novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 pgw44 สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1617: อาทรต่อหย่อมหญ้าพฤกษ์เขียว

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1617: อาทรต่อหย่อมหญ้าพฤกษ์เขียว
Prev
Next

ตอนที่ 1617: อาทรต่อหย่อมหญ้าพฤกษ์เขียว

วาจาห้าวหาญนั้นสะท้อนก้องทั่วฟ้าดิน

และปราณบนร่างคนคลั่งดาบก็แปรเปลี่ยนเฉียบพลัน!

เขาถือดาบด้วยหนึ่งมือ ใบหน้าซูบผอมปรากฏรอยยิ้มสว่างไสว ดวงตาเรืองประกายเจิดจ้าเยี่ยงเพลิง ก่อนจะกล่าวเบา ๆ

“ขึ้นมา!”

ตู้ม!

ภาพอันน่าอัศจรรย์พลันปรากฏ ร่างของคนคลั่งดาบเป็นเช่นเตาเดือดพล่าน จิตวิญญาณดูแผดเผา เรือนผมยาว หน้าตาและทั่วกายล้วนเปี่ยมด้วยภาวะดาบเจิดจรัสทะยานสู่เก้าสวรรค์

โลกหล้าอันมืดหม่นพังทลายพลันแปรเปลี่ยน

หย่อมหญ้าเขียวขจีงอกเงยท่ามกลางซอกศิลาหักพัง มวลบุปผาพลิ้วไหวเบ่งบาน

ท้องนภาจรัสแสงดารานับหมื่นแสน ควบรวมเป็นธารดาราสุกสกาว

วายุโชยพัด กอหญ้าขจีแพร่คลุมทั่วขุนเขาไสวตามลมราวทะเลครามพัดคลื่น

“หนึ่งคำนึงแปรโลกา?”

ทังเป่าเอ๋อร์ประหลาดใจ

ภาพเช่นนี้ดาษดื่นไม่น่าตื่นตะลึง ทว่าการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้กลับให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แสนสูงส่ง!

สาวน้อยสังเกตเห็นว่าในหญ้าทุกใบดูจะแฝงอำนาจวิถีดาบเกินเข้าใจ!

หย่อมหญ้าปกคลุมทั่วแดนดินราวทุ่งหญ้า และภาวะดาบอันก่อเกิดก็ยิ่งใหญ่เทียบทุ่งหญ้าเช่นกัน!

“ไม่สิ นี่คือนิมิตวิถีอันก่อเกิดจาก ‘แดนจักรวาลจิตเซียน’ โดยใช้ที่มาชีพตนนำทาง เททะลักการฝึกฝนและพลังจิตวิญญาณออกมาหมดสิ้น!”

สีหน้าของทังหลิงฉีตกตะลึง

ตัวตนวิถีเซียน เริ่มแรกในขอบเขตจักรวาลใช้แดนจักรวาลจิตเซียนเป็นรากฐานวิถีเซียน รวบรวมวิถีเต๋าทั่วกายไว้ภายใน ยิ่งรากฐานฝึกฝนลึกล้ำ แดนจักรวาลจิตเซียนยิ่งกว้างไกลทรงพลัง และยิ่งเก็บกักจิตเซียนไว้ได้มาก

แดนจักรวาลจิตเซียนนั้นลึกลับมากปริศนาเยี่ยงหนึ่งจักรวาล เก็บกักสารพัดวิธี แปรเปลี่ยนเป็นตะวัน จันทรา หมู่ดาว ฟ้าดิน ด้าวแดน และยังสะท้อนการผันเปลี่ยนแห่งฤดูกาล เวียนวัฏจักรสรรพสิ่งได้

บางผู้ซึ่งมีรากฐานแข็งแกร่งสามารถกระทั่งพัฒนาแดนจักรวาลจิตเซียนของพวกตนให้กำเนิดรูปลักษณ์ต่าง ๆ!

ด้วยประการฉะนี้ ยิ่งวิถีลึกล้ำ ขอบเขตสูงส่ง กฎเกณฑ์วิถีเซียนในครอบครองแข็งแกร่ง อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันบังเกิดจากแดนจักรวาลจิตเซียนก็ยิ่งทรงพลัง!

และยามนี้ อิทธิฤทธิ์ของคนคลั่งดาบก็เกิดจากการที่เขาเร่งเคล็ดพลังภายใน ‘แดนจักรวาลจิตเซียน’ ของเขาสะท้อนสู่โลกหล้า เป็นการ ‘แปรโลกาเพียงคำนึง’!

