บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1644: ชัยชนะต่อเนื่อง
ตอนที่ 1644: ชัยชนะต่อเนื่อง
นับแต่ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตเริ่มต้นมา
ทางฝั่งแดนเซียนตายไปสี่คน
และฝั่งมารนอกแดนก็ตายไปสี่!
ในหมู่พวกเขา ฝูเสวี่ยเซิงกับเฟิงชื่อตายด้วยน้ำมือของอวี๋เซิง
ส่วนจินอู๋เกินกับไป๋ชีตายด้วยฝีมือของซูอี้
แม้จำนวนผู้ตกตายจะเท่าเทียมและความแข็งแกร่งดูสูสี
แต่การปรากฏตัวของซูอี้นั้นเป็นประหนึ่งตัวแปรอันยิ่งใหญ่ ซึ่งสร้างความกดดันยิ่งกว่าครั้งใดแก่ฝ่ายมารนอกแดน!
นี่เป็นสิ่งที่ฝั่งแดนเซียนไม่ได้คาดฝัน
และมันก็เป็นสิ่งที่ฝ่ายมารนอกแดนไม่เคยคิดฝันเช่นเดียวกัน!
เมื่อเห็นซูอี้ยังอยากต่อสู้ต่อในยามนี้ ยอดฝีมือจากฝั่งแดนเซียนก็อดรู้สึกเลือดร้อน หัวใจเต้นระรัวด้วยความคึกคะนอง
“เฮอะ! ศึกชี้เป็นตายเพิ่งเริ่มเท่านั้น อย่าได้ใจไปหน่อยเลย!”
มหามารผู้หนึ่งแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“ฮึ พวกเจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าแค่เซียนขอบเขตจักรวาลผู้เดียว จะฆ่าสิบแปดเสนามารจากค่ายนครวิญญาณของเราได้?”
“ฆ่าไอ้หนูนี่ได้เมื่อไร ข้าจะให้พวกเจ้าจากแดนเซียนดูให้ดีเชียว!”
มหามารกล่าวขึ้นพร้อมกัน เสียงเหล่านั้นก้องสะท้อนทั่วทั้งฟ้าดิน ทำให้เสียงเฮฮาฝั่งแดนเซียนพลันสงบเงียบ สีหน้าแปรเปลี่ยนตาม ๆ กัน
จริงดังว่า ยามนี้ฝ่ายมารนอกแดนเพิ่งตกตายไปเพียงสี่เท่านั้น
ยังคงมีเสนามารอีกสิบสี่ตนที่ยังมิเข้าร่วมศึก
ในหมู่พวกเขายังมีตัวตนไร้เทียมทานอย่างอิ๋นเป๋ยอู่อยู่ด้วย!
อิ๋นเซี่ยวเทียนตรงไปตรงมายิ่งกว่า เขากล่าวเสียงลุ่มลึก “ฝูอิงเจิน ไปลงสนามซิ!”
ชายในชุดดำซึ่งมีผิวพรรณขาวประหนึ่งหยกผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
ฝูอิงเจิน
หนึ่งในเสนามารสูงสุดจากเผ่ามารรวมละล่อง
ตู้ม!
เมื่อเขามาถึงสนามรบ เพลิงมารสีเงินก็พลุ่งพล่านทั่วฟ้าดิน ดุจสมุทรศิลาหลอมอันแหวกพิภพปกคลุมทั่วหล้า
ขณะเดียวกัน สมบัติลับคุ้มกายมากมายก็ปรากฏขึ้นบนร่างของฝูอิงเจิน มีทั้งไม้กลอง กระดิ่งทองแดง ธง หอคอยและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เปี่ยมด้วยอำนาจร้ายกาจ
และยังไม่จบ เมื่อฝูอิงเจินประทับมือ เขาก็สร้างวงแหวนเทพเพลิงมารคุ้มกายรายล้อมวงแล้ววงเล่า
ภาพที่เห็นนี้ทำให้ทุกผู้ในฝ่ายแดนเซียนตกตะลึง
ใครเล่าจะไม่เห็นว่าฝูอิงเจินระแวดระวังสุดตัว?
เขากระทั่งระแวงสุดขีด ใช้สารพัดวิธีเพื่อคุ้มร่างตนอย่างแน่นหนาตั้งแต่ก่อนเริ่มศึก!
