novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 สล็อตเว็บตรง kodpung88 แทงบาคาร่า PGK44 pgw44 สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1640: อวี๋เซิง

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1640: อวี๋เซิง
Prev
Next

ตอนที่ 1640: อวี๋เซิง

ฉินเฟิง

ราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ เป็นผู้มีฝีมือล้ำเลิศคนหนึ่งในบรรดาราชันเซียนทั้งหลายที่เข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในครั้งนี้

ทว่า โดนฆ่าสังหารภายในเวลาแค่ชั่วครู่!

ภาพเหตุการณ์น่าสลดเช่นนั้นราวกับค้อนเหล็กหนัก ๆ ทุบกระแทกลงบนหัวใจทุกคนฝั่งแดนเซียน

บ้างเศร้าสลด

บ้างกังวลใจ

ศึกแรกเปิดประเดิมก็ปิดฉากลงด้วยความพ่ายแพ้ สร้างความกระทบกระเทือนใจอย่างหนักโดยไม่ต้องสงสัย

“ยังอยากจะเด็ดหัวข้า ไม่รู้จักประมาณตน!”

ในสนาม เสียงหัวเราะดังกระหึ่มของจินจงดังขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวใคร

“ราชันเซียนของฝั่งแดนเซียนนับวันก็ยิ่งใช้ไม่ได้”

มหามารตนหนึ่งส่ายหน้าราวกับผิดหวังเสียเหลือเกิน

“แย่มากจริง ๆ”

อิ๋นเป๋ยอู่ขมวดคิ้ว “ข้าเข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในครั้งนี้ เดิมทีคิดว่าจะได้เจอคู่ต่อสู้ที่พอใช้ได้บ้าง แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว ข้าขี้เกียจจะออกศึกด้วยตนเองเสียแล้วสิ”

เห็นได้ชัดว่าเขามั่นใจและหยิ่งผยองในตัวเองมาก แสดงความดูแคลนและผิดหวังออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“จินจง เจ้าต้องการจะเข้ามาพักผ่อนสักหน่อยหรือไม่?”

อิ๋นเซี่ยวเทียนถาม

ตามกฎศึกเซียนมารเดิมพันชีวิต ขอเพียงได้รับชัยชนะก็สามารถหยุดพักได้ชั่วคราวเพื่อรอการประลองนัดต่อไป

หรือเลือกที่จะเข่นฆ่าต่อ ก็ได้เช่นเดียวกัน

จินจงตอบอย่างรวดเร็ว “ไม่ต้อง ข้ายังไม่สาแก่ใจ!”

พูดจบ เขามองไปที่แท่นเซียนสุรบถเมฆาด้วยความท้าทาย กล่าว “คนที่จะออกมาสู้เป็นคนที่สองคือใคร? รีบไสหัวมา!”

วาจาที่กล่าวเต็มไปด้วยความหมิ่นประมาทดูแคลน

สายตาทุกคนในฝั่งแดนเซียนต่างก็มองไปที่ผู้ชายผู้สวมชุดเกราะมือถือหอกรบคนนั้น

อู่เหิงทง!

ราชันเซียนรุ่นอาวุโส มีความสามารถแกร่งกล้า ผ่านการต่อสู้รบราฆ่าฟันมานับครั้งไม่ถ้วน มีประสบการณ์โชกโชน

เขาก็คือราชันเซียนที่จะออกรบเป็นคนที่สอง!

เขาสาวเท้าก้าวใหญ่ ๆ ตรงไปยังแท่นเซียนสุรบถเมฆาอย่างไม่รอช้า

และเสียงทุ้มหนักของเขาก็ดังก้องไปทั่วแท่นเซียนสุรบถเมฆา

“อาจารย์ หากว่าข้าต้องตายในการต่อสู้ครั้งนี้ หวังว่าท่านจะสามารถเก็บกระดูกของข้ากลับมาฝังที่บ้านเกิดข้า ศิษย์… ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง!”