สิ่งที่ทำให้ทังหลิงฉีตะลึงคือ อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนทั่วไป กระทั่งยอดฝีมือราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์จะทำเช่นนี้ยังแสนยากเย็น

มีเพียงมหาเซียนเท่านั้นที่จะบัญญัติกฎเกณฑ์ ตีความอำนาจของแดนจักรวาลจิตเซียน แปรเปลี่ยนโลกหล้าด้วยกำลังตนได้!

วิชาเหล่านี้มีนามว่า ‘บัญญัตินภาคืนวิถี’!

บัญญัตินภาด้วยใช้แดนจักรวาลจิตเซียนเป็นฟ้าดิน

คืนวิถี ก้าวเดินบนทางของตน แทนที่กฎแห่งฟ้าดินด้วยมหาวิถี

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘บัญญัตินภาคืนวิถี’!

ส่วนใหญ่แล้ว ตัวตนวิถีเซียนมักจะชอบเรียกวิชานี้ว่า ‘เขตแดนวิถี’!

ดำเนินกรรมวิถีแห่งตน ค้ำขอบเขตแดนดิน เป็นดุจนายเหนือมหาวิถีอันไร้ผู้เทียมทานในเขตแดนแห่งนี้!

และยามนี้ คนคลั่งดาบก็ทำได้เช่นนี้ด้วยการฝึกฝนระดับราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์!

ใครเล่าจะไม่ประหลาดใจ?

“มันคุ้มค่าแล้วหรือที่จะยอมทิ้งชีวิตกับวิถีเต๋าเพื่อตีความเขตแดนดาบมหาวิถีเช่นนี้?”

คิ้วของซูอี้เลิกคขึ้นเล็กน้อย แปลกใจนิดหน่อย

ในสายตานักดาบทั่วโลกหล้า ไม่ว่าจะเป็นบัญญัตินภาคืนวิถีหรือเขตแดนวิถีล้วนถือได้ว่าเป็นเขตแดนดาบมหาวิถีเช่นกัน

ในอดีตชาติของเขา เมื่อหวังเย่สร้างรากฐานขอบเขตจักรวาล เขาสร้าง ‘นครดาบหนักสามสิบสามเล่ม’ ขึ้นมาในแดนจักรวาลจิตเซียนของเขา!

เมื่อเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียน ทุกย่างก้าวการกระทำของเขาล้วนกระตุ้นให้นครดาบหนักสามสิบสามเล่มปรากฏขึ้นเหนือนภาได้ง่ายดาย

นครดาบหนักสามสิบสามเล่มนั้นดูแสนสมจริง ปรกนภาบังตะวันทุกหย่อมหญ้า สังหารอริร้ายใด ๆ ทั่วหล้า!

ในชาตินี้ เมื่อซูอี้ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตจักรวาล แดนจักรวาลจิตเซียนของเขามีรูปลักษณ์เยี่ยงดาบเก้าคุมขัง

ดวงตาของคนคลั่งดาบกระจ่างใส กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อสิ้นกังวลเป็นตาย จะมัวห่วงชีวิตตนไปไย?”

ซูอี้พยักหน้ากล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว หวังเพียงความสาใจ”

คนคลั่งดาบกล่าวอย่างจริงจัง “แน่นอน”

ว่าแล้ว อาภรณ์ของเขาก็สะบัดพลิ้ว ตวัดดาบในมือ

เคร้ง!

ดาบครวญกำสรวล สะท้อนทั่วเก้าสวรรค์สิบด้าวแดน

หย่อมหญ้าเหนือพิภพทุกต้นใบล้วนเรืองรองด้วยปราณดาบทิ่มแทง โบกไสวพร้อมด้วยวจีดาบ

จิตสังหารทั่วฟ้าดินล้วนควบรวมในร่างคนคลั่งดาบ ทำให้เขาดูราวเพลิงแสงโชติช่วง สาดส่องทั่วบรรพตลำธาร

ธารดาราเหนือศีรษะของเขาคล้อยวนเรืองรัศมี ปราณของคนคลั่งดาบทวีความน่าสะพรึงกลัวขึ้นทุกขณะเยี่ยงนายเหนือแห่งธารดารา

ดวงตาของทังเป่าเอ๋อร์เจ็บแปลบ หลับตาลงตัวสั่นโดยเผลอไผล

ทังหลิงฉีพาสาวน้อยหลบไปไกลโดยมิลังเล

ทว่าไม่นานนัก เขาก็ต้องสะพรึงกลัวยามพบว่าฟ้าดินถิ่นนี้ล้วนปกคลุมด้วย ‘เขตแดนดาบมหาวิถี’ ของคนคลั่งดาบอยู่เนิ่นนาน ไม่ว่าจะหลบไปหนใดล้วนไร้ประโยชน์!

นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของ ‘เขตแดนวิถี’ แปรเปลี่ยนโลกหล้า ในเขตแดนนี้ คนคลั่งดาบคือผู้ถือความเป็นความตายในกำมือ!

“ยามข้าเยาว์วัย ชีวิตแร้นแค้นอับเฉา ต่ำต้อยเยี่ยงต้นหญ้า กระทั่งดาบในมือยังไม่อาจไขว่คว้า ทว่าข้าหาหดหู่ใจไม่ เพราะความยึดติดกับวิถีดาบเยี่ยงความทนทายาดของต้นหญ้าข้างวิถี เหยียบได้มิตาย เผาได้มิสิ้น หวนชีพคืนชีวาครั้งแล้วครั้งเล่าขอเพียงวายุวสันต์พัดพา!”

“ยามนั้น ข้ามีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ ขอตายอย่างเจิดจรัสเหนือวิถีดาบ ไม่มีทางทรยศวิถีดาบตนเพราะความกลัว เฉกเช่นอุกกาบาตเหนือนภา แม้จะวูบไหวพริบตา แต่ชั่วกาลนั้นก็พร่างพรายจรัสจ้า!”

ดวงตาของคนคลั่งดาบเรืองรองด้วยความคลั่งไคล้ “นี่แหละวิถีดาบของข้า!”

ว่าแล้ว เขาก็เบนสายตามากล่าวกับซูอี้ด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่เคยกล่าววาจานี้กับผู้ใด แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ข้ากลับถูกชะตาเจ้า และจึงบอกเจ้าก่อนตัดสินความเป็นความตายของเจ้า”

ซูอี้พยักหน้ากล่าว “ยึดติดกับดาบ เกาะเกี่ยวแน่นแฟ้นกับดาบ ไร้กังวลเป็นตาย แสวงหาความสาใจ หัวใจแห่งดาบเช่นนี้หายากนัก”

ตู้ม!

ด้วยหนึ่งโบกแขนเสื้อ ดาบแห่งโลกาก็ทะยานเวหา

ตัวดาบสามฉื่อสีเทาครามนั้นดูโบราณสูงส่ง

เมื่อดาบปรากฏในมือ บรรยากาศของซูอี้เองก็แปรเปลี่ยน สูงส่งทะนงตัว เลอเลิศเยี่ยงเทพเหนือนภา!

“หัวใจแห่งดาบเช่นนี้ ควรค่าให้ข้าออกดาบโดยแท้จริงแล้ว”

ปลายนิ้วของซูอี้ลูบไปบนดาบแห่งโลกา “ยามนี้ ข้าจะให้เจ้าประจักษ์แก่วิถีดาบของข้า”

ว่าแล้ว เขาก็ก้าวเข้ามา

เยื้องย่างแผ่วเบา หาแตกต่างจากเดินทอดน่องไม่

ทว่าทุกย่างก้าวกลับสนั่นลั่นเสียงอัสนีขยี้พิภพ ท้องนภาสนั่นไหว มวลพฤกษ์เขียวขจีปกคลุมแดนเยี่ยงทุ่งหญ้าสะท้านรวนเร

ดุจพายุใหญ่พัดผ่าน ดึงถางหมู่พฤกษ์!

กอหญ้าอันบรรจุภาวะดาบน่าสะพรึงกลัวแหลกสลายภายใต้ย่างก้าวของซูอี้ แปรเปลี่ยนเป็นพิรุณแสงกระจายหาย

อำนาจกดดันจากร่างซูอี้ทะยานสูงขึ้นทุกขณะ ราวว่าเขาจะทะลวงเก้าสวรรค์สะเทือนจักรดารา!

แรงกดดันดุดันนั้นทำให้คนคลั่งดาบอดอุทานมิได้ “เยี่ยม!”

เขายืนนิ่งบนอากาศ โบกสะบัดดาบสู่เวหา

เปรี้ยง!

พิภพทุ่งหญ้าอันถูกซูอี้บดขยี้ไปเมื่อกาลก่อนพลันงอกเงยด้วยพฤกษา พ่นปราณดาบหนาแน่นนับไม่ถ้วนฟาดฟันใส่ซูอี้เยี่ยงมรสุมร้าย

ดุจวายุวสันต์คืนชีวิต ปราณดาบเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ!

ซูอี้หาหลบเลี่ยงการโจมตีเช่นนี้ไม่ เขาก้าวเข้ารับ มีเพียงดาบแห่งโลกาในมือเท่านั้นที่เปล่งวจี ระเบิดอำนาจดาบชวนครั่นคร้าม

ยังคงมิออกดาบนี้

ทว่าอำนาจดาบกลับบดขยี้ปราณดาบทั้งหลายที่ถาโถมเข้ามาใส่เสียสิ้น!

เปรี้ยง!

โลกหล้าในเขตแดนดาบมหาวิถีสะเทือนเรรวน ทันทีที่คนคลั่งดาบคืนการควบคุมในเขตแดน เพียงหนึ่งคำนึงก็ปรากฏปราณดาบอันแสนเจิดจรัสโลดทะยาน

หญ้าทุกต้นบนทุ่งหญ้านั้นราวมีพลังชีวิตไร้จำกัด ทำให้แม้ซูอี้จะผลาญทุกสิ่งตลอดวิถีเยี่ยงคบเพลิง ทว่าก็มิอาจทำลายมันจนสิ้นได้

และบนจักรวาลพร่างดาวเหนือศีรษะ หมู่ดาราหนาแน่นเยี่ยงผืนธาร อุกกาบาตแผดเผาคล้อยพรมนับไม่ถ้วน เป็นปราณดาบหนาแน่นอันน่าสะพรึงกลัว

นี่คือดาบสังหารสูงสุดที่คนคลั่งดาบทุ่มเทชีวิตและการฝึกฝนเพื่อเรียกใช้!

หากเปลี่ยนเป็นราชันเซียนใด ๆ ในโลกหล้า เกรงว่าคงตายไปไม่รู้กี่หนต่อกี่หนแล้ว

อันที่จริง ชั่วขณะนั้น ทังหลิงฉียังสงสัยเลยว่าตนตายไปแล้วหรือไม่ ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยปราณดาบเยี่ยงพายุโหม

ปราณดาบทุกสายล้วนเจิดประกายน่าสะพรึงกลัว เป็นเคล็ดวิชาดาบอันถูกใช้อย่างสุดกำลัง!

ทว่าไม่นานนัก ทังหลิงฉีก็ตระหนักว่าปราณดาบร้ายกาจเหล่านี้ราวมีปัญญาประจำตน แม้จะทะยานผ่านเขา แต่ก็มิได้ทำร้ายเขาแม้แต่น้อย!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการควบคุมอำนาจวิถีดาบของคนคลั่งดาบนั้นละเอียดอ่อนจนแทบมิต่างจากสวรรค์บัญชา!

ทังหลิงฉีอดตะลึงทึ่งมิได้

ทัศนาทั่วโลกหล้า เต็มไปด้วยปราณดาบโอ่อ่าทะลักไหล กว้างใหญ่ชวนสะพรึง ทว่า…

หนึ่งปราณดาบตรงแน่วฟาดฟันลงจากนภา บดขยี้ทุกสิ่งอันขวางทาง ล่องวายุแล่นเหนือคลื่น!

นั่นคือซูอี้ อาภรณ์เขียวของเขาสะบัดไหว ถือดาบแห่งโลกาในมือ ฝีเท้าของเขาฟังดูไม่ช้าไม่เร็ว ปล่อยวายุโหมคลื่นสาด ทว่ากลับนิ่งสงบมิหลบเลี่ยงเยี่ยงหินผา!

ชั้นภาวะดาบอันลึกลับนั้นดูสมบูรณ์แบบถึงขีดสุด ห้อมล้อมร่างสูงใหญ่ของเขาเยี่ยงวงแหวนศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนการล้อมโจมตีทุกทิศทางสลายสิ้น

เพียงไม่กี่พริบตา ซูอี้ก็ย่างเท้าเข้าใกล้คนคลั่งดาบทีละก้าว!

คนคลั่งดาบหาตกใจไม่ ทว่ากลับแสนปรีดา เชิดหน้าหัวเราะลั่นฟ้า “ดาบของเจ้าสั่งสมขัดเกลาถึงเพียงนี้ ทว่าก็ยังไม่ฟันออก ทำให้ข้าลุ้นรอยลเสียจริง!”

เขาว่าพลางยกดาบวิถีในมือขึ้น “เดิมพันด้วยเป็นตาย เลิศล้ำสุดขั้ว ดาบนี้ควรเป็นเช่นว่า!”

ดวงตาของคนคลั่งดาบหนักแน่นเฉียบขาด กิริยาผ่าเผย เสียงเสสรวลสะท้านทั่วเก้าสวรรค์

ตู้ม!

