บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ - ตอนที่ 518 จางจื่อผู้น่าเศร้า
‘ยอมไหม?’ ฟางเจิ้งเห็นหมีดำจะร้องไห้แล้วจึงรีบพูด
หมีดำทำหน้ามึนงง ดึงลิ้นกลับมาไม่ได้ จะตอบอย่างไร?
‘ตกลงพยักหน้า ปฏิเสธส่ายหน้า’ ฟางเจิ้งหาวิธีจัดการหมีดำพบแล้ว จะไปยอมปล่อยมือไปแบบนี้ได้หรือ?
หมีดำยอมจริงๆ ตบไม่ตาย ลิ้นยังถูกจับไว้อีก หมีเองก็ไม่มีความยึดติดในศักดิ์ศรีของวีรบุรุษอะไร ฟ้าดินกว้างใหญ่ แต่ชีวิตใหญ่ที่สุด มันพยักหน้ารัวๆ สื่อว่ายอมแล้ว
ฟางเจิ้งกล่าวว่า ‘ถ้าอย่างนั้นยังไม่ลงมาจากตัวอาตมาอีก?’
หมีดำรีบยกก้นขึ้นมา ฟางเจิ้งดึงขาสองข้างที่ถูกหมีดำทับไว้ออกก่อนจะปล่อยลิ้นในมือ
สรุปเมื่อปล่อยมือไป หมีดำยกมือตะปบเข้ามา ตบฟางเจิ้งลงกับพื้น! ฟางเจิ้งถือโอกาสล้มลงไป แต่สองมือยื่นออกมาได้ คว้าที่ใต้สะโพกหมีดำ!
‘โฮก!’ หมีดำร้องโหยหวนแหลมเล็ก มันสาบานว่าชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่ไร้ยางอายแบบนี้ได้ คว้าหมับเข้าที่กล่องดวงใจของมันตรงๆ! อีกทั้งมันยังไม่เคยเจ็บแบบนี้มาก่อน!
ฟางเจิ้งยังไม่ทันถาม หมีดำก็พยักหน้าสุดชีวิต ไม่พยักหน้าไม่ไหว เจ็บ!
ฟางเจิ้งปล่อยมือ หมีดำวิ่งหนีไป วิ่งไปอยู่ใต้ต้นไม้ไกลๆ แล้วถึงจะหย่อนก้นนั่งลง หมีดำตัวใหญ่ใช้กรงเล็บคลึงใต้สะโพกสุดชีวิต ขณะเดียวกันยังมองฟางเจิ้งด้วยความเคียดแค้น คาดเดาว ว่าชั่วชีวิตนี้ หมีดำคงไม่เคยเจอใครหน้าด้านไร้ยางอายแบบนี้มาก่อน! หนังหน้าหนา ขนาดลิ้นมันยังจัดการไม่ได้…น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ฟางเจิ้งเห็นว่าในที่สุดหมีดำก็เชื่องแล้ว จึงยืนขึ้นเดินไปหาหมีดำ
หมีดำเห็นแบบนั้นก็พลันวิ่งหนี รักษาระยะห่าง ไอ้สารเลวไร้ขนนี่น่ากลัวเกินไป มันไม่อยากเล่นด้วยแล้ว!
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็ฝืนยิ้มอย่างจนปัญญา ‘นายจะวิ่งทำไม? ถ้าอาตมาจะจัดการนายจริงๆ จะปล่อยให้นายหนีไปได้เหรอ มานี่ เรามาหารือกันหน่อย ถ้าทำสำเร็จ อาตมาจะให้อาหารมื้อใหญ่ ว่า ายังไง?’
‘ไม่ไป แกดึงไข่ฉัน!’ ในที่สุดหมีดำก็พูด
ฟางเจิ้งได้ฟังแบบนั้นก็หน้าแดง ถ้าเรื่องชั่วช้านี้แพร่งพรายออกไป เขาคงได้เห็นภาพที่เหล่าลูกศิษย์หัวเราะเยาะตนแน่ แต่ฟางเจิ้งก็ยังเอ่ยว่า ‘วางใจเถอะ ครั้งนี้ไม่ดึงแล้ว เราม มาร่วมมือกันหน่อย’
‘ไม่คุย!’ หมีดำปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
‘อย่าทำแบบนี้เลย แค่ร่วมมือกันไม่มีอย่างอื่น เอาอย่างนี้ นายบอกเงื่อนไขมา ถ้าไหวอาตมาจะตอบตกลง ว่ายังไง?’ ฟางเจิ้งพูด
หมีดำกลอกตาโต บอกว่า ‘แกห้ามดึงลิ้นกับไข่ฉัน เรามาสู้กันอีก ถ้าแกชนะ ฉันจะฟังแก แต่ถ้าแกแพ้ ห้ามรบกวนฉันอีก!’
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นถึงกับเหลือบตามองบน เขารบกวนหมีดำ? เหมือนว่าพอหมีดำเห็นเขาแล้วก็ขึ้นมาขี่เลยไม่ใช่หรือ? แต่ฟางเจิ้งไม่คิดจะโต้เถียงกับหมีดำ เขาต้องรีบแล้ว จึงตอบไปว ว่า ‘ตกลง!’
‘ก็ดี ฉันมาแล้ว! กินอุ้งตีนฉันซะ!’ หมีดำคำรามพลางปรี่เข้ามา
ฟางเจิ้งรู้ว่าสัตว์ป่าก็แบบนี้ หมัดใหญ่กว่าถึงคุยเหตุผลกันได้! เขาเลยไม่ออมมืออีก ขับเคลื่อนพลังทั้งหมด ตะโกนเสียงดังก่อนพุ่งเข้าไป!
ปัง!
พอประชันหน้ากัน ฟางเจิ้งถูกหมีดำกระโจนทับลงกับพื้น หมีดำยกอุ้งตีนตะปบเข้าไปดังป้าบๆๆ
ทว่าฟางเจิ้งเตรียมตัวมาก่อนแล้ว ถึงอย่างไรหมีดำก็ทำอันตรายเขาไม่ได้ เขามีอะไรต้องกลัวอีก? จึงยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าหมีที่ยื่นเข้ามา!
ปัง!
เดิมทีคิดว่าฟางเจิ้งแค่ร่างกายแข็ง แต่ฝ่ามือเองก็ของจริงเหมือนกัน มันพลันรู้สึกว่าฟ้าดินหมุนติ้ว ร้อนผ่าวที่ใบหน้า ทว่าหมีดำก็โกรธเช่นกัน คำรามด้วยความโมโห จากนั้นรัวอุ้ง งมือหมีใส่ราวกับพายุห่าฝน หมายจะกำราบเจ้าตัวเล็กนี่!
ผลคือฟางเจิ้งไม่สนใจอะไรเลย แต่ตบกลับตรงๆ หนึ่งคนหนึ่งหมีแลกฝ่ามือกันไปมา ตบหน้ากันอย่างบ้าคลั่ง!
สิบนาทีต่อมา!
‘ไม่สู้แล้ว!’ ในที่สุดหมีดำก็ยอมแพ้ เพียงแต่ว่าตอนนี้หัวมันใหญ่ขึ้นมาเท่าหนึ่งอย่างชัดเจน อุ้งมือหมียังบวมด้วย…หน้าบวมเพราะถูกฟางเจิ้งตบ อุ้งมือก็บวมเพราะมันตบฟางเจิ้ง! ไม ม่ว่ามองอย่างไร การประชันครั้งนี้ก็เป็นมันที่เสียเปรียบหนัก
หมีดำยกก้นขึ้น ฟางเจิ้งคลานออกมา หัวเราะคิกคักพลางบอก ‘ไม่สู้แล้วเรอะ? อาตมาเพิ่งจะอุ่นเครื่องเอง’
‘ไม่สู้แล้ว แกหนังหนา สู้ไม่ไหว ฉันเสียเปรียบ ไม่เอาแล้ว ฉันยอม’ ครั้งนี้หมีดำยอมจริงๆ ทุกหมัดเข้าเนื้อ แข็งชนแข็งก็แพ้ ไม่มีอะไรให้ไม่ยอมอีก
ดังนั้นคนกับหมีจึงนั่งลงใต้ต้นไม้อีกครั้ง และปรึกษากันถึงเรื่องไร้ยางอาย
ถึงได้มีเหตุการณ์ที่ฟางเจิ้งวิ่งหนีแล้วหมีดำวิ่งตาม เพียงแต่ฟางเจิ้งแค่อยากให้หมีดำขู่พวกลุงต๋าเท่านั้น แก้แค้นที่คนพวกนี้หลอกตน ผลคือหมีดำมีแต่ความเกรี้ยวโกรธ ลงที่ฟ ฟางเจิ้งไม่ได้ก็เอามาลงที่ลุงต๋า พอเดินไป หมีดำใจดำใช้น้ำหนักหลายร้อยจินของมันเหยียบที่ขาลุงต๋าอย่างโหดเหี้ยม ผลคือลุงต๋าขาหัก
คิดไปตั้งมากมาย ในที่สุดหมีดำก็ดึงสติกลับมา “ถะ…ถ้าอย่างนั้นแกอยากให้ฉันทำยังไง?”