ทุกคนต่างก็สีหน้าแปรเปลี่ยน กระสับกระส่าย

มหาเซียนม่ออวิ๋นกล่าวรับปากหนักแน่น

เขาคืออาจารย์อาของอู่เหิงทง

การประลองครั้งที่สองเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ต้องยอมรับว่าอู่เหิงทงแข็งแกร่งมาก ทว่าจินจงไล่รุกอย่างดุเดือด ไม่กลัวตายแม้แต่น้อย

ระหว่างการประลอง อู่เหิงทงได้รับบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ชุดเกราะที่ใส่หลุดรุ่ย หอกรบในมือหักเป็นท่อน ๆ

ทว่าเช่นเดียวกัน จินจงแห่งเผ่ามารนอกแดนก็ได้รับบาดเจ็บมากเช่นกัน!

ศึกครั้งนี้ สามารถกล่าวได้ว่า ‘สยดสยอง’

แต่น่าเสียดาย สุดท้ายอู๋เหิงทงก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี

โดนจินจงชกจนร่างเละในหมัดเดียว หมัดทะลุอก ร่างฉีก เลือดสาดกระเซ็น

ทุกคนในเหตุการณ์เงียบกริบ

คนของฝั่งแดนเซียนต่างก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา

“เหิงทง…”

มหาเซียนม่ออวิ๋นแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาแดงก่ำ สองมือกำหมัดแน่น เคียดแค้นชิงชัง

ซูอี้ยกไหสุราขึ้นราดลงบนพื้น กล่าวในใจเบา ๆ ‘ต่อให้ตายกระดูกก็ยังหอม สมแล้วที่เป็นวีรบุรุษ สหายเต๋า จงไปสู่สุคติ!’

เมื่อการประลองครั้งที่สามเริ่มขึ้น เป็นเพราะจินจงได้รับบาดเจ็บสาหัส ฝั่งมารนอกแดนทางนั้น จำต้องให้จินจงหยุดพักชั่วคราว

เปลี่ยนตัวผู้แข็งแกร่งระดับเสนามารที่มีนามว่า ‘ฝูเสวี่ยเซิง’ ขึ้นแทน

คนผู้นี้มาจากเผ่ามารรวมละล่อง ใบหน้างดงามเยือกเย็น มีดวงตาสีเขียวมรกต กลิ่นอายปีศาจยั่วยวน

ส่วนฝั่งแดนเซียน ราชันเซียนที่ออกศึกมีนามว่าโจวเชียนชิว เป็นราชันเซียนขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง มาจากสำนักเซียนวารีสวรรค์

คนผู้นี้เพิ่งขึ้นสู้ ไม่เกินสามกระบวนท่าเท่านั้นก็ถูกฝูเสวี่ยเซิงบิดคอ ร่างถูกเผากลายเป็นธุลี!

ทำให้คนทั้งหลายในแดนเซียนสีหน้าบูดบึ้งดูไม่ได้

ซูอี้ก็ขมวดคิ้วเช่นกัน

ความสามารถของโจวเชียนชิวคนนี้ ไม่ถือว่าสุดยอด เทียบกับฉินเฟิงกับอู่เหิงทงที่ออกศึกเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ได้!

นอกจากนี้ ราวกับคนผู้นี้รู้ตัวก่อนแล้วว่าต้องตายตก ขณะที่ต่อสู้ห้ำหั่น จิตใจหวั่นไหว ความมุ่งมั่นเลือนหาย ไม่สามารถต้านทานต่อสู้ได้แม้แต่น้อย

มหาเซียนตนหนึ่งทนไม่ไหวกล่าวประชด “หึ สำนักเซียนวารีสวรรค์ของพวกเจ้าช่างเข้าใจทำเสียจริง ส่งราชันเซียนที่มีจิตมารผจญจนใกล้จะแตกสลายมาตาย!”

ประโยคเดียว ทำให้สีหน้าคนจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนไป

ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในครั้งนี้ เวลาที่ขุมกำลังวิถีเซียนทั้งหลายส่งราชันเซียนเข้ามาร่วม จะส่งผู้แข็งแกร่งที่ไม่ค่อยได้เรื่องมาเพราะเกรงว่าราชันเซียนระดับสุดยอดของสำนักตนเองจะพลาดพลั้ง

ตัวประหลาดขอบเขตมหาเซียนตนหนึ่งของสำนักเซียนวารีสวรรค์กล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ “โจวเชียนชิวเป็นราชันเซียนของสำนักข้า หากว่ามีตัวเลือกอื่น สำนักของข้าจะส่งเขาออกศึกเช่นนั้นหรือ?”

มีคนกล่าวต่อว่าขึ้นมาในทันใด “เท่าที่ข้ารู้มา โจวเชียนชิวผู้นี้เป็นตัวตนของสำนักในสังกัดที่อยู่ภายใต้การปกครองของสำนักเซียนวารีสวรรค์ของพวกเจ้าเท่านั้น และเพิ่งเข้าสวามิภักดิ์ต่อสำนักวารีสวรรค์ของพวกเจ้าเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ตัวตนร้ายกาจอะไรเลยสักนิด!”

เห็นว่าเริ่มจะมีปากเสียงขึ้นแล้ว ทูตอารักษ์เสิ่นชิงสือส่งเสียงตวาด “อย่าได้ทะเลาะกันอีก ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ?”

ทุกคนจึงเงียบเสียงลง

ซูอี้มองดูสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว อดส่ายหน้าไม่ได้

ขุมกำลังวิถีเซียนที่เฝ้าประจำการ ณ ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดเหล่านี้ นับวันมีแต่จะแย่ไปทุกที!

เหมือนดังสำนักเซียนวารีสวรรค์ เห็นชัด ๆ ว่าเลี่ยงการออกศึก ไม่เห็นความสำคัญของศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในครั้งนี้ จึงได้ส่งราชันเซียนในสังกัดออกมาตาย!

และสถานการณ์เช่นนี้ จะต้องมีอยู่ไม่น้อยเป็นแน่!

เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ซูอี้รู้สึกสลดใจอยู่บ้าง

แค่ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตเท่านั้น ทว่าฝั่งแดนเซียนทางนี้กลับเป็นฝ่ายมีปัญหาขึ้นมาเสียก่อน ต่างฝ่ายต่างมีความคิดแตกแยก!

ไม่นานนักการประลองครั้งที่สี่ก็เริ่มขึ้น

ฝั่งแดนเซียนทางนี้ ราชันเซียนอาวุโสที่ออกโรงมีนามว่า ‘หนิวมู่’ วิถีลึกล้ำไม่น้อย มีประสบการณ์การต่อสู้อย่างโชกโชน

แต่เสียดาย เทียบกับฝูเสวี่ยเซิงของเผ่ามารนอกแดนแล้ว อย่างไรเสียก็ยังด้อยกว่า สุดท้ายยังคงต้องพ่ายแพ้ไป

ถูกแทงทะลุกลางหน้าผาก ร่างกายและวิญญาณแตกดับ

จนถึงตอนนี้ ฝั่งแดนเซียนทางนี้พ่ายแพ้ติดต่อกันสี่สนาม ทำให้ทุกคน ณ ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดพากันหน้าสลดหมดคำพูด แต่ละคนต่างก็กังวลใจ สีหน้าเคร่งเครียด

“แดนเซียนของพวกเจ้าไม่มีคนอื่นอีกแล้วหรือ จึงได้ส่งพวกไม่ได้เรื่องเช่นนี้มา ข้ารู้สึกผิดหวังอย่างมาก!”

บนสนามประลองที่ห่างออกไป ฝูเสวี่ยเซิงผู้รับชัยชนะติดต่อกันสองครั้งส่งเสียงพูดประชดประชัน

“หรือว่า คนของแดนเซียนของพวกเจ้ากลัว? ไม่กล้าต่อสู้กับพวกข้าอีก!”

มหามารชราภาพตนหนึ่งเอ่ยพูดด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ

“ฮ่า ๆ แดนเซียนในตอนนี้ ไม่ไหวเลยจริง ๆ ไร้ซึ่งวีรบุรุษ มีแต่ตัวตลก!”

คำพูดเปรียบเปรยเหล่านั้นทำให้คนของด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดรู้สึกอัปยศอดสู ในใจมีไฟลุกฮือ อยากจะระเบิด

“ข้าจะไปฆ่าเขา”

อวี๋เซิงผู้มีใบหน้างดงามสวมชุดกระโปรงสีเขียวก้าวออกมา

นางมาจากหอตำราสัตย์ซื่อยุติธรรม เป็นผู้ออกศึกคนที่ห้า

“ระวังตัวด้วย”

ฮูหยินเซียงอวิ๋นสั่งกำชับ

อวี๋เซิงรับคำ จากนั้นพุ่งออกไปจากด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด

ราชันเซียนหญิงคนนี้ท่าทางอ่อนโยน สงบนิ่งประดุจน้ำ แต่เมื่อนางมาอยู่บนสนามประลองแล้ว ในตัวมีพลังยิ่งใหญ่โชติช่วงพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า

ครืน!

