ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 793 แผนการแจกจ่ายรถยนต์นำเข้า
ตอนที่ 793 แผนการแจกจ่ายรถยนต์นำเข้า
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมบอกคุณแล้วใช่ไหม ? ว่าถ้ากลับมาผมจะบอกคุณเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเงิน 16 ล้านที่ถอนออกไป”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณคงไม่ได้ใช้เงิน 16 ล้านนั้นไปซื้อของขวัญให้ฉันหรอกใช่ไหม ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันคงไม่กล้ารับมัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเมิ่งเสี่ยวเป่ย ปกติเธอเป็นคนที่ดูสูงส่งและเย็นชา พอล้อเขาเล่นที เอาซะเขาหนาวไปถึงกระดูกเลย !
อย่างไรก็ตาม เขาคงไม่กล้าซื้อของขวัญมูลค่า 16 ล้านให้เธอหรอก !
จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร ?
เขาพูดทันทีว่า “เงิน 16 ล้านผมเอาไปซื้อรถยนต์นำเข้า 6 ยี่ห้อ รวมทั้งหมด 18 คัน ซึ่งผมจะให้คุณหนึ่งคันเพื่อใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง ! ”
ฮะ ?
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตกใจกับคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋อย่างมาก
แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่ารถสปอร์ตหน้าตาเป็นอย่างไร แต่รถ 18 คันในราคา 16 ล้านก็ตกเฉลี่ยคันละ 900,000 หยวน !
โอ้พระเจ้า !
มันเป็นรถแบบไหนกัน ?
“ผู้ช่วยเจียง ทำไม……ทำไมจู่ ๆ คุณถึงใช้เงินมากมายไปกับการซื้อรถเยอะขนาดนี้ ? ”
แม้ว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยจะเห็นด้วยกับเขามาตลอด แต่เธอก็ไม่เข้าใจการตัดสินใจครั้งนี้ของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา “ในเมื่อคุณเลือกที่จะตามผมมาเพื่อพิชิตโลก ผมก็ต้องทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น ตอนนี้คุณเป็นผู้บริหารเครือบริษัท ดังนั้นคุณควรมีรถยนต์ที่หรูหราและพิเศษกว่าใคร”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยรู้สึกประทับใจอย่างมากหลังจากได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋
เธอไม่สนใจว่ามันจะเป็นรถหรูหรือไม่ !
เธอสนใจแค่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ให้ความสำคัญกับเธอแค่ไหนเท่านั้น !
ที่คำคม ‘นักรบยอมตายได้เพื่อเพื่อนที่รู้ใจ’ คงเป็นเพราะแบบนี้ !
“ขอบคุณค่ะ!”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดมันออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดว่า “รถนำเข้าทั้ง 18 คัน ได้แก่ เชโรกี, แลนด์โรเวอร์, ดอดจ์ แรมชาร์จเจอร์, เมอร์เซเดส-เบนซ์230TE, BMW 3E30 และ ปอร์เช่ 944 ผมซื้อรถมาอย่างละ 3 คัน”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่รู้จักยี่ห้อของรถเหล่านี้ เพราะเธอไม่เคยได้ยินมันมาก่อน
“ผู้ช่วยเจียง นอกจากปอร์เช่ 944 ที่จะยกให้ฉัน คุณจัดสรรรถคันอื่นอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รถยนต์นำเข้าทั้ง 6 ยี่ห้อนี้ ผมจะนำมาเป็นรถส่วนตัว 6 คัน จะเหลือรถอีก 12 คัน ผมวางแผนมาจะเอาเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE, BMW 3E30 และแลนด์โรเวอร์อย่างละคันนี้ให้เป็นรถของสำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ป ไม่ใช่รถประจำตำแหน่งของใคร ส่วนที่เหลือ ผมจะให้รถปอร์เช่ 944 กับคุณและเจียงเสี่ยวเยว่ ส่วนแลนด์โรเวอร์คันสุดท้ายให้พี่หลินเจียจวิน รถเชอโรกีอีกสองคันจะให้เป็นรถประจำตำแหน่งของเฉินหยวนเฉาและหวังผิง ส่วนดอดจ์ แรมชาร์จเจอร์อีกสองคันจะให้เป็นรถประจำตำแหน่งของเจียงเสี่ยวเฟิงและจวงปี้เฉิง รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE ที่เหลือผมจะให้เฉินอันผิง ส่วน BMW 3E30 ให้หวังชิ่งซี”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงแผนการของเขาเสร็จแล้ว เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็จดบันทึกไว้
