novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 pgw44 สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1638: ศึกชี้เป็นตายเปิดฉาก

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1638: ศึกชี้เป็นตายเปิดฉาก
Prev
Next

ตอนที่ 1638: ศึกชี้เป็นตายเปิดฉาก

ซูอี้ถือไหสุราเดินเข้ามาภายในโถงหลัก

เผยหงจิ่งนิ่งไป ก่อนจะลุกขึ้นกล่าวว่า “ขอบังอาจถาม นี่คือสหายเต๋าซูหรือไม่?”

เจ้าของชื่อพยักหน้าน้อย ๆ และกล่าวว่า “ถูกต้อง ข้ามาเยือนยามวิกาล โปรดอย่าถือสาเลย”

เผยหงจิ่งยิ้มกว้าง “แค่สหายเต๋าซูมาเยือน ข้าก็ดีใจแล้ว จะกล่าวหากันไปไย? เชิญเข้ามาเถิด!”

เขาเชื้อเชิญซูอี้ให้นั่งลง ก่อนจะรินชาให้เขาด้วยตนเอง

ประมุขหอตำราภูผาขจี ผู้เป็นหนึ่งในขุมกำลังมหาเซียนเป็นฝ่ายมารินชาเทน้ำให้กับชายหนุ่มผู้หนึ่ง หากผู้ใดมาเห็นเข้าเกรงว่าคงกรามค้างด้วยตกตะลึงเป็นแน่

ทว่ามีเพียงเผยหงจิ่งเท่านั้นที่ทราบว่า ชายหนุ่มตรงหน้าเขาควรค่าแก่ความใส่ใจเช่นนี้มากนัก!

เมื่อวานนี้ เขาได้รับสารจากผู้อาวุโสจ้าวอวิ๋นเฟิงจากหอตำราภูผาขจี โดยได้กล่าวถึงฝีมือซึ่งได้สำแดงขึ้นที่หอตำราภูผาขจีของซูอี้เอาไว้อย่างละเอียด ทั้งยังบอกให้เผยหงจิ่งดูแลชายหนุ่มให้ดี อย่าได้ละเลยแม้แต่น้อย

และสารลับฉบับนี้เองที่ทำให้ผู้เป็นประมุขตระหนักว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทานอย่างไร!

บุกเดี่ยวผ่านสิบสองหอภูผาขจีเพียงลำพัง ทลายสถิติทั้งสิบสองและสร้างสิบสองปาฏิหาริย์อันกล่าวได้ว่าไร้ผู้ใดเสมอเหมือนได้ต่อเนื่องกัน!

มองหาทั่วด้าวแดนตราบอดีตจวบปัจจุบัน ก็ไม่อาจหาผู้ใดเทียบชั้นเขาได้!

นอกจากนั้น ซูอี้ยังปราบเนี่ยเวยรุ่ยแห่งหอตำรากระท่อมสนจนแพ้พ่ายอย่างเต็มหัวใจด้วยสามหมัด

ทั้งหมดนี้ทำให้เผยหงจิ่งรู้สึกราวกับได้พบยอดคน และไม่กล้าปฏิบัติต่อคนตรงหน้าเช่นคนธรรมดา

หลังจากสนทนาพอเป็นพิธี เผยหงจิ่งก็กล่าวเข้าประเด็นว่า “หากว่ากันตามตรง เดิมที ตอนที่ข้าทราบว่าสหายเต๋าอยากเข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในครั้งนี้ ข้าก็ปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดเช่นกัน ไม่ใช่เพราะประเมินสหายเต๋าต่ำแต่อย่างใด แต่ด้วยคุณสมบัติของสหายเต๋าและเกียรติภูมิท้าทายสวรรค์อื่น ๆ ทำให้อนาคตของสหายเต๋ายิ่งใหญ่กว้างไกลมาก ไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะสามารถขึ้นสู่ขอบเขตมหาศาล และกลายเป็นตัวตน ณ จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนได้อย่างแน่นอน”

