข้าจะไม่เคยเห็นเขามาก่อน และไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด? แต่ข้าก็ได้เรียนรู้เรื่องของเขาจากปากของท่านอาเล็กและท่านอารองมากมาย ฉะนั้นเรื่องใดที่ข้าไม่อยากทำ เขาไม่ม มีทางบังคับข้าอย่างแน่นอน และยิ่งไม่มีทางขังข้าเอาไว้ด้วย บางทีเจ้าอาจจะสามารถปลอมตัวให้มีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนท่านพ่อของข้าได้ ทว่าความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อลูกของตนเองนั้ นไม่มีทางเหมือนท่านพ่อของข้าได้แน่ ปล่อยข้าออกไปเถอะ! เจ้าขวางข้าไม่ได้หรอก” มู่เฉียนซีกล่าว
“ดูเหมือนว่าข้าจะหลอกเจ้าไม่ได้สินะ ถึงข้าจะไม่ใช่มู่เฟิงอวิ๋น แต่เจ้าก็เป็นลูกของข้าจริง ๆ นะ! ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าเสียใจภายหลังแน่นอน ฉะนั้นข้าจึงจำเป็นต้องขวางเจ้าเอาไว้ ” เขากล่าวพลางถอนหายใจ
“ข้าจะต้องออกไปให้ได้!” มู่เฉียนซีไม่รู้ว่านางต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถออกไปได้ ดังนั้นพลังจิตวิญญาณของนางจึงระเบิดออกมา และหวังว่าจะสามารถทะลวงออกไปจากมิตินี้ได้ แต่มันกล ลับไม่มีประโยชน์เลย!
มู่เฉียนซีกระซิบกล่าวว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง อาถิง นิรันดร์ มังกรวารี พิฆาตวิญญาณ อ้าน ช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่ที”
ทันใดนั้น พลังธาตุทั้งหกก็ได้ระเบิดออกมาพร้อมกันอย่างกะทันหัน
พลังของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ที่อัดแน่นมานานชั่วนิรันดร์ได้ฉีกมิติแห่งนี้ออก และจะไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางการก้าวเดินของมู่เฉียนซีได้
ในตอนที่มู่เฉียนซีก้าวออกไปจากมิติแห่งนั้น นางก็รู้สึกว่าร่างที่หันกลับมาของเขานั้นโปร่งแสงขึ้น อีกทั้งนางยังสัมผัสถึงความโกรธเกรี้ยวของเขาได้อีกด้วย
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะมาขัดขวางเช่นนี้! พวกเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังแน่นอน พวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ตัดสินใจทำเรื่องที่ผิดพลาดเช่นนี้” และเสียงคำราม อย่างโกรธเคืองของเขาก็ดังก้องขึ้นในหูของมู่เฉียนซี
หลังจากที่มู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาแล้ว นางก็ค้นพบว่าตนเองนอนหลับอยู่บนร่างของจิ่วเยี่ย
มือที่เรียวยาวของนางลูบไล้ไปบนโครงหน้าของจิ่วเยี่ย มู่เฉียนซีกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “การถอนคำสาปให้เจ้า เป็นเรื่องที่ข้าตัดสินใจมานานมากแล้ว ถึงอู๋หยาบอกว่าข้าจะเสียใจภายหล ลัง และคนผู้นั้นก็บอกว่าข้าจะเสียใจภายหลัง! แต่ทว่าพวกของสุ่ยจิงอิ๋งล้วนให้การสนับสนุนข้า ฉะนั้นไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม ข้าก็ไม่มีทางเสียใจกับการตัดสิน นใจในตอนนี้ของข้าแน่นอน ขอเพียงสามารถถอนคำสาปบ้า ๆ นี่ได้ก็เพียงพอแล้ว”
มู่เฉียนซีลุกยืนขึ้นข้าง ๆ จิ่วเยี่ย คัมภีร์หมื่นคำสาปได้แต่จ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยท่าทางที่ลังเล สุดท้ายมันก็ไม่พูดอะไรออกมา
แม้ว่านางจะเข้าไปในสถานที่ที่แปลกประหลาดจนอธิบายไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจที่จะถอนคำสาปของมู่เฉียนซีเลย
มู่เฉียนซีทะยานขึ้นไปในอากาศ และพลังจิตวิญญาณอันมหาศาลของนางก็วาดอักขระคำสาปที่มีขนาดใหญ่จนสามารถปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขาได้เลยทีเดียว
คัมภีร์หมื่นคำสาปร้องอุทานออกมาว่า “เจ้านาย สมกับที่เป็นจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาจริง ๆ อักขระคำสาปใหญ่ขนาดนี้ยังสามารถวาดออกมาได้ภายในพริบตาเดียว โดยไม่หอบหายใจเลยด้วยซ้ำ”
ในตอนที่อักขระปรากฏออกมา พวกของฝูเซิงที่อยู่รอบนอกของหุบเขาก็สัมผัสถึงมันได้เช่นกัน ฝูเซิงกล่าวว่า “เจ้านายของข้าได้เริ่มดำเนินการแล้วสินะ!”
จื่อโยวกล่าวว่า “หวังว่าคนงามจะทำทุกอย่างได้อย่างราบรื่นนะ”
หลังจากที่อักขระคำสาปเสร็จสมบูรณ์แล้ว มู่เฉียนซีก็เริ่มควบคุมแก่นเลือดของหงส์นิลแห่งความมืด
หลังจากนั้นแก่นเลือดของหงส์นิลแห่งความมืดก็เปลี่ยนเป็นพลังแห่งความมืด และไหลลงไปบนพื้นดินนั้น ในที่สุดมันก็เข้าไปในร่างกายของจิ่วเยี่ยโดยผ่านมือข้างซ้ายของจิ่วเยี่ยเข้าไ ไป
กระดูกมังกรของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง ได้กลายเป็นพลังธาตุแสงที่บริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งมันก็ได้ไหลผ่านไปในอักขระคำสาปที่อยู่บนพื้นดิน และในที่สุดก็เข้าไปในร่างกายของจิ่วเ เยี่ยผ่านทางมือข้างขวาของเขา
นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น แต่มู่เฉียนซีกลับรู้สึกว่าพลังจิตวิญญาณของนางถูกใช้ไปค่อนข้างมากเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะออกมาจากสถานที่แห่งนั้นนางได้ใช้พลังจิตวิญญาณไปไม่น้อยเลย และคำสาปนี้ ก็ไม่ใช่คำสาปที่สามารถถอนได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
นับตั้งแต่เกิดความโกลาหลบนสวรรค์และโลก นี่เป็นคำสาปที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดแล้ว
มู่เฉียนซีต้องดื่มยาน้ำมากมายเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และไม่ว่าอย่างไรก็ตามนางจะต้องกัดฟันทนต่อไปให้ได้
ต่อไป ก็คือหัวใจของไม้เทพแห่งชีวิต!
ซึ่งพลังแห่งชีวิตก็ได้เจาะเข้าไปตรงหน้าอกของจิ่วเยี่ยอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็คือดีของกิเลนแห่งนรก
ดีกิเลนได้เปลี่ยนกลายเป็นเปลวเพลิงสีแดงก่ำ และจิ่วเยี่ยที่นอนอยู่ตรงนั้นก็ถูกอาบย้อมอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง
ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยที่ถูกเผาไหม้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงก็ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่นั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี ราวกับว่าจ้องมองเหยื่อที่ปรารถนาก็มิปาน
หลังจากนั้นเขาก็คำรามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ซี!”