บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 517 หลวงจีนนี่หน้าหนาจริงๆ
“หลวงพี่ รอเดี๋ยว หมีตามมาแล้ว!” ไกลออกไป จางจื่อกำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งตามหลังฟางเจิ้ง ตกใจจนอุจจาระและปัสสาวะจวนจะราดแล้ว
ผลคือตะโกนคราวนี้ ฟางเจิ้งหยุดจริงๆ เอ่ยด้วยความเป็นห่วงว่า “ประสก ถ้าอาตมารอประสก ถ้าเกิดหมี…เอ่อ…”
ฟางเจิ้งยังพูดไม่จบ จางจื่อพลันโหดขึ้นมา ใช้เท้าถีบฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งอาศัยจังหวะนี้กลิ้งไปบนพื้น
จางจื่อหัวเราะเสียงดัง “หลวงจีนปัญญาอ่อน ในเมื่ออยากเป็นคนดีนัก ก็เป็นคนดีให้ถึงที่สุด เป็นอาหารเย็นให้หมีไปซะ ฉันไปล่ะ!”
จางจื่อหัวเราะเสียงดังพลางวิ่งไปอย่างรวดเร็ว เมื่อหันกลับมาด้วยความรีบร้อน ก็เห็นหมีตัวใหญ่ใบหน้าใหญ่เป็นพิเศษพุ่งมาตรงหน้าฟางเจิ้งพอดี เขารู้ว่าทุกอย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แล้ว จึงวิ่งหนีไปโดยไม่หันมามอง
ฟางเจิ้งลูบหัวโล้นด้วยสีหน้าจนปัญญา
ฮืดฮาด!
ไอร้อนเป่ารดที่หน้าฟางเจิ้ง เขาหันไปมอง เห็นเพียงหมีตัวใหญ่ยืนอยู่ข้างเขา กำลังมองฟางเจิ้งด้วยสีหน้าเย้ยเยาะ ก่อนแหงนหน้าขึ้นกล่าว “ไอ้ขนร่วงหน้าโง่ แกถูกทิ้งแล้ว ขยะ ที่แม้แต่เพื่อนยังทิ้งสมควรเป็นอาหารกลางวันของฉัน! ไป เริ่มมื้ออาหารได้!”
เอ่ยจบ หมีดำก็วิ่งไป ครั้งนี้วิ่งเร็วกว่าเดิม
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืน แม้จางจื่อจะไม่ใช่คนดีอะไร ทว่าจะให้หมีกินไปแบบนี้ ฟางเจิ้งรู้สึกว่า…เอาเปรียบเขาเกินไปหน่อย!
ดังนั้นฟางเจิ้งเลยรีบตามไป
“แกจะทำอะไรอีก?” หมีดำมองฟางเจิ้งด้วยความตื่นตัว
ฟางเจิ้งกล่าว “เจ้าหมี จะตกใจอะไร? ในสังคมมนุษย์การฆ่าคนผิดกฎหมาย ถ้านายฆ่าเขา อีกเดี๋ยวก็จะมีคนมาหานาย ยิงปืนกระหน่ำใส่นาย แล้วนายก็จะเป็นอาหารบนโต๊ะ”
ฟางเจิ้งไม่ได้โกหก ในสถานการณ์ปกติ สัตว์ป่าที่เคยกินเนื้อคนจะไม่เก็บเอาไว้ เพราะสัตว์ป่าที่เคยกินเนื้อคนจะนำสายพันธุ์ที่ไม่เคยกินมาก่อนนี้ใส่เข้าไปในเมนูอาหารของมันโดยไม ม่รู้ตัวด้วย จากนี้เมื่อเจอคนก็จะกินอีก ทั้งยังกินเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดุร้ายขึ้นเรื่อยๆ…อำนาจคุกคามซ่อนเร้นเหนือกว่าสัตว์ป่าที่ไม่เคยกินคนไปไกลโข เว้นแต่จะเป็นสายพันธุ์อันตราย ถึงจะมีสิทธิ์กำเริบเสิบสาน ทว่าหมีดำนี่ไม่ได้อยู่ในระดับสมบัติล้ำค่าของชาติ
“อะไรคือปืน? ฉันแรงเยอะ วิ่งเร็ว พวกลิงโง่สองขาปีนต้นไม้ไม่ได้อย่างพวกแกน่ะ ฉันตะปบตายมาหลายคนแล้ว!” หมีดำเอ่ยด้วยความโอหัง
ฟางเจิ้งแสยะปาก “เหอะๆ…นายมั่นใจ?”