“ด้วยเหตุนี้ หากให้สหายเต๋าเข้าร่วมศึกแล้วเกิดสิ่งใดผิดพลาดขึ้นมา ก็มีโอกาสที่จะตกตายได้ ข้าจึงลังเลในกาลก่อน”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็แย้มยิ้มอย่างขมขื่น “แต่ก็ไร้หนทางแล้ว ฝ่ายแดนเซียนของเราพ่ายแพ้มานับครั้งไม่ถ้วน หากยังแพ้ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ รากฐานของด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดจะต้องสั่นคลอนเป็นแน่”

ซูอี้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ข้าเข้าใจ หากพ่ายแพ้สงครามบ่อยครั้งเข้า ผู้คนก็จะพากันคิดว่าเผ่ามารนอกแดนนั้นไร้เทียมทาน และจิตต่อสู้ก็จะถูกกระทบหนแล้วหนเล่า กลายเป็นความขลาดเขลาตาขาว เมื่อสงครามเซียนมารบังเกิดขึ้นอีกในภายหน้า ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดนี้ก็จะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงแน่นอน”

คนฟังครุ่นคิดอย่างลึกล้ำครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมา “สหายเต๋าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก และเพราะเหตุนี้ ในที่สุดคนแซ่เผยจึงตัดสินใจให้สหายเต๋าเข้าร่วมประชัน แต่ไม่คาดเลยว่า… เมื่อครู่ เจ้าเฒ่าพวกนั้นจะมิยอมเข้าใจ”

ว่าแล้วเขาก็แย้มยิ้ม “แต่ข้าก็เข้าใจพวกเขาดี หากไม่ทราบมาก่อนว่าสหายเต๋าล้ำเลิศเพียงใด เกรงว่าข้าเองก็ยังคงมิยอมให้สหายเต๋าเข้าร่วมเช่นกัน”

ชายหนุ่มจิบชาและกล่าวว่า “ที่ข้ามาในคืนนี้ เพราะมีข้อสงสัยบางอย่างในใจ อยากให้สหายเต๋าช่วยชี้แนะด้วย”

เผยหงจิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอให้กล่าวมาเถิด”

“ผู้ใดริเริ่มศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตขึ้นหรือ?”

“พวกมารนอกแดน”

“พวกเขาทำเช่นนั้นเพื่อการใด?”

“กล่าวกันว่าพวกมันจะใช้ศึกชี้เป็นตายนี้ลดจำนวนราชันเซียนจากฝ่ายแดนเซียนของเรา และขณะเดียวกันก็เพื่อหยั่งเชิงสัจธรรมของฝ่ายแดนเซียนของเรา”

…ชั่วเวลาต่อมา ทั้งสองก็ไถ่ถามไขข้อข้องใจของกันและกัน

ไม่ว่าสิ่งใด ขอเพียงเผยหงจิ่งทราบ เขาก็บอกซูอี้โดยมิปิดบัง

ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็เข้าใจ

ในฐานะปราการหลักของด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด สาเหตุที่ ‘เมืองหมื่นดารา’ รุ่งเรืองขึ้นมาเช่นวันนี้นั้นไม่อาจแยกจากทูตอารักษ์เสิ่นชิงสือได้

ส่วนสาเหตุที่หอวาณิช บ่อนและหอโคมเขียวทั้งหลายมาตั้งขึ้นในเมืองหมื่นดาราได้ ก็เพราะพวกเขาได้รับอนุญาตจากทูตอารักษ์คนนั้น

หรือจะกล่าวได้ว่า ‘บ่อนพนันคล้อยบัญชาสรวง’ ที่เขาพบในคืนนี้มีผู้ทรงอำนาจเฝ้าดูอยู่เบื้องหลังจริง ๆ

และคนผู้นั้นคือข้ารับใช้ข้างกายเสิ่นชิงสือ!