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบให้เป็นสวัสดิการแก่ญาติและคนสนิทเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบแทนพนักงานที่อยู่มานานและทำงานอย่างทุ่มเทอีกด้วย
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเข้าใจได้ทันที
แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ที่ผ่านมา ทุกคนจะรู้นิสัยของเจียงเสี่ยวไป๋ดีว่าเขาไม่เคยปฏิบัติต่อญาติของเขาเหนือกว่าพนักงานคนอื่นเลย
“จากนี้ไป ฉันต้องติดตามเจียงเสี่ยวไป๋และต้องตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยมีเพียงความคิดนี้เท่านั้น
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกแผนการของเขาออกมาเสร็จ เขาก็กล่าวว่า “อย่าเพิ่งประกาศเรื่องนี้ออกไป นี่ยังเป็นแค่การตัดสินใจคร่าว ๆ เราจะหารือกันให้ละเอียดกว่านี้เมื่อรถมาถึง”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า “ได้ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ เราไปตรวจสอบความคืบหน้าของอาคารสำนักงานกันดีกว่า แล้วผมจะบอกบางอย่างกับคุณระหว่างทางด้วย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบตกลงอย่างว่าง่าย
ทั้งสองออกไปด้วยกันและมุ่งหน้าไปยังถนนชิงโจว
ระหว่างทาง ขณะขับรถ เจียงเสี่ยวไป๋พูดคุยเกี่ยวกับแผนการของเขาที่จะสร้างโรงงานน้ำแร่บรรจุขวดในเจียงเฉิงและชิงโจวขึ้นมาพร้อมกัน
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่ได้คัดค้านเหมือนอย่างนายกเทศมนตรีจางและรองนายกเทศมนตรีถัง เธอเพียงแค่จดมันไว้เท่านั้น
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดจบ เธอก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณกำลังจะให้ฉันเอาน้ำในทะเลสาบชิงหลงไปทำการวิจัยเพื่อตรวจสอบดู และทำที่นั่นให้เป็นเขตคุ้มครองน้ำดื่มหรือคะ ? ”
“นอกจากนี้ ก็ต้องเลือกสถานที่สร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวดไปพร้อม ๆ กันด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเธอพลางพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่ นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะบอกคุณ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ผมจะให้คนไปตรวจสอบแถวนั้นดูก่อน หลังจากที่เจรจากับหมู่บ้านที่จะให้ปลูกผักนอกฤดูเสร็จสิ้นแล้ว ฉันจะไปดูรอบ ๆ ทะเลสาบชิงหลงด้วยตนเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ดีเลย ผมจะไปกับคุณด้วย”
ในความทรงจำของเขา ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 มีคนเคยสร้างโรงผลิตน้ำแร่แบบลำเลียงน้ำจากในทะเลสาบชิงหลง แต่เนื่องจากการบริหารจัดการไม่ดี จึงไม่มีการพัฒนาต่อ
สิ่งนี้ไม่ได้ขัดขวางความมุ่งมั่นของเขาในการก่อตั้งโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวดแม้แต่น้อย
เพียงเพราะคนอื่นทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ปรับความคิดเดิมของเขา
เดิมทีเขาวางแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวดในเจียงเฉิง แต่ตอนนี้ความคิดของเขาคือการสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวดในทะเลสาบชิงหลง และโรงงานผลิตน้ำดื่มบริสุทธิ์บรรจุขวดในเจียงเฉิงแทน
เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ทั้งน้ำแร่และน้ำบริสุทธิ์ จึงเป็นการเปิดตลาดทั้งสองทาง
น้ำแร่จะมีชื่อแบรนด์ว่า ‘น้ำแร่หลงฝู่’ ส่วนน้ำดื่มบริสุทธิ์จะมีชื่อแบรนด์ว่า ‘วาฮาฮ่า’ !
เขาไม่เพียงแต่ต้องการเป็นผู้ขนส่งจากธรรมชาติเท่านั้น แต่เขาต้องการเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่อยู่ในสายตาของทุกคนอีกด้วย !
หลังจากพูดเรื่องนี้จบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวต่อ “ตอนนี้เจียงเจียกรุ๊ปเริ่มดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการแล้ว ผมจึงตั้งใจที่จะทำนามบัตรให้กับทุกคน ตั้งแต่พนักงานระดับกลางขึ้นไปโดยเฉพาะพนักงานขาย”
นามบัตรได้รับความนิยมในช่วงสถาปนาสาธารณรัฐจีน แต่หลังจากการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน นามบัตรเหล่านั้นก็หายไปจากสายตาของสาธารณชนเป็นระยะเวลาหนึ่งและไม่ได้รับความนิยมมากนักจนมาถึงปัจจุบัน
แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยอาศัยอยู่ในเทียนจิงมาตั้งแต่เด็ก วิสัยทัศน์ของเธอจึงแตกต่างจากคนทั่วไป
ทันทีที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เธอก็เข้าใจได้
“ได้เลยค่ะ ฉันจะหาคนมาออกแบบให้เมื่อกลับไป และรวบรวมรายชื่อผู้ที่จำเป็นต้องใช้นามบัตรมาให้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่จำเป็นต้องหาคนมาออกแบบหรอก ผมจะออกแบบเอง ออกแบบเสร็จจะให้ต้นฉบับกับคุณ ส่วนคุณก็แค่ไปหาโรงพิมพ์และพิมพ์ออกมาตามรายชื่อที่คุณได้มา”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้าเห็นด้วยและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยฉันแก้ปัญหาได้เยอะเลย เพราะการออกแบบเป็นเรื่องที่ยากที่สุดแล้วค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณยังมีงานอีกเยอะ คุณยังต้องไปติดต่อช่างไม้ถานเพื่อขอให้เขาช่วยทำซองใส่นามบัตรและกล่องใส่นามบัตรอีก”
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ยังไม่ได้ออกแบบซองใส่นามบัตรและกล่องใส่นามบัตรเลย
เขาเชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญของช่างไม้ถาน คงไม่ยากที่จะทำมันขึ้นมา
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน พวกเขาก็มาถึงที่หมายแล้ว
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋หาที่จอดรถได้แล้ว เขาก็เดินเข้าไปยังพื้นที่ก่อสร้างพร้อมกับเมิ่งเสี่ยวไป๋
พื้นที่ก่อสร้างในเวลานี้ อาคารเดิมของโรงงานขนมได้ถูกทุบไปแล้ว และมีการสร้างกำแพงใหม่ที่เพิ่งเสร็จไปครึ่งหนึ่ง โดยมีคนงานที่สวมหมวกนิรภัยกำลังทำงานกันอยู่
เจียงเสี่ยวไป๋เดินสำรวจดูอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีคนงานมากถึงสามสี่ร้อยคนในพื้นที่ก่อสร้าง
“ใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกใจกับภาพที่เห็น
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เพื่อให้โครงการเสร็จสิ้นก่อนสิ้นปี หลี่เฉิงหรูได้ชะลอการก่อสร้างอาคารชิงโจวลงและยังไม่ได้สร้างสำนักงานของแผนกขายในตอนนี้ เพราะเขามุ่งความสนใจมาที่การสร้างสำนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปก่อนค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ไม่แปลกที่จะมีคนงานมากขนาดนี้และงานก็คืบหน้าเร็วมาก