“แต่ไอ้ขนร่วงอย่างแกไม่นับ!” หมีดำเอ่ยในฉับพลัน
พูดถึงตรงนี้ หมีดำหวนนึกถึงตอนที่เจอกับไอ้ขนร่วงสารเลวนี่ มันมีสีหน้าเศร้าโศกน้ำตานองทันควัน!
หมีดำไม่ใช่สายพันธุ์ที่เป็นมิตร แม้มันจะฟังฟางเจิ้งเข้าใจ แต่อาหารที่ส่งมาถึงปาก มีหรือจะมีเหตุผลให้ไม่กิน? ก่อนหน้านี้เห็นฟางเจิ้งที่ริมแม่น้ำก็พุ่งเข้าไปหาทันที จากนั้นพุ่งเข้ าไปกดฟางเจิ้งโดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายกระทำการใดๆ แถมยังกระชากเสื้อผ้าออก!
ฟางเจิ้งตกใจจนร้องไม่หยุดว่า ‘อาตมาเป็นผู้ชาย! ผู้ชาย! อ๊าก นายไม่รู้จักชายหญิงเรอะ? เพศผู้น่ะ! อาตมาเพศผู้! อย่ามาตื่นตัว!’
หมีดำเพิ่งเคยได้ยินคำว่าผู้ชาย แต่มันสนใจที่ไหนว่าเป็นผู้ชายหรือเพศผู้? มันแค่อยากฉีกไอ้หัวโล้นนี่แล้วกินเนื้อ! ทว่าสิ่งที่มันแปลกใจคือเจ้าลิงไม่มีขนนี่ทำไมหนังถึงแ แข็งแบบนี้? อุ้งมือมันฉีกไม่ขาด!
หมีดำที่ไม่เชื่อเรื่องลึกลับยกอุ้งมือหมีตะปบไปที่หัวโล้นตรงหน้า แลบลิ้นออกมา มันราวกับเห็นภาพสมองปริแตก จะได้กินมื้อใหญ่แล้ว!
แต่ว่า…
โครม!
โฮก!
หมีดำล้มนั่งลงกับพื้น สะบัดกรงเล็บไปมา เจ็บ! นี่มันหัวรึไงวะ หรือว่าหิน?
ฟางเจิ้งลุกขึ้นนั่งเช่นกัน คลึงศีรษะพลางบอกว่า ‘บอกแล้วให้นายหยุดก็ไม่ฟัง ผมเสียทรงหมดเลย’
หมีดำมองค้อน ทรงผม? แกก็มีขนด้วยเหรอ?
‘เจ้าหมีดำ นาย…’ ฟางเจิ้งกำลังจะพูดบางอย่าง
แต่หมีดำกดฟางเจิ้งไว้กับพื้นโดยไม่พูดไม่จา ใช้กรงเล็บใหญ่ตะปบที่หน้าอกและคอเขา ตบจนเกิดเสียงดังปึงปัง! ทว่าเจ้าตัวเล็กที่ดูผอมบางและอ่อนแอตรงหน้ากลับเหมือนเหล็ก ตีอย่างไ ไรก็ไม่ตาย ตบอย่างไรก็ไม่เป็นไร! กระทั่งไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่น้อย!
หมีดำโกรธแล้ว นี่คือการดูถูกเจ้าแห่งพงไพรแบบมันอย่างโจ่งแจ้ง! โกรธ! โกรธจัดเกินบรรยาย!
หมีดำยืนขึ้นแบบคน คำรามด้วยความโกรธ ก่อนจะกระโจนเข้าไป!
แต่ไอ้สารเลวไร้ขนบนพื้นกลับพลิกตัวหันหลังให้มัน แถมยังไม่ลืมเอ่ยอีกว่า ‘ทุบหลังหน่อยก็สบายดีเหมือนกัน’
ความจริงฟางเจิ้งเองยังแปลกใจมากเหมือนกัน แม้ร่างกายเขาจะแกร่งกว่าคนธรรมดา แต่เทียบกับหมีดำแล้วต่างกันเล็กน้อยแน่นอน โดยเฉพาะระดับความแกร่งของร่างกาย ต่อให้มีจีวรขาวจันทร์ปก กป้อง แต่จีวรขาวจันทร์ไม่ได้ลดความรู้สึกเจ็บปวดลง ไม่อย่างนั้นตอนแรกที่เขากระโดดลงมาจากเขาคงไม่เจ็บก้นจนแทบจะกระโดดขึ้นฟ้า
ตามหลักแล้ว หมีดำตะปบมั่วๆ มาแบบนี้จะต้องเจ็บเจียนตายแน่ แต่ตอนนี้ เขาอึ้งที่ไม่รู้สึกเจ็บ ในทางตรงข้าม…เหมือนกับการนวดครบชุดมากกว่า สบายมาก!