ซูอี้พลันถามขึ้นว่า “เจ้าว่าการที่เมืองหมื่นดาราเป็นเช่นทุกวันนี้ เป็นเรื่องถูกหรือผิด?”

เผยหงจิ่งนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ปั่นป่วนเคล้าโลกีย์ วุ่นวายไร้ระเบียบ! แต่จะให้ทำเช่นไรได้ เสิ่นชิงสือเป็นทูตอารักษ์อยู่ มีนครเซียนโฉลกเมฆาอยู่เบื้องหลัง เขา…”

ซูอี้ส่ายหน้าพลางกล่าวขัดขึ้นว่า “ไม่ต้องอธิบายแล้ว สิ่งที่ผิดก็คือผิด ต่อให้มีเหตุผลเป็นพันหมื่นก็ไม่มีทางถูกต้องขึ้นมาได้ ข้าแค่อยากรู้ว่าผู้ใดก่อความผิดทั้งหมดนี้เอาไว้ก็พอแล้ว”

ซูอี้กล่าวทั้งรอยยิ้ม “อย่าห่วงเลย ข้าแค่คิดแก้ไขความผิดพลาดซึ่งไม่ควรมีอยู่ในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดเท่านั้น”

เผยหงจิ่งตะลึงอึ้ง

เขาไม่คาดเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้จะมีความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้!

ต้องทราบว่าเสิ่นชิงสือเป็นมหาเซียน!!

เซียนขอบเขตจักรวาลคนใดบ้างในโลกหล้าแห่งนี้ที่กล้าทวงถามเอาเรื่องกับมหาเซียน?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเบื้องหลังของทูตอารักษ์ผู้นี้ยังมีขุมกำลังวิถีเซียนอันเลื่องลือทั่วทั้งโลกาอย่างนครเซียนโฉลกเมฆาอยู่ด้วย

หลังไตร่ตรองเล็กน้อย ประมุขหอตำราภูผาขจีก็กล่าวว่า “สหายเต๋า ด้วยความเคารพยิ่ง โลกหล้าในแดนเซียนทุกวันนี้ล้วนปั่นป่วน ระบบระเบียบพังทลาย เมื่อไร้ยักษ์ใหญ่อย่างศาลเซียนรวมศูนย์ปกครองโลกา แม้จะเปลี่ยนทูตอารักษ์เป็นคนอื่น ก็แปรเปลี่ยนภาพลักษณ์ของด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดได้ยากอยู่ดีนั่นแล”

คนฟังพยักหน้าก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เจ้าพูดถูก แต่การแก้ไขสิ่งผิดนี้มิใช่ความสำเร็จอันเกิดขึ้นได้ภายในชั่วข้ามคืน เพราะถึงอย่างไร ความผิดพลาดในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดไม่เพียงแค่ต้องได้รับการแก้ไขเท่านั้น แต่ความผิดพลาดในแดนเซียนนี้ก็ยังต้องถูกคิดบัญชีให้ครบถ้วนด้วย”

ถ้อยคำนั้นราบเรียบ

ทว่าเผยหงจิ่งกลับได้ยินถึงนัยแฝงว่าอีกฝ่ายต้องการสะสางความปั่นป่วนทั่วโลกหล้ามหาสมุทร!

เขาอดชื่นชมในใจมิได้ว่า ซูอี้ผู้นี้ควรค่าจะเป็นผู้เลิศล้ำท้าทายสวรรค์ที่ทำให้ผู้คนในหอตำรายกย่องจริง ๆ หัวใจกว้างขวาง จิตใจยิ่งใหญ่เช่นนี้เพียงพอให้มหาเซียนเช่นเขาละอายแก่ใจได้แล้ว!

จิตใจกว้างขวาง อาทรทั่วหล้าเป็นเช่นไร?

เช่นนี้ปะไร!

ทว่าหลังจากสงบจิตใจได้ เผยหงจิ่งก็จำต้องกล่าวเตือนสติ “สหายเต๋า เรื่องเช่นนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าได้หุนหันพลันแล่นเป็นอันขาด หาไม่ หายนะสารพัดได้บังเกิดขึ้นแน่”

ซูอี้แย้มยิ้ม ไร้การตอบสนองอื่นใด

……

เช้าตรู่รุ่งขึ้น

ทันทีที่ประกายแสงแรกอรุณปรากฏขึ้นมา ฝั่งอุดรของเมืองหมื่นดาราก็ปรากฏผู้คนมากมายบนกำแพงเมืองอันตระหง่านสูง ทอดยาวเยี่ยงเนินสวรรค์ลิขิต

จากจุดนี้ จะเห็นภาพที่ห่างออกไปจากด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดได้อย่างชัดเจน

แดนร้างกระหายเลือดอันไร้ขอบเขต ท้องนภามืดครึ้มกว้างไกล และตำหนักใหญ่อันสร้างขึ้นไกล ๆ บนแดนร้างกระหายเลือด

มันคือค่ายชั่วคราวที่พวกยอดฝีมือเผ่ามารนอกแดนสร้างไว้

ภายในค่ายของเผ่ามารนอกแดน ยอดฝีมือระดับเสนามารผู้เข้าร่วม ‘ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิต’ ในครั้งนี้ต่างพักอยู่ในนั้น

แม้ว่า ‘ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิต’ จะเริ่มขึ้นหลังเที่ยง ทว่ายามนี้กลับมียอดฝีมือมากมายมาออกันอยู่บนกำแพงเมืองแล้ว

ขณะเดียวกัน ในเมืองหมื่นดาราอันโบราณและยิ่งใหญ่ก็ยังมีผู้คนมากมายแห่กันออกมา

“ไม่คาดคิดเลยว่าครานี้ หอตำราภูผาขจีจะบ้าจี้กลัวไปกับเขาด้วย แล้วจะส่งเซียนขอบเขตจักรวาลที่มีนามว่าซูอี้ออกไปเข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิต”

“จริงหรือ? ไม่ใช่ว่ามีเพียงราชันเซียนที่เข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตได้เท่านั้นหรือ?”

“น่าจะจริง แต่ในเมื่อหอตำราภูผาขจีทำเช่นนี้ พวกเขาต้องทำบางสิ่งให้เซียนขอบเขตจักรวาลผู้นั้นเข้าร่วมได้แน่”

“หอตำราภูผาขจีคิดเช่นไรอยู่หนอ? ช่างน่าอายนัก!”

…ผู้คนบนกำแพงเมืองกำลังส่งเสียงอื้ออึง

เมื่อคืนวาน ข่าวที่หอตำราภูผาขจีจะส่งเซียนขอบเขตจักรวาลเข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตได้แพร่ออกไปทั่วทั้งเมืองหมื่นดารา ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงมากมาย

และนามของซูอี้ก็เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คน

สำหรับเรื่องนี้ ทุกผู้หาเข้าใจไม่ว่าเหตุใดหอตำราภูผาขจีจึงทำเรื่องเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงตนเช่นนี้ เป็นความน่าละอายสำหรับฝ่ายแดนเซียนยิ่งนัก!

“ดูนั่นสิ มหาเซียนม่ออวิ๋นจากสำนักเซียนอัมพรมาศมาแล้ว!”

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็อุทานขึ้น

ชายในอาภรณ์สีหยกผู้หนึ่งเดินอยู่บนเวหาที่อยู่ห่างไกล จากนั้นก็มาหยุดตรงแท่นเซียนแห่งหนึ่งที่ลอยอยู่บนอากาศ

แท่นเซียนนั้นมีขนาดพันจั้ง มีบัลลังก์ที่นั่งมากมายลอยอยู่บนอากาศ

นั่นคือแท่นเซียนสุรบทเมฆา!

