บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1651: ผู้อ่อนแอก็มิสมควรรับการอภัย
ตอนที่ 1651: ผู้อ่อนแอก็มิสมควรรับการอภัย
โดยไม่รีรอให้ซูอี้ลงมือ
ชายในอาภรณ์หยกผู้หนึ่งบนกำแพงด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดกล่าวลั่น “ซูอี้ อภัยข้าด้วยที่บังอาจถาม การกระทำฆ่าสี่มหาเซียนและกักขังทูตอารักษ์ของด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดของเราเช่นนี้ของเจ้าแตกต่างอันใดกับการช่วยเหลือศัตรู?”
“ได้คิดบ้างหรือไม่ว่าในภายหน้า ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดจะเสียหายย่อยยับ แล้วใครเล่าจะอยู่สู้ศัตรูได้?”
น้ำเสียงนั้นฟังดูเปี่ยมคุณธรรม ตั้งคำถามกับซูอี้!
ซูอี้กล่าวเสียงเย็น “ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดนี้ยอมเหลือเพียงหนึ่งผู้คุ้มกันอันยืนยง ดีกว่าปล่อยให้พวกสารเลวที่รอมชอมกับศัตรูอยู่รอด!”
หลังเว้นช่วงเล็กน้อย เขาก็กล่าวต่อ “หากข้าจำไม่ผิด เจ้าเองก็เคยตะโกนให้ข้าไปตายก่อนหน้านี้นี่?”
สีหน้าของชายในอาภรณ์หยกแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
ก่อนเขาจะได้กล่าวอันใด ปราณดาบสายหนึ่งก็วูบไหวในอากาศธาตุ สังหารเขาทันที!
“เป็นแค่สวะไร้ความคิด ยังกล้ามาตั้งคำถามข้าเกี่ยวกับการพิทักษ์ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด ช่างน่าขันนัก!”
สายตาของซูอี้กวาดมองทุกผู้ที่นี่ “ก่อนหน้านี้ ข้าเห็นชัดแล้วว่าในหมู่พวกเจ้าก็มีผู้เหลวแหลกอย่างเขาอยู่มาก!”
ทันใดนั้น ทั่วหล้าก็เปี่ยมด้วยความลนลาน
ยอดฝีมือซึ่งก่อนหน้านี้ตะโกนลั่นให้ซูอี้ไปตายล้วนแตกตื่นหน้าซีดตัวสั่น
ไม่คาดเลยว่าหลังคิดบัญชีเหล่ามหาเซียนเสร็จ ซูอี้จะเล็งคมหอกมายังพวกเขา!
หลายผู้ร้อนรนตะโกนลั่น “ใต้เท้าซู เราทั้งหลายต่างเป็นตัวตนต่ำต้อย กล่าวได้ว่ากฎมิอาจเรียกใช้ยามทุกผู้ล้วนขัดขืน และมันก็เป็นเพียงความผิดเล็กน้อยอันก่อเกิดยามสับสน ไฉนเราทั้งหลายจึงต้องตายด้วย?”
“กฎไม่อาจเรียกใช้ยามทุกผู้ล้วนขัดขืน?”
ซูอี้หัวเราะเย้ย “หากเจ้าทำผิด เจ้าก็แค่เผยตัวว่าเป็นผู้น้อย แล้วจะทำอันใดก็ได้งั้นหรือ?”
เขากล่าวเน้นทีละคำ “สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดในชีวิต คือพวกน่ารังเกียจไร้ยางอายเช่นเจ้า ลื่นไหลตามสถานการณ์ กระทำตามใจ ราดน้ำมันกระพือเพลิง โยนศิลากวนบ่อน้ำ!”
“หากปล่อยเจ้ารอดไปได้ ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดไม่มีทางสงบ!”
เปรี้ยง!
กฎบัญญัติเหนือนภาร่ายระบำดุจอสรพิษสีเงิน พรั่งพรูโปรยปรายดุจดาบพิพากษาแห่งสรวง
ยอดฝีมือหลายร้อยคนในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดล้วนถูกสังหารทันที ร่างแหลกกระจัดกระจาย วิญญาณแหลกสลาย
โลหิตกระเซ็นย้อมกำแพงอันเก่าแก่ตระการเป็นสีแดงฉาน
เสียงกรีดร้องอย่างหวาดผวาสิ้นกำลังดังระงม
บังเกิดความโกลาหล
ทว่าหากสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นได้ไม่ยากว่ายอดฝีมือส่วนใหญ่ล้วนรอดชีวิตไร้รอยขีดข่วน
“นี่ไม่ใช่การสังหารโดยไม่ละเว้น แต่สหายเต๋าซูแยกแยะและคิดบัญชีเฉพาะผู้น่ารังเกียจซึ่งแสดงตัวในสถานการณ์ก่อนหน้า!”
เผยหงจิ่งกล่าว
แม้เขาจะเป็นมหาเซียนวิถีขงจื๊อจากหอตำราภูผาขจี เขาก็มิใช่คนอวดรู้คุยฟุ้ง
เป็นที่ชัดเจนว่าในเหตุนี้ ซูอี้กล่าวได้ว่าได้กำจัดภัยแฝงในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดโดยการสะสางคิดบัญชีอย่างเด็ดขาดโดยแท้จริง
หากป่วยหนัก ก็ต้องใช้ยาแรง!
ใครเล่าจะอ้างว่าตนอ่อนแอแล้วจะได้รับการอภัย?
อ่อนแอแล้วมีสำนึกเหตุผลหรือไม่?
น่าขันนัก!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า หากเทียบกับสรรพชีวิตในแดนเซียนแล้ว ไม่ว่ายอดฝีมือเหล่านี้จะมีการฝึกฝนต่ำต้อยเพียงใด พวกเขาก็ยังเป็นผู้ก้าวสู่วิถีเซียน เพียงพอให้ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนในโลกหล้าทำได้เพียงแหงนมองแล้ว
บนแท่นเซียนสุรบถเมฆายังคงมีมหาเซียนรอดชีวิตอยู่สองคน และยังมีราชันเซียนผู้เข้าร่วมศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตอีกมากซึ่งไม่ถูกซูอี้คิดบัญชี
เหตุผลนั้นง่ายนัก เพราะพวกเขาก็เป็นเช่นฮูหยินเซียงอวิ๋น ก่อนหน้านี้พวกเขาออกมาคัดค้านมิให้ส่งตัวซูอี้ให้เผ่ามารนอกแดน
ยามนี้ เมื่อเห็นซูอี้คิดบัญชียอดฝีมือในแดนเซียนราวเทพสวรรค์ในยามนี้ หัวใจของพวกเขาต่างก็ปั่นป่วนเต้นรัว
จางหลินผู้นิ่งกับที่มองเรื่องทั้งหมดด้วยสายตาเหม่อค้าง ไม่บ้าคลั่งหัวเราะร่าอีกต่อไป ทว่ามีหยาดน้ำตาร้อนรุ่มสองสายหยาดหยดลงย้อมใบหน้า
มันน่าจะเป็นเช่นนี้มานานแล้ว!
ในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดนี้ มีแต่ต้องล้างด้วยเลือด ขุดก้อนเนื้องอกทำลายสวะเหล่านี้ให้สิ้นซากเท่านั้น จึงกล่าวได้ว่ามีโอกาสเกิดใหม่!
“ฮ่า ๆ ดูสิ พวกแดนเซียนฆ่ากันเองแล้ว!”
ไกลออกไป อิ๋นเซี่ยวเทียนเชิดหน้าหัวเราะลั่นนภา “ฆ่าได้ดี! ฆ่าเยอะ ๆ! ซูอี้ หากเจ้าฆ่าคนทุกผู้ในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดได้ ข้าอาจจะไว้ชีวิตและให้โอกาสเจ้าเป็นสุนัขรับใช้เผ่ามารจันทราเงินก็ได้นะ!”
