บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1645: วงล้อสวรรค์จันทราเงิน
ตอนที่ 1645: วงล้อสวรรค์จันทราเงิน
นอกจากอิ๋นเป๋ยอู๋ ยังมีอีกสองเสนามารที่ยังไม่ได้ออกสนามรบ
ทว่ายามนี้ เมื่ออิ๋นเป๋ยอู่ลุกขึ้น เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของเหล่าผู้ชม
“ในที่สุดเสนามารไร้เทียมทานจากเผ่ามารจันทราเงินผู้นี้ก็ร้อนรนทนไม่ได้”
“ข้ามิอาจทราบเลยว่า แท้จริงแล้ว เขาแข็งแกร่งเพียงไร”
“ต้องห่างไกลเกินเทียบกับเสนามารอื่น ๆ เป็นแน่”
ผู้คนทางฝั่งแดนเซียนหารือ สีหน้าของพวกเขาปรากฏความเคร่งขรึมจริงจัง
“เป๋ยอู่ อย่าประมาทนะ!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
เขาฝากความหวังต่ออิ๋นเป๋ยอู่ไว้สูง และจากการสังเกตความแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ของซูอี้ เจ้าตัวก็ตัดสินว่าหากอิ๋นเป๋ยอู่ลงมือสุดความสามารถ เซียนขอบเขตจักรวาลนามซูอี้ผู้นั้นก็มีโอกาสแพ้มากกว่าจะชนะ!
“อย่ารีบฆ่าเขานัก เจ้าต้องค่อย ๆ ฆ่าเขาทีละน้อยให้ตายช้า ๆ เตือนสติพวกฝ่ายแดนเซียนสักหน่อย!”
“ถูกต้อง ตามนั้นเลย”
มหามารทั้งหลายต่างออกมาชี้นำ
ก่อนหน้านี้ ซูอี้สังหารเสนามารสิบสามตนติดต่อกัน เอาชนะศึกได้สิบสามหน ทำให้พวกเขาเดือดจนแทบไม่อาจสะกดโทสะสุมทรวงไว้ได้
“ผู้อาวุโสทั้งหลายโปรดอย่าห่วง เขาจะตายวันนี้ขอรับ!”
อิ๋นเป๋ยอู่ว่าขณะเดินไปยังสนามรบ
ตู้ม! ตู้ม!
แต่ละย่างก้าวของอิ๋นเป๋ยอู่ดังสนั่นประหนึ่งลั่นกลองทิพย์ ฟ้าดินสะท้านสั่นดุจถูกโยน
อำนาจของอิ๋นเป๋ยอู่ทวีคูณเยี่ยงดอกเห็ดผุดพราย! ดุจหมอกควันทะยานเวหา ปกคลุมทั่วด้าวแดนแปดพันจั้ง!
เพียงมองตาเปล่าก็เห็นได้ว่าร่างผอมสูงของเขาเปี่ยมด้วยแสงจันทร์สีเงินงดงามตรึงตา ให้ความรู้สึกสูงส่งเกินขัดขืน
ทุกแห่งหนที่เขาผ่าน แดนดินล้วนระเบิดถล่มแหลก!
อำนาจร้ายกาจเช่นนี้ทำให้เกิดเสียงสูดหายใจเฮือกขึ้นในบริเวณ
“ทรงพลังยิ่งนัก อิ๋นเป๋ยอู่ผู้นี้ร้ายกาจห่างไกลเกินเสนามารตนอื่น ๆ จะเทียบได้จริง ๆ!”
เผยหงจิ่งดูเคร่งขรึม
เขาได้ประจักษ์ต่อทุกศึกก่อนหน้านี้ และจากการเทียบคร่าว ๆ ก็แสดงให้เห็นว่าอำนาจของอิ๋นเป๋ยอู่อยู่เหนือเสนามารตนอื่นอย่างมิอาจเทียบกันได้!
“สหายเต๋าซูดูจะพบคู่ปรับเสียแล้วยามนี้”
หัวใจของฮูหยินเซียงอวิ๋นบีบตัว
นางเองก็เห็นว่าอิ๋นเป๋ยอู่ผู้นั้นรับมือไม่ง่าย!
“หากซูอี้ชนะศึกนี้ ศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตก็จะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายแดนเซียน ไร้สิ่งใดน่ากังวลอีก”
“ทว่าหากซูอี้พ่าย… ความได้เปรียบที่ซูอี้สร้างมาก่อนหน้านี้จะหายวับไปเป็นแน่แท้ และฝ่ายมารนอกแดนก็จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้โดยอิ๋นเป๋ยอู่”
“ถึงยามนั้น ฝ่ายแดนเซียนก็จะพ่ายอย่างสิ้นท่า!”
มหาเซียนทั้งหลายกระซิบหารือ
ทุกผู้ตระหนักแล้วว่าศึกนี้สำคัญยิ่งยวด และจะส่งผลกระทบต่อผลสุดท้ายของศึกเซียนมารเดิมพันชีวิต!
ฟ้าดินเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
ศึกใหญ่กำลังจะปะทุ
ดวงตาของอิ๋นเป๋ยอู่คมปลาบเยี่ยงอสนีบาต ปราณแผ่ทะลวงทั่วฟ้าดิน ร่างของเขาเปล่งแสงจันทร์เงินประกายทะลักไหลเยี่ยงน้ำตก สูงส่งเรืองรอง
“ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าเป็นใครกันแน่ มีที่มาเช่นไร ไฉนข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีเซียนเช่นเจ้าอยู่ในแดนเซียนด้วย?”
อิ๋นเป๋ยอู่กล่าวถึง
วาจานั้นแทงใจดำยิ่ง นั่นแหละสิ่งที่คนทุกผู้ที่นี่สับสนที่สุด
กระทั่งฝ่ายแดนเซียนเอง ผู้คนก็ยังแสนงุนงง
เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขามิเคยได้ยินมาก่อนเลยว่าแดนเซียนได้ให้กำเนิดตัวตนทรงพลังไร้เทียมทานจนน่าขันอย่างซูอี้ขึ้นแต่ยามใด
ซูอี้กล่าวเรียบ ๆ “อยากรู้หรือ?”
“แน่นอน”
“ชนะข้าให้ได้ก่อนสิ แล้วข้าจะบอกเจ้า”
อิ๋นเป๋ยอู่แสยะยิ้ม ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร “เมื่อข้าชนะ เจ้าไม่ต้องบอกข้าก็ได้ แค่ดึงจิตวิญญาณของเจ้าออกมาค้นก็พอแล้ว!”
พร้อมกันนั้น เขาก็ลงมือทันที
ตู้ม!
แสงจันทร์สีเงินเปล่งประกายไร้ประมาณ ควบรวมกันในมือของอิ๋นเป๋ยอู่ แปรเปลี่ยนเป็นหอกศึกเล่มหนึ่ง
อึดใจต่อมา ร่างของเขาพลันหายวับไป ยามปรากฏอีกหน เขาก็มาอยู่บนอากาศเหนือศีรษะของซูอี้ เหวี่ยงหอกศึกในมือลงมาอย่างดุดัน
เพียงหนึ่งการโจมตีนี้ก็ทำให้สุญญะแหลกมลาย แสงสีเงินทะยานจากเบื้องบนเยี่ยงธารดาราพร่างพราว เพลิงมารอหังการระเบิดออกพร้อมหอกศึก ราวกับพร้อมสังหารเทพาพุทธะใด ๆ ผู้ปรากฏขวางทาง
เมื่อประจักษ์ต่อการโจมตีนี้ เหล่ามหาเซียนล้วนเปลี่ยนสีหน้า!
แข็งแกร่ง!
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ห่างไกลเกินกว่าเสนามารก่อนหน้านี้จะเทียบติด!
และเมื่อเผชิญการโจมตีนี้ ซูอี้ก็หาหลบเลี่ยงไม่ เขาเอื้อมมือออกคว้าตรง ๆ
ตู้ม!!