ฟ้าดินสั่นสะเทือน เมฆสีเขียวขนาดเท่ากับฝ่ามือผุดล้อมรอบตัวอวี๋เซิง ทำให้ลักษณะของนางแลดูสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

“หืม?”

เมื่อรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายพลังของอวี๋เซิงแล้ว ซูอี้รู้สึกประหลาดใจ

“เมฆาเขียวมหาวิถีแปดร้อยดอก! พลังสะท้านฟ้าสามหมื่นจั้ง! นึกไม่ถึงเลยว่าหอตำราสัตย์ซื่อยุติธรรมในตอนนี้ยังมีคนที่สามารถฝึกฝน ‘คัมภีร์วิถีสลายเมฆาเขียว’ ได้จนถึงขั้นนี้!”

ซูอี้ตกใจ

ก่อนหน้านี้ เผยหงจิ่งเคยแนะนำอวี๋เซิงให้เขารู้จัก

ทว่าซูอี้เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่า คำบอกกล่าวของเผยหงจิ่งนั้นไม่ถูกต้อง รากฐานและความสามารถของอวี๋เซิงคนนี้ ควรจะเหนือกว่าเนี่ยเวยรุ่ยมาก!

คัมภีร์วิถีสลายเมฆาเขียวนี้เป็นหนึ่งในสามมหาคัมภีร์ยิ่งใหญ่ของหอตำราสัตย์ซื่อยุติธรรม มีความลึกล้ำเป็นอย่างมาก

ตามที่ซูอี้รู้มา ผู้ใดก็ตามที่สามารถฝึกฝนคัมภีร์ฉบับนี้ได้ ล้วนเป็นบุคลากรแห่งโลกกว้างที่หาพบได้ยากทั้งสิ้น!

“คราวนี้ มีความหวังขึ้นมาแล้ว”

ซูอี้รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมา

การประลองสี่ครั้งเมื่อก่อนหน้านี้ ฝั่งแดนเซียนทางนี้พ่ายแพ้ย่อยยับจนไม่มีที่จะซุกหน้า ทำให้ซูอี้รู้สึกอึดอัดอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง

แต่ตอนนี้ เมื่ออวี๋เซิงปรากฏตัว นางทำให้เขามองเห็นโอกาสพลิกผันขึ้นมา!

อย่างรวดเร็ว การประลองครั้งที่ห้าก็เปิดฉาก

อวี๋เซิงเพิ่งขึ้นประลองก็แสดงความร้ายกาจอันน่าตื่นตะลึงออกมา รวดเร็วปานอัสนี รุนแรงปานผ่ากระบอกไผ่ สยบความผยองของฝูเสวี่ยเซิงลงไปในทันใด

หลังจากผ่านไปเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น อวี๋เซิงก็บุกโจมตีจนฝูเสวี่ยเซิงได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัว

ฝีมือการต่อสู้ที่รวดเร็วและรุนแรงเช่นนั้น สง่างามเหนือชั้น นำมาซึ่งเสียงร้องเฮด้วยความดีใจของฝั่งแดนเซียน!

จนกระทั่งอวี๋เซิงสังหารฝูเสวี่ยเซิงตายคาที่ ทั่วทั้งด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดก็ลุกเฮ ตะโกนท้าทายเสียงดังสนั่นฟ้า

ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

แม้กระทั่งมหาเซียนเหล่านั้นก็ยังพลอยตื่นเต้นไปด้วย ปลื้มปีติยินดียิ่งนัก

ในที่สุดก็ชนะแล้วสนามหนึ่ง!

และยังเป็นชัยชนะที่งดงามเสียด้วย!