ยามดาบของเขาฟาดลง ธารดาราก็ทะลักร่วงจากนภาไกล

หญ้าทุกหย่อมบนพื้นลุกไหม้แผดเผา

และตัวเขาเองก็ดูจะรวมเป็นหนึ่งกับดาบนี้

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านี่คือดาบอันแข็งแกร่งสูงสุดชั่วชีวิตของคนคลั่งดาบ ละสิ้นกังวลเป็นตาย ทุ่มเททุกสิ่งที่มี

เหมือนเช่นอุกกาบาตคล้อยนภา ดาบนี้ของเขาปลดปล่อยความเจิดจรัสทั้งมวลในชั่วกาลอันแสนสั้น!

ยามนี้ ทังหลิงฉีและทังเป่าเอ๋อร์ล้วนเห็นเพียงสีขาวโพลน หัวใจว่างโล่งตะลึงงัน สิ้นการรับรู้ใด ๆ ต่อโลกหล้า

และยามนี้เองที่ซูอี้ออกดาบที่เขาขัดเกลามาเนิ่นนาน

นี่คือดาบที่เขาใช้เวลาเก็บตัวฝึกฝนในแดนสารทวสันต์ตกตะกอนความสำเร็จวิชาดาบทุกชาติภพหลอมรวมขึ้น และหลังขัดเกลาประเมินนับไม่ถ้วน เขาก็ทุ่มเททั้งใจสร้างมันขึ้น

ดาบนี้ยังเป็นวิชาดาบแรกที่ซูอี้สร้างขึ้นจวบยามนี้ และดาบสูงสุดอันเทียบชั้นเคล็ดวัฏสงสารได้โดยสมบูรณ์แบบ

เมื่อดาบนี้ถูกฟาดออก

หย่อมหญ้าอันแผดเผาไม่รู้จบพลันหยุดนิ่งและสลายเป็นเถ้าฟุ้งกระจาย

ธารดาราคล้อยโปรยเหนือนภาพลันเลือนหายเยี่ยงดอกไม้ไฟ

ดาบวิถีในมือของคนคลั่งดาบสั่นสะท้านกะทันหัน อำนาจของมันถูกกัดกร่อนหายไปทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ

ฟ้าดินตกสู่บรรยากาศอันหยุดนิ่งอย่างน่าประหลาด

ทุกสิ่งดูสิ้นวจี

มีเพียงปราณดาบของซูอี้กลายเป็นแสงสว่างเดียวภายใต้ฟ้าดินอันหยุดค้าง ฟาดฟันเข้าใส่คนคลั่งดาบ

“นี่มันดาบอันใดกัน?”

เมื่อคนคลั่งดาบประจักษ์ต่อดาบนี้ สีหน้าของเขาก็เผยความหมกมุ่นคลั่งไคล้

‘ตายด้วยดาบนี้ ไร้เสียดายอาวรณ์!’

เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้น รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าคนคลั่งดาบ ร่างของเขาโถมทะยานเยี่ยงแมลงเม่าทะยานสู่กองเพลิง แม้รู้ว่าต้องตายก็มิลังเล!

ต่อให้ต้องตาย ก็ขอปลดปล่อยอำนาจต่อสู้จนเฮือกสุดท้าย!

ตู้ม!

ดาบของซูอี้ฟาดลง

ฟ้าดินพังถล่ม สรรพสิ่งแหลกสลาย

เขตแดนดาบมหาวิถีพังทลายเยี่ยงฟองคลื่น

คลื่นอำนาจทำลายล้างแผ่กระจายทั่วทศทิศในฟ้าดิน ทั่วด้าวแดนครั่นคร้าม ถล่มรวนสิ้นสภาพทุกแห่งหน

คนคลั่งดาบยืนท่ามกลางกองซาก โลหิตเปรอะเปื้อนเสื้อคลุมยาวของตน

หนึ่งคมดาบค้างอยู่ห่างจากหว่างคิ้วเพียงไม่กี่ชุ่น

คนคลั่งดาบนิ่งค้าง ดวงตาพลันพร่ามัว

เนิ่นนานจากนั้น เขาก็กล่าวถามอย่างฉงน “ข้ามาฆ่าเจ้าแท้ ๆ ไฉนเจ้าจึงมิฆ่าข้า?”

เช้ง!

ซูอี้เก็บดาบแห่งโลกา นำไหสุราออกมาจิบ แล้วกล่าวเสียงเบา

“แม้ตระหนักถึงความไพศาลแห่งจักรวาล ข้าก็ยังอาทรต่อหย่อมหญ้าพฤกษ์เขียว”

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1617: อาทรต่อหย่อมหญ้าพฤกษ์เขียว"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF