ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 812 พูดรวบรัด
ตอนที่ 812 พูดรวบรัด
รองนายกเทศมนตรีถังพยักหน้า บอกให้เจียงเสี่ยวไป๋นั่งลงแล้วพูดว่า “ฉันมีเวลาแค่ 20 นาทีเท่านั้น เลทได้มากสุดแค่ 5 นาที”
โดยทั่วไปแล้วเวลางาน ผู้นำจะไม่มีทางเปลี่ยนกำหนดการที่กำหนดไว้ เว้นแต่จะมีเรื่องเร่งด่วนหรือเรื่องที่สำคัญเป็นพิเศษ
การที่เขาเลทให้ได้ 5 นาทีก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่ารองนายกเทศมนตรีถังเชื่อมั่นในเจียงเสี่ยวไป๋แค่ไหน
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเขาและนั่งลง ก่อนจะพูดว่า “งั้นผมจะพูดรวบรัดเลยแล้วกัน เวลาแค่นี้มันคงไม่พอที่จะรายงาน ไว้เราค่อยไปคุยกันที่สปานวดเท้าหลังจากที่คุณเลิกงานแล้ว”
เมื่อรองนายกเทศมนตรีถังได้ยินแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก
เขาประเมินว่าเจียงเสี่ยวไป๋คงไม่ได้มีเรื่องอะไรจะมารายงาน และมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือเท่านั้น
เขาจึงให้เฉิงเสี่ยวเหว่ยออกมาบอกเจียงเสี่ยวไป๋ว่าเขากำลังจะออกไปข้างนอก และมีเวลาคุยด้วยเพียงเล็กน้อย
เพราะถ้าเขาบอกเเบบนี้อออกมา เขาคาดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะต้องหาเรื่องมารายงานเขาก่อน จากนั้นจึงจะขอความช่วยเหลือในตอนท้าย
“ถ้าคุณต้องการอะไรก็แค่พูดมาตามตรง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน “ถูกต้องครับ ผมต้องการให้ผู้นำช่วยหารถให้ผมสักสองสามคัน”
รองนายกเทศมนตรีถังตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “คุณเอาผักนอกฤดูไปแลกรถบรรทุก 400 คันจากจี้หนาน หยางโจว ฉางซา อู๋ตู และเป่าติ้งมาเเล้วไม่ใช่เหรอ ? ”
“แล้วทำไมคุณถึงยังให้ฉันหารถให้อีกล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ท่านผู้นำเข้าใจผมผิดไป ผมไม่ได้จะเอารถบรรทุกหนัก แต่ผมต้องการรถจี๊ป”
รองนายกเทศมนตรีถังจะขมวดคิ้วและถามว่า “คุณจะเอารถจี๊ปไปทำอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ขณะนี้เจียงเจียกรุ๊ปมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทางบริษัทควรใส่ใจกับภาพลักษณ์ขององค์กรให้มาก และจัดเตรียมรถยนต์ให้กับเหล่าผู้บริหาร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังให้พวกเขาทำงานได้สะดวกอีกด้วย”
รองนายกเทศมนตรีถังพยักหน้า “เเล้วคุณต้องการอีกกี่คันล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นมือออกแล้วพูดว่า “ห้าคันก็เพียงพอแล้วครับ ! ”
ในบริษัทมีรถยนต์นำเข้าจำนวน 12 คัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้โหยวโหย่วหยู ถานชิงซาน เย่กวงโต้ว เปากันฉวน และผู้บริหารระดับสูงคนอื่น เขาจึงวางเเผนที่จะซื้อรถจี๊ปเพิ่ม
รองนายกเทศมนตรีถังคิดอยู่พักหนึ่ง ที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวไป๋ได้ซื้อรถบรรทุกคันใหญ่ด้วยเงินตัวเองทั้งหมด นี่ถือได้ว่าเป็นการช่วยลดความกังวลของทางเทศบาลชิงโจวลงไปอย่างมาก ก็สมควรที่จะอนุมัติการซื้อรถจี๊ปให้เขาสักหน่อย เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม ฉันเข้าใจแล้ว อีกไม่กี่วันก็ไปที่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและการค้าเพื่อรับรถได้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่คาดคิดว่ารองนายกเทศมนตรีถังจะยอมช่วยง่ายดายขนาดนี้
“ขอบคุณท่านผู้นำ ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ “คุณทำหลายอย่างเพื่อชิงโจวของเรา ดังนั้นฉันก็ควรสนับสนุนคุณบ้าง”
เขาเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เเล้วคุณมีอะไรให้ฉันช่วยอีกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าคุณว่างเมื่อไหร่ ผมจะนัดหมายคุณกับนายกเทศมนตรีจางพร้อมกัน เพื่อรายงานความคืบหน้าให้พวกคุณทราบ”
รองนายกเทศมนตรีถังตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขาจะผิดไป
ยิ่งไปกว่านั้นนายกเทศมนตรีจางยังต้องถูกเชิญให้มาฟังด้วยกัน
เป็นไปได้ไหมว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังวางแผนงานใหญ่อยู่ ?