“ฮูหยินเซียงอวิ๋น การแสดงออกของอวี๋เซิงทำให้ข้าตื่นตะลึงมากจริง ๆ”

เผยจิ่งหงหัวเราะพลางกล่าว

ฮูหยินเซียงอวิ๋นไม่รู้สึกดีใจมากเท่าใดนัก กลับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล “กล่าวตามตรง เมื่อไม่นานมานี้ ระดับวิถีของอวี๋เซิงเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง บัดนี้นางเป็นราชันเซียนคนแรกของหอตำราสัตย์ซื่อยุติธรรมของข้า ที่สำคัญคือ ศักยภาพกับความเก่งกาจของนางเรียกได้ว่าล้ำหน้ามาก แต่นางคนเดียว… เกรงว่ายากนักจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในวันนี้ได้”

พูดจบ นางทอดถอนใจ

กฎระเบียบของการประลองเป็นตายของเทพและมารก็คือ ยกเว้นเสียแต่ว่าผู้แข็งแกร่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้วนตายกันหมด จึงจะสิ้นสุดการประลอง

และต้องเข้าใจด้วยว่า ฝั่งมารนอกแดนทางนั้นมีคนเก่งมากมายราวกับก้อนเมฆบนฟ้า ยิ่งกว่านั้นยังมีอิ๋นเป๋ยอู่เสนามารผู้ไร้เทียมทานและน่ากลัวเป็นตัวหลักอีก

อวี๋เซิงคนเดียว เกรงว่าไม่อาจสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ใดได้!

และเมื่อฝั่งแดนเซียนแพ้ นั่นก็หมายความว่า อวี๋เซิงจะต้องจบชีวิตในสนามรบด้วย!

ผลในลักษณะนี้ แค่คิดก็ทำให้ฮูหยินเซียงอวิ๋นรู้สึกกังวลแล้ว ยากนักจะดีใจขึ้นมาได้

เผยหงจิ่งอึ้งไปชั่วครู่ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สหายเต๋าไม่ต้องกังวลไป ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตในวันนี้ จะต้องมีเหตุพลิกผันเป็นแน่!”

ทว่าเห็นซูอี้มัวแต่นั่งดื่มสุราของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเหมือนเช่นเคยอยู่ทางนั้น

“จะมีเหตุพลิกผันเช่นนั้นหรือ?”

ฮูหยินเซียงอวิ๋นใช้ความคิด นางรู้สึกตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว ดูเหมือนว่าเผยหงจิ่งเจ้าตำหนักภูผาขจีคนนี้จะมั่นใจในตัวเซียนขอบเขตจักรวาลที่ชื่อว่าซูอี้คนนั้นมาก!

“ข้าก็หวังเช่นกันว่าจะเป็นเช่นนั้น”

ฮูหยินเซียงอวิ๋นกล่าวเบา ๆ

ฝั่งแดนเซียนทางนี้ตื่นเต้นดีอกดีใจกันยกใหญ่ ส่วนฝั่งมารนอกแดนทางนั้นกลับแลดูอึดอัด

การตายของฝูเสวี่ยเซิง สร้างความกระเทือนใจแก่พวกเขาเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสามารถที่อวี๋เซิงแสดงออกมา นำมาซึ่งการจับตามองของบุคคลระดับมหามาร!

อิ๋นเป๋ยอู่ลูบคาง กล่าว “ไม่เลว ในที่สุดฝั่งแดนเซียนก็มีตัวตนที่ยังพอเข้าตาได้สักที แต่เสียดาย ยังไม่มีคุณสมบัติพอจะให้ข้าลงมือต่อสู้ด้วยตนเอง”

เขามีท่าทีสบาย ๆ นั่งอยู่กลางอากาศ ในคำกล่าววิจารณ์ที่เอ่ยขึ้นมาลอย ๆ เต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเองอย่างเต็มที่

ดาบรบอันน่าตื่นตะลึงของอวี๋เซิงยังไม่แกร่งพอจะเป็นคู่ต่อสู้ของอิ๋นเป๋ยอู่เช่นนั้นหรือ?

อวี๋เซิงยืนอยู่กลางสนามยุทธ์ สีหน้าสงบราบเรียบ ไม่รู้สึกสะทกสะท้าน กล่าวเสียงแผ่วเบา “คนถัดไป”

น้ำเสียงแผ่ว ๆ ทว่าดังก้องไปทั่วปฐพี

อย่างไม่ต้องสงสัย นางไม่คิดจะหยุดพัก แต่ต้องการจะสู้รบต่อ!

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1640: อวี๋เซิง"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF