ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 504 บอกความจริง
บทที่ 504 บอกความจริง
เมื่อมองเห็นหลิวฉิงหยุนที่ในตอนนี้ราวกับกำลังสูญเสียตัวตนของตนเองไปในขณะที่ลอยอยู่บนฟ้านี้ นี่ทำให้เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของแต่ละสำนักเบื้องหลังสนใจเขาอย่างที่สุด
“พวกเจ้ารู้รึเปล่าว่าหลังจากเหล่าพี่น้องของข้าและตัวข้าเข้าร่วมกับหอกองโจรหมาป่าแล้วพวกเราได้ทำสิ่งใดไป”
“ย้อนกลับไปเมื่อตอนนี้ ไอ้แก่ผู้นี้ที่เข้าร่วมกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็เพียงเพื่อให้ได้อ่านตำรายุทธของผู้บ่มเพาะปริศนาเหล่านั้นเพียงเท่านั้น”
“และหากไอ้แก่ผู้นี้ต้องการจะอ่านตำรานั้น ข้าต้องทำงานอยู่ภายใต้นามของกองโจรหมาป่าสองปี”
“ในตอนที่พวกข้าเหล่าพี่น้องเข้าไปที่นั่น ช่วงเวลาสองปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้พวกข้าเข้าใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่เรียกว่าหุ่นเชิดโลหิต”
“พวกข้าต้องมองดูหุ่นเชิดซากศพ นำพาพวกมันไปเก็บเกี่ยวไอ้พวกสัตว์ปีศาจที่เหมาะสมต่อการเป็นเมล็ดพันธุ์ให้แก่ไอ้พวกที่อยากจะเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต ข้าต้องไปค คอยดูแลและเก็บเกี่ยวสมุนไพรหมุนเวียนโลหิต ไหนจะต้องนำพาไอ้พวกหุ่นเชิดซากศพเหล่านั้นไปหาดอกไม้ร้อยสีสันที่อยู่ในหุบเขาเสียงกระซิบนั่น”
“แต่สิ่งที่ทำให้พวกของข้านั้นเดียดฉันท์ตนเองมากที่สุดนั่นก็คือยามที่พวกข้าได้รับคำสั่งให้ไปหาทาสโลหิตให้กับผู้บ่มเพาะบนเส้นทางโลหิต ในตอนแรกพวกข้าก็มีหน้าที่ไปล่าแ และนำพาเหล่าอาชญากรทั่วทั้งแคว้นมาให้พวกมัน แต่ในที่สุดแล้ว ไอ้พวกนั้นก็ได้กระทำเรื่องน่ารังเกียจเดียดฉันท์อย่างการปลอมเป็นโจรลักพาคนธรรมดามาให้ไอ้พวกนั้น เพื่อเติมเต็มรั งหมาป่าให้เต็มไปด้วยอาหารเลือดสำหรับพวกมัน”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ หลิวฉิงหยุนได้ทอดมองยาวออกไปพลางน้ำตาไหลรินอย่างไม่หยุด
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสหลากสำนักต่างก็นิ่งเงียบรับฟังอย่างนิ่งอึ้งไม่ไหวติง
ถึงแม้พวกเขาบางส่วนจะเห็นฉากเหตุการณ์ที่ เฉินเฉียงผู้ซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้ง เปิดให้ดูก่อนหน้านี้ แต่พวกเขานั้นก็หาได้คิดว่านั่นเป็นความผิดของวิหารศักดิ์สิทธิ์ แต่เป ป็นเพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ที่นั่นและใช้ชื่อของวิหารศักดิ์สิทธิ์หาประโยชน์ใส่ตน
จะที่ใดบ้างที่ไม่มีวายร้ายแอบแฝงอยู่กัน
ถึงแม้วิหารศักดิ์สิทธิ์จะเป็นเทพพิทักษ์ของโลกใบนี้ แต่องค์กรที่ใหญ่ขนาดนั้นย่อมมีแกะดำอยู่บ้างสักตัวสองตัวเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าของหลิวฉิงหยุนผู้ซึ่งหนีออกมาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์มาเล่าเรื่องย้อนความหลังแบบนี้ ไม่เพียงพวกเขาจะอึ้งจนพูดไม่ออก พวกเขายังเริ่มแสดงความโกร รธเกรี้ยวออกมา กระทั่งด่าว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์ตรงๆ
