บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1629: อำนาจเกินหยุดยั้ง
ตอนที่ 1629: อำนาจเกินหยุดยั้ง
หม้อใบที่เก้าซึ่งหนักที่สุดนั้นหนักกว่าหม้อโบราณอีกแปดใบก่อนหน้านี้มาก ตลอดกาลนานมา ทุกผู้ซึ่งเคยยกหม้อใบที่เก้าขึ้นล้วนหอบแฮกล้ากำลัง
ยอดฝีมือบางคนกระทั่งบาดเจ็บสาหัสยามพยายามฝืนแบกหม้อ!
“หากเขายกหม้อทั้งเก้าขึ้นได้พร้อมกัน มันจะเท่ากับสร้างสถิติผ่านระดับอันสูงส่งกว่าคราใดขึ้น!”
“เลื่อนลอยยิ่งนัก!”
“แทบเป็นไปไม่ได้เลยนะนั่น!”
ทว่าไม่นานนัก ภาพอันทำให้ทุกผู้ผงะตะลึงก็บังเกิด
ซูอี้ไม่ได้หยุดพัก เขายกมือหยิบหม้อใบที่เก้าซึ่งหนักที่สุดขึ้นมาวางซ้อนบนบ่า
ยังคงง่ายดายราวมิได้พยายาม
คนทุกผู้ล้วนตะลึงงัน
ในศาลาที่สอง เมื่อซูอี้ไหวไหล่ เก้าหม้อสำริดโบราณพลันทะยานขึ้นและร่วงลงเรียงรายสู่ที่เดิมของพวกมัน
ตู้ม!
ทั่วโถงคำรามลั่น พิรุณแสงทะลักไหลครอบคลุมทั่วร่างของซูอี้
พิรุณแสงนั้นแปรเปลี่ยนจากอำนาจมหาวิถีอันหนาแน่นบริสุทธิ์ มีสรรพคุณเลิศล้ำต่อการฝึกฝนและขัดเกลากายเนื้อ
ครู่ต่อมา นิมิตทั้งหลายก็สลายไป
และซูอี้ก็หันหลังจรจาก
ขณะเดียวกัน ณ ที่ลับ เหล่าผู้อาวุโสนั้นต่างมองหน้ากัน ทั้งตะลึงและทำตนมิถูก
“วันนี้ หอตำราภูผาขจีของเราได้เรียกสัตว์ประหลาดเหนือใดเปรียบเข้ามาเยือนหรือ?”
“ณ ชั้นแรก จรดพู่กันวาดสัจธรรม สิบแปดบุปผาเบ่งบาน และที่ชั้นสอง เก้าหม้อโบราณก็ถูกแบกขึ้นโดยง่าย แต่ละสิ่งล้วนไม่ต่างจากสร้างสถิติอันมิเคยบังเกิด! ผู้ท้าทายตลอดกาลนานมา ไร้ผู้ใดเทียบชั้นได้!”
“พวกเจ้ามิสังเกตหรือว่ายามคนผู้นี้ผ่านสองศาลาแรก เขาดูจะมิได้ใช้อำนาจเต็มที่เลยแม้แต่น้อย…”
“ไปดูต่อ!”
…ผู้เฒ่าเร้นกายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าของหอตำราภูผาขจีซึ่งเก็บตัวอยู่ในเขาภูผาขจีแต่เนิ่นนานมา
หากไม่ใช่เพราะปฏิกิริยายามซูอี้ผ่านชั้นแรกในวันนี้ยิ่งใหญ่เกินไป ความสนใจของพวกเขาคงมิถูกกระตุ้นขึ้นมาเลย
และยามนี้ เมื่อซูอี้สร้างสถิติใหม่ของการผ่านด่านทดสอบสองหนติด สัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้ก็เดือดพล่าน มิอาจอยู่เฉยอีกต่อไป
ชั้นสาม
ภายในศาลานั้นเป็นแดนมายา และเมื่อซูอี้มาถึง เขาก็พลันพบว่าตนอยู่ที่สมุทรกว้างแห่งหนึ่ง
ผืนสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล คลื่นลมเกลียวคลื่นพัดซ้อน
ระดับนี้มีนามว่า ‘งมวัตถุในสมุทรวิญญาณ’ ซึ่งที่ก้นสมุทรกว้างนี้มีจิตดารากระจัดกระจายมากมาย!
จิตดาราที่ว่านั้น แท้จริงก็คืออุกกาบาตจากจักรวาลอันบรรจุอำนาจแห่งจิตวิญญาณ
สิ่งที่ผู้เข้าทดสอบต้องทำคือ ใช้อำนาจจิตวิญญาณแทนเบ็ดตกปลา งมจิตดาราจากก้นสมุทรนั้นขึ้นมา
หากงมจิตดาราขึ้นได้เก้าชิ้น ก็จะผ่านระดับนี้
ยิ่งงมจิตดาราขึ้นมาได้มาก ลำดับคะแนนยิ่งไต่สูง
ความยากของระดับนี้อยู่ที่อำนาจของสมุทรกว้างนั้นฝืนต้านอำนาจจิตวิญญาณได้ และจิตดาราที่ก้นสมุทรก็กระจัดกระจายตามที่ต่าง ๆ
การใช้อำนาจจิตวิญญาณเพื่องมจิตดาราขึ้นมานั้นหาแตกต่างจากหาเข็มในกองฟางไม่
นอกจากนั้น ยังต้องฝืนต้านแรงกระทบกระแทกจากสมุทรกว้างนั้นด้วย
ตลอดกาลนานมา ผู้บรรลุระดับสูงสุดของชั้นสามนั้นงมจิตดาราขึ้นได้เพียงสิบเก้าชิ้น!
หลังซูอี้มาถึง เขาก็ลงมือทันทีอย่างไม่โอ้เอ้
เปรี้ยง!
ทันทีที่อำนาจจิตวิญญาณของเขาแผ่ออกไป มันก็แปรเปลี่ยนเป็นร่างแหกว้างไร้จุดจบ ครอบคลุมท้องสมุทรส่วนใหญ่ในพริบตา
และเมื่ออำนาจจิตวิญญาณของเขาจมลงสู่นที แม้น้ำทะเลจะสาดซัดถาโถมเพียงไรก็มิอาจสั่นคลอนมันได้แม้แต่น้อย!
มันให้ความรู้สึกราวกับเป็นตาข่ายฟ้าดินอันมิอาจทำลาย โถมทะยานลงสู่ก้นบึ้งสมุทรวิญญาณนี้โดยพลัน
ครู่ต่อมา ใจซูอี้คำนึง วิญญาณเร่งอำนาจแข็งแกร่ง
เปรี้ยง!
ทั่วสมุทรวิญญาณเดือดพล่าน เกลียวคลื่นสาดสะบัดสู่เวหา
ตาข่ายกว้างอันสร้างจากอำนาจจิตวิญญาณของซูอี้เปี่ยมล้มด้วยจิตดาราเรืองประกายดารดาษ
ดุจเหวี่ยงแหรวบดารา!
จากนั้น จิตดารานับไม่ถ้วนเหล่านั้นก็หลอมละลายเป็นพิรุณแสง ซึ่งก็ถูกอำนาจจิตวิญญาณของซูอี้ดูดซับมิเหลือ
ยามนี้ จิตวิญญาณของซูอี้ให้ความรู้สึกล่องลอยลิงโลดไม่ได้ เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าจิตวิญญาณของตนควบแน่นแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่ามาก
ไร้การโอ้เอ้ ซูอี้เดินจากไป
และเหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าเร้นกายผู้ประจักษ์แก่เรื่องทั้งหมดนี้ก็ตะลึงเสียจนสิ้นวจี
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ก็เป็นการสร้างสถิติใหม่ สูงส่งกว่าหนใดอีกครั้ง!
……
สิบสองหอภูผาขจี ทุกศาลาต่างเป็นหนึ่งด่านทดสอบ
สามชั้นแรกนั้นมุ่งเป้ายังการฝึกฝน กายเนื้อและจิตวิญญาณตามลำดับ
เริ่มจากชั้นสี่ถึงหกจะเป็นการทดสอบความเข้าใจในมหาวิถี ขอบเขตวิถีและวิชาการตีความมหาวิถีตามลำดับ ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวเนื่องกับอำนาจมหาวิถีของเซียนขอบเขตจักรวาล
และจากนี้ไป ยอดฝีมือส่วนใหญ่ซึ่งมาทดสอบก็ล้วนแพ้พ่ายไม่อาจไปต่อ
เหตุเป็นเพราะบททดสอบบนชั้นที่สี่ถึงหกนั้นยากเย็นและมากข้อจำกัดกว่าสามชั้นแรกมากนัก
ตัวตนซึ่งสามารถผ่านชั้นสี่ถึงหกไปได้ สามารถเรียกเป็นผู้เลิศล้ำหายากในโลกหล้าชั่วพันหมื่นปี!
ทว่าสำหรับซูอี้ เรื่องเช่นนี้หายากเย็นไม่
เขาไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวทัศนาจร สำรวจและไขปริศนาแต่ละบททดสอบอย่างไม่รีบร้อน
จากนั้นชายหนุ่มก็ก้าวสู่จุดสูงกว่าอย่างแสนสบายใจ
ชั้นสี่นั้นเป็นการทดสอบความเข้าใจในมหาวิถี ต้องสัมผัสอำนาจมหาวิถีจากแท่นศิลาฮุ่นตุ้นโบราณภายในชั่วก้านธูปและสลักลวดลายวิถีลับของมัน
ซูอี้เพียงชำเลืองก็บรรลุถึงเคล็ดพลังมหาวิถีทั้งสามสิบสามบนแท่นศิลาฮุ่นตุ้นโบราณ และโบกมือสลักเป็นลวดลายวิถีลับขึ้น
บนชั้นห้า ทดสอบขอบเขตวิถี หรือก็คือการควบคุมอำนาจมหาวิถี ต้องใช้อำนาจมหาวิถีของตนสร้างโลกามหาวิถีขึ้นมาบนโลกหล้าอันว่างเปล่า
ยิ่งปริมาณและคุณภาพอำนาจมหาวิถีในโลกามหาวิถีสูงส่ง ผลลัพธ์ยิ่งเลิศล้ำ
ระดับนี้กระตุ้นความสนใจของซูอี้ขึ้นมา มันเหมือนวาดภาพบนกระดาษเปล่า แต่ใช้อำนาจมหาวิถีของตนแทนพู่กัน
ท้ายที่สุด ซูอี้ก็ใช้อำนาจมหาวิถีของเขา ‘วาด’ ดาบอย่างง่ายขึ้นมาเล่มหนึ่ง
ทว่าดาบนี้ดูจะครอบคลุมบรรพตลำธาร ท้องนภาแดนดิน ตะวันจันทราและดวงดาว ให้ความรู้สึกประหนึ่งครอบคลุมทั่วทุกสรรพสิ่ง
เมื่อปราณของดาบนี้แผ่ออก ชั้นห้าทั้งชั้นก็สั่นสะเทือนคำรามลั่น เรืองรองรัศมีโชติช่วง วจีวิถีลึกลับสะท้อนกึกก้องเนิ่นนาน นิมิตปาฏิหาริย์ผุดพรายทุกแห่งหน
ถึงยามนี้ เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าซึ่งเร้นกายจับจ้องทุกการกระทำของซูอี้อย่างตั้งใจนั้นประหนึ่งได้ประจักษ์แก่ปาฏิหาริย์บังเกิดซ้ำ ๆ จนสมองไม่อาจรับไหว
การสร้างสถิติอันมิเคยบังเกิดนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่
ทว่าวันนี้ ผู้ร้ายกาจท้าทายสวรรค์ผู้หนึ่งกลับมายังหอตำราภูผาขจี ล้มสถิติสร้างใหม่นับแต่ชั้นแรก!
ทุกสถิตินั้นเหนือชั้นกว่าผู้ทดสอบในอดีตทุกคน!
ใครเล่าจะไม่ตกใจ?
โลกนี้ไม่ขาดผู้ร้ายกาจตะลึงโลกา
ทว่าสัตว์ประหลาดเฒ่าเหล่านี้ใช้ชีวิตแสนนาน แต่ก็ไม่เคยพบเจอผู้ร้ายกาจจนโรคจิตอย่างชายหนุ่มผู้นี้เลย!
ชั่วขณะนั้น ความรู้ความเข้าใจในวิถีเต๋าของสัตว์ประหลาดเฒ่ามากมายนั้นเหมือนถูกลบล้างสร้างใหม่
ชั้นที่สี่ ประจักษ์แก่เคล็ดพลังมหาวิถีสามสิบสามประการเพียงมองปราดเดียว!
ชั้นที่ห้า หนึ่งดาบบรรจุวัฏจักรแห่งหนึ่งโลกหล้า!
นี่เขา… เป็นเซียนขอบเขตจักรวาลจริง ๆ หรือ?”
เนิ่นนานจากนั้น สัตว์ประหลาดเฒ่าผู้หนึ่งก็พึมพำ “ข้าจำได้ว่าเมื่อกาลก่อน ยามบรรพชน ‘จอมราชันเมฆาสวรรค์’ จากหอตำราภูผาขจีของเราผ่านชั้นหก เขาทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อแสวงเคล็ดของ ‘วิชาอนุมานมหาวิถี’ แล้วสร้างสถิติอันไร้ผู้ใดเสมอเหมือน”
“นี่ยังหมายความว่าเมื่อเจ้าหนุ่มนั่นเข้าสู่ชั้นหก แม้เขาจะเลิศล้ำ อย่างมากเขาก็ทำได้เพียงเทียบชั้นกับสถิติที่จอมราชันเมฆาสวรรค์สร้างไว้เมื่อกาลก่อน เหนือไปกว่านั้นมิได้”
วาจาเหล่านี้ทำให้สัตว์ประหลาดเฒ่าคนอื่น ๆ หัวใจสั่นไหว ต่างพยักหน้าเห็นด้วยตาม ๆ กัน
จริงดังว่า สถิติการผ่านชั้นหกแต่เดิมนั้น จอมราชันเมฆาสวรรค์นับเป็นผู้เลิศล้ำสูงสุดแล้ว ไม่มีทางที่ผู้ใดจะเหนือชั้นกว่านั้นได้
“แต่ไม่ว่าอย่างไร เจ้าหนุ่มนั่น… ก็น่ากลัวจริง ๆ!”
