ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 503 ความเห็น
บทที่ 503 ความเห็น
เฉินเฉียงในที่สุดแล้วก็ได้พูดคำพูดที่ราวกับการเป็นการจุดไม้ขีดไฟโยนเข้าไปในกองไม้แห้ง นี่ทำให้ผู้คนแสดงความโกรธแค้นขึ้นมาในบัดดล
“แก้แค้นสักหน่อยรึ…ไม่ ข้าจะแก้แค้นให้ศิษย์พี่ของข้าให้ได้ ” ศิษย์สำนักเต๋าหญิงผู้หนึ่งได้กรีดร้องออกมาอย่างน้ำตานองหน้า
เมื่อเสียงหนึ่งตามขึ้นมา เสียงอื่นก็เร่งติดตามออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
“ฆ่า ฆ่าไอ้พวกอมนุษย์พวกนั้น”
“ตระกูลของข้า เพราะพวกมันข้าถึงเหลือรอดเพียงแค่หนึ่งเดียว เป็นเพราะไอ้พวกเลวชาติหุ่นเชิดโลหิตเหล่านั้น”
….
ในขณะที่ศิษย์และผู้อาวุโสแต่ละสำนักกำลังระบายความโกรธเกรี้ยวของตนออกมาเป็นคำพูด ภายในกำแพงเขตแดนนี้เองก็ยังบังเกิดเสียงร้องไห้ระงมไปทั่ว
ตงติ๋นผู้ซึ่งยิ่งฟังก็ยิ่งมีอารมณ์ร่วมนั้น เขาได้บินไปยืนอยู่เคียงข้างเฉินเฉียงแล้วคำรามลั่นออกมา “พวกเจ้ารู้รึเปล่าว่าข้าตงติ๋น ผู้อาวุโสผู้นี้เคยอาศัยอยู่ที่ใดมาก่อน น มันเป็นเมืองหยานกั๋น ที่นั่นมีบ้านเรือนนับหมื่น ตระกูลและเพื่อนพ้องของข้าเองก็อยู่ที่นั่น แต่พวกเขากลับถูกไอ้พวกคนของวิหารศักดิ์สองคนนั่นสังหารไปจนหมดสิ้น”
เมื่อพูดถึงเรื่องโศกเศร้าเสียใจที่ถูกฝังเอาไว้ในใจตน นี่ทำให้ตงติ๋นผู้มีอายุหลายสิบขวบปีก็ต้องหลั่งน้ำตาออกมา
ท่าทางของตงติ๋นในตอนนี้ทำให้ผู้คนนั้นต้องแสดงออกมาด้วยท่าทางอดกลั้นไม่น้อย
แต่หลังจากผ่านไปพักใหญ่ ไม่นาน คำพูดหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมาอย่างไม่ดังนัก
“วิหารศักดิ์สิทธิ์…เหรอ”
เพียงคำพูดเดียวก็ทำให้ผู้คนต่างก็นิ่งเงียบไปได้ในทันที
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ตัวตนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในใจของผู้คนทั่วโลกปีศาจนั้นมันก็หนักหน่วงเสียเหลือเกิน
และในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา วิหารศักดิ์สิทธิ์ได้วางตัวเองให้สูงล้ำประดุจดั่งเทพเจ้าของโลกใบนี้
ยิ่งไปกว่านั้นคือ วิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นองค์กรที่ทรงพลังที่สุดในโลกปีศาจเหนือกว่าผู้ใด
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ไม่มีใครในโลกปีศาจที่คิดกล้าต่อต้านวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน
ต่อให้พวกเขาทำลายเหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตไปได้จนหมดสิ้น แต่นั่นก็จะเป็นเพียงก่อนถอนรากของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเพียงเท่านั้น หาได้ทำให้วิหารศักด ดิ์สิทธิ์ได้รับความกระทบกระเทือนแต่อย่างใด
แล้วนั่นจะไม่ต่างจากการที่พวกเขาหาที่ตายอย่างนั้นหรอกรึ
เฉินเฉียงที่ราวกับอ่านจิตใจของผู้คนในตอนนี้ได้นั้นก็ได้ปลดปล่อยกระแสจิตของตนไปยังพื้นที่โดยรอบ และนี่ทำให้เขาได้รู้เห็นท่าทางของผู้คนที่ราวกับกำลังถอดแบบกันไป แต่นี่เอง งก็ทำให้เขานั้นได้พบกับคนคุ้นเคยในทันที
“ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักเต๋าใต้บาดาล หลิวฉิงหยุน”
หลิวฉิงหยุนที่โดยปกติจะซ่อนตัวตนของตนนั้นเมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ทำให้ร่างกายของเขาต้องสั่นสะท้าน
ถึงแม้ตัวเขาจะต้องสะดุ้งสะเทือนจากการเรียกของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนั้นนานนัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เขานั้นเป็นหนึ่งในผู้ที่ถือครองความลับของวิหารศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงมีส่วนร่วมในการกระทำลับหลังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ นี่ก็ทำให้เขานั้นต้องอยู่อย่างหลบๆ ๆซ่อนๆอยู่มานานหลายปีเพราะเกรงกลัวที่จะถูกวิหารศักดิ์สิทธิ์มาเข่นฆ่าสังหารตน
และนี่ทำให้เมื่อเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งเรียกชื่อของตน เขานั้นทั้งรู้สึกเกรงกลัวและสงสัย
เขาในตอนนี้เป็นเพียงผู้อาวุโสของสำนักเล็กๆไกลเกือบสุดเขตแดน แล้วผอ.จ้งนั้นยังจะจดจำเขาได้อีกงั้นรึ
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หลิวฉิงหยุนในตอนนี้ไม่ได้มีทางเลือกแต่อย่างใด เขาค่อยๆบินไปหาเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งอย่างช้าๆพร้อมกับคิดคำนวณความเป็นไปได้อย่างสุดเพื่อที จะหาวิธีการตอบโต้
เฉินเฉียงก็เผยรอยยิ้มออกมาในทันทึเมื่อเห็นท่าทางของหลิวฉิงหยุนที่กำลังลอยเข้ามาหาเขาในตอนนี้ หลังจากพอจะคาดเดาได้ว่าหลิวฉิงหยุนนั้นกำลังจะคิดทำสิ่งใด นี่จึงทำให้เฉ ฉินเฉียงชี้ไปในทิศทางหนึ่งแล้วพูดออกมา
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุดหลิวฉิงหยุน ท่านยังพอจดจำนางได้หรือไม่”
เฉินเฉียงชี้ไปที่หยานเสวี่ยแล้วถามออกมา
หลิวฉิงหยุนเมื่อได้ยินแม้จะมีหน้าตากระตุกไปบ้าง แต่ก็ลองหันไปดู และเมื่อเห็นใบหน้าของหยานเสวี่ยแล้ว ใบหน้าของเขาก็ราวกับจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
-ไม่ใช่ว่านางผู้นี้อยู่กับเฉินเฉียงไม่ใช่รึ หรือว่าเด็กนั่นไม่อาจเข้าร่วมสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้าได้กัน-
-หากเป็นเช่นนั้นจริง เฉินเฉียงก็ควรจะตกตายเฉกเช่นภาพฉายเมื่อครู่เสียกระมัง-
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลิวฉิงหยุนสังเกตท่าทางของหยานเสวี่ยดีๆแล้ว เขากลับพบว่าเธอนั้นไม่ได้มีท่าทางเศร้าหมองแต่อย่างใด ออกจะผ่อนคลายเสียด้วยซ้ำไป แถมเธอยังยิ้มตอบเขาเสียอีก
-อย่าบอกนะว่าเฉินเฉียงยังไม่ตายน่ะ-
เมื่อเห็นว่าหลิวฉิงหยุนตกตะลึง เฉินเฉียงก็ใช้จังหวะนี้ชี้นิ้วไปที่เขาแล้วพูดออกมาราวกับต้องการจะแนะนำศิษย์สำนักเต๋าจากทั่วโลกปีศาจให้รู้จักคนรู้จักของเขาเพียงเท่านั้น
“ทุกคน พวกเจ้าอาจจะไม่รู้ แต่ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสสูงสุดหลิวฉิงหยุนผุ้นี้จะเป็นเพียงผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเต๋าเล็กๆในเขตเป่ยหมิง แต่เขานั้นยังมีอีกตัวตนหนึ่ง”
“เขานั้นเคยเป็นคนของกองโจรหมาป่า”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ หลิวฉิงหยุนก็มีใบหน้าที่กระตุกยับ
ดูเหมือนว่าตัวตนของเขาจะรั่วไหลออกไปแล้ว
และในเรื่องนี้ เขาได้พูดคุยกับเฉินเฉียงเพียงเท่านั้น นี่แสดงให้เห็นว่าไอ้เด็กนั่นเอาข้อมูลของเขาไปขายชัดๆ
เหตุผลที่เขานั้นอุตส่าห์ยกเรื่องนี้ไปพูดคุยกับเฉินเฉียงก่อนหน้านี้เองก็เป็นเพราะเขารู้สึกว่าเฉินเฉียงนั้นเป็นคนที่ไว้วางใจได้
แต่ดูเหมือนว่าเขานั้นจะทำเรื่องผิดพลาดไปแล้วจริงๆ
ความลับที่เขาปิดบังมาหลายสิบปี ในที่สุดก็ถูกเปิดเผยออกมา
นับจากที่เฉินเฉียงและหยานเสวี่ยออกมาจากสำนักเต๋าใต้บาดาล หลิวฉิงหยุนก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งเขาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับวิหารศักดิ์สิทธิ์
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เมื่อเขาไม่เห็นว่าคนจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้มาก่อความวุ่นวายที่สำนักเต๋าใต้ดินอีก นี่ทำให้เขาคิดว่าเรื่องทั้งหมดจะจบสิ้นลงไป จะเหลือก็เพียงการ รที่เขานั้นได้นับวันถอยหลังเฝ้ารอที่คนที่เขาไว้ใจนำสิ่งที่ต้องการไปให้เขา
เขายังเฝ้าฝันอยู่ว่าในสักวันหนึ่งนั้น เฉินเฉียงจะมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขาและทำตามสัญญาโดยการมอบเคล็ดวิชาของผู้บ่มเพาะของโลกต่างเขตแดนที่เหลือทิ้งไว้ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ มาให้ได้พบเจอ ต่อให้เขานั้นต้องฝึกฝนแล้วตายจากไป เขาเองก็ไม่มีเรื่องใดต้องค้างคาใจอีก
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เฉินเฉียงได้เปิดเผยตัวตนของเขาออกไปแล้ว จะต้องมีใครสักคนจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นมา และนั่นเป็นการรับประกันความตายของเขาอย่างแน่นอน
ต่อให้เขาต้องการจะต้านทาน มันก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยความสามารถของเขาอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ที่ผอ.จ้งได้ฆ่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตไป เขานั้นรับรู้ได้ว่าคนดวงซวยทั้งสองนั้นอยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นต้นและขั้นปลาย
แล้วเขาที่เป็นเพียงราชาคนหนึ่งจะทำอะไรได้กัน
ในขณะที่หลิวฉิงหยุนกำลังคิดจะวิ่งอย่างสับเท้าแตกสะบั้นไปในตอนนี้ ผู้คนโดยรอบเขาต่างก็เริ่มพูดคุยกันอย่างคลุ้มคลั่ง
“กองโจรหมาป่า….นั่นมันหอย่อยของไอ้พวกวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงกัน”
“ข้าได้ยินมาว่าทุกครั้งที่พวกมันออกจากเขาโรคา ผู้คนมากมายจะถูกส่งไปยังหอของพวกมันเพื่อชุบเลี้ยงผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่นั่น”
“ถ้าอย่างนั้นหลิวฉิงหยุนผู้นี้ก็ไม่ใช่คนดีน่ะสิ ข้าเห็นเขาเป็นถึงผู้อาวุโสบนเส้นทางยุทธ์ ทำไมเขานั้นถึงได้ไปช่วยเหลือไอ้พวกปีศาจพวกนั้นสังหารผู้คนได้กัน ช่างน่าเดียดฉันท์น นัก”
“ถูกต้อง มันผู้นี้คิดติดตามคนไม่ดี มันเองก็ไม่ใช่คนดีนัก ฆ่ามันซะ”
“ฆ่ามันซะ”
เฉินเฉียงนั้นเมื่อได้ยินก็ได้ยืนมาออกมาและค่อยๆโบกมือลงเป็นสัญญาณให้ผู้คนสะกดข่มอารมณ์เอาไว้ก่อน เป็นเพียงเมื่อเสียงผู้คนได้เงียบลง เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้ง งก็ได้พูดออกมา “มันก็จริงที่ว่าในวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสถานที่ที่ไม่ต่างไปจากรังเสือรังโจรสักเท่าไหร่”
“แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่นั่นจะเป็นผู้ที่เคยก่อความผิดแต่อย่างใด”
“และมันก็เป็นเรื่องจริงที่ผู้อาวุโสสูงสุดหลิวฉิงหยุนผู้นี้เคยได้อยู่ในกองโจรหมาป่ามาก่อน”
“แต่หลังจากที่เขานั้นได้พบเห็นใบหน้าที่แท้จริงของกองโจรหมาป่าที่ผู้คนทั่วทั้งโลกหล้าต่างก็เทิดทูน เขาเองก็เร่งหาทางสลัดหลุดออกมาในทันที”
“หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำเรื่องชั่วช้า เขาก็คิดหลบหนีออกมา”
เพียงสิ้นคำของเฉินเฉียง หลิวฉิงหยุนที่กำลังตกตะลึงกับท่าทางของผู้คนก็ต้องค่อยๆหันหน้าไปหาเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
ในตอนนี้เองที่เขานั้นเห็นร่างร่างหนึ่งที่คุ้นเคยปรากฏอยู่ข้างกาย
“ผู้อาวุโสสูงสุดหลิวฉิงหยุน ท่านไม่ต้องกังวลไป ท่านเพียงแค่เล่าในสิ่งที่พบเห็นตอนที่ท่านอยู่ที่นั่น บอกเล่าเรื่องราวให้พวกเขาได้ตาสว่างกับตัวตนที่แท้จริงของวิหารศักดิ์สิทธิ เท่าที่ท่านจะได้ก็เพียงพอ”
เป็นตอนนี้เองที่ภาพร่างที่คุ้นเคยได้หายไปจากครรลองสายตาของเขาราวกับเขาได้ตื่นขึ้นจากภวังค์ ก่อนที่ดวงตาของเขาก็พยักหน้าอย่างช้าๆและสายน้ำอุ่นๆก็ได้ไหลออกมาจากดวงตาและ พยักหน้าอย่างหนักแน่น
หลังจากหันไปมองผู้คนเบื้องล่าง หลิวฉิงหยุนได้สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะพูดออกไป “เหล่าศิษย์จากสำนักเต๋าทั่วทั้งโลกปีศาจ ท่านผอ.จ้งได้พูดออกมาได้ถูกต้องนัก”
“ไอ้แก่ผู้นี้เคยเป็นคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์มาก่อนจริงๆ”
“ในตอนที่ไอ้แก่ผู้นี้ยังหนุ่มแน่น ข้า ก็เป็นเฉกเช่นพวกเจ้าที่เฝ้าใฝ่ฝันที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิหารศักดิ์สิทธิ์จึงได้เข้าไปศึกษาในสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้า”
“และนั่นทำให้ข้าเลือกที่จะใช้เวลาห้าปีในสถานที่ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเรียกว่ากำแพงแสง”
“อย่างไรก็ตาม หลังจากอยู่ที่กำแพงแสงเป็นเวลาห้าปีจนได้รับความไว้วางใจจากวิหารศักดิ์สิทธิ์จนถูกเรียกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น ข้าได้เห็นกับตาตัวเองอย่างชัดแจ้งว่าวิหา ารศักดิ์สิทธิ์ที่สลักประทับจิตใจผู้คนในโลกปีศาจนั้นเป็นตัวตนแห่งหายนะของผู้คนบนโลกของเขาแค่ไหน”