“ยามที่พวกข้าพี่น้องทั้งห้าได้ติดตามคนของกองโจรหมาป่าออกไปทำภารกิจครั้งแรกนั้น พวกเจ้ารู้รึเปล่าว่าข้ามีความรู้สึกเป็นเช่นไร”
“ในตอนนั้นข้าเองก็รู้สึกเหมือนพวกเจ้าทุกคน รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น”
“แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากได้มีโอกาสเข้าไปและเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน พวกมันจะให้พวกเราจับคนธรรมดาสามัญที่ควรจะเป็นคนที่พวกเราต้องปกป้องกันล่ะ”
“มันแตกต่างกับสิ่งที่ข้าเคยคิดเอาไว้อย่างพลิกกลับคนละด้านฝั่งมือ”
“แต่พวกเจ้ารู้อะไรไหม ที่นั่นแม้การเข้าไปได้นั้นจะยากเย็น แต่การออกมานั้นกลับแสนเข็ญยิ่งกว่า”
“โดยเฉพาะกับพวกข้าห้าหน่อที่เข้าไปยันถึงหอกองโจรหมาป่าที่เรียกได้ว่าเป็นหน่วยพิเศษของพวกมัน กับพวกข้าที่รับรู้เรื่องราวดำมืดของพวกมัน มีหรือที่พวกมันจะปล่อยพวกข้าไ ไปง่ายๆ”
“ในทันทีพวกข้าห้าพี่น้องร่วมสำนักได้เหยียบย่างออกจากเขาโรคา พวกข้าก็รับรู้ได้ในทันทีว่าถูกจับจ้องจากไอ้พวกหน่วยลาดตระเวนของวิหารศักดิ์สิทธิ์”
“และเพื่อให้มีโอกาสรอดชีวิต พวกเราทั้งห้าจึงตัดสินใจแยกย้ายกันไปในตอนนั้น”
“นึกไม่ถึงว่าไอ้คนที่ตามพวกเรามาในคราวนั้นล้วนแล้วแต่เป็นราชาเหนือราชา เพียงพวกข้าถูกพวกมันพบเจอ พวกมันก็สามารถฆ่าพวกข้าได้โดยไม่ได้แม้แต่จะร้องออกมาสักคำเดียว”
หลังจากผ่านการอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆมาได้ครึ่งปีล่ะมั้ง ในที่สุดข้าก็ได้ข่าวมาว่านอกจากข้าแล้วพี่น้องร่วมสำนักอีกสี่คนของข้าไม่มีใครหนีรอดไปได้
“และเพื่อให้รอดชีวิต หลายปีจากนั้น ข้าเปลี่ยนชื่อแซ่รูปลักษณ์ไปมากหน้าหลายครา จนในที่สุดก็ไปตั้งต้นที่เมืองเฉินหลิว”
“วิหารศักดิ์สิทธิ์รึ….หึ…หึ…หึ…”
เมื่อมาถึงจุดนี้ หลิวฉิงหยุนหัวเราะออกมาอย่างหมดคำจะเอ่ยแล้วนิ่งเงียบไป
ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ แต่กับผู้คนเบื้องล่างแล้ว บอกได้เลยว่าเพียงแค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาตกตะลึง
ไม่เพียงเท่านั้น คำพูดของหลิวฉิงหยุนนั้นเรียกได้ว่าสั่นคลอนจิตใจของผู้คนส่วนหนึ่งยิ่งกว่าใคร
ผู้คนส่วนนั้นคือเหล่าคนที่มุ่งหวังจะได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิหารศักดิ์สิทธิ์
พร้อมกับจิตใจที่เคยด่าทอหลิวฉิงหยุนก็ได้สลายหายไป
หลังจากผ่านไปนานพอดู ไม่รู้ว่าใครเหมือนกันที่ได้ลั่นปากออกมาอย่างเกลียดชัง “วิหารศักดิ์สิทธิ์ พวกมันช่างโหดร้ายนัก ทำไมพวกเราไม่ฆ่าล้างพวกมันให้หมดสิ้นกัน”
อย่างไรก็ตาม อีกเสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมาจากข้างๆคนคนนั้น
“หลงเจียง เจ้าพูดเรื่องสาระใดออกมากันรู้ตัวรึเปล่า”
