บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1657: เบื้องหลังหายนะเทพอันพิสดาร
ตอนที่ 1657: เบื้องหลังหายนะเทพอันพิสดาร
เหวินจื่อชิวแต่งกายภูมิฐาน รูปร่างสูงใหญ่
เขาเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสุขาวดีเทียนเสวียน หนึ่งในสามสุขาวดีแห่งเขาปู้โจว และเป็นผู้อาวุโสซึ่งเข้าสู่ขอบเขตมหาเซียนหลังยุคอวสานเซียนจบสิ้น
หนนี้ เขาออกจากด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดกลับสำนักเพื่อคลี่คลายปัญหาหนึ่ง และบังเอิญเดินทางทางเดียวกัน เขาจึงเลือกเดินทางกับซูอี้
“สหายเต๋าซูเคยรู้เรื่องของลัทธิหมื่นวิญญาณมาบ้างหรือไม่?”
หลังเหวินจื่อชิวกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม เขาก็พูดเข้าประเด็น
ซูอี้พยักหน้ากล่าว “พอจะรู้อยู่บ้าง”
กาลก่อนที่ตลาดมังกรดำ โถงหลักเมฆมงคล เขาได้สังหารยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งจากลัทธิหมื่นวิญญาณ รวมถึงหัวหน้านักบวชอวิ๋นเฉียง ผู้อาวุโสเซียวจวี้ บุตรสวรรค์ฉงฉีและผู้มีอำนาจคนอื่น ๆ ในลัทธิหมื่นวิญญาณ
และยามนั้นเองที่ซูอี้ได้รับรู้ ว่าลัทธิหมื่นวิญญาณเป็นขุมกำลังใหญ่ซึ่งเรืองอำนาจหลังยุคอวสานเซียน มีถิ่นฐานในเขาปู้โจว และเบื้องหลังมีเทพนาม ‘องค์เทพเทียนอู้’ คุ้มครองอยู่!
ตลอดกาลนานมา ลัทธิหมื่นวิญญาณได้ขยายอาณาเขตปกครองและรับสมัครยอดฝีมือวิถีปีศาจจากทั่วโลกหล้า ยามนี้ มันกลายเป็นขุมกำลังสูงสุดในวิถีปีศาจแห่งโลกเซียน อ้างว่ามีเซียนปีศาจอยู่แปดหมื่นตน!
เหวินจื่อชิวกล่าวว่า “เช่นนั้น สหายเต๋าซูทราบหรือไม่ว่าลัทธิหมื่นวิญญาณตั้งใจจะจัด ‘งานเลี้ยงราตรีจอมเซียน’ ขึ้นในเขาปู้โจวในคืนกลางสารทปีหน้า?”
ซูอี้นิ่งไป ก่อนจะกล่าวอย่างครุ่นคิด “ข้าเคยได้ยินมาก่อน หรือการที่เจ้ากลับสุขาวดีเทียนเสวียนครั้งนี้จะเป็นเพราะมัน?”
เมื่อไม่นานนี้ เขาได้พบกับบุตรีผู้ภาคภูมิแห่งแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้ว ‘อิ้งซิ่ว’ มาก่อน และได้รู้เรื่องนี้จากนาง
จากวาจาของอิ้งซิ่ว ตลอดกาลนานมา ลัทธิหมื่นวิญญาณนั้นทะเยอทะยาน ขยายอาณาเขตของพวกเขาเสมอมา และยามนี้ก็กินพื้นที่หนึ่งในสามของเขาปู้โจว
และต้องทราบว่าถิ่นพำนักของแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้ว สุขาวดีเทียนเสวียน กับสุขาวดีมหาดาราก็อยู่ในเขาปู้โจวเช่นกัน!
ลัทธิหมื่นวิญญาณขยายอาณาเขตของมันอย่างต่อเนื่อง และเริ่มกัดกร่อนเขตอิทธิพลของแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้ว ในชั่วกาลระยะนี้ ความขัดแย้งและข้อพิพาทระหว่างลัทธิหมื่นวิญญาณและแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้วจึงปรากฏขึ้นบ่อยครั้งราวน้ำกับไฟ!