บางผู้รำพึง
ขณะเสวนา ซูอี้ในสายตาพวกเขาก็มาถึงชั้นหกแล้ว
ชั้นหกนี้ทดสอบศาสตร์การตีความมหาวิถี
ผู้ทดสอบต้องตีความและสร้างวิชาลับอันอัศจรรย์ขึ้นจากสารพัดอักขระซึ่งควบแน่นขึ้นโดยปราณมหาวิถี
อักขระเหล่านั้นกระจัดกระจายแตกต่าง ปราณซึ่งประทับอยู่ต่างก็แตกต่างกัน
เหมือนเช่นไข่มุกซึ่งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น หลากขนาดหลายสีสัน ขึ้นกับผู้ตีความจะสามารถเฟ้นหาไข่มุกซึ่งเข้ากันได้สูงสุด มีมหาวิถีสอดคล้องกันที่สุด แล้วร้อยเป็นสร้อยมุกอันงดงาม
กล่าวกันว่าอักขระอันควบแน่นจากปราณมหาวิถีเหล่านี้บรรจุเคล็ดวิชาวิเศษล้ำเก้าชนิด หากอนุมานได้เพียงหนึ่งก็นับได้แล้วว่าสำเร็จ
และกาลก่อน จอมราชันเมฆาสวรรค์ก็สามารถอนุมานเคล็ดวิชาอันวิเศษล้ำทั้งเก้าได้!
ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นยอดเขาอันไม่อาจข้ามในหมู่ผู้ทดสอบ ณ ชั้นหก
เมื่อซูอี้มาถึง เขาก็เห็นว่ามีอักขระขนาดเท่าฝ่ามือเคลื่อนคล้อยบนอากาศเต็มโถงหลักไปหมด แต่ละคำล้วนบรรจุปราณมหาวิถีอันแตกต่าง งดงามพร่างพราว
“บททดสอบนี้ดูคล้ายการเล่นต่อคำเลยแฮะ”
ซูอี้นึกสนุก
เคล็ดคัมภีร์วิถีเต๋าอันสมบูรณ์นั้นสามารถแยกออกเป็นคำได้เกินคณานับ
และยามนี้ บททดสอบในชั้นที่หกนั้นเป็นเหมือนการแยกส่วนเคล็ดคัมภีร์เก้าชิ้นเป็นอักขระมหาวิถีเกินคณานับปะปนกันมั่วไปหมด
บททดสอบนี้พิสูจน์อำนาจการอนุมานมหาวิถีของผู้ทดสอบ
หลังเฝ้ามองอยู่เล็กน้อย ซูอี้ก็เริ่มลงมือ
ด้วยหนึ่งโบกแขนเสื้อ อักขระมหาวิถีตัวแล้วตัวเล่าก็โผนทะยาน เรียบเรียงผสานรวมเป็นคำและบทต่าง ๆ ก่อนที่ท้ายที่สุดจะแปรเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชาเลิศล้ำนาม ‘เคล็ดหมื่นธารบรรจบสมุทร’
จบจากนั้น ซูอี้ก็หาหยุดมือไม่ เขาอนุมานเคล็ดวิชาเลิศล้ำอีกแปดบทขึ้นมาได้ในอึดใจ
ณ จุดนี้ เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าซึ่งลอบสนใจการกระทำทั้งหมดนี้ต่างตกตะลึง ทว่าแม้จะตกใจ พวกเขาก็หาประหลาดใจไม่
เพราะถึงอย่างไร สมรรถภาพอันเหลือเชื่อในห้าชั้นแรกของซูอี้ต่างเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาแล้ว และพวกเขาก็ถืออีกฝ่ายเป็นผู้เลิศล้ำท้าทายสวรรค์อันมีฝีมือสูงส่ง
หากซูอี้ทำไม่ได้เช่นนี้สิ พวกเขาจะประหลาดใจเป็นแน่แท้
“เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้ว เมื่อมีความสำเร็จดั้งเดิมของจอมราชันเมฆาสวรรค์ตระหง่านค้ำอยู่ ความสำเร็จของคนผู้นี้ก็มิอาจสร้างสถิติใหม่ใด ๆ ได้เลย”
บางผู้กล่าวเสียงเบา รู้สึกโล่งใจผ่อนคลายขึ้นมากอย่างมิอาจอธิบาย
ทว่ายังมิทันขาดคำ อีกผู้หนึ่งก็กล่าวอย่างประหลาดใจ “มีบางอย่างผิดแผก พวกเจ้าดูนั่นเร็ว!”
………………..