“อย่าฆ่าเขา อย่าให้เขาออกไป ที่เหลือแล้วแต่นายเลย” ฟางเจิ้งตอบ
หมีดำได้ยินแบบนั้นพลันคึกคัก ถึงจะกินไม่ได้ แต่เล่นด้วยได้…เหมือนจะไม่เลวเลย! มันจึงพยักหน้าก่อนร้องคำราม ไล่ตามตามจางจื่อไป
จางจื่อวิ่งไปได้ชั่วครู่ก็รู้สึกว่าทิ้งห่างมาได้แล้ว จึงนั่งลงพักผ่อนใต้ต้นไม้
“แม่งเอ๊ย ไอ้ลาหัวล้านสมควรตายนั่น ไม่อยากเชื่อว่ามันจะลากหมีเข้ามา ดีนะที่ฉันวิ่งเร็ว ไม่อย่างนั้นคงตายไปแล้ว” จางจื่อด่าทอพลางหยิบกระติกน้ำออกมาดื่มอึกหนึ่ง เมื่อมอง งไปรอบๆ ก็พบสิ่งที่น่าเศร้าคือ เหมือนว่าเขาจะหลงทาง!
“ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวปีนขึ้นยอดเขาก็หาทางกลับได้เอง” จางจื่อพึมพำ
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามหมีดังแว่วมา ตามด้วยเสียงฝีเท้าตึกๆ ราวกับตีกลองค่อยๆ เข้ามาใกล้
จางจื่อรีบลุกขึ้นด้วยความตกใจ ด่าทอเสียงเบาว่า “เวร กินหลวงจีนไปคนแล้วยังไม่พอ ยังมาไล่ตามฉันอีก? แกกลับไปกินพวกอิงจื่อนู่นไป ตรงนั้นมีสามคน…” ปากด่าไปพลางวิ่งไปอย่างรว วดเร็ว ไม่มีเวลาแยกแยะเส้นทางแล้ว ไม่สนพุ่มไม้ หนามหรืองูพิษอะไรทั้งสิ้น แค่วิ่งไป วิ่งไปตลอดทาง วิ่งอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นานจางจื่อก็พบว่าเสียงหมีเบาลงคล้ายๆ ว่าทิ้งระยะห่างมาแล้ว ทว่าทุกครั้งที่เขาพักครู่หนึ่ง เสียงหมีจะใกล้เข้ามา ทำเอาเขาตกใจจนวิ่งต่อ…
ขณะเดียวกัน ทางด้านลุงต๋าเองก็ไม่ราบรื่น เจ้าใบ้แบกลุงต๋าไว้ อิงจื่อถือมีดเปิดทางไปตลอด และเริ่มเดินย้อนกลับไป ด้วยความที่ไม่มีใครนำทาง การเดินจึงไม่ราบรื่น มีเลี้ยวลดคดเค คี้ยว เสียแรงไปมาก หลังจากเจอหมีดำก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาต่างใจฝ่อและระแวงขึ้นเรื่อยๆ
“ลุงต๋า…” อิงจื่อหันกลับมามองลุงต๋าที่หน้าซีดขาว
ลุงต๋าโบกมือ “อย่ากลัว เมื่อกี้ตั้งตัวไม่ทัน ไม่อย่างนั้นด้วยประสบการณ์ของลุงกับเจ้าใบ้คงไม่มีทางประสานงากับหมีหรอก เธอเดินไปได้เลย อย่าเร็วเกินไป ถ้าเจ้าใบ้ส่งเสียงเธอก็ อย่าขยับ สัตว์ป่ามีกฎของมัน พวกมันกำหนดอาณาบริเวณได้ เห็นสัญลักษณ์พวกมันก็ให้อ้อม ปกติสัตว์ป่าจะไม่โจมตีคน…อืม หมีดำเมื่อกี้อาจจะโกรธไอ้หลวงจีนสารเลวนั่นถึงได้คลุ้มคลั่ง ง”
อิงจื่อพยายามพยักหน้าสื่อว่าเข้าใจ