ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 798 เยี่ยมชมแหล่งปลูกผักนอกฤดูชุดพิเศษ
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 798 เยี่ยมชมแหล่งปลูกผักนอกฤดูชุดพิเศษ
ตอนที่ 798 เยี่ยมชมแหล่งปลูกผักนอกฤดูชุดพิเศษ
มันเหมือนกับหม่าซู่รู้จักกับเจียงเสี่ยวไป๋มานานแล้วอย่างไรอย่างนั้น เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวเจียง คุณถ่อมตัวมาก ฉันได้ยินมาว่าเจียงเจียกรุ๊ปของคุณมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมมากกว่า 30 แห่ง และคุณก็เป็นที่ปรึกษาของสำนักงานโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง คุณไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวกับฉันขนาดนี้หรอก ! ”
ในตอนนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้ได้ทันทีหลังจากได้ยินคำพูดของหม่าซู่
ที่แท้เหตุผลที่แผนกโลจิสติกส์ของรัฐบาลเทียนจิงให้เขายืมรถบรรทุกทางทหาร 30 คันไม่ใช่เพราะโครงการตะกร้าผักของเทียนจิง แต่เป็นเพราะตระกูลหลิน หรือจะให้พูดตรง ๆ ก็เป็นเพราะไว้หน้าชายชราหลินนั่นเอง
ชายคนนี้ได้เผยความลับของตัวเองออกมาโดยไม่รู้ตัวจนได้ !
แน่นอนว่าแผนกโลจิสติกส์ไม่ได้เมตตาเขา แต่เป็นเพราะไว้หน้าตระกูลหลิน
เขาเข้าใจเรื่องนี้ขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมา เขายิ้มและพูดว่า “มันก็แค่ตำแหน่งในนามเท่านั้น ที่จริงแล้วผมไม่ได้ทำอะไรเลย”
หม่าซู่หัวเราะ เขาตรงเข้าประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อมทันที “ฉันมาที่นี่ในครั้งนี้ก็เพื่อจะมาดูแหล่งปลูกผักนอกฤดูของคุณ คุณพอจะสะดวกบ้างไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมมีเวลาให้คุณตลอดแหละครับ แล้วแต่ว่าผู้อำนวยการจะไปตอนไหน”
หม่าซู่กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ดี ไม่ต้องรีรออะไร คุยกันเสร็จก็ไปได้เลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีปัญหา และตอบตกลงทันที
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภายใต้การจัดการของเมิ่งเสี่ยวเป่ย เฉิงเปิ่นฟู่ได้ติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านทั้งห้าหมู่บ้าน ได้แก่ เจียงวาน เสี่ยวจิงโข่ว หวงเจียหยา ชิงหลง และลู่หยวนผิง งานนี้ได้ทำไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งเขาสามารถพาหม่าซู่ไปเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา
นายกเทศมนตรีจางก็ยืนขึ้นและพูดกับหม่าซู่ว่า “ท่านผู้นำ ผมกับทีมงานจะไปดูสถานที่ปลูกผักนอกฤดูกับคุณด้วย ! ”
หม่าซูโบกมือ “ไม่จำเป็นต้องทำให้มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แค่ฉันกับเสี่ยวเจียงไปดูกันสองคนก็เพียงพอแล้ว”
หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด นายกเทศมนตรีจางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลง จากนั้นเขาก็ส่งทั้งสองคนลงไปชั้นล่าง ขึ้นรถของเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วออกจากศาลากลางไปอย่างรวดเร็ว
“ผู้อำนวยการ คุณมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามขณะขับรถ
“ไม่นานหลังจากที่เรามาถึง นายกเทศมนตรีจางก็โทรหาคุณทันที” หม่าซู่ตอบ
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามว่า “ผู้อำนวยการยังไม่ได้ทานข้าวมาใช่ไหมครับ ? ”
หม่าซู่ยิ้ม “ถ้าคุณไม่พูด ฉันก็คงลืมไปแล้ว พอคุณพูด ฉันก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นเราไปทานข้าวกันก่อน แล้วค่อยไปดูแหล่งปลูกผักนอกฤดูกัน”
“ได้สิ ! ” หม่าซู่ตอบตกลงทันที
พูดจบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ขับรถตรงไปที่ร้านหม้อไฟลาลาลาบนถนนชิงหยุน
ตอนนี้เป็นเวลา 11.00 น. พอดี ยังไม่ถึงเวลาทานข้าวกลางวัน ทำให้ร้านหม้อไฟลาลาลายังไม่มีลูกค้ามากนัก
“ยินดีต้อนรับค่ะคุณลูกค้า ! ”
หลังจากที่ทั้งสองเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับก็ทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่นทันที
เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปที่โต๊ะเล็ก ๆ สำหรับนั่งทานสองคน ก่อนจะนั่งลงแล้วพูดว่า “ที่นี่เป็นร้านหม้อไฟ มันคล้ายกับหม้อไฟเนื้อแกะในเทียนจิงของคุณ คุณทานเผ็ดไหมครับ ? ”
หม่าซู่ยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันทานยังไงก็ได้ คุณเลือกได้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามอีกครั้งว่ามีอะไรที่เขาทานไม่ได้ไหม หม่าซู่ตอบว่าไม่มี เขาจึงสั่งเป็นน้ำซุปหม่าล่าแล้วสั่งวัตถุดิบอีกสิบอย่าง