ด้วยเหตุฉะนี้ เจ้าลัทธิหมื่นวิญญานจึงแถลงว่าตนจะจัด ‘งานเลี้ยงราตรีจอมเซียน’ ขึ้นในวันที่สิบห้า เดือนเจ็ด ณ ปีต่อไป!
ยามนั้น ลัทธิหมื่นวิญญาณจะเชิญสามสุขาวดีแห่งเขาปู้โจวและตัวตนระดับมหาเซียนบางท่านในโลกหล้าเข้าร่วมด้วยกัน
ซึ่งจากการวิเคราะห์ของอิ้งซิ่ว แม้ว่าเจ้าลัทธิหมื่นวิญญาณจะไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์การจัด ‘งานเลี้ยงราตรีจอมเซียน’ นี้ขึ้น ทุกผู้ต่างก็เดาได้ว่าเจ้าลัทธิหมื่นวิญญาณทำเช่นนี้เพื่อสับเปลี่ยนกลวิธี แบ่งสรรปันส่วนถิ่นปกครองของขุมกำลังใหญ่ในเขาปู้โจวใหม่อีกครั้ง!
และบางที… อาจเป็นไปได้ด้วยว่าลัทธิหมื่นวิญญาณคิดใช้ ‘งานเลี้ยงราตรีจอมเซียน’ เป็นฉากบังหน้าเพื่อสยบขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายในเขาปู้โจวให้ยอมจำนน!
ในอดีต แดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้วย่อมไม่กลัวภัยคุกคามเช่นนี้ ทว่าแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้วเสียหายหนักหนาไปจากหายนะยุคอวสานเซียน พลังอำนาจถดถอยลงอย่างมหาศาล
ยามนี้ในแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้ว มีมหาเซียนอยู่เพียงสาม
หนึ่งในสามมหาเซียนออกจากสำนักไปสัญจรในโลกหล้าเนิ่นนาน และยังมิได้กลับมาหรือส่งข่าวใด ๆ
อาจารย์ของอิ้งซิ่ว มหาเซียนข่งเย่และมหาเซียนอีกผู้หนึ่งล้วนประสบหายนะเทพประหลาดเมื่อเนิ่นนานมา ที่มาแห่งชีวิตของพวกเขาถูกอำนาจหายนะกัดกร่อน สถานการณ์แย่ลงวันต่อวัน จึงต้องเลือกเก็บตัวเพื่อเอาชีวิตรอด
ดังนั้น ภายใต้คำสั่งของมหาเซียนข่งเย่ อิ้งซิ่วจึงนำสมบัติลับ ‘กระดิ่งรู้แจ้ง’ มาหาซูอี้เพื่อขอความช่วยเหลือ หวังว่าซูอี้จะช่วยคลี่คลายหายนะประหลาดบนร่างของอาจารย์นาง มหาเซียนข่งเย่ได้
และยามนั้น ซูอี้ก็ตอบตกลงด้วยเห็นแก่มิตรภาพของเขากับบรรพชน ‘อิ้งซานเสวี่ย’ ของ ‘อิ้งซิ่ว’
“ถูกต้อง”
เหวินจื่อชิวกล่าวอย่างเป็นกังวล “เมื่อไม่นานนี้ ข้าได้ข่าวจากสำนักว่าหลังออกเดินทางได้ไม่นาน มหาเซียน ‘เถาเมิ่ง’ ของสำนักข้าก็เป็นบ้าไประหว่างเก็บตัว เขาบาดเจ็บจากหายนะเทพและแทบสูญสิ้น”
หายนะเทพประหลาด!
ซูอี้เลิกคิ้วและจำเรื่องมากมายขึ้นได้
เหวินจื่อชิวเล่าต่อ “แม้มหาเซียนเถาเมิ่งจะยังรอดชีวิต ทว่าพลังชีวิตของเขาบาดเจ็บสาหัส รากฐานมหาวิถีถูกกัดกร่อนอย่างร้ายกาจ สถานการณ์แย่ลงวันต่อวัน”
“เรื่องนี้สะท้านสะเทือนทั่วสำนัก และหลังตรวจสอบอย่างละเอียด ในที่สุดเราก็พบเบาะแสบางประการ ต้องสงสัยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับลัทธิหมื่นวิญญาณ!”
