ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 818 ถือไพ่เหนือกว่า
ตอนที่ 818 ถือไพ่เหนือกว่า
นายกเทศมนตรีจางดูเหมือนจะคาดคิดสถานการณ์นี้ไว้แล้ว
คนในระบบมักจะมีแนวคิดอยู่แต่ในกรอบ ในแง่ของความคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรม พวกเขาไม่สามารถเทียบกับเจียงเสี่ยวไป๋ได้จริง ๆ
“ช่างเถอะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจียงเสี่ยวไป๋เถอะ ! ” นายกเทศมนตรีจางถอนหายใจและพูดอย่างช่วยไม่ได้
รองนายกเทศมนตรีถังพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด “แต่เขาคิด 50,000 หยวนเลยนะครับ ซึ่งไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย ! ”
นายกเทศมนตรีจางเองก็รู้สึกทุกข์ใจไม่ต่างกัน แต่เขาก็พูดว่า “เหล่าถัง ลองคิดดู วิดีโอนี้เป็นดั่งภาพลักษณ์ของเมืองชิงโจว ในคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ เงินเพียงแค่นี้คุ้มค่ามาก หากมันทำให้เมืองของเรามีภาพลักษณ์ที่ดี”
รองนายกเทศมนตรีถังคิดทบทวนถึงประเด็นนี้ ก็จริง เพราะโอกาสในการโปรโมตภาพลักษณ์ที่มณฑลจีนตอนกลางไม่ได้มีมาบ่อย ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขาทำไป ! ”
เขาพูดออกมา “ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเขาจะสร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองออกมาแบบไหน เขาถึงกล้าเรียกเงินตั้ง 50,000 หยวน ! ”
นายกเทศมนตรีจางทำหน้ามุ่ยและส่งสัญญาณให้รองนายกเทศมนตรีถังใช้โทรศัพท์ของเขาติดต่อไปหาเจียงเสี่ยวไป๋
“ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ? ” รองนายกเทศมนตรีถังพึมพำออกมา
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม “เขาไม่ได้อยู่ในออฟฟิศของโรงงานเครื่องปรุงหรอก แต่น่าจะอยู่ที่สปา”
รองนายกเทศมนตรีถังพยักหน้า และโทรไปที่สำนักงานของโรงงานเครื่องปรุงรสก่อน แต่ก็ไม่มีใครรับสาย
จากนั้น เขาก็โทรไปที่ร้านสปาเท้าต่อ
คราวนี้มีคนรับสายอย่างรวดเร็ว และคนที่รับสายก็คือเฉินซิน
“ฉันชื่อถังจิงเทียน เจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่นั่นหรือเปล่า ? ”
รองนายกเทศมนตรีถังถามออกมาทันที
เฉินซินกล่าวทันที “สวัสดีค่ะรองนายกเทศมนตรีถัง ผู้ช่วยเจียงอยู่ที่นี่ค่ะ”
รองนายกเทศมนตรีถังกล่าวว่า “คุณช่วยเรียกเขามาคุยกับฉันที”
เฉินซินกล่าวว่า “นายกเทศมนตรีถัง งั้นกรุณารอสักครู่นะคะ ผู้ช่วยเจียงกำลังนวดเท้าอยู่ ! ”
อ่า ?
รองนายกเทศมนตรีถังตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยความไม่พอใจ “รีบไปหาเขา แล้วบอกว่าฉันต้องการจะคุยสายด้วย ด่วน ! ”
“โอ้ ได้ค่ะ ๆ ! ” เฉินซินตอบรับแล้วพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีถัง งั้นฉันขอวางสายก่อนนะคะ ฉันจะให้ผู้ช่วยเจียงโทรหาคุณในภายหลัง”
“แค่นี้ก่อนนะคะ รองนายกเทศมนตรีถัง ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็รีบวางสาย แล้วเดินไปที่โต๊ะหลุมไฟ มองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความชื่นชม และพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณนี่เก่งจริง ๆ คุณรู้ได้อย่างไรว่ารองนายกเทศมนตรีถังจะโทรมาหาคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋ชงชาแล้วพูดอย่างสบาย ๆ “เรื่องเล็กน้อยน่ะ พวกเขาแค่กังวลไปเอง”
เฉินซินกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่คุณเรียกว่าถือไพ่เหนือกว่าสินะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและมองไปที่เฉินซิน ดูแล้วเด็กคนนี้สามารถสอนได้จริง ๆ
ที่จริงแล้วเขาไม่ได้นวดเท้าเลย
เพราะเขาเพิ่งนวดเท้าไปเมื่อวานนี้ แล้ววันนี้เขาจะนวดเท้าอีกทำไม ?
เฉินซินกล่าวว่า “แล้วคุณจะโทรหารองนายกเทศมนตรีถังในภายหลังไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “อย่ากังวล ฉันขอสูบบุหรี่ก่อนก็แล้วกัน”
เฉินซินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง เขาเป็นถึงรองนายกเทศมนตรี ไม่ควรปล่อยให้เขารอนานแบบนี้นะคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณไม่ได้ถามว่าเขาอยู่ที่ไหน ถ้าขืนโทรไปที่สำนักงานของเขาในตอนนี้ เขาคงไม่อยู่ที่นั่นแน่นอน”
……
ในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีจาง
รองนายกเทศมนตรีถังมองไปที่โทรศัพท์ที่วางอยู่ด้วยสีหน้าสับสน
นายกเทศมนตรีจางประหลาดใจและพูดว่า “เหล่าถัง เกิดอะไรขึ้น ? ”
ในที่สุด รองนายกเทศมนตรีถังก็ได้สติกลับมา “เด็กนั่นไปนวดเท้า เฉินซินวางสายไป โดยบอกว่าจะให้เขาโทรกลับมาในภายหลัง”
นายกเทศมนตรีจางอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ “ดูสิ เขาบอกเราว่าเขายุ่ง แต่สุดท้ายก็วิ่งไปนวดเท้าซะได้ ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังพูดด้วยความโกรธ “ใช่ เฉินซินก็เหมือนกัน เธอกล้าวางสายฉัน ไปเรียกเขามาคุยสายไม่ได้หรือไง ? ”
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “ช่างเถอะ งั้นก็รอต่อไป ! ”
ทั้งสองรอประมาณสี่ถึงห้านาที แต่ก็ไม่มีใครโทรมาเลย
รองนายกเทศมนตรีถังพูดออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ “ทำไมเด็กนี่ยังไม่โทรมาอีก ? ”
นายกเทศมนตรีจางขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ว่าเขาโทรไปที่เบอร์คุณใช่ไหม ? ”
จากนั้น รองนายกเทศมนตรีถังก็จำได้ว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้บอกว่าให้โทรกลับมาที่สำนักงานของนายกเทศมนตรีจาง
กริ๊งงงงง !
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
รองนายกเทศมนตรีถังรีบเดินไปรับสายและได้ยินเสียงของเจียงเสี่ยวไป๋ดังมาจากปลายสาย “นายกเทศมนตรีจาง ผมเจียงเสี่ยวไป๋ รองนายกเทศมนตรีถังอยู่ที่ห้องทำงานของคุณหรือเปล่า ? ”
รองนายกเทศมนตรีถังพูดด้วยความโกรธ “ฉันถังจิงเทียนเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวออกมาทันที “สวัสดีครับรองนายกเทศมนตรีถัง ผมโทรไปที่สำนักงานของคุณแล้ว แต่ไม่มีใครรับสายเลย”
รองนายกเทศมนตรีถังกล่าวว่า “หยุดพูดเรื่องนั้นเถอะ มาที่นี่หน่อยสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รองนายกเทศมนตรีถัง ผมเพิ่งออกจากที่นั่นมาได้ไม่นานนี้เองนะ ผมมีตารางงานที่ต้องไปทำแล้ว จึงแวะมานวดเท้าเพื่อผ่อนคลาย และจะไปทำงานต่อ ถ้าคุณต้องการอะไร คุยผ่านทางโทรศัพท์ก็ได้ เพราะงานนี้ค่อนข้างใหญ่ ผมทำอะไรชักช้าไม่ได้”
ปากของรองนายกเทศมนตรีถังกระตุก “ฉันจะให้คุณทำวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองให้ ! คุณช่วยมาคุยรายละเอียดกับเราก่อนเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “เรื่องนี้เองหรือ ? ไม่ต้องไปคุยถึงสำนักงานหรอก แค่พูดมา ผมก็จะเขียนบทเอาไปให้ ส่วนคุณก็ไปขอให้ผู้กำกับเจิ้งหาคนมาถ่ายทำได้เลย”
