ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 505 ความคิดเป็นหนึ่ง
บทที่ 505 ความคิดเป็นหนึ่ง
“ห้ะ”
“จะเป็นไปได้ยังไง”
“เป็นฝีมือของวิหารศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ แล้วพวกเขาจะมีเหตุผลอะไรกัน”
“ผอ.จ้ง หากท่านไม่มีหลักฐานก็อย่าได้พูดพล่อยๆออกมาจะดีกว่า”
คำพูดของเฉินเฉียงนั้นเป็นธรรมดาที่จะทำให้ผู้คนที่ได้ยินล้วนแล้วแต่ต้องตกตะลึง
ไม่สิ ต้องบอกว่านิ่งอึ้งตะลึงงันถึงจะถูก
วิหารศักดิ์สิทธิ์ นามของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประทับอยู่ในจิตใจของผู้คน แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นจะทำเรื่องบ้าคลั่งเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใด
ตอนนี้เอง เฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งก็ได้เห็นถึงแววตาและท่าทางที่แสดงออกมาว่าไม่มีทาง ไม่เชื่อ ไม่ใช่อย่างแน่นอนออกมาจากเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสสำนักต่างๆเบื้องล่าง นี่ทำให้เขาพูดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น เพื่อประกาศสิ่งที่ตนเองได้พบเจอออกมา
“ทุกคน พวกเจ้ารู้รึเปล่าว่าทำไมผอ.ผู้นี้ถึงได้มาล่าช้ากว่าพวกเจ้าทุกคนมากนัก”
“ข้าขอบอกตามตรงว่าผอ.ผู้นี้ที่มาช้านั้นเป็นเพราะไปสืบสวนหาต้นกำเนิดของภัยพิบัติในครั้งนี้มา”
“และนี่ทำให้ผอ.ผู้นี้เพื่อที่จะได้รับทราบความจริง ข้าได้ไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้าเคารพศรัทธาอย่างเต็มหัวใจนั่น แล้วรู้รึเปล่าว่าผอ.ผู้นี้ได้พบเจอสิ่งใด”
“พวกเจ้าหลายๆคนอาจจะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีเพียงเรื่องราวตามภาพฉากเหตุการณ์ที่คนของวิหารศักดิ์สิทธิ์เข่นฆ่าผู้คนในบ้านเกิดของเจ้าเพียงเท่านั้นใช่รึเปล่า”
“นี่จึงทำให้พวกเจ้านั้นเชื่อว่าภาพฉากเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกทำขึ้นมาเพียงเพื่อทำให้วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเจ้าเคารพรักมีมลทินไปเพียงเท่านั้น”
“กับเรื่องนี้เอง จ้าววิหารศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้จึงได้คิดแผนการนี้ขึ้นมา นั่นก็คือการสร้างโรคภัยที่ไม่รู้จักรวมถึงการสร้างสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาขึ้น เพื่อทำให้ผู้คนทั่วทั งโลกปีศาจต้องอกสั่นขวัญแขวนกันไปทั่ว”
“และในจังหวะที่ทุกคนทำอะไรไม่ได้แล้ว วิหารศักดิ์สิทธิ์ถึงจะออกโรง และนั่นก็ทำให้พวกเราเหล่าผู้บ่มเพาะบนโลกปีศาจได้มารวมตัวกันเพื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัตินี้ยังไงล่ะ”
“นี่นอกจากจะเป็นการลบล้างมลทินให้กับวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว หากพวกเราจัดการภัยพิบัติเหล่านี้ได้ เกียรติยศที่สมควรจะเป็นของพวกเราเหล่าผู้บ่มเพาะของโลกปีศาจก็จะกลายเป็นวิหารศัก กดิ์สิทธิ์ที่ได้รับเกียรติยศเหล่านี้ไปทั้งหมด พวกมันจะได้รับชื่อเสียงว่าเป็นผู้ช่วยโลกปีศาจนี้ไว้โดยไม่ต้องลงแรงอะไร”
“ผู้คนบนโลกปีศาจก็จะกลับมาเลื่อมใสและรู้สึกติดหนี้บุญคุณวิหารศักดิ์สิทธิ์จนกลับมาเทิดทูนนับถือพวกมันอีกครั้ง”
คำพูดของเฉินเฉียงที่ใช้นี้ นอกจากจะเป็นเรื่องจริงในบางส่วนแล้วนั้น เขายังได้เพิ่มเติมข้อสันนิษฐานของตนเองลงไปด้วย