หอกศึกทะยานลงสังหารจากเหนือนภา ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่ามือของซูอี้นั้นขยี้เพลิงมารรอบหอกลงแล้วคว้าจับหอกศึกไว้ราวกับไร้สิ่งใดทำอันตรายได้
จากนั้น เขาก็บิดข้อมือ
เปรี้ยง!!
หอกศึกอันควบรวมจากแสงจันทร์สีเงินถูกสลายในพริบตา
ท่ามกลางพิรุณแสงพร่างพรม ซูอี้ก้าวออกมา ห้านิ้วกำหมัดชกออกไป
ดุจเซียนเปิดผนึกประตูสวรรค์ เพียงหนึ่งโจมตีของเขาสยบทั่วหล้า ทะยานเข้าหาอิ๋นเป๋ยอู่ซึ่งกำลังพุ่งเข้ามาอย่างไร้กีดขวาง
แต่ต้องกล่าวว่าอิ๋นเป๋ยอู่ผู้นี้ร้ายกาจยิ่งนัก ร่างของเขาหยุดชะงักกลางอากาศ แล้วอึดใจต่อมา เขาก็โจมตีอย่างดุดันอีกหน!
ตู้ม!
เขาทิ้งหอกศึกไปทันควัน โบกกำปั้นเข้ารับอย่างห้าวหาญ ร่างผอมสูงของเขาเปล่งแสงจันทร์จ้าจรัสดุจเทพคลั่งประจัญศึก
อำนาจท้าทายสวรรค์นั้นทำให้ผู้คนสั่นสะท้านได้แม้มองจากไกล ๆ
ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าหากเปลี่ยนจากซูอี้เป็นราชันเซียนใด ๆ ผู้เข้าร่วมในศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตนี้ พวกเขาจะถูกอิ๋นเป๋ยอู่บดขยี้ได้ง่าย ๆ!
ทว่าซูอี้หาได้หลบเลี่ยงไม่ ยังคงอยู่เฉยเช่นกาลก่อนแล้วต่อสู้เผชิญหน้า
ทันใดนั้น ศึกอันไร้เทียมทานก็อุบัติ
เปรี้ยง!
ปราณดาบอาละวาดคลั่ง เพลิงมารโหมกระหน่ำ
สนามรบพังทลายจากมหาศึกอันเดือดพล่านนี้ทันที
แม้อิ๋นเป๋ยอู่จะท้าทายสวรรค์ ซูอี้นั้นก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่า และยามเขายกมือยกเท้าขึ้นต่อสู้ ปราณดาบพลันทะยานสู่สรวง ทลายการโจมตีของอิ๋นเป๋ยอู่ครั้งแล้วครั้งเล่า!
เหล่าผู้ชมล้วนตะลึงค้าง
ทำเช่นไรได้ ศึกนี้ท้าทายสวรรค์มากเกินไป
ความแข็งแกร่งของอิ๋นเป๋ยอู่นั้น ในระดับเสนามารกล่าวได้อย่างจริงแท้ว่าโชติช่วงทั่วทุกยุคสมัย แทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวตนสูงสุดในเผ่าพันธุ์
ดูเหมือนตัวตนเช่นนี้ก็หาได้ยากยิ่งในแดนเซียนเช่นกัน จะพานพบได้ก็เพียงในขุมกำลังยักษ์ใหญ่เก่าแก่โบราณเท่านั้น
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ซูอี้นั้นร้ายกาจยิ่งกว่า
การฝึกฝนอยู่เพียงขอบเขตจักรวาล ทว่าอำนาจต่อสู้ร้ายกาจเหลือเชื่อ ต่อสู้พัวพันเสมอกับอิ๋นเป๋ยอู่ได้!
ฝ่ายแดนเซียนพากันเดือดพล่าน
ยอดฝีมือทั้งหลายซึ่งเดิมแสนกังวลลอบผ่อนหายใจโล่งอก
ทางฝั่งเผ่ามารนอกแดน เหล่ามหามารและเสนามารล้วนขมวดคิ้ว ไม่อาจคิดออกเลยว่าทั้ง ๆ ที่อิ๋นเป๋ยอู่ลงมือแล้ว ไฉนจึงยังชนะมิได้เสียที
“รอดูก่อน เป๋ยอู่มิได้มีฝีมือเพียงเท่านี้!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนแสนสุขุม กล่าวให้ถูกก็คือเขามั่นใจเต็มที่ในอิ๋นเป๋ยอู่
ซึ่งทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว ยอดฝีมือเผ่ามารนอกแดนคนอื่น ๆ ก็บังเกิดความหนักแน่นเด็ดเดี่ยวขึ้นในใจทันที
เปรี้ยง!
ศึกอันบังเกิดขึ้นนั้นทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
ทั้งเคล็ดวิชาและอำนาจต่าง ๆ ที่อิ๋นเป๋ยอู่ใช้ทวีความน่าสะพรึงกลัว ห้าวหาญและทรงพลัง อำนาจทั่วร่างของเขาเพิ่มพูนขึ้นตามกาล!
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของใครหลายคนกระตุกวูบ
“หากเปลี่ยนเป็นข้ายามสมบูรณ์พร้อม เกรงว่าคงไม่อาจรั้งอิ๋นเป๋ยอู่ผู้นี้ไว้ได้แม้สักพัก”
หัวใจของอวี๋เซิงสะท้านสั่น
ความแข็งแกร่งของอิ๋นเป๋ยอู่ทำให้นางตะลึงและกระวนกระวาย
ทว่าไม่นานนัก นางก็ตระหนักว่าแม้อิ๋นเป๋ยอู่จะทวีความทรงพลัง แต่การโจมตีของเขาก็ยังถูกซูอี้สลายไปตาม ๆ กัน ไม่อาจทำร้ายซูอี้ใด ๆ ได้เลย… อย่าว่าแต่ปราบเขาลง!
“สหายเต๋าซูเขา…”
อวี๋เซิงตกตะลึง ชั่วขณะนั้น นางไม่อาจสรรหาวจีใดมาบรรยายความตกตะลึงในใจได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน…
“เคล็ดธารนภาจันทรามาร กายามารเร้นลับไร้เขยื้อน คัมภีร์เทพสยบแดนดิน… ไม่น่าเล่าไอ้หนูนี่จึงมีรากฐานหายากยิ่งในระดับเสนามาร ที่แท้ก็เป็นกายามารเร้นลับไร้เขยื้อนอันหายากยิ่งในรอบหมื่นปีของเผ่ามารจันทราเงินนี่เอง…”
ซูอี้มองทะลุความสามารถของอิ๋นเป๋ยอู่ได้โดยพลัน
จากสิ่งนี้ก็ทำให้เขาอนุมานได้ว่าสถานะในเผ่ามารจันทราเงินของอิ๋นเป๋ยอู่เองก็ต้องสูงส่งยิ่งยวดด้วยเป็นแน่แท้ และเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นว่าที่มหามารรุ่นต่อไปจากเผ่ามารจันทราเงิน!
มรดกสูงสุดอย่างเคล็ดธารนภาจันทรามารและคัมภีร์เทพสยบแดนดินนั้น ฝึกฝนได้เพียงทายาทเผ่ามารจันทราเงินเท่านั้น!
ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าสถานะในเผ่ามารจันทราเงินของอิ๋นเป๋ยอู่ทรงเกียรติเพียงใด
และทั้งหมดนี้ยังเสริมเจตนาของซูอี้ในการสังหารอิ๋นเป๋ยอู่อีกด้วย!
“ขึ้นมา!”
หลังโจมตีอยู่นาน อิ๋นเป๋ยอู่เองก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนจะตวาดลั่นโดยสิ้นลังเล และดวงจันทราอันเย็นยะเยือกเช่นน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะตน
ในวงล้อจันทรานั้น นิมิตประหลาดอันเป็นภาพสามพันแดนมารก็ปรากฏขึ้น
ตู้ม!
ด้วยการปรากฏของวงล้อจันทรานั้น ฟ้าดินพลันเรื่อเรืองเจิดจ้าด้วยรัศมี จิตสังหารร้ายกาจกดดันถล่มทลาย
“วงล้อสวรรค์จันทราเงิน!”
ทางฝั่งมารนอกแดน มหามารบางผู้อุทานอย่างประหลาดใจ
ในขณะที่ผู้คนฝั่งแดนเซียนต่างพากันครั่นคร้าม
อิ๋นเป๋ยอู่ผู้นี้ยังซุกไพ่ตายไว้มากเพียงใด?
“ดูเหมือนเผ่ามารจันทราเงินจะฟูมฟักเจ้านี่ในฐานะเมล็ดพันธุ์วิถีแห่ง ‘จักรพรรดิมาร’ แฮะ กระทั่งสอนวิชา ‘วงล้อสวรรค์จันทราเงิน’ ให้เขาด้วย”
ซูอี้เลิกคิ้ว
วิชาวงล้อสวรรค์จันทราเงินเป็นความลับสุดยอดของเผ่ามารจันทราเงิน การจะมีคุณสมบัติฝึกฝนมันได้นั้นต้องเป็นผู้ถูกถือว่าเป็นเมล็ดพันธุ์วิถีเข้าสู่ขอบเขต ‘จักรพรรดิมาร’ ได้เท่านั้น!
ตู้ม!
โดยไม่รีรอให้ซูอี้มีเวลาคิด อิ๋นเป๋ยอู่ได้เร่งวงล้อสวรรค์จันทราเงินอันเรืองรองให้โจมตีซูอี้แล้ว
หากมองจากไกล ๆ จะเห็นประหนึ่งเทพมารยกดวงจันทร์ทอกระจ่างเหนือเก้าชั้นสรวงทุ่มลงใส่ซูอี้ อำนาจยิ่งใหญ่อหังการทำให้ฟ้าดินในถิ่นสามหมื่นจั้งระส่ำระสายรุนแรง
สุญญะเคลื่อนกระเพื่อม แปรปรวนมินิ่งสงบราวผืนสมุทร!
“น่าเสียดายที่เจ้ายังควบคุมวิชาวงล้อสวรรค์จันทราเงินได้ไม่ดีพอ”
ซูอี้เสสรวล ร่างของเขางอลงแล้วกระโดดขึ้นสู่นภา
ยามนี้ เขาให้บรรยากาศราวกับสุดยอดดาบไร้เทียมทาน ภาวะดาบไร้ใดเทียบทะลวงท้องนภา สะท้านเก้าชั้นสรวงทศทิศทั่วแดน
ดุจเปลี่ยนเป็นคนละคน บ้าคลั่ง ฉูดฉาด ดุจเจ้าแห่งวิถีดาบ สูงส่งไร้มลทิน!
“สลาย!”
ซูอี้ใช้มือเยี่ยงดาบ ฟาดแขนออกไป
ตู้ม!
ปราณดาบสายหนึ่งยาวเพียงสิบจั้งแหวกเวหา ลึกลับสูงส่งดุจแสงอรุณทอดผ่านนภาครามอันยืนยง
และเมื่อดาบนี้โปรยลง
ทุกสายตาเจ็บแปลบ ทุกหัวใจสะท้านสั่น
ตัวตนภายใต้ระดับราชันเซียนล้วนไม่อาจรับรู้สิ่งใดได้อีก จิตใจของพวกเขาว่างโล่ง หัวใจลอยละล่อง ตะลึงจนสิ้นการรู้เห็น
และภายใต้สายตาตกตะลึงของเหล่ามหาเซียนและราชันเซียน ดาบของซูอี้ก็ราวกับแหวกนภาแยกพิภพผ่าวงล้อสวรรค์จันทราเงินเป็นสองเสี่ยงทันใด
ตู้ม!
ดุจหนึ่งจันทราแหลกสลาย เพลิงแสงทะลักไหลเยี่ยงน้ำตกจากเก้าสวรรค์ เรืองรองเปล่งประกายในโลกหล้า
และภายใต้ดาบนี้ อิ๋นเป๋ยอู่ผู้ทรงพลังเยี่ยงเทพมารก็ถูกฟาดกระเด็นไปหลายพันจั้งทันที!
………………..