รองนายกเทศมนตรีถังกล่าวว่า “คุณจะไม่เซ็นสัญญาอะไรเลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หากได้รับอนุญาตจากรองนายกเทศมนตรีถังแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ผมขอทำงานก่อน ถ้าโอนเงินมาแล้ว ผมก็จะรีบเขียนบทไปให้ทันที”
รองนายกเทศมนตรีถังถามว่า “แล้วจะเริ่มทำเมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าโอนเงินมาวันนี้ ผมก็จะเขียนบทให้ภายในวันนี้ พรุ่งนี้ก็เริ่มถ่ายทำได้เลย ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา แค่นี้แหละ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็วางสายโทรศัพท์ลงอย่างแรง
นายกเทศมนตรีจางมองไปที่รองนายกเทศมนตรีถัง แล้วพูดว่า “เขาบอกว่าเขาสามารถเขียนบทให้เสร็จภายในหนึ่งวัน หลังจากที่เราโอนเงินไปให้ และเริ่มถ่ายทำได้เลย”
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม “ในเมื่อเขาตกลงแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ปล่อยเขาทำไป เราแค่ไปบอกเจิ้งเจียฮุ่ยล่วงหน้าก็พอ”
รองนายกเทศมนตรีถังพยักหน้า
หลังจากพูดคุยกับนายกเทศมนตรีจางอีกสองสามคำ เขาก็ขอตัวออกมา
ในอีกด้านหนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างสบาย ๆ หลังจากวางสายโทรศัพท์ไป
เสร็จแล้ว !
จากนี้ก็แค่โทรไปหาแผนกสื่อของบริษัท
ซึ่งคนที่รับโทรศัพท์คือมู่เสี่ยวชิง
“ฉันเจียงเสี่ยวไป๋ ขอสายเย่กวงโต้วหน่อย”
“สวัสดีผู้ช่วยเจียง กวงโต้วไปโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็เข้าใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็มาที่สปานวดเท้าบนถนนเหมี่ยววานที”
“ได้ค่ะ ! ” มู่เสี่ยวชิงตอบตกลงและวางสายโทรศัพท์ไป
เธอมาถึงร้านหลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ทำไมคุณถึงใช้เวลาเดินทางมาที่นี่นานขนาดนี้ ? ”
มู่เสี่ยวชิงพูดอย่างเขินอายเล็กน้อย “ผู้ช่วยเจียง ฉันต้องขอโทษด้วย เหมี่ยววานค่อนข้างไกลจากแผนกของเรา และไม่มีรถประจำทาง ฉันลงจากรถบัสที่ถนนชิงโจวแล้วก็เดินเข้ามาที่นี่”
ในปี 1983 นอกจากรถประจำทางแล้ว ในเมืองชิงโจวก็ไม่มีรถรับส่งอื่นให้บริการอีกเลย
เจียงเสี่ยวไป๋จำได้ว่าจะเป็นแบบนี้ไปจนกระทั่งช่วงปลายปี 80 และต้นปี 90 รถสามล้อปั่นเริ่มเปิดให้บริการ ชาวบ้านเรียกมันว่า “รถซาเล้ง ! ”
ต่อมาหลังจากรถซาเล้งได้รับความนิยม มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็เปิดให้บริการเพิ่มอีก เรียกว่า “วินมอเตอร์ไซค์ ! ” ขณะเดียวกันก็มีรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้าง ที่สามารถรับส่งของได้ปรากฏขึ้นมา ผู้คนเรียกมันว่า “รถสามล้อไฟฟ้า ! ”
จนกระทั่งช่วงปลายปี 90 รถ “ซีตรอง ฟูกัง” และ “ซูชูกิ” ก็ปรากฏตัวตามถนนและตรอกซอกซอยของเมืองชิงโจว
เจียงเสี่ยวไป๋ตระหนักได้อีกครั้งถึงการคมนาคมขนส่งที่ไม่สะดวกสบายในปัจจุบัน โดยคิดว่าเมื่อสถานีขนส่งเปิดให้บริการ เขาควรจะออกรถตู้สักสองสามคัน และเปิดให้บริการรับส่งผู้คนในเมืองก่อนดีไหม ?
อย่างน้อยก็สามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนที่เดินทางได้