นั่นก็เพื่อทำให้ผู้คนในที่นี้ลบล้างภาพลักษณ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ออกจากจิตใจได้อย่างสมบูรณ์
แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้จะยังไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังสักเท่าไหร่นัก
มันทำได้เพียงทำให้ผู้คนที่ออกตัวปกป้องวิหารศักดิ์สิทธิ์พูดไม่ได้ออกได้เพียงเท่านั้น
คนเหล่านี้คือคนที่คาดหวังว่าจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิหารศักดิ์สิทธิ์ องค์กรอันดับหนึ่งของโลกปีศาจใบนี้
แม้กระนั้น หลังจากที่พวกเขาได้รับฟังเรื่องราวของหลิวฉิงหยุนและคำพูดของเฉินเฉียงเมื่อครู่ มันก็เพียงเป็นสิ่งที่ทำให้ความตั้งมั่นของพวกเขาต้องสะดุดลงเพียงเล็กน้อยเพียงเท่า านั้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงอื่นที่ได้ดังขึ้นมาราวกับต้องการจะปฏิเสธเรื่องราวที่ได้รับฝังเกี่ยวกับด้านมืดของวิหารศักดิ์สิทธิ์จนหมดสิ้นในทันที “ผอ.จ้ง ยังมีบางเรื่องที่ศิษย์ผู้นี้ ยังสับสนและสงสัยอยู่ ข้าหวังว่าท่านนั้นจะให้คำตอบกับข้าผู้นี้ได้อย่างกระจ่างชัด”
เฉินเฉียงที่ได้ยินเสียงอันสั่นเครือออกมาจากปากคำของคนผู้นี้ เขาบอกได้เลยว่าคนผู้นี้กำลังบังเกิดความเจ็บปวดอย่างที่สุดขึ้นมาในจิตใจ
“โอ้ ถ้าเช่นนั้นก็จงว่ามา หากผอ.ผู้นี้รู้ข้อจะตอบอย่างสุดความสามารถ”
“ผอ.จ้ง ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าท่านนั้นเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต หากเป็นท่านผู้อาวุโสตงติ๋นพูดออกมา ข้าเองก็คงจะไม่สงสัยในคำพูดเหล่านี้แต่อย่างใด”
“แต่ด้วยทั้งสถานะและตัวตนของท่าน ศิษย์ผู้นี้เชื่อว่าคำพูดของท่านนั้นมันยากเกินกว่าที่จะทำให้พวกเราร่วมมือกันเข่นฆ่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต หรือแม้แต่การต่อต ต้านวิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยก็ตาม”
คำถามของศิษย์สำนักเต๋าผู้นี้เองก็ทำให้ทุกคนนั้นมีท่าทีตอบสนองในทันที
นั่นก็เพราะท่าทางของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งไม่ได้แสดงออกมาอย่างบ้าคลั่งอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ว่าเขานั้นที่คิดทำเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเพราะจะหาเรื่องเพื่อดูด กินพวกเขาทีหลังใช่รึเปล่า
ถึงแม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่คนที่แสดงออกมาอย่างตั้งคำถามนี้เช่นเดียวกันอย่างชัดเจน แต่ดวงตาของทุกคนนั้นกลับบ่งบอกว่าต่างก็สงสัยในเรื่องนี้
เพราะนี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับพวกเขา
เพียงแต่ผอ.จ้งนั้นเคาะอกของตน พวกเขาก็สมควรจะตกตายจนหมดสิ้นด้วยเวลาที่ไม่นาน
“นั่นเป็นคำถามที่ดียิ่งนัก”
เฉินเฉียงเอ่ยปากชมออกมาเป็นประโยชน์แรก ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม “ข้าขอบอกพวกเจ้าตามตรงก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าข้าผู้นี้จะเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต แต่หุ่ นเชิดโลหิตในร่างของข้าผู้นี้ได้ถูกทำลายไปแล้ว นี่ทำให้ข้านั้นไม่มีความสามารถชนิดที่ว่านำพาภัยพิบัติมายังโลกนี้ได้อีกต่อไป”
เหตุผลที่เฉินเฉียงยังไม่เปิดเผยสถานะที่แท้จริงของตนเองออกมานั้นเป็นเพราะเขายังไม่อยากจะหาปัญหาเพิ่ม
ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนต่างก็รับรู้ว่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตที่ไร้ซึ่งหุ่นเชิดโลหิตภายในร่างก็ไม่ได้ต่างไปจากขยะของวิหารศักดิ์สิทธิ์และผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิด โลหิตแต่อย่างใด และนี่ทำให้พวกเขาต่างก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาจนบางคนแสดงออกมาอย่างยินดียิ่ง
และนี่ก็ทำให้สถานะของเฉินเฉียงที่มีต่อความคิดของทุกคนนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บางคนยังมองเฉินเฉียงราวกับได้มองคนที่พบเจอความอับโชคร้ายอย่างที่สุดในชีวิตมาแล้วด้วยซ้ำ
ซึ่งเฉินเฉียงเองก็ไม่ได้แยแสกับท่าทางเหล่านี้ไม่
ที่เขาสนนั้นก็คือสิ่งที่เขาได้พูดออกไปเพียงพอที่จะชนะใจเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักเต๋าต่างๆทั่วโลกปีศาจที่มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ได้เรียบร้อยแล้ว
“แม้ผอ.ผู้นี้จะไม่ใช่ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางสายหุ่นเชิดโลหิตแล้วก็ตาม”
“แต่ก็ด้วยการเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตนี้เองก็ทำให้ข้านั้นได้เข้าใจถึงความโหดร้ายของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางสายนี้เป็นอย่างดีว่าพวกมันนั้นไม่สมควรเรียกว่ามนุ ษย์อีกต่อไปแค่ไหน”
“หากจะให้ผู้นี้พูดออกมาในตอนนี้ ข้านั้นสงสัยยิ่งนักว่าสวรรค์ยังมีตาอยู่อีกรึเปล่าที่ไม่ยอมให้เคล็ดวิชานี้สาบสูญจนหมดสิ้นไปสักที”
“สวรรค์ไม่มีตาแล้วยังไงกัน เลือดปีศาจพวกนั้นก็หาได้ทำให้เลือดที่ดีงามของท่านต้องมัวหมองลงไปไม่ใช่รึ”
ตงติ๋นที่ยืนอยู่เคียงข้างนั้นได้พูดออกมาแม้จะบางเบาแต่ก็มีหลายคนที่ได้ยิน
เฉินเฉียงพยักหน้ารับกับตงติ๋นก่อนที่จะพูดต่อ “ทุกคนเองก็คงจะเห็นแล้วว่าในตอนที่ผอ.ผู้นี้ได้มาถึง ข้าได้ฆ่าไอ้แก่เผิงนั้นก่อนเป็นคนแรก ตามมาด้วยการฆ่าไอ้รองจ้าววิหา ารที่เป็นหนึ่งในผู้คุมหอหนึ่งในหอหุ่นเชิดโลหิตผู้นั้นไป”
“แม้จะไม่อยากเอ่ยอ้างก็ตาม แต่ข้าผู้นี้เองก็ได้สังหารผู้คุมหอที่ไอ้เจ้านี่สังกัดไปเรียบร้อยแล้ว”
“และหากพวกเจ้านั้นมีใจที่คิดจะต่อกรกับเหล่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตจริง ผอ.ผู้นี้ก็จะยินดีเป็นผู้นำของพวกเจ้าในการเข่นฆ่าศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิตที่พึ่งจะเข้าไปใน นป่าใต้ดินไป”
“หลังจากนั้นพวกเราค่อยมาจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้อย่างสุดความสามารถโดยที่ไม่ต้องมาพะว้าพะวังกับพวกมันอีกต่อไป”
“ส่วนการฆ่าคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้น ข้ารู้ว่าพวกเจ้านั้นรู้ดีว่ามันเกินมือพวกเจ้ามากมายนัก และข้าเองก็ไม่คิดว่าจะให้พวกเจ้าต้องไปพบเจอเรื่องยากลำบากแบบนั้นแต่อย่างใด ด”
“ยามใดก็ตามที่ภัยพิบัติบนโลกนี้สงบลง และสัตว์ปีศาจทั้งหลายถูกกำจัดจนหมดสิ้น ผอ.ผู้นี้จะนำผู้ทรงพลังเข้าต่อกรกับวิหารศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน ข้าย่อมไม่ให้พวกเจ้าต้องทำ สิ่งที่เกินมือแต่อย่างใด”
ด้วยคำพูดนี้ของเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้ง นี่ทำให้เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักเต๋าต่างๆเริ่มมีความหวังขึ้นมาได้บ้าง