หลังจากที่พนักงานรับออเดอร์ออกไปแล้ว หม่าซู่ก็พูดว่า “นี่ก็เป็นธุรกิจของคุณเหมือนกันใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “หากผู้อำนวยการอยากจะไปดูแหล่งปลูกผักนอกฤดู คุณก็ต้องมาลองทานผักนอกฤดูก่อน มันจะทำให้เรารู้สึกถึงมันมากขึ้น”
หม่าซู่ตกใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ผักของร้านนี้เป็นผักนอกฤดูกาลงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครับ ที่นี่มีผักนอกฤดูกาลทุกชนิด ซึ่งไม่เพียงแต่ที่นี่เท่านั้น แต่ทุกร้านอาหารในชิงโจวตอนนี้ก็ใช้ผักนอกฤดูกาลเกือบทั้งหมด”
หม่าซู่มีความสุขมากและอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ
ไม่นาน พนักงานก็เริ่มเอาวัตถุดิบมาเสิร์ฟ นอกจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสไลด์ม้วน เนื้อแกะสไลด์ม้วน ผ้าขี้ริ้ว และไส้เป็ดแล้ว ยังมีผักนอกฤดูอีกมากมาย อย่างแตงกวาและผักโขม
เจียงเสี่ยวไป๋และหม่าซู่เดินออกไปผสมน้ำจิ้ม จากนั้นก็กลับมานั่งที่โต๊ะและเริ่มทาน
หม่าซู่ชอบอาหารรสเผ็ดมาก เขาทานอาหารจานแล้วจานเล่า และชมขณะที่ทานว่า “เสี่ยวเจียง หม้อไฟของคุณน่าสนใจยิ่งกว่าหม้อไฟเนื้อแกะในเทียนจิงของเรามาก มันมีของให้เลือกทานมากมาย”
“ใช่แล้ว น้ำจิ้มอันนี้ก็อร่อยมาก”
หม้อไฟก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดให้มากความ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ถามออกมาว่า “ผู้อำนวยการ หลังจากทานผักนอกฤดูพวกนี้แล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง ? ”
หม่าซู่ยิ้มแล้วพูดว่า “มันอร่อยมาก รสชาติเหมือนทานผักตามฤดูกาลเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงแล้วผักนอกฤดูก็ไม่ต่างจากผักตามฤดูกาล เพียงแต่มีคนไม่มากนักที่ปลูกผักเหล่านี้ ชิงโจวของเราเป็นเพียงผู้นำร่อง ในอนาคตผักเหล่านี้อาจจะมีการปลูกไปทั่วประเทศ”
หม่าซู่กล่าวว่า “แต่ในแง่ของธุรกิจ มันหมายถึงการนำหน้าคนอื่นไปหนึ่งก้าว ชิงโจวเป็นผู้นำในการปลูกผักนอกฤดูและเปิดตลาด ฉันเกรงว่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับเมืองอื่นที่จะแข่งขันกับชิงโจวในอนาคต”
“ขอบคุณมากผู้อำนวยการ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจและกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง
คำพูดของหม่าซู่ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากยิ่งขึ้น
ต้องบอกว่า ยิ่งขึ้นไปสู่ระดับที่สูงเท่าไร เวลาสื่อสารขึ้นมา เสียงของคุณก็จะดังยิ่งขึ้น
ต่างจากคนชั้นล่างสุดของสังคม ที่ถึงจะตะโกนดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน
หม่าซู่มีความสุขมากที่ได้เห็นเจียงเสี่ยวไป๋ตอบสนองอย่างรวดเร็วแบบนี้ ทั้งสองพูดคุยกันขณะรับประทานอาหาร จึงทำให้คุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสองกำลังจะทานเสร็จ ลูกค้าก็เริ่มทยอยเข้ามาที่ร้านมากขึ้น
หม่าซู่หยุดพูดและมุ่งความสนใจไปที่การทานหม้อไฟ
ทั้งสองทานเสร็จอย่างรวดเร็ว ตอนที่ออกมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบนมถั่วเหลืองสองสามขวดใส่ในรถเพื่อดื่มแทนน้ำในยามกระหาย
หลังจากขึ้นรถแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถามว่า “ผู้อำนวยการ นายกเทศมนตรีจางบอกคุณเกี่ยวกับแหล่งที่เราจะปลูกผักนอกฤดูให้คุณหรือเปล่า ? ”
หม่าซู่ยิ้ม “หยุดเรียกฉันว่าผู้อำนวยการได้แล้ว เรียกฉันว่าพี่หม่าแทนก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เชื่อฟังที่เขาบอกอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนมาเรียกเขาว่าพี่หม่าทันที
หม่าซู่จึงพูดว่า “ก่อนที่คุณจะมา นายกเทศมนตรีจางบอกฉันว่าคุณได้เลือกห้าหมู่บ้านที่จะเอาไว้ปลูกผักส่งขายให้เราโดยเฉพาะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเราไปที่หมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่วที่ไกลที่สุดก่อน เราจะเริ่มจากไกลไปใกล้”
หม่าซู่พยักหน้า “เอาที่คุณสะดวกได้เลย”
หมู่บ้านทั้งห้าแห่ง ได้แก่ เจียงวาน, เสี่ยวจิงโข่ว, หวงเจียหยา, ชิงหลง และลู่หยวนผิง ล้วนเป็นหมู่บ้านในอำเภอชิงซาน หมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่วอยู่ไกลที่สุด รองลงมาคือหวงเจียหยา จากนั้นก็ลู่หยวนผิง และชิงหลง ส่วนหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดคือเจียงวาน
หมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่วอยู่ห่างจากอำเภอชิงซานประมาณ 20 ลี้ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน แต่เส้นทางไปที่นั่นก็ชัดเจน
รถจี๊ปแล่นผ่านอำเภอชิงซาน เจียงเสี่ยวไป๋ได้ขับตรงไปที่หมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่ว
ถนนสายนี้ไม่ผ่านถนนเส้นที่ไปยังเจียงวาน แต่เป็นถนนอีกเส้น