“จากที่มหาเซียนเถาเมิ่งว่า ยามเขาออกสัญจร ครั้งหนึ่งเขาได้พบกับหัวหน้านักบวช ‘เจียงซาน’ แห่งลัทธิหมื่นวิญญาณ และได้ต่อสู้กัน”
“ทว่าการต่อสู้ในยามนั้นเป็นเพียงการลองเชิง เมื่อเจียงซานเห็นว่าไม่อาจเอาชนะมหาเซียนเถาเมิ่งได้ เขาก็ถอยไปแต่เนิ่น ๆ มิได้ต่อสู้พัวพัน”
“ทว่าเมื่อมหาเซียนเถาเมิ่งย้อนนึกดู เขาก็สัมผัสถึงความแปลกประหลาดมากมาย และสงสัยว่าหายนะเทพประหลาดที่เขาได้รับนี้จะเกี่ยวพันกับลัทธิหมื่นวิญญาณ”
เหวินจื่อชิวรำพึง “มหาเซียนเถาเมิ่งเป็นอาจารย์ลุงของข้า มีการฝึกฝนในขอบเขตอัศจรรย์ขั้นปลาย หากมีเขาอยู่ แม้จะเข้าร่วมงานเลี้ยงราตรีจอมเซียนกลางสารทปีหน้าของลัทธิหมื่นวิญญาณ เราสุขาวดีเทียนเสวียนก็สิ้นกังวล”
“ทว่ายามนี้… เมื่อมหาเซียนเถาเมิ่งประสบหายนะ ทุกผู้ในสำนักล้วนพะว้าพะวง ต้องขอให้ข้ากลับมาและดูแลสถานการณ์โดยรวม”
เมื่อรู้เรื่องทั้งหมดนี้ ซูอี้ก็กระซิบว่า “ดูเหมือนความสงสัยเดิมของข้าจะถูกต้อง”
เหวินจื่อชิวนิ่งไป “ไฉนสหายเต๋าจึงกล่าวเช่นนี้?”
ซูอี้กล่าวเสียงเรียบ “มหาเซียนหลิวอวิ๋นแห่งหอน้อยสมปรารถนา และมหาเซียนข่งเย่แห่งแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้วก็ล้วนแต่ประสบหายนะเทพแบบเดียวกัน”
ว่าแล้ว เขาก็อธิบายเรื่องทั้งหมดโดยสังเขป
มหาเซียนหลิวอวิ๋นเป็นอาจารย์ของชิงเวย ซึ่งก็ประสบหายนะเทพประหลาดจนต้องเลือกเก็บตัวสลายหายนะบนร่างให้เสร็จสิ้น
และในโถงหลักเมฆมงคลแห่งตลาดมังกรดำ บุตรสวรรค์ฉงฉีแห่งลัทธิหมื่นวิญญาณก็นำเรื่องนี้ขึ้นขู่ บอกว่าขอเพียงชิงเวยแต่งงานกับตน เขาก็จะช่วยสลายหายนะเทพแก่มหาเซียนหลิวอวิ๋นให้!
แดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้วเองก็มีการกระทบกระทั่งมากมายกับลัทธิหมื่นวิญญาณในช่วงนี้เช่นกัน และมหาเซียนข่งเย่เองก็ถูกรุมเร้าโดยหายนะเซียนประหลาดมิแตกต่าง
สิ่งนี้ทำให้ซูอี้ครุ่นคำนึงว่าเรื่องทั้งหมดนี้อาจเกี่ยวพันกับลัทธิหมื่นวิญญาณ เพราะถึงอย่างไร เบื้องหลังกลุ่มเต๋านี้ก็มีเทพนาม ‘องค์เทพเทียนอู้’ หนุนหลังอยู่!
และไม่ว่าจะเป็นมหาเซียนหลิวอวิ๋นหรือมหาเซียนข่งเย่แห่งแดนบริสุทธิ์แสงหยกพลิ้ว พวกเขาก็ล้วนถูกลัทธิหมื่นวิญญาณหมายหัวอย่างชัดเจนทั้งสิ้น!