และในตอนนี้ เมื่อสิ่งที่ติดขัดภายในใจถูกคลี่คลายจนหมดสิ้น พวกเขาก็ไม่ได้หลงเหลือความลังเลอีกต่อไป
บางคนถึงกับเลือดขึ้นหน้าและออกมาพูดจนเสียงดังลั่นด้วยซ้ำ “ข้าจะขอติดตามผอ.จ้งไปเข่นฆ่าไอ้พวกวิหารศักดิ์สิทธิ์”
“ถึงแม้ระดับบ่มเพาะของข้าจะไม่สูง แต่ข้าก็ยินดีแลกชีวิตกับพวกมัน”
“ใช่แล้ว ในเมื่อพวกมันไร้น้ำใจกดขี่ข่มเหงพวกเราอย่างไม่เห็นหัว พวกเราก็ขอสู้อย่างถวายหัวไม่คิดอยู่ร่วมโลกกับพวกมัน”
เป็นตอนนี้ที่คนในกองกำลังเทียนเว่ย คนของกลุ่มเหมันต์จันทราและตงติ๋น ได้พูดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่นและพร้อมเพรียง
“ติดตามผอ.จ้งไปเข่นฆ่าไอ้พวกวิหารศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้ต้องตกตายก็ไม่คิดที่จะเสียใจ”
“เยี่ยม”
เฉินเฉียงขานรับเสียงเหล่านี้พร้อมกับอารมณ์ดีที่เบิกบานขึ้นมาในใจ
ถึงแม้ว่าเขานั้นจะไม่ค่อยชอบกับคนพูดที่ว่าไปสู้จนตัวตายก็ตาม แต่ในเมื่อมันเพียงพอที่จะทำให้เหล่าผู้บ่มเพาะบนโลกนี้รวมใจเป็นหนึ่งได้ เขาก็คงทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย
“ผู้บ่มเพาะบนโลกใบนี้เอ๋ย ในเมื่อพวกเจ้าตั้งจิตปณิธานออกมาเช่นนี้แล้ว ผอ.ผู้นี้ก็ขอให้คำมั่นสัญญา”
“ข้าผู้นี้จะทำอย่างสุดความสามารถในการปกป้องพวกเจ้า และขจัดสิ่งคุกคามพวกเจ้าอย่างสุดความสามารถ”
“ถึงแม้พวกเรานั้นจะเป็นเพียงมิตรสหายที่ตั้งมั่นเป็นอันหนึ่งเดียวทั้งๆที่พึ่งจะได้พบเจอกันมาได้เพียงวันเดียวก็ตาม แต่ความคิดที่ว่าจะกำจัดเคล็ดวิชารวมถึงผู้บ่มเพาะบนเส้นทางห หุ่นเชิดโลหิตให้หมดสิ้นนั้นก็จะไม่มีวันลืมเลือน”
“ที่นี่ทุกคนก็คงแล้วสินะว่าทำไมผอ.ผู้นี้ถึงส่งไอ้พวกหุ่นเชิดโลหิตเข้าไปก่อนเป็นอันดับแรก”
“และข้าก็เชื่อว่าในตอนนี้ ศิษย์ที่บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตนั้น ในตอนนี้คงจะสูญเสียตกตายไปหลายคนแล้ว”
“และในตอนนี้ข้าขอออกคำสั่งว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้พบเจอศิษย์แผนกหุ่นเชิดโลหิต พวกเจ้าสามารถฆ่าพวกมันได้ในทันที”
“กับเรื่องนี้ ผอ.ผู้นี้จะไม่ห้ามเจ้าแม้แต่น้อย”
หลังจากที่ได้ยินเฉินเฉียงลั่นปากคำพูดนี้ออกมา เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าทั่วโลกปีศาจนับล้านคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็แสดงออกมาอย่างเลือดร้อนในทันใด
โชคดีที่เฉินเฉียงนั้นได้คาดการณ์ไว้ก่อนจึงได้สร้างกำแพงเขตแดนนี้ขึ้นมา
ไม่อย่างนั้นล่ะก็หากว่าเหล่าคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้รับรู้เรื่องราวก็คงจะวิ่งหนีกระเจิงกลับไปรายงานต้นสังกัดของพวกมันเป็นแน่
“ทุกคน เดี๋ยวผอ.ผู้นี้จะเปิดกำแพงเขตแดนนี้แล้ว”
“หลังจากนั้นสิ่งที่พวกเราได้พูดคุยกันว่า พวกเจ้าอย่าได้ทำให้รั่วไหลออกไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะถูกเล่นงานจากพวกวิหารศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่พวกเราจะได้ก่อการ”
“ในตอนนี้ พวกเจ้าจงจดจำไว้ให้ดีว่ายามที่เข้าไปในป่าใต้ดินแล้ว พวกเจ้ามีเพียงสองเรื่องต้องกระทำ”
“หนึ่งคือการฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักนั่น อีกหนึ่งคือการฆ่าล้างศิษย์แผนกวิชาหุ่นเชิดโลหิตให้หมดสิ้น”