ฟางเจิ้งคิดไปคิดมา ก็มีเพียงคำอธิบายเดียวคือเคาะระฆังกับกลองพร้อมเพรียง กลิ่นอายพุทธเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตกใจ อย่างน้อยก็ต้านการโจมตีได้ น่า าตกใจมาก!
หมีดำเห็นไอ้สารเลวไร้ขนยั่วยุแบบนี้ก็โกรธไฟลุกท่วม คำรามไม่หยุด ใช้พละกำลังทั้งหมดตะปบกรงเล็บลงไป!
‘โอ๊ย…’ ในที่สุดฟางเจิ้งก็ร้องออกมาภายใต้การโจมตีอันหนักหน่วง
หมีดำยังไม่ทันลำพองใจก็พบสิ่งผิดปกติ เสียงร้องนี้เหมือนจะเศร้ารันทดเล็กน้อย…มันนอนหมอบบนพื้น มองใบหน้าฟางเจิ้ง ตาสี่ดวงประสานกัน หมีดำโกรธในฉับพลัน! ไม่นึกว่าไอ้สารเลวไร ร้ขนนี่จะทำหน้าฟินมีความสุข! มันอ้าปากกว้างงับไปทางหัวโล้น มันไม่เชื่อว่าฟันคมกริบดั่งใบมีดจะกัดไข่สีขาวลูกนี้ไม่ได้!
กึก!
‘อู…’ หมีดำกุมปาก รู้สึกเพียงเจ็บปวดฟัน มองฟางเจิ้งด้วยสีหน้าราวกับมองสัตว์ประหลาด
ฟางเจิ้งหันไปมองหมีดำก่อนแสยะยิ้มบอก “อย่าหยุด ต่อเลย ทุบสบายจัง”
หมีดำเห็นหน้าตาน่ารังเกียจของฟางเจิ้งก็แลบลิ้นยาวออกมา โจมตีด้วยหนามตรงปลายลิ้น! นี่คืออาวุธสังหารของมัน ปกติหมาป่าอะไรพวกนี้โดนลิ้นเข้าไป จะไม่เหลือแม้แต่เนื้อหนัง!
ทว่าลิ้นมันกลับเกิดเสียงแสบแก้วหูอย่างไม่เป็นธรรมชาติบนใบหน้าหลวงจีน หลวงจีนนี่ก็ยังคงไม่เป็นอะไร…ส่วนมันใกล้จะสิ้นหวังแล้ว แต่เวลาต่อมา…
‘แหวะ!’ ฟางเจิ้งสัมผัสได้ถึงน้ำลายบนหน้า ตามด้วยกลิ่นเหม็นเนื้อเน่า กลิ่นนั้นน่าขยะแขยงอย่างยิ่ง จนเกือบจะอาเจียนเสียเดี๋ยวนั้น
‘เจ้าตัวใหญ่นี่สู้ไม่ได้ก็ใช้ความน่าขยะแขยงเหรอ?’ ฟางเจิ้งพูดอย่างหน่ายใจ
หมีดำเห็นว่าใช้ลิ้นเกิดผล ไม่ว่าจะน่าขยะแขยงจริงๆ หรือไม่ สรุปก็ยังทำให้ไอ้สารเลวไร้ขนนี่ได้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของท่านหมีได้ จึงแลบลิ้นเตรียมจะเลียอีกครั้ง
‘ยังจะมาอีก? อาตมาไม่แผลงฤทธิ์ก็คิดว่าพระพุทธองค์เป็นแมวน้อยเหรอ?’ ฟางเจิ้งเลิกคิ้วขึ้น คว้าที่ลิ้นหมีดำก่อนออกแรงกระชาก! พละกำลังฟางเจิ้งอาจสู้หมีดำไม่ได้ แต่ก็มีแรงมากพอ อจะดึงลิ้นหมีจนดำขาด แน่นอน ฟางเจิ้งไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น แต่ว่าก็ยัง…
“อูๆ…” หมีดำรู้สึกว่าลิ้นแทบจะถูกฉีกออกมา เจ็บจนน้ำตาไหลนอง ลิ้นถูกดึงไว้ จะหุบปากก็ไม่ได้ จะร้องก็ลำบาก ได้แต่ส่งเสียงแปลกๆ ออกมา