ยามนี้ เมื่อรู้ถึงสิ่งที่เกิดกับมหาเซียน ‘เถาเมิ่ง’ แห่งสุขาวดีเทียนเสวียน ซูอี้ก็พอสรุปได้ว่าเรื่องทั้งหมดมิอาจแยกจากลัทธิหมื่นวิญญาณได้!
“ที่แท้ลัทธิหมื่นวิญญาณก็ลอบโจมตีมหาเซียนมากมายอยู่แล้ว!”
เหวินจื่อชิวเดือดดาล ดวงตาคุกรุ่นด้วยโทสะ
ซูอี้ครุ่นคิดสักพัก และกล่าวว่า “ในความคิดข้า ยามเจ้ากลับสำนักครานี้ ระวังตัวและหลีกเลี่ยงการปะทะตรง ๆ กับลัทธิหมื่นวิญญาณไว้จะดีกว่า หาไม่ เจ้าก็น่าจะประสบหายนะเทพโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน”
เหวินจื่อชิวพลันฟื้นจากโทสะ ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา
จริงดังว่า สามมหาเซียนทั้งเถาเมิ่ง หลิวอวิ๋น และข่งเย่ต่างต้องหายนะตาม ๆ กัน เพียงพอพิสูจน์ได้แล้วว่าอำนาจในมือลัทธิหมื่นวิญญาณนั้นร้ายกาจและพิศดารเพียงใด
หากเขามิใส่ใจ เกรงว่าก็คงถูกลอบโจมตีไม่ต่างกัน!
เมื่อคิดเช่นนี้ หัวใจของเขาก็ครั่นคร้าม อดเอ่ยถามมิได้ “ในเมื่อสหายเต๋ารู้เรื่องเหล่านี้แล้ว เจ้ามีวิธีทำลายอำนาจหายนะเทพประหลาดนี้หรือไม่?”
ซูอี้ว่า “ที่ข้าไปนครเซียนเพลิงนภาหนนี้ ก็เพื่อไปประจักษ์ถึงโฉมหน้าแท้จริงของหายนะเทพประหลาดนี้แหละ”
เหวินจื่อชิวใจชื้น กล่าวอย่างคาดหวังตั้งตารอ “ตาเฒ่าไร้ค่าผู้นี้ไปกับสหายเต๋าด้วยได้หรือไม่?”
เขาได้ประจักษ์ต่อฝีมืออันเลิศล้ำเหลือเชื่อของซูอี้ในด่านสวรรค์ชั้นเจ็ดแล้ว จึงมิกล้าปฏิบัติต่อซูอี้เช่นเซียนขอบเขตจักรวาลทั่วไป
และยามนี้ ในเมื่อเขาได้พบโอกาสงามเลิศเช่นนี้ เหวินจื่อชิวย่อมไม่คิดพลาดมันไป
ซูอี้มองปราดเดียวก็เข้าใจความคิดของเหวินจื่อชิว และพยักหน้ามิปฏิเสธ “ได้สิ”
บ่ายแก่วันนั้น
ไกลออกไปปรากฏเค้าร่างของเมืองโบราณขึ้นบนโลกหล้า
ตะวันอัสดงแผดแสงเยี่ยงเปลวเพลิง ฉาบเมืองโบราณแห่งนั้นด้วยแสงสีอันเคร่งขรึมจากนภา
นครเซียนเพลิงนภา!
ยามซูอี้ออกเดินทางสู่เขตหวงห้ามแม่น้ำลั่ว เขาให้ฟางโหย่วหรง ฟางหาน เหลียงเหวินอวี่ และคนอื่น ๆ พักอาศัยในหอน้อยสมปรารถนาในนครเซียนแห่งนี้
ไม่นานนี้ เซี่ยเหิงชิว เจ้าของหอน้อยสมปรารถนาในนครเซียนเพลิงนภาก็ส่งสาส์นถึงซูอี้ กล่าวว่าทั้งมหาเซียนหลิวอวิ๋นและราชันเซียนชิงเวยมายังนครเซียนเพลิงเมฆาแล้ว และหวังว่าซูอี้จะมาพบพวกนาง
“เช่นนั้น ไฉนลัทธิหมื่นวิญญาณจึงมาปิดนครเซียนเพลิงเมฆาไว้เล่า?”
“ไปกันเถอะ นครเซียนเพลิงเมฆากลายเป็นจุดเกิดมรสุมเสียแล้ว เกรงว่าหายนะจะบังเกิดขึ้น และเรื่องเช่นนี้มิใช่สิ่งที่เราเข้าพัวพันได้เลย!”
…ไกลออกไป ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งพลันรีบเร่งจากมา
แม้พวกเขาจะเสวนากันเสียงเบา แต่ก็มิอาจหลุดพ้นจากหูตาของซูอี้และเหวินจื่อชิวได้
นครเซียนเพลิงนภาถูกลัทธิหมื่นวิญญาณปิดไว้!?
ม่านตาของเหวินจื่อชิวหดตัวเล็กน้อย
ซูอี้เคลื่อนกายไปขวางทางผู้ฝึกตนเหล่านั้น แล้วกล่าวขึ้นเบา ๆ “ทุกท่าน ข้าอยากไถ่ถามบางอย่างจากพวกท่านหน่อย”
ผู้ฝึกตนเหล่านั้นอดขมวดคิ้วมิได้ ท่าทีดูไม่เป็นมิตร
ทว่าเมื่อเห็นเหวินจื่อชิวตามซูอี้มา ผู้ฝึกตนเหล่านั้นต่างล้วนหวาดผวาขนลุกขนพอง!
การฝึกฝนของพวกเขาต่ำต้อยเกินกว่าจะรับรู้การฝึกฝนของเหวินจื่อชิวได้ แต่จากปราณบนร่างอีกฝ่าย พวกเขาก็ตระหนักรู้ว่าเหวินจื่อชิวร้ายกาจยิ่งนัก!
พวกเขาหากล้าละเลยไม่ ผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างให้การร่วมมืออย่างดีเลิศ เริ่มตอบคำถามแก่ซูอี้
ไม่นานนัก ซูอี้จึงได้รู้ว่าเมื่อวานซืนนี้ ผู้ทรงอำนาจกลุ่มหนึ่งจากลัทธิหมื่นวิญญาณพลันปรากฏขึ้นในนครเซียนเพลิงนภา ขวางทางเข้าออกนครเซียนไว้จนสิ้น มิยอมให้ผู้ใดสัญจรผ่าน!
กล่าวกันว่ายามนั้น ลัทธิหมื่นวิญญาณส่งเซียนมาสามร้อยถ้วน รวมถึงราชันเซียนกลุ่มหนึ่งและเซียนแท้อีกมาก!
คนบางผู้กระทั่งคาดเดาว่าผู้มาอาจมีกระทั่งมหาเซียนจากลัทธิหมื่นวิญญาณ!
และเหตุที่ลัทธิหมื่นวิญญาณมาปิดนครเซียนเพลิงนภาไว้ ก็คาดว่าจะมาหาใครบางคน!
เมื่อรู้เช่นนี้ ซูอี้ก็ขมวดคิ้ว ไม่ต้องคิดก็เดาได้ว่าการกระทำของลัทธิหมื่นวิญญาณนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับมหาเซียนหลิวอวิ๋น!!
“ดูเหมือนข่าวที่ชิงเวยและอาจารย์ของนาง มหาเซียนหลิวอวิ๋นมายังนครเซียนเพลิงนภาแห่งทวีปกกพิสุทธิ์จะรั่วไหลออกไปแล้ว หาไม่ ลัทธิหมื่นวิญญาณหรือจะมาที่นี่?”
ซูอี้ไม่รอช้า ทะยานสู่นครเซียนเพลิงนภาพร้อมเหวินจื่อชิวทันที
การปิดเมืองนั้นเผยสองความนัย
หนึ่งคือ ลัทธิหมื่นวิญญาณให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และเห็นได้ชัดว่าจะทำทุกสิ่งอย่างไม่สนวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมาย
ประการที่สอง ลัทธิหมื่นวิญญาณน่าจะยังมิบรรลุเป้าหมาย
หาไม่ พวกเขาคงออกจากนครเซียนเพลิงนภากันไปนานแล้ว ไร้ความจำเป็นต้องปิดเมืองต่อไป!