ทางฝั่งมารนอกแดน แม้ทุกผู้จะรู้สึกว่าการกระทำของฝูอิงเจินจะน่าอายสักหน่อย หากแต่หัวใจของพวกเขาก็ยังรู้สึกสบายใจขึ้นมากอย่างไม่อาจอธิบายเช่นกัน
ความตายของจินอู๋เกินกับไป๋ชีทำให้พวกเขาตระหนักถึงความร้ายกาจของซูอี้นานแล้ว และดูเหมือนพวกเขาจะมองชาายหนุ่มเป็นศัตรูอันดับหนึ่งที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกในศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตนี้
ด้วยเหตุเช่นนี้ ยิ่งฝูอิงเจินระแวดระวัง โอกาสตกตายก็ยิ่งน้อย!
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูอี้ก็อดขำมิได้
เขายืดเส้นยืดสาย ไม่ได้อยู่นิ่งเช่นกาลก่อน ทว่าก้าวสู่อากาศแล้วเลือกลงมือทันที!
“ไป!”
ฝูอิงเจินตวาด
ธารศิลาหลอมอันไพศาลโถมเข้าใส่ร่างของซูอี้
ชายหนุ่มหาหลบเลี่ยงไม่ ร่างของเขาเผยภาวะดาบอันเจิดจรัสทิ่มแทง โผทะยานเยี่ยงดาบคมทันใด
ธารศิลาหลอมอันไพศาลถูกผ่าแยกเป็นสองเสี่ยง รอยร้าวมหาศาล ไม่อาจหยุดร่างของอีกฝ่ายได้เลย
สีหน้าของฝูอิงเจินแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ยกมือขึ้นตบลง “สยบ!”
วงแหวนเทพเพลิงมารวงแล้ววงเล่ากู่คำราม แปรเปลี่ยนเป็นขุนเขาเรียงซ้อนถล่มทุ่มลง
ทว่าก็ยังไร้ผล!
ซูอี้ทะยานผ่านตลอดทางราวไร้อุปสรรคมิอาจทำลาย ขุนเขาลูกแล้วลูกเล่าแหลกสลายเยี่ยงฟองคลื่น
เพียงชั่วพริบตา เขาก็มาอยู่ตรงหน้าฝูอิงเจินแล้ว
ท่าทีอันแทบไม่อาจหยุดยั้งนี้ทำให้ฝูอิงเจินหนังศีรษะชาวาบ เขามิกล้าลังเล งัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้ทันควัน
“สกัด!”
“สลาย!”
“สะบั้น!”
“ระเบิด!”
วจีวิถีอันเกินเข้าใจทะลวงออกมาตาม ๆ กัน ทั้งไม้กลอง กระดิ่งทองแดง ธง หอคอยและสมบัติต่าง ๆ ซึ่งรายล้อมร่างของเขาอยู่พลันเปล่งรัศมีจรัสจ้า แสดงอานุภาพร้ายกาจถล่มใส่ซูอี้
ยามนี้เองที่เขาลงมือ
แขนเสื้อของเขาสะบัดโบก ใช้นิ้วเยี่ยงดาบฟาดลงบนอากาศ
ตู้ม!
ปราณดาบหนึ่งสายที่ดูเหมือนสมุทรดาราคล้อยลงจากสรวงทะยานลงมา ดูยิ่งใหญ่และอหังการยิ่ง
ภายใต้ภาวะดาบนั้น สมบัติลับที่ฝูอิงเจินใช้ล้วนถูกสยบกระเด็นไปทั่วทิศ
และเมื่อดาบนี้ฟาดลง
แม้ฝูอิงเจินจะทุ่มเทใช้สมบัติและสารพัดวิชา พวกมันก็ล้วนแหลกสลายในชั่วพริบตา
“ไม่!” ฝูอิงเจินกรีดร้องอย่างหวาดผวา ขณะเผ่นหนีไปทางด้านหลัง
ทว่าร่างของเขากลับถูกตรึงเอาไว้ภายใต้ดาบเล่มนั้น ไม่อาจหลบหนีไปได้พ้น
ในที่สุด ร่างของเขาก็ระเบิดท่ามกลางปราณดาบอันไพศาล จิตวิญญาณถูกป่นเป็นผง มิเหลือซาก
ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวนั้นบาดพสุธาเป็นร่องลึกอันมิอาจหยั่งวัด สะเทือนทั่วฟ้าดิน
หนึ่งดาบประหารฝูอิงเจิน!!
ดาบอันอหังการนั้นชวนน่าตะลึงเสียจนเหล่าราชันเซียนทั้งหลายเหงื่อแตกพลั่ก อ้าปากค้าง
ส่วนเหล่าเสนามารจากฝั่งมารนอกแดนเองก็ประหวั่นพรั่นพรึง สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างร้ายกาจ
เพียงหนึ่งดาบ สรรพสิ่งล้วนมิอาจเทียมทาน!
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ แม้ฝูอิงเจินจะทุ่มใช้อำนาจคุ้มกายทุกสิ่งที่มี กระทั่งระแวดระวังสุดขีด เขาก็ยังต้องตายด้วยหนึ่งดาบอย่างไม่อาจช่วย!!
และเมื่อนับเกียรติภูมิความสำเร็จของซูอี้ ตั้งแต่ปรากฏตัวในสนามรบ เขาก็ใช้อำนาจสังหารคู่ต่อสู้ในทันทีเสมอมา
ไร้ข้อยกเว้นใด ๆ!
ยามนี้ เสนามารตนที่ห้าตกตาย
และการถูกซูอี้สังหารอย่างต่อเนื่องกัน ทำให้ฝ่ายมารนอกแดนยิ่งเสียหายหนัก พวกเขาล้วนสัมผัสถึงแรงกดดันยิ่งกว่าหนใด!
ส่วนฝั่งแดนเซียนนั้นตื่นเต้นยิ่งกว่าหนใด
พวกเขาล้วนไม่ได้ประเมินเซียนขอบเขตจักรวาลผู้นี้ไว้ดีนัก ทว่าอีกฝ่ายกลับชนะสามศึกติด ดูไร้เทียมทานค้ำสวรรค์ยิ่ง!
เหล่าราชันเซียนถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด!
“พี่เผย เจ้าไปเชิญสหายเต๋าซูมาจากหนใด?”
ฮูหยินเซียงอวิ๋นกลั้นความอยากรู้ไว้ในใจมิได้ จึงเอ่ยถามออกมา
ยามนี้นางเชื่อหมดใจแล้วว่า เหตุใดเผยหงจิ่งจึงยอมใช้ชีวิตเป็นประกันเพื่อให้ซูอี้ออกไปสู้
ชายหนุ่มผู้นี้ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ จนทำให้พวกนางประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า!
แววตาของประมุขหอตำราภูผาขจีดูพิกล กระซิบตอบว่า “อย่าว่าแต่เจ้าเลย ข้าก็อยากรู้เช่นกัน”
เขาหรือไม่ตกใจ? มีหรือมิประหลาดใจยินดี?
“ผู้ใดต่อ”
ซูอี้กล่าวขึ้นอีกครั้งในสนามรบ
คำพูดเฉยเมยนั้นดูราวไร้อารมณ์ใด ๆ ทว่าครานี้ในนามรบ มันกลับมีอำนาจสะเทือนใจในตัว!
ในยามนี้ ทางฝั่งเผ่ามารนอกแดนไม่ได้ส่งผู้ใดมาสู้อยู่เนิ่นนาน
“ฮ่า ๆๆ พวกเจ้าเผ่ามารก็กลัวเหมือนกันหรือ?”
มหาเซียนผู้หนึ่งเสสรวล ทำให้ผู้คนทั่วด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดต่างระเบิดหัวเราะตาม ๆ กัน
ทางฝั่งมารนอกแดน ทุกผู้ล้วนเดือดดาล
“ท่านอาร่วมตระกูล ให้ข้าไปเถอะ”
อิ๋นเป๋ยอู่กล่าวอย่างเฉยเมย คู่เนตรเปี่ยมจิตสังหาร
“อย่าเลย”
อิ๋นเซี่ยวเทียนปฏิเสธทันควัน แล้วถ่ายทอดวจีว่า “เจ้าเป็นไพ่ตายสุดท้าย จะให้ลงมือยามนี้เลยได้เช่นไร? ให้คนอื่นไปลองเชิงเจ้านี่ก่อนเถอะ!”
อิ๋นเป๋ยอู่พลันเงียบไป
เขาเข้าใจความนัยวาจาของอิ๋นเซี่ยวเทียนแล้ว เขาอยากให้เสนามารตนอื่น ๆ ออกไปลงมือเพื่อลิดรอนวิถีเต๋าของซูอี้ก่อน!
“เฟิงหมิง เจ้าไปรบต่อ!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนสั่งด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก
“ข้า…”
เสนามารนามเฟิงหมิงลังเลเล็กน้อย
“อะไรกัน กลัวหรือ?”
อิ๋นเซี่ยวเทียนมีสีหน้าคล้ำเครียด “อย่าลืมนะว่าก่อนเริ่มศึก พวกเจ้าลงชื่อในสัญญาเป็นตายกันหมดแล้ว!”
สีหน้าของเฟิงหมิงพลันแปรเปลี่ยน รับปาก “ขอรับ!”