“จริง หลงเจียง พวกเรารู้ว่าตระกูลของเจ้านั้นตกตายด้วยน้ำมือของไอ้พวกหุ่นเชิดโลหิต แต่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตก็ส่วนผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต วิหารศักดิ ก็ส่วนวิหารศักดิ์สิทธิ์นะ”
“ถูกต้อง ไม่ว่ายังไงก็ตาม วิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นคือเทพพิทักษ์ของพวกเรามานานนับร้อยๆปีแล้วนะเว้ย ย้อนกลับไปในครานั้นหากไม่มีพวกเขาอยู่ล่ะก็ โลกปีศาจของเราคงต้องตกอยู่ภายใต ต้น้ำมือของผู้บ่มเพาะจากต่างเขตแดนสามคนนั่นไปแล้ว หลักฐานก็คือทั้งสามร่างนั้นยังคงอยู่ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์อยู่เลยด้วยซ้ำ”
“ใช่ สิ่งที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ทำไว้ให้พวกเรานั้นมันล้นพ้นเกินกว่าจะมองข้ามได้ ต่อให้คนของพวกเขาจะทำเรื่องเลวร้าย แต่นั่นมันก็แค่คนเพียงส่วนเดียวเท่านั้น หากไม่มีวิหาร ศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้วแล้วใครกันที่จะปกป้องโลกของเราจากผู้รุกรานได้อีกกัน”
“ยิ่งไปกว่านั้น นักรบที่แข็งแกร่งในโลกปีศาจของพวกเรานั้นเกือบทั้งหมดได้เข้าร่วมกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ การที่เราโจมตีวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ต่างไปจากการรนหาที่ตายเลยนะวุ้ ย”
เมื่อได้ยินคำแย้งจากผู้คนรอบข้าง ชายที่ถูกเรียกว่าหลงเจียงได้กระแอมออกมาเล็กน้อยและพูดออกมาเบาๆ “ข้าแค่พูดออกมาเลยเฉยๆเว้ย พูดออกมาลอยๆน่ะ เข้าใจกันหน่อยดิ”
นี่แสดงให้เห็นว่าภาพลักษณ์ในใจของผู้คนที่มีต่อวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นหาได้สามารถสั่นคลอนได้เพียงชั่วข้ามวัน
เหมือนเห็นฉากนี้ ผู้คนในกองกำลังเทียนเว่ยก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอดถอนลมหายใจออกมาภายในใจเท่านั้น
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ใช่ว่าทุกคนนั้นจะมีความคิดที่ศรัทธาอย่างฝังหัวและเกรงกลัวในวิหารศักดิ์สิทธิ์
เฉกเช่นตงติ๋น
“ฮึ่ม เจ้าหนุ่มที่ชื่อหลงเจียงผู้นี้ช่างพูดได้ถูกใจข้านัก หากว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์ไร้ใจที่จะปกป้องพวกเรา แล้วพวกเรายังกล้าที่จะโยนชีวิตของพวกเราให้กับพวกมันรักษาไปได้ยัง งไงกัน หากเป็นเช่นนั้น พวกเราต้องลุกขึ้นต่อต้านและปฏิรูปมันใหม่ก็แค่เท่านั้น”
คำพูดของตงติ๋นได้สร้างกระแสความคิดหนึ่งขึ้นมาในทันที
นั่นก็เพราะทุกคนนั้นได้ประจักษ์กับสายตาตัวเองแล้วว่านอกจากเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งแล้วนั้น คงที่พวกเขาให้ค่ามากที่สุดและมีระดับบ่มเพาะสูงที่สุดที่อยู่ในกำแ แพงเขตแดนแห่งนี้ย่อมหนีไม่พ้นตงติ๋น
ยิ่งไปกว่านั้นคือเขายังเป็นผู้อาวุโสที่เดินบนเส้นทางวิชายุทธ์และเป็นผู้อาวุโสสูงแห่งสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้าเฉกเช่นพวกเขาที่ได้พูดออกมาด้วยตนเอง
แต่กระนั้น แม้คำพูดของตงติ๋นนั้นยากจะปฏิเสธ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะยอมรับเห็นด้วยแล้วคล้อยตาม
สิ่งนี้เฉินเฉียงย่อมรู้ดีแก่ใจ
นี่จึงทำให้หลังจากตงติ๋นได้พูดจบลงไป เฉินเฉียงก็ได้พูดต่อในทันที “ในความเห็นของข้านั้น คำพูดของผู้อาวุโสตงติ๋นนั้นถูกต้องอย่างยิ่ง”
“และก็จริงที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ในกาลก่อนนั้นเป็นเทพพิทักษ์ของโลกปีศาจ”
“การที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ได้ปกป้องผู้รุกรานในครั้งนั้นเองก็เป็นผลงานของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนั้นไม่อาจจะปฏิเสธได้”
“แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องราวที่ผ่านมานานมากพอจนวิหารศักดิ์สิทธิ์ในรุ่นนั้นสาบสูญไปหมดสิ้น”
“และนั่นเองก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้วิหารศักดิ์สิทธิ์สามารถทำร้ายผู้คนทั่วไปหรือแม้แต่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางสายอื่นอย่างนับครั้งไม่ถ้วนแบบนี้ หรือว่าพวกเจ้านั้นคิดว่าสิ่งที่พวก กมันได้กระทบอยู่นี่ถูกต้องแล้วกัน”
คำพูดของเฉินเฉียงได้นำความเงียบกลับมาสู่ทุกคนอีกครา
แต่เป็นตอนนี้เองที่มีศิษย์ผู้มีใจภักดีต่อวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวแย้งออกมา “ผอ.จ้ง การที่ท่านนั้นคิดจะนำพาพวกเราให้เข่นฆ่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตให้หมดสิ้นนั้ น พวกเราย่อมยินดียิ่ง”
“แต่คำพูดของท่านที่กล่าวออกมาราวกับว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยสร้างคุณประโยชน์ต่อโลกของเรานี้นั่น ข้าเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของท่านอย่างแน่นอน”
“อย่าได้ลืมไปว่าภัยพิบัติที่แพร่กระจายอยู่ทั่วทั้งโลกปีศาจในตอนนี้ ทั้ ทั้งเชื้อโรคที่ไม่มีใครรู้จักที่ระบาดอยู่ในเมืองต่างๆ ทั้งสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้ที่มาที่ปรากฏอยู่ในป ป่าใต้ดินและแม่น้ำตงเตียนนี่อีก หากไม่ใช่วิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้เรียกพวกเราเหล่าผู้บ่มเพาะจากสำนักต่างๆให้มาจัดการแล้ว แล้วจะมีผู้ใดที่สามารถทำมันได้อีก”
“เพียงแค่จุดนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นยังมีจิตใจคิดคำนึงถึงผู้คนบนโลกปีศาจแห่งนี้ไม่ใช่รึไงกัน”
เฉินเฉียงเมื่อได้ยินก็สบถออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาเมื่อได้ยินคำพูดนี้ในทันที
“สิ่งที่น้องชายท่านนี้พูดออกมานั้น มีเหตุผลยิ่งนัก”
“แล้วน้องชายท่านนี้พอจะรู้หรือไม่ว่าภัยพิบัติที่กำลังแพร่กระจายอยู่ในโลกหล้าตอนนี้นั้นเริ่มขึ้นมาจากที่ใดกัน”
“ข้าขอบอกความจริงให้น้องชายท่านนี้ได้รับฟังไว้ก็แล้วกันนะว่า ไม่ว่าจะเป็นไอ้เรื่องเชื้อโรคไม่ทราบชนิดหรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาก็ตาม พวกมันล้วนแล้วกำเนิดมาจากวิหาร รศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดทั้งสิ้น”