ก่อนที่ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตจะเริ่มขึ้น ทูตอารักษ์เสิ่นชิงสือและผู้ทรงอำนาจในแดนเซียนทั้งหลายจะรับชมศึกจากบนแท่นเซียนสุรบทเมฆาแห่งนี้

นอกจากนั้น สิบแปดราชันเซียนซึ่งจะเข้าร่วมในศึกชี้เป็นตายนี้ก็จะมารวมตัวกันบนแท่นเซียนสุรบทเมฆาด้วยเช่นกัน

และเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากมหาเซียนม่ออวิ๋น ตัวตนทรงอำนาจในระดับมหาเซียนคนแล้วคนเล่าจากฝ่ายแดนเซียนก็มาร่วมในศึกชี้เป็นตายนี้ ซึ่งก็ก่อให้เกิดเสียงเซ็งแซ่ในหมู่ผู้คนเช่นกัน

ทูตอารักษ์เสิ่นชิงสือก็มาแล้วเช่นกัน

เขามีรูปร่างสูงชะลูด สวมมงกุฎสูงและอาภรณ์โบราณ ท่าทางทรงอำนาจ เมื่อมาถึงแท่นเซียนสุรบทเมฆา เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทุกผู้ทันที

บรรยากาศรอบข้างเงียบขรึมลงทีละน้อย เสียงเซ็งแซ่ลดลงจนเงียบกริบ

ทว่าไม่นานนัก บรรยากาศเงียบขรึมจริงจังก็ถูกทำลายด้วยเสียงตะโกนลั่น

“ดูนั่นสิ ประมุขหอตำราภูผาขจีมาแล้ว!”

ทันใดนั้น ทุกสายตาต่างหันมองเป็นตาเดียว และพบว่าเผยหงจิ่งกับชายหนุ่มในชุดสีเขียวผู้หนึ่งกำลังเดินทางมายังแท่นเซียนสุรบทเมฆา

ภาพนี้ก่อให้เกิดเสียงอื้ออึงในหมู่ผู้ชมนับไม่ถ้วน

“นั่นคือซูอี้ผู้จะเข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในหนนี้หรือ? เป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบเศษจริง ๆ ด้วย…”

“ใต้เท้าเผยหงจิ่งคิดอันใดอยู่กันหนอ?”

“เฮ้อ เห็นได้เลยว่าหนนี้หอตำราภูผาขจีก็ถอดใจกับศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตนี้แล้วเช่นกัน”

…เสียงสนทนานั้นเจือด้วยคำถากถาง ประชดประชันและโทสะ ราวกับมหาชนรุมประณาม

และเมื่อมหาเซียนเช่นเผยหงจิ่งได้ยินเช่นนี้ หัวใจของเขาก็แสนอึดอัด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อคืน มีผู้จงใจแพร่ข่าวลือเพื่อปั่นป่วนให้สถานการณ์วุ่นวาย ทำให้เขากับซูอี้ซึ่งเพิ่งปรากฏวันนี้ต้องถูก ‘รุมประณาม’

จนเมื่อเขามาถึงแท่นเซียนสุรบทเมฆา เหล่ามหาเซียนก็มิได้กล่าวทักท้วงกับเผยหงจิ่ง บ้างเบือนหน้าหนีอย่างเดียดฉันท์ บ้างสีหน้าดำทะมึน บ้างถลึงตาอย่างโกรธเคือง

กระทั่งเหล่าราชันเซียนผู้เข้าร่วมศึกชี้เป็นตายยังเผยความไม่พอใจ

สิ่งนี้ทำให้เจ้าตัวมิสบายใจเล็กน้อย

ในขณะเดียวกันนั้น ซูอี้กลับดูสุขุมเยือกเย็นนับแต่ต้นจนจบ ไร้ร่องรอยการถูกกระทบรบกวน

นับแต่มาถึงแท่นเซียนสุรบทเมฆา สายตาของเขาก็มองไปยังคนผู้เดียว…

ทูตอารักษ์เสิ่นชิงสือ!

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1638: ศึกชี้เป็นตายเปิดฉาก"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF