ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 897 หนูภูมิใจในตัวป่าป๊า
ตอนที่ 897 หนูภูมิใจในตัวป่าป๊า
จางอี้เต๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่ เมื่อคืนก่อน เจียงเจียกรุ๊ปได้จัดงานแสดงดอกไม้ไฟที่จัตุรัสหงซาน หนูเห็นมันหรือเปล่า ? ”
หลินเจียลี่พยักหน้า “หลายคนที่มหาวิทยาลัยได้เดินออกมาดูดอกไม้ไฟที่สนาม แต่หนูไม่คาดคิดเลยว่าพวกคุณจะเป็นคนจุดมัน”
เมื่อพูดถึงดอกไม้ไฟในคืนนั้น แม้แต่ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนก็ไม่มีความกดดันอีกต่อไป ทั้งคู่ต่างพูดด้วยความตื่นเต้น
“ดอกไม้ไฟสวยมากเลยนะคะ ! ”
“ฉันไม่เคยเห็นดอกไม้ไฟมากมายขนาดนี้มาก่อน ! ”
เจียงชานได้พูดแทรกขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจว่า “น้าหรง น้าฉู่ ป่าป๊าของหนูเป็นคนออกแบบดอกไม้ไฟเหล่านี้เองค่ะ ! ”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนรีบหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความชื่นชม
“พี่เขย คุณคือคนที่ออกแบบดอกไม้ไฟพวกนั้นจริง ๆ เหรอ ? ”
“พี่เขย ทำไมคุณถึงรู้ทุกอย่างและเก่งทุกเรื่องแบบนี้นะ ? ”
“รู้อะไรไหม ฉันชอบดอกไม้ไฟพวกนั้นมาก ! ”
“ฉันไม่เพียงแต่ชอบเท่านั้นนะ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยหลายคนก็ชอบเหมือนกัน พวกเขาพูดถึงดอกไม้ไฟในคืนนั้นมาสองวันติดแล้ว”
“……”
พวกเธอทั้งสองคุยออกมาไม่หยุดและรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
แม้แต่หลินเจียลี่ที่ไม่ชอบขี้หน้าเจียงเสี่ยวไป๋ก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาเหลือเชื่อ
เธอชอบดอกไม้ไฟเหล่านั้นมาก !
เธอฝันมาตลอดว่าสักวันจะมีคนจุดดอกไม้ไฟเต็มท้องฟ้าเพื่อเธอเหมือนในนิยายรักแสนหวานที่เธอเคยอ่านมา มีดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นตรงหน้า หญิงสาวคนไหนบ้างที่จะไม่ฝันหวานแบบนี้ ?
เธอยังจินตนาการว่าคนที่จะสามารถสร้างดอกไม้ไฟอันยอดเยี่ยมแบบนี้ขึ้นมาได้จะต้องเป็นคนที่โรแมนติกมากแน่ ๆ
แต่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคนที่เธอจินตนาการว่าเป็นคนที่โรแมนติกคนนั้นจะเป็นพี่เขยของเธอเอง
“อะไรจะขนาดนั้น ! ”
“พวกเธอไม่เคยเห็นดอกไม้ไฟหรือไง ? ”
หลินเจียลี่พึมพำอยู่ในใจ ก่อนจะขัดจังหวะการพูดคุยของเพื่อนทั้งสองคนของเธอว่า “รีบกินเถอะ ปลาแสนอร่อยพวกนี้จะเย็นหมดแล้ว”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนเงียบไปทันทีและรีบกินข้าวในจานของพวกเธออย่างเงียบ ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียจวิน และติงจวิ้นเจี๋ยดื่มและพูดคุยกันอย่างมีความสุขขณะทานอาหารไปด้วย
หลังจากที่กินดื่มกันไปพอประมาณแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดกับหลินเจียจวินว่า “อย่างไรก็เถอะ พี่จวิน ลี่ลี่ และน้องสาวของผมจะกลับไปที่ชิงโจววันมะรืนนี้ พี่ช่วยซื้อตั๋วเครื่องบินให้พวกเธอได้ไหม ? ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อกลับถึงบ้านฉันจะบอกพี่สะใภ้ให้ หากนายไปที่สนามบินก็รับตั๋วที่นั่นได้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
หลินเจียจวินกล่าวต่อว่า “ตอนเที่ยง เย่กวงโต้วมาหาฉันและขอให้ฉันแนะนำพี่รองและพี่สะใภ้ให้เขา เขาบอกว่านายใช้ให้เขามาเจรจาเกี่ยวกับการทำสัญญาเช่าพื้นที่โฆษณาของสนามบินและสถานีรถไฟ นายกำลังจะทำอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมบอกให้เขาไปหาพี่เอง”
