ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 797 การตั้งชื่อมันยากมาก
ตอนที่ 797 การตั้งชื่อมันยากมาก
กว่าพวกเขาจะกลับไปที่เจียงวานก็เกือบสามทุ่มแล้ว
หลังจากทักทายพ่อแม่ของเขาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบไปหยิบเอาพจนานุกรมซินหัวและพจนานุกรมคังซีมาที่ห้องโถงด้านข้าง และนั่งอ่านที่โต๊ะหลุมไฟ
หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความประหลาดใจว่า “เอาพจนานุกรมมาเปิดดูทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาว่า “ผมจะเปิดดูเพื่อดูว่าจะตั้งชื่ออะไรให้กับเจ้าตัวเล็กทั้งสองดีครับ ! ”
หวังซิ่วจวี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “งั้นก็ดูให้ดี เลือกชื่อให้พวกเขาที่มีความหมายดี ๆ หน่อย”
เจียงไห่หยางที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็พูดว่า “มันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรขนาดนั้น ให้ลุงของแกเป็นคนตั้งให้ก็ได้”
สมัยก่อน เด็กที่เกิดในชนบท หากผู้ปกครองตั้งชื่อให้ไม่ได้ พวกเขาก็มักจะเอาไปให้ผู้นำหมู่บ้านเป็นคนตั้งให้
ชื่อของพี่น้องทั้งหกคนของเจียงเสี่ยวไป๋ จะมีคำตรงกลางว่า ‘เสี่ยว’ ตามด้วยชื่อที่มีความหมายว่า: เยว่ที่หมายถึงพระจันทร์ ไป๋ที่หมายถึงบริสุทธิ์ เฟิงที่หมายถึงลม ชิงที่หมายถึงสะอาด เหลยที่หมายถึงฟ้าร้อง และหยูที่หมายถึงฝน หากว่ามีคนต่อไปก็คงจะเป็น หยุนที่หมายถึงเมฆ หรือเซี่ยที่หมายถึงแสงอะไรทำนองนี้
หวังซิ่วจวี๋พูดขึ้นมาทันทีว่า “ใช่ ใช่ ลองขอให้ลุงเขาตั้งชื่อให้ลูกของแกดู ดูซิว่าเขาเก่งในการตั้งชื่อเด็กแค่ไหน”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “ถ้าเขาไม่ตั้งชื่อให้แกว่าเสี่ยวไป๋ แกจะกลับเนื้อกลับตัวได้แบบนี้ไหม ? พรุ่งนี้ฉันจะไปหาลุงของแก ขอให้เขาช่วยตั้งชื่อให้”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากหลังจากได้ยินคำพูดนี้ เขาไม่คิดว่าชื่อของเขาจะดีขนาดนั้น
และดูเหมือนว่าลุงของเขาก็เป็นคนตั้งชื่อให้ลูกสาวของเขาด้วย !
“ช่างมันเถอะ อย่าไปรบกวนลุงเลยครับ ผมจะตั้งเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กลัวว่าพ่อแม่ของเขาจะไปขอความช่วยเหลือจากลุงจริง ๆ เพราะถ้าลุงมาตั้งให้ แล้วเขาไม่เอาชื่อนั้น มันก็คงจะดูไม่ดี
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ถ้าแกไม่อยากถามลุงของแกก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ฉันจะเอาบุหรี่ไปขอให้อาจารย์หยวนช่วยตั้งให้”
“ใช่ ใช่ ให้อาจารย์หยวนตั้งให้คงดีที่สุด เพราะเขาสามารถใช้หลักโหราศาสตร์ ตั้งชื่อตามวันเดือนปีเกิด เพื่อให้เป็นสิริมงคล” หวังซิ่วจวี๋เห็นด้วยทันทีและกล่าวเสริมอีกว่า “นี่คือการตั้งชื่อเด็กสองคน เราต้องเอาบุหรี่ไปสองซอง”
อ่า ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พ่อแม่ของเขาชอบคิดอะไรเหมือนกันจริง ๆ
“พ่อแม่ ช่วยฟังผมก่อนสิ เรายังไม่รู้ว่าลูกของผมจะเกิดตอนไหน แล้วจะรู้วันเกิดของพวกเขาได้อย่างไร” เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมาด้วยท่าทีหมดคำจะพูด
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ใช่ ยังไม่รู้ว่าหลาน ๆ จะเกิดวันไหน แล้วจะเอาวันเกิดไปให้อาจารย์หยวนตั้งให้ได้อย่างไร !
“งั้นก็รอจนกว่าเด็กจะเกิด ! ”
ในที่สุด ทั้งสองก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปหาอาจารย์หยวนพร้อมบุหรี่และสุราดี ๆ
ในที่สุด เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเปิดดูพจนานุกรมซินหัวต่อ
หลินเจียอินเห็นว่ามียังมีพจนานุกรมคังซีอีกเล่มหนึ่ง เธอจึงเอามาเปิดดูไปด้วย
“จือเป็นคำที่ดี ความหมายคือสมุนไพรชนิดหนึ่ง”
หลินเจียอินหันไปเห็นคำว่า ‘จือ’ โดยไม่ได้ตั้งใจ และอ่านคำอธิบายของมันออกมาเสียงเบา “คนสมัยก่อนมักเปรียบเทียบลักษณะของผู้คนกับดอกไม้ ต้นไม้ และสิ่งอื่น”
ดูเหมือนเธอจะชอบคำนี้มาก เธอยังพูดว่า “การตั้งชื่อให้เด็กผู้หญิงว่า ‘จือ’ ก็เพราะเหมือนกัน”
“อืม จินคังก็ชอบเอาคำว่า จือ มาตั้งชื่อตัวละครของเขาเช่นกัน เช่น โจวจือรั่วในดาบมังกรหยก และหลี่หยุนจือในจอมใจจอมยุทธ์ ซึ่งล้วนมีคำว่า ‘จือ’ ในชื่อของพวกเขา”
เจียงชานนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ และทำหน้ามุ่ย “เจียงจือ มันฟังดูไม่เพราะเลยค่ะ ! ”
หลินเจียอินม้วนริมฝีปากของเธอ ดูเหมือนว่า ‘เจียงจือ’ ก็ฟังดูไม่ค่อยเพราะจริง ๆ
เธอจึงเปิดดูต่อไปและพบกับคำมากมาย เช่น จิ้ง, หว่าน, เช่อ, ซี, เฮ่า, จี้……
เธอเจอมาหลายคำ บางครั้งก็คิดว่ามันดี แต่คิดไปคิดมามันก็ไม่ดี
“ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ เลือกดูไป ! ”
หลินเจียอินถอนหายใจ พร้อมทั้งปิดพจนานุกรมคังซีลง แล้วพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ค่อย ๆ ดูไปก่อน แล้วก็จดคำที่คุณชอบไว้ แล้วค่อยมาเปิดมันดูต่อก็ได้”
สองวันหลังจากนั้น ตอนกลางวันเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยุ่งอยู่กับงานต่าง ๆ ส่วนตอนกลางคืน เขาก็เปิดดูพจนานุกรมเพื่อดื่มด่ำไปกับมัน
ดูเหมือนว่าเขาจะสนุกกับการทำแบบนี้ แต่เขาก็กดดันมากเหมือนกัน เพราะเขายังหาชื่อของเด็กทั้งสองที่เขาพอใจไม่ได้เลย
ในตอนเที่ยงของวันนั้น เจียงเสี่ยวไป๋เพิ่งจะจัดการงานของเขาเสร็จไป โทรศัพท์บนโต๊ะของเขาก็ดังขึ้น
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใครโทรมา ?” เจียงเสี่ยวไป๋คว้าโทรศัพท์มารับ แล้วถามออกมา
“สวัสดีผู้ช่วยเจียง ผมเฉินเซียนจิ้น ! ”
“โอ้ สวัสดีเลขาเฉิน คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า ? ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ผมไม่กล้ามีธุระกับคุณหรอก” เฉินเซียนจิ้นพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง นายกเทศมนตรีจางขอให้ผมโทรมาบอกคุณว่ารถบรรทุกที่มาจากเทียนจิงมาถึงแล้ว คุณเข้ามาได้เลย ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้น เขาก็ดีใจมาก และพูดขึ้นมาทันทีว่า “ขอบคุณ ผมจะรีบไปทันที”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็วางสายโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปพูดกับหลินเจียอินว่า “เมียจ๋า ผมขอตัวไปทำธุระก่อนนะ”
หลินเจียอินไม่ได้ถามอะไร เพียงแค่พูดว่า “ไม่ต้องรีบนะ ค่อย ๆ ขับรถไป”
“เข้าใจแล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
สิบนาทีต่อมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็มาถึงเทศบาลเมือง
เฉินเซียนจิ้นรอเขาอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้ว เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋มาถึง เขาก็พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่ห้องทำงานของนายกเทศมนตรีจางทันที
ในห้องนอกจากนายกเทศมนตรีจางแล้ว ยังมีชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างผอมเพรียวและสวมแว่นตาด้วย เขาดูอ่อนโยน แต่ก็ดูสง่า
“เสี่ยวเจียงมาแล้ว มาเถอะ ให้ฉันแนะนำ” นายกเทศมนตรีจางชี้ไปที่ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง แล้วพูดว่า “นี่คือผู้อำนวยการหม่าของแผนกโลจิสติกส์”
“สวัสดีครับผู้อำนวยการหม่า ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ก้าวไปข้างหน้าทันทีและกล่าวสวัสดีอย่างสุภาพ
หม่าซู่เอื้อมมือออกมาจับกับเจียงเสี่ยวไป๋ และพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณคือเจียงเสี่ยวไป๋ใช่ไหม ? ฉันได้ยินเถี่ยหลินและเจียงเหอพูดถึงคุณอยู่ แต่ไม่คิดว่าคุณจะยังเด็กมากขนาดนี้ ในที่สุดเราก็ได้เจอกันสักทีนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ท่านผู้นำใจดีมาก ขอบคุณมากครับที่เดินทางข้ามแม่น้ำภูเขาเพื่อมาสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กของเรา ! ”
หม่าซูสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมา “เจ้าหนุ่ม ช่างพูดช่างจาเชียวนะ”
จากนั้น บรรยากาศก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
นายกเทศมนตรีจางรีบเชิญให้ทั้งสองคนนั่งลง
เจียงเสี่ยวไป๋รอให้หม่าซู่นั่งลง แล้วหยิบบุหรี่ออกมายื่นให้ ก่อนจะช่วยจุดบุหรี่ให้ด้วยไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง
เมื่อเห็นว่าหม่าซู่มองมาที่ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในมือของเขา เจียงเสี่ยวไป๋ก็จุดบุหรี่ของเขาต่อ แล้วส่งไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งให้ “คุณเอาไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนี้ไปสิ จะได้มีติดตัวไว้จุดบุหรี่สูบ”
หม่าซู่เล่นกับมันสองครั้งแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเจียง คุณนั้นเก่งจริง ๆ คุณสามารถคิดวิธีปลูกผักนอกฤดูและทำไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งที่น้ำหนักเบาได้อีก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมก็แค่คิดมันขึ้นมาตอนว่าง ๆ น่ะครับ”