เขาทำทีเป็นหัวเราะอย่างเฉยชา “ทำไมคุณต้องเรียกฉันกับนายกเทศมนตรีจางมาฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วันปีใหม่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งการเฉลิมฉลองก็กินเวลาไปกว่าหนึ่งเดือน ทางบริษัทจึงวางแผนที่จะทำอะไรบางอย่างก่อนปีใหม่เพื่อสร้างรายได้ครั้งใหญ่ให้กับชิงโจวของเรา ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังเกิดความสนใจ แต่ก็ยังแกล้งถามไปแบบนั้น “เเล้วคุณวางแผนที่จะสร้างรายได้ประมาณเท่าไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ประมาณ 500 ล้านหยวนครับ ! ”
“เท่าไหร่นะ ? ” รองนายกเทศมนตรีถังหูผึ่ง เขาหันกลับมาจ้องเจียงเสี่ยวไป๋ทันที “คุณพูดว่าเท่าไหร่นะ ? ”
“500 ล้าน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างใจเย็น
รองนายกเทศมนตรีถังกำหมัดแน่นเพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้ยินถูกต้อง
“คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ? ”
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเงินเข้ามาในบริษัทให้ได้ห้าร้อยล้านหยวนในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้
ในปีที่ผ่านมา ต่อให้นับรวมยอดขายรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 30 อันดับแรกในชิงโจวเข้าด้วยกัน ก็ยังไม่สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 500 ล้านหยวนในหนึ่งเดือนเลย
หากเจียงเจียกรุ๊ปสามารถสร้างยอดขายห้าร้อยล้านหยวนได้ภายในเวลาหนึ่งเดือนจริง ๆ เมืองชิงโจวคงจะเริ่มต้นปี 1984 ได้ดีอย่างแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผู้นำ ผมจะล้อเล่นกับคุณได้อย่างไร คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น”
ทันใดนั้น รองนายกเทศมนตรีถังรู้สึกหายใจเร็ว “เอาล่ะ งั้นรับบอกฉันมาตอนนี้เลย ฉันจะยกเลิกธุระข้างนอกก็แล้วกัน”
เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ายอดขาย 500 ล้านหยวนของเจียงเสี่ยวไป๋ก่อนสิ้นปีนี้แล้ว
รองนายกเทศมนตรีถังตัดสินใจอย่างเด็ดขาดทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ท่านผู้นำ ไม่เป็นไรครับ คุณทำงานตามตารางงานของคุณเถอะ ผมแค่จะมาบอกคุณล่วงหน้าถึงแผนการนี้ เมื่อถึงเวลา ผมจะมารายงานให้คุณและนายกเทศมนตรีจางฟังร่วมกัน”
รองนายกเทศมนตรีถังรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินประโยคนี้ และพูดว่า “คุณยังทำแผนไม่เสร็จด้วยซ้ำ แต่คุณกล้าพูดว่าคุณสามารถทำยอดขายได้ 500 ล้านหยวนภายในเวลาหนึ่งเดือนงั้นเหรอ ? ”
เขารู้ดีถึงกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมในเครือเจียงเจียกรุ๊ปว่าไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาได้มากขนาดนั้นในเวลาหนึ่งเดือนแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เรามีแผนการที่แน่นอนอยู่แล้วครับ แค่ต้องใช้เวลาในการกำหนดรายละเอียดเพื่อนำไปใช้”
รองนายกเทศมนตรีถังพยักหน้ารับ “ตกลง งั้นฉันจะออกไปก่อน หลังจากที่คุณทำตามแผนเสร็จแล้ว ให้มาที่หน่วยงานของเราโดยเร็วที่สุด”