หลินเจียจวินส่ายหัว “ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่นายสามารถมาคุยเรื่องนี้กับพี่รองและพี่สะใภ้เองได้ ทำไมนายไม่มาคุยเอง ใช้เย่กวงโต้วมาเจรจาให้มันยุ่งยากทำไม ? นายกำลังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ลำบากเสียเปล่า ๆ ”
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางยอมรับว่าเขาหางานเพื่อถ่วงเวลาเย่กวงโต้วเท่านั้น เขาจึงยิ้มและพูดว่า “ผมกำลังให้เขาทำความรู้จักกับผู้คนให้มากขึ้น ประเทศของเราใหญ่มาก และไม่ได้มีแค่เจียงเฉิงเท่านั้นที่มีสนามบินและสถานีรถไฟ เขาต้องทำงานนี้ด้วยตัวเอง เพื่อที่ว่าในอนาคตเขาจะไปเจรจาที่ไหนก็ไปได้ทั่วประเทศ”
“เพราะถ้าผมคุยเรื่องนี้กับพี่เจียปิงและพี่สะใภ้ เขาคงจะไม่ได้ใช้ความสามารถที่ตนเองมี”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “นายย่อมมีเหตุผลของนายเสมอ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างไม่ถ่อมตัว “ถูกต้อง หากไม่ทำแบบนี้ เจียงเจียกรุ๊ปก็คงไม่พัฒนาเร็วขนาดนี้”
เจียงชานได้ยินจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “หนูภูมิใจในตัวป่าป๊ามาก”
“ป่าป๊าเคยสอนหนูว่าคนเราจะต้องถ่อมตัว รอบคอบ ไม่หยิ่งผยอง ไม่ใจร้อน และไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ต้องทำงานหนักต่อไป ใช่ไหมคะ ? ”
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เธออย่างว่างเปล่าหลังจากได้ยินเจ้าตัวเล็กพูดออกมา
เด็กตัวเล็ก ๆ แค่นี้แต่กลับสามารถจำคำสอนที่ซับซ้อนของพ่อเธอได้ขึ้นใจ
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา “อย่าได้ภูมิใจกับเรื่องแค่นี้เลย พ่อแค่ล้อเล่นกับลุงสามของหนูก็เท่านั้น”
เจียงชานพูดว่า “อ้อ” และพึมพำ “อย่างไรก็ตามความภาคภูมิใจมักทำให้ผู้คนถดถอย แต่หนูก็ภูมิใจในตัวป่าป๊าค่ะ”
“เพราะหนูภูมิใจแค่ป่าป๊าของหนูเท่านั้น ! ”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาหลังจากได้ยินที่เธอพูด
จากนั้น เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็คิดได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ขอให้เย่กวงโต้วไปทำสัญญาเช่าพื้นที่โฆษณาที่สนามบินและสถานีรถไฟ เธอจึงถามว่า “ผู้ช่วยเจียง ทำไมคุณถึงอยากได้พื้นที่โฆษณาในสถานที่เหล่านี้กะทันหันแบบนี้คะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มันไม่ใช่ความคิดที่กะทันหัน แต่เนื่องจากตอนนี้เจียงเจียกรุ๊ปมีเงินทุนเพียงพอและสามารถเตรียมการเพิ่มเติมสำหรับอนาคตได้”
แต่แม้ว่าจะเข้ายึดพื้นที่โฆษณาในตอนนี้ ก็อาจจะไม่สามารถทำเงินได้มาก เพราะท้ายที่สุดแล้วปัจจุบันผู้คนยังไม่ตระหนักถึงการโฆษณา การแข่งขันก็ยังไม่รุนแรงมากนัก และความต้องการที่จะเช่าพื้นที่โฆษณาก็มีไม่มาก
แต่ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ
เพราะการทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทโฆษณาทราบถึงคุณค่าของพื้นที่โฆษณา และใช้ประโยชน์จากมันทำเงินมหาศาลด้วยต้นทุนที่น้อยนิดได้ในอนาคต
ทั้งที่ความเป็นจริง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่คือช่องว่างของข้อมูล
หรือเรียกว่าช่องว่างทางปัญญา
แน่นอนว่าสิ่งนี้ต้องทำคือเซ็นสัญญาระยะยาว
แต่เมื่อเห็นว่าจางอี้เต๋อและถังจิงเทียนอยู่ด้วย เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจเหล่านี้ออกมามากนัก
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเองก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
หลังจากฟังคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว ติงจวิ