ชายผู้นั้นหันเดินมายังสนามรบราวกับไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้า
ทว่าด้วยมือของซูอี้ เขายังคงอ่อนแอเกินต้านไหว ถูกฆ่าตายคาที่ในชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องอย่างสะพรึงกลัวสะท้อนก้องเนิ่นนาน สีหน้าของเหล่ามารนอกแดนยิ่งบิดเบี้ยว
ยามนี้ ฝีมืออันล้ำเลิศที่ชายหนุ่มเผยออกมาได้ทำให้ตัวตนระดับเสนามารทั้งหลายครั่นคร้ามอย่างจริงจัง
ทว่านี่เป็นศึกชี้วัดเป็นตาย จะไม่สู้ก็มิได้!
ไม่นานนัก เสนามารตนที่เจ็ดก็ปรากฏขึ้น
นางเป็นสตรีผู้หนึ่งในเครื่องแบบนักรบ ปราณดุร้ายทรงพลัง และความแข็งแกร่งของนางก็สูงส่งกว่าฝูอิงเจิน
ทว่าหลังซูอี้ลงมือได้สามกระบวน นางก็ถูกดาบเสียบหว่างคิ้ว ตกตายอย่างน่าอนาถทันใด!
ต่อมา…
เสนามารตนที่แปดก็แหลกสลายด้วยหนึ่งหมัด
เสนามารตนที่เก้าตายอย่างอเนจอนาถในศึกประชันจิตวิญญาณกับซูอี้
เสนามารตนที่สิบถูกหนึ่งลูกเตะของชายหนุ่มขยี้แหลก
เสนามารตนที่สิบเอ็ด…
ฉากการตายอย่างน่าสยดสยองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำลายจิตต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือจากเผ่ามารนอกแดนครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้พวกเขาทั้งหดหู่และอับอาย
สีหน้าของเหล่ามหามารบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ได้ อยากลงสนามไปสังหารอีกฝ่ายด้วยมือของตนจนแทบทนมิไหว
เป็นเซียนขอบเขตจักรวาลผู้หนึ่ง ทว่ากลับยืนตระหง่านราวไร้เทียมทานในสนามรบ สังหารเสนามารฝั่งพวกเขาตนแล้วตนเล่า ใครเล่าจะไม่โกรธ?
เรื่องโหดร้ายที่สุดก็คือนับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ เซียนขอบเขตจักรวาลผู้นี้ยังคงไร้บาดแผล!
และเมื่อซูอี้คว้าชัยชนะต่อเนื่อง ฝ่ายแดนเซียนเองก็ตกตะลึง
เสียงโห่ร้องปลุกขวัญทั้งหลายเลือนหาย
ทุกสายตามองมายังร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มอย่างอึ้งทึ่ง ราวได้พบเทพาเหนือสรวง ราวปาฏิหาริย์บังเกิดตรงหน้า!
เสิ่นชิงสือกับเหล่ามหาเซียนทั้งหลายในยามนี้ประทับใจกับความแข็งแกร่งที่ซูอี้แสดงออกมา
ทว่าซูอี้หาสนใจเรื่องทั้งหมดนี้ไม่
สำหรับเขาผู้เปี่ยมประสบการณ์ในอดีตชาติ การสังหารเสนามารจากเผ่ามารนอกแดนเหล่านี้หามีแรงกดดันไม่
เหตุผลนั้นง่ายดายนัก นั่นเป็นเพราะยามอีกฝ่ายปรากฏขึ้น เขาก็จะเห็นที่มา การฝึกฝน อำนาจโดยกำเนิดและเคล็ดวิชา รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของมารตนนั้นได้ทันที
เพราะเช่นนั้น ซูอี้ย่อมมีสารพัดวิชาที่เตรียมไว้เพื่อปราบอีกฝ่ายโดยเฉพาะ
นอกจากนั้น เขาสังหารตัวตนระดับราชันเซียนได้ตั้งแต่ยามอยู่ในขอบเขตจักรวาลขั้นต้นแล้ว และเมื่อตอนที่อยู่ในหอตำราภูผาขจีไม่นานมานี้ การฝึกฝนของเขาก็เข้าสู่ขอบเขตจักรวาลขั้นสมบูรณ์ไปเรียบร้อย!
อย่าว่าแต่เสนามารเหล่านี้เลย กระทั่งราชันเซียนผู้ไร้เทียมทานอย่างคนคลั่งดาบผู้รอดตายจากยุคอวสานเซียนก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ การกวาดล้างยอดฝีมือจากเผ่ามารนอกแดนจึงหาใช่ปัญหาไม่
ยามนี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องทำก็คือประหารศัตรู กวาดล้างเสนามารทั้งหมดนี้ให้ได้!
………………..