“ไม่มีปัญหาครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงทันที
ทั้งสองเดินออกไปด้วยกันและตรงไปที่ห้องทำงานของเฉิงเสี่ยวเหว่ย แต่รองนายกเทศมนตรีถังก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นฉงไห่เยี่ยนยังคงอยู่ที่นั่น เขาไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเรียกเฉิงเสี่ยวเหว่ยออกไปกับเขา
เจียงเสี่ยวไป๋และฉงไห่เยี่ยนเดินตามพวกเขาลงไปชั้นล่าง
ฉงไห่เยี่ยนกล่าวว่า “ไปนั่งคุยกันในห้องทำงานของคุณไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมมีร้านแถวถนนเหมี่ยววาน คุณไปที่นั่นกับผมได้นะครับ ! ”
ฉงไห่เยี่ยนเห็นด้วย
ทั้งสองขึ้นรถคนละคัน เจียงเสี่ยวไป๋ได้ขับนำออกไปก่อน ส่วนรถของฉงไห่เยี่ยนก็ขับตามไป ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงลานเล็ก ๆ หน้าสปานวดเท้าและชงชา
หลังจากที่ฉงไห่เยี่ยนลงจากรถ เธอก็บอกกับคนขับว่า “ไปกินข้าวก่อนเลย แล้วค่อยมารับฉันในอีกสองชั่วโมง”
คนขับรับคำแล้วขับรถออกไป
จากนั้น ฉงไห่เยี่ยนก็มองไปรอบ ๆ และพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ร้านของคุณค่อนข้างสะอาด ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “นี่เป็นเหมือนจุดต้อนรับของเจียงเจียกรุ๊ป เอาไว้มาคุยเรื่องต่าง ๆ เพราะที่นี่เงียบสงบ”
ฉงไห่เยี่ยนยิ้มและพูดว่า “คุณเก่งจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีจุดต้อนรับของบริษัทด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ขณะนี้บริษัทมีธุรกิจมากขึ้น ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อนรับคู่ค้ามากขึ้น การมีสถานที่แบบนี้จะสะดวกขึ้นมาหน่อย”
ขณะที่พูดคุย ทั้งสองก็เดินผ่านประตูร้านเข้าไป
“ยินดีต้อนรับค่ะ ! ”
พนักงานต้อนรับโค้งคำนับทักทายทั้งสอง หลังจากเงยหน้าขึ้น หนึ่งในนั้นก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณและแขกจะดื่มชาหรือนวดเท้าก่อนดีคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นวดเท้าก่อน”
สองสามวันที่ผ่านมาเขายุ่งมาก จึงอยากหาอะไรผ่อนคลายเสียหน่อย
“เอาล่ะ เชิญมาเปลี่ยนรองเท้าตรงนี้ก่อนค่ะ”
พนักงานต้อนรับนำทั้งสองคนไปที่โต๊ะหลุมไฟ
ในเวลานี้ ฉงไห่เยี่ยนก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย อะไรคือการนวดเท้า ?
แต่เธอไม่ได้พูดอะไรและตามเจียงเสี่ยวไป๋ไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อทั้งสองมาถึงโต๊ะหลุมไฟ เฉินซินเห็นทั้งสองคนจึงเข้ามาทักทาย
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋แนะนำเฉินซินให้รู้จักกับฉงไห่เยี่ยน เขาก็ถามหาภรรยา “วันนี้ประธานหลินไม่ได้มาที่นี่เหรอ ? ”
เฉินซินส่ายหน้า “วันนี้ประธานอยู่ที่สำนักงานของโรงงานเครื่องปรุงรสค่ะ ยังไม่ได้มา”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ถามอะไรอีก หลังจากที่เขาและฉงไห่เยี่ยนเปลี่ยนรองเท้าแล้ว พวกเขาก็ตรงไปที่สวนด้านหลังและเข้าไปในห้องนวด