ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 799 เจียงวานไม่เหมือนหมู่บ้านอื่น
ตอนที่ 799 เจียงวานไม่เหมือนหมู่บ้านอื่น
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋มาถึงหมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่ว เขาก็พบที่สำหรับจอดรถ และแทนที่จะมองหาหัวหน้าหมู่บ้าน แต่เขาและหม่าซู่ก็เริ่มมองดูไปรอบ ๆ บริเวณนั้นก่อน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หมู่บ้านทั้งห้าหมู่บ้านเต็มไปด้วยโรงเรือนกระจก ดังนั้นพวกเขาจึงมองหาโรงเรือนกระจก
นี่เป็นครั้งแรกที่หม่าซู่ได้เห็นโรงเรือนกระจกขนาดใหญ่มากมายกระจัดกระจายไปทั่วภูเขาและที่ราบ ดูเหมือนกับค่ายทหารโบราณ มันน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเขามาก
“ผักนอกฤดูของคุณปลูกในโรงเรือนเหล่านี้เหรอ ? ” หม่าซู่ถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและอธิบายให้เขาฟังสั้น ๆ ถึงหลักการว่าทำไมผักนอกฤดูถึงต้องปลูกในเรือนกระจกแบบนี้
หม่าซู่ตกตะลึง จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่โรงเก็บของขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลแล้วพูดว่า “เข้าไปดูข้างในกันเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมก็ไม่รู้จักผู้คนที่นี่เหมือนกัน ลองไปดูกันก่อนเถอะครับ”
ทั้งสองเดินไปที่นั่น และไม่นานหลังจากที่พวกเขาเดินมา พวกเขาก็ได้ยินเสียง ‘’พวกคุณเป็นใคร ? มาทำอะไรที่นี่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปยังต้นเสียง และเห็นว่าเป็นเกษตรกรเฒ่าคนหนึ่งเดินออกมาจากทุ่งใต้สันเขา โดยมีจอบพาดอยู่บนไหล่ของเขา
“สวัสดีคุณลุง ผมมาจากบริษัทขายผักชิงโจว แซ่ของผมคือเจียง โรงเรือนกระจกแห่งนี้เป็นของคุณลุงใช่ไหม ? ผมจะขอเข้าไปดูหน่อย”
เกษตรกรเฒ่ามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดว่า “บริษัทขายผักเหรอ ? พวกคุณเพิ่งมาเมื่อวานนี้ไม่ใช่เหรอ ? แล้ววันนี้คุณมาที่นี่อีกทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้าไปยื่นบุหรี่ให้กับเกษตรกรเฒ่า แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อวานคือเฉิงเปินฟู่ที่มา เขามาจากบริษัทของเราเอง แต่บริษัทของเรามีหลายแผนกที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน เขามีหน้าที่ติดต่อกับแต่ละหมู่บ้าน”
เขาชี้ไปที่หม่าซู่แล้วพูดว่า “เขาและผมจะมาทำการตรวจสอบโรงเรือนที่นี่ เราสองคนเทียบเท่ากับผู้ตรวจสอบ”
“อ้อ ! ” เกษตรกรเฒ่าดูเหมือนจะเข้าใจและพูดว่า “งั้นพวกคุณก็คือผู้นำ หมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่วยินดีต้อนรับผู้นำทั้งสอง เชิญตรวจสอบโรงเรือนที่นี่ได้ตามสบายเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมืออย่างรวดเร็ว แล้วถามอย่างสุภาพว่า “ลุงครับ ไม่ต้องพูดจาเกรงใจพวกเราขนาดนั้นหรอก แล้วลุงแซ่อะไร ? ”
“อ้อ ! แซ่ของฉันคือหลิว” เกษตรกรเฒ่าพูด “คนในหมู่บ้านเรียกฉันว่า หลิวเหล่าเกิน”
“ที่แท้ก็ลุงหลิวนี่เอง สวัสดีครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายอีกครั้งและพูดว่า “ลุงช่วยพาเราไปชมโรงเรือนกระจกของลุงหน่อยได้ไหมครับ ? ”
“ได้สิ ไม่มีปัญหา ! ” หลิวเหล่าเกินตอบตกลง ก่อนจะพาเจียงเสี่ยวไป๋และหม่าซู่เข้าไปในเรือนกระจกของเขา
ในเรือนกระจกแห่งนี้มีการปลูกมะเขือเทศและแตงกวา ซึ่งเต็มไปด้วยเสาไม้ไผ่ เถามะเขือเทศ และเถาแตงกวาพันขึ้นไปรอบเสาไม้ไผ่ มีมะเขือเทศสีแดง สีเขียว ผลแตงกวาออกเต็มไปหมด ดอกสีเหลืองเล็ก ๆ ของมันกำลังบานสะพรั่งเต็มต้น
เมื่อหม่าซู่เห็นก็ประหลาดใจและพูดว่า “พืชผลดกมาก ! ”
เมื่อเขาพูดด้วยสำเนียงเทียนจิง หลิวเหล่าเกินก็มองเขาด้วยความประหลาดใจและถามว่า “ผู้นำท่านนี้มาจากอีกเมืองเหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ลุงหลิว บริษัทขายผักของเราต้องการขายผักนอกฤดูให้กับเมืองใหญ่อีกมากมาย ดังนั้นเราจึงรับสมัครคนงานที่ไม่ใช่คนในท้องถิ่นจำนวนมาก พวกเขาจำเป็นต้องมาดูแหล่งเพราะปลูกผักนอกฤดูของเราด้วยตาตัวเองก่อน แล้วจึงจะไปคุยกับลูกค้า”
หลิวเหล่าเกินพยักหน้า “การได้เห็นด้วยตาตัวเองจะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่น หลังจากได้เห็นด้วยตัวเองแล้ว คุณก็จะรู้สึกมั่นใจ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ
หม่าซู่เฝ้าดูด้วยความสงสัย และถามหลิวเหล่าเกินถึงวิธีเลือกพันธุ์ผักที่เอามาปลูก หรือใส่ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงในระหว่างขั้นตอนการปลูกหรือไม่ เป็นต้น
หลิวเหล่าเกินสามารถเข้าใจสำเนียงเทียนจิงของเขาได้ แต่หลิวเหล่าเกินพูดได้เพียงสำเนียงชิงโจวเท่านั้น ซึ่งทำให้หม่าซู่ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เขาพูดได้ทั้งหมด ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงต้องทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษา
หม่าซู่รู้สึกว่ามันเสียเวลา สู้ถามเจียงเสี่ยวไป๋โดยตรงจะดีกว่า
หลังจากดูไปสักพัก ทั้งสามก็ออกมาจากเรือนกระจก เจียงเสี่ยวไป๋ก็เอาบุหรี่ให้หลิวเหล่าเกินอีกมวน ก่อนจะขอตัวออกมา
ในหมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่ว ทั้งสองเข้าไปดูเรือนกระจกหลายสิบหลัง เพื่อดูผักนอกฤดูให้ครบเกือบทุกชนิด
ในเวลานี้ หม่าซู่เอ่ยชวนว่า “ไปที่หมู่บ้านต่อไปกันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงทันที
หลังจากนั้น พวกเขาก็ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านทั้งสามแห่ง ได้แก่ หวงเจียหยา, ชิงหลง และลู่หยวนผิง ทีละหมู่บ้านตามลำดับ สถานการณ์ก็คล้ายกับหมู่บ้านเสี่ยวจิงโข่ว พวกเขาก็ยังเลือกดูโรงเรือนกระจกแบบสุ่ม ๆ ประมาณ 20 หลังในแต่ละหมู่บ้าน
ในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงเจียงวาน
ตั้งแต่เมื่อวาน เจียงวานยังไม่มีการเก็บผัก จึงไม่มีใครอยู่หน้าศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้าน
“ที่นี่คือบ้านเกิดของผม เจียงวาน และเป็นหมู่บ้านแรกที่ปลูกผักนอกฤดู ผักที่ส่งไปเทียนจิงก็คือผักของที่นี่ครับ”
เจียงเสี่ยวไป๋จอดรถไว้ที่ลานหน้าศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้าน แล้วพูดขึ้นมา
หม่าซู่มองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากหมู่บ้านทั้งสี่ แม้แต่ถนนก็ยังเป็นถนนลาดยาง”
เขาชี้ไปที่ศูนย์กิจกรรมของชาวบ้านแล้วถามว่า “ที่นี่มีลานแบบนี้ด้วย ซึ่งในหมู่บ้านอื่นไม่มีแบบนี้ มันทำให้มีพื้นที่ในการจอดรถบรรทุกได้สะดวก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายด้วยรอยยิ้ม “เจียงวานเป็นหมู่บ้านนำร่องของโครงการพื้นที่ชนบทใหม่ในชิงโจว ดังนั้นสภาพการเป็นอยู่ในทุกด้านจึงดีกว่าหมู่บ้านอื่น ที่นี่คือศูนย์กิจกรรมของชาวบ้าน ที่ผ่านมาชาวบ้านจะขนผักมาล้าง ชั่ง และเอาใส่รถบรรทุกที่นี่ ในอนาคตผักทั้งหมดที่เราจะส่งไปให้คุณจะถูกขนมาที่นี่ก่อน เพื่อเอาใส่รถบรรทุก พวกเราจะนำรถไปขนผักจากหมู่บ้านอื่นมายังที่นี่”
หม่าซู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่คือบ้านเกิดของคุณ งั้นฉันจะดูให้ละเอียดเสียหน่อย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหาครับ ขึ้นไปกันเถอะ ! ”
ทั้งสองเดินขึ้นไปบนเนินเขา พร้อมทั้งพูดคุยและหัวเราะกันไปตลอดทาง
“เสี่ยวไป๋ ทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็วจัง ? ”
ไม่ไกลนัก พวกเขาก็ได้พบกับเหลียงซิ่วหยู เธอทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
“พี่ซิ่วหยู ผมพาเพื่อนมาดูโรงเรือนปลูกผักนอกฤดูของชาวบ้าน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบ
เหลียงซิ่วหยูกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องไปที่ทุ่งด้านหลัง พริกในเรือนกระจกทั้งหมดถูกเก็บมาหมดแล้ว และพริกที่เพิ่งปลูกใหม่ก็เพิ่งจะออกดอก”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินสิ่งนี้ เขาก็พูดว่า “ไม่เป็นไร ถ้าผมไปที่อื่นมันก็เหมือนกันหมด เพราะหมู่บ้านของเราเพิ่งเก็บผักขายไป”
เหลียงซิ่วหยูกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ฉันคงไม่ไปกับคุณแล้วล่ะ คุณไปหาเฉินหยวนเซิ่งที่นั่นได้เลย เขาอยู่ในโรงเรือนพอดี”
ขณะที่เธอพูด เธอก็ชี้ไปยังโรงเรือนหลังหนึ่ง
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเธอและพาหม่าซู่ตรงไปที่โรงเรือนกระจกของเฉินหยวนเซิ่ง
“อ่า เสี่ยวไป๋ คิดยังไงถึงมาที่นี่ ? ”
เฉินหยวนเซิ่งกำลังกำจัดวัชพืชในโรงเรือนอยู่ เขาดูประหลาดใจและมีความสุขที่ได้เห็นเจียงเสี่ยวไป๋มา
เมื่อเขาเห็นคนที่ไม่รู้จักมากับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ยิ้มและพูดว่า “พาเพื่อนมาชมโรงเรือนของเราสินะ ! ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เริ่มทักทายหม่าซู่”สวัสดีสหาย ยินดีต้อนรับสู่เจียงวาน ตามสบายเลยนะ ! ”
หม่าซู่ตอบด้วยรอยยิ้ม “สวัสดี ฉันไม่ได้รบกวนคุณใช่ไหม ? ”
เฉินหยวนเซิ่งยิ้ม และพูดว่า “ไม่เป็นไร เพื่อนของเสี่ยวไป๋ถือว่าเป็นแขกผู้มีเกียรติสำหรับพวกเราชาวเจียงวานอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องสุภาพ ที่นี่ก็เหมือนกับบ้านของคุณอีกหลังนั่นแหละ”