วาจานั้นสะเทือนทั่วฟ้าดิน
เหล่ามหามารเสสรวล
กระทั่งพวกเขายังไม่คาดว่าซูอี้จะหันไปไล่คิดบัญชียอดฝีมือในฝั่งแดนเซียน และยังสังหารตัวตนวิถีเซียนมากมายในรวดเดียวเช่นกัน
แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ยิ่งยินดี หวังเสียอีกว่าซูอี้จะฆ่าคนมากกว่านี้!
มรสุมโลหิตพัดกระพือในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด เป็นภาพประหนึ่งขุมนรก
ทว่าซูอี้หาแสดงความเมตตาไม่ เย็นชาไร้อารมณ์ และไม่สนใจ
ก่อนจัดการภัยภายนอก ควรสะสางเรื่องภายในเสียก่อน
วันนี้ เขาอยากใช้การละเลงเลือดนี้ทวงความยุติธรรมแก่ด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด!
มีเพียงการทำเช่นนี้เท่านั้นที่ภายหน้าจะบังเกิดผู้ร่วมอุดมการณ์ผู้เต็มใจสละชีวิตหลั่งเลือด เสาะแสวงความสงบสุขแก่ทุกยุคสมัยในแดนเซียน!
และมาตรการอันอหังการเลือดเหล็กเช่นนี้ทำให้อิ๋นเซี่ยวเทียนและมหามารทั้งหลายรู้สึกเย็นเยือกอย่างมิอาจบรรยาย และค่อย ๆ สิ้นรอยยิ้มไป
เซียนขอบเขตจักรวาลหนึ่งผู้ ทว่ากลับมีอำนาจต่อสู้ท้าทายสวรรค์ สังหารเสนามารลงได้ง่าย ๆ!
และเซียนขอบเขตจักรวาลผู้นั้นก็สามารถควบคุมกฎสวรรค์แห่งด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด สังหารมหาเซียน ปรกนภาล้างเลือดลงทันใด!
มีตัวตนเช่นนี้เป็นศัตรู ใครเล่าจะมิครั่นคร้าม?
“ในแดนเซียนมีคนเช่นนี้อยู่ สำหรับเราก็ไม่ต่างจากหายนะใหญ่ตั้งเค้า”
มหามารผู้หนึ่งกระซิบ “ลองคิดดู เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตจักรวาล หากปล่อยให้ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนในภายหน้าได้…”
วาจายังไม่ทันสิ้น ความหมายของมันก็เผยชัดเจน
อิ๋นเซี่ยวเทียนและมหามารอื่น ๆ ต่างสั่นสะท้านในใจ ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาแล้ว
มีการฝึกฝนเพียงขอบเขตจักรวาล แต่สามารถสังหารเสนามารเลิศล้ำจากนครวิญญาณของพวกเขาได้
หากปล่อยให้เข้าสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียน เกรงว่าคงสามารถสังหารจักรพรรดิมารจากนครวิญญาณลงได้ง่าย ๆ!!
“สิ่งที่น่าสะพรึงสูงสุดคือคนผู้นี้ไร้ปรานี อาบเลือดย้อมมือ สังหารอย่างเด็ดเดี่ยว หากปล่อยรอดต่อไป ข้าว่าเขาคงได้กลายเป็น… หวังเย่คนที่สอง!”
มหามารผู้หนึ่งกล่าวเสียงขรึม
หวังเย่!
อิ๋นเซี่ยวเทียนและพวกอดเปลี่ยนสีหน้าไม่ได้ ใครเล่าจะไม่รู้จักยักษ์ใหญ่วิถีเซียนผู้ละเลงเลือดล่าสังหารมวลมารในนครวิญญาณดุจทรราชไร้เทียมทานผู้นั้น?
ตลอดกาลแต่นานมา ไร้ผู้ใดทำให้พวกเขานครวิญญาณทั้งเกลียดทั้งกลัวทั่วกันได้เยี่ยงหวังเย่อีกแล้ว!
“เรื่องเช่นนั้นไม่มีวันเกิดขึ้น! ภายในร้อยปีจากนี้ ศึกเซียนมารจะเกิดขึ้นเต็มรูปแบบแน่นอน และยามนั้น ทัพจากนครวิญญาณของเราจะยึดเก้าด่านสวรรค์เข้าสู่แดนเซียน! กลายเป็นนายเหนือสี่สิบเก้าทวีปเซียนโดยสมบูรณ์!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนสูดหายใจลึก ๆ และกล่าวเสียงเข้ม “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าในไม่ถึงร้อยปีนี้ ชายหนุ่มผู้มีการฝึกฝนเพียงขอบเขตจักรวาลจะขึ้นถึงจุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนได้!”
“ทว่าเราก็ไม่อาจให้โอกาสเขาเรืองอำนาจได้เช่นกัน!”
ทุกผู้พยักหน้า
ยามนี้เมื่อพวกเขาตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของซูอี้ พวกเขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อสังหารอีกฝ่ายให้สิ้นซาก!
ตลอดกาลนานมา พวกเขาก็เคยทำเช่นนี้มาแล้วเกินคณานับ
ไม่ใช่การกล่าวเกินไปหากจะบอกว่าตัวตนซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นผู้ร้ายกาจไร้เทียมทานในแดนเซียนต่างอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ต้องฆ่าในเผ่ามารต่าง ๆ ทั่วนครวิญญาณแล้ว!
ยิ่งกว่านั้น ชั่วกาลผ่านมา พวกเขาได้ส่งมือสังหารแทรกซึมเข้าไปในแดนเซียน และลอบสังหารผู้ร้ายกาจไร้เทียมทานมากวาสนาทรงปัญญาไปมากมาย!
“น่าเสียดายที่เราทุ่มเทกับด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดนี้มานานเกินไป! หลังศึกวันนี้ เกรงว่ามันคงถูกทำลายสิ้น!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนรำพึง
วาจานี้ไม่อาจอธิบายได้
ทว่าเหล่ามหามารที่นี่ต่างรับรู้ และล้วนรู้สึกไม่สบายใจ
ไม่เพียงความเพียรของพวกเขาไร้ผล พวกเขายังพ่ายหมดท่าในศึกเซียนมารเดิมพันชีวิตครั้งนี้ กระทั่งอิ๋นเป๋ยอู่ก็ถูกสังหาร!
และทั้งหมดนี้ก็เป็นฝีมือซูอี้ผู้นั้น!
“ไปกันเถอะ”
อิ๋นเซี่ยวเทียนกล่าว
เขาเห็นแล้วว่าวันนี้พวกเขามิอาจฆ่าซูอี้ได้อีก และตัดสินใจอพยพ
ทว่ายามนี้ จู่ ๆ ฟ้าดินก็สั่นกระเพื่อม แล้วร่างของซูอี้ก็ปรากฏขึ้น
“ข้าบอกแล้ว วันนี้พวกเจ้าหนีมิพ้นหรอก”
วาจาของเขาเฉยชา ปรากฏกายเหนือด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด ข้ามม่านพลังป้องกันออกมา
อิ๋นเซี่ยวเทียนและพวกมองหน้ากัน จิตสังหารพลุ่งพล่านบนใบหน้า
“หลังผ่านชั้นอำนาจกฎสวรรค์มาได้ เจ้าจะนำสิ่งใดมาสู้เรา?”
อิ๋นเซี่ยวเทียนแสยะยิ้มจอมปลอม
ร่างของเขาวูบไหว ขวางทางหนีของซูอี้ไว้
ในฐานะมหามารผู้หนึ่ง เขาซาบซึ้งดีว่าอำนาจคุ้มกันนี้มีอาณาเขตเพียงแปดพันจั้งนอกด่านสวรรค์ชั้นเจ็ด
และยามนี้ ซูอี้ได้ออกมาจากค่ายคุ้มกัน สิ้นพิทักษ์จากกฎสวรรค์แดนเซียน มิต่างจากส่งตนมาตาย!
ทว่าด้วยความรอบคอบ อิ๋นเซี่ยวเทียนหาวางใจไม่
ซูอี้กล่าวอย่างสุขุม “ข้าลืมบอกไป ว่าขอเพียงด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดยังอยู่ในคลองจักษุของข้า กฎสวรรค์แดนเซียนทั่วโลกหล้านี้ ข้าก็ยังใช้ได้อยู่”
อิ๋นเซี่ยวเทียนและพวกตกตะลึง ก่อนจะพากันเปลี่ยนสีหน้าแล้วลอบร้องแย่แล้วในใจตาม ๆ กัน
“ถอย!”
พวกเขาหันหลังเผ่นหนี
“เปล่าประโยชน์”
ซูอี้แย้มยิ้มแล้วดีดนิ้ว
ครืน!
อำนาจกฎเกณฑ์ปรากฏขึ้นทั่วฟ้าดิน เพียงพริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นเนินล้อมคอกรอบแดนร้างกระหายเลือดไว้
และยังปิดทางหนีของพวกอิ๋นเซี่ยวเทียนลง!
ขณะเดียวกัน ภายใต้ผืนธรณี คมดาบอันแปรเปลี่ยนจากสารพัดกฎเกณฑ์ทะลวงออก พร้อมกันนั้น อำนาจกฎเกณฑ์เหนือนภาก็ทะลักถล่มเยี่ยงธารดาราโปรยปราย
พวกอิ๋นเซี่ยวเทียนตกอยู่ในวงล้อมสังหารโดยพลัน!
“เปิด!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนใช้ ‘กระดูกชะตาจักรพรรดิมาร’ ชิ้นนั้นโดยไร้ลังเล
ตู้ม!
อำนาจระดับจักรพรรดิมารอันร้ายกาจปรากฏขึ้นบดขยี้ปราณดาบนับไม่ถ้วน ทะลวงผ่านพิรุณกฎเกณฑ์จากนภา ทรงพลังเกินคำนึงคิด
“อำนาจซึ่งจักรพรรดิมารสลักทิ้งไว้ก็ทำได้แค่นี้แหละ”
ซูอี้หาเร่งรีบไม่ เขาประทับมือขวาผลักออกไป
ตู้ม!
โลกหล้าพลันตาลปัตร สรรพสิ่งพังทลาย
อำนาจร้ายกาจแห่งกฎสวรรค์แดนเซียนทะลักไหลเยี่ยงธารสวรรค์สะเทือนตลิ่ง จมแดนดินถิ่นนั้นลงทันควัน
อิ๋นเซี่ยวเทียนเร่งใช้กระดูกชะตาจักรพรรดิมารเข้าเผชิญหน้าอย่างสุดกำลัง
ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจ กระดูกชะตาจักรพรรดิมารก็ถูกฉีกกระชากเป็นเสี่ยง!
“บัดซบ!”
อิ๋นเซี่ยวเทียนและพวกล้วนสิ้นคำนึง พวกเขาล้วนงัดไพ่ตายของตนออกมาใช้อย่างสุดกำลังราวดิ้นรนสิ้นหวัง ไร้การปกปิดใด ๆ
ทว่าการดิ้นรนเช่นนี้ช่างไร้ค่า
เมื่อเผชิญหน้ากฎสวรรค์แดนเซียนอันสะเทือนแดนดิน พวกเขาก็เป็นเช่นจอกแหนกลางพายุโหม ต้องถูกพัดพาในหายนะอย่างไร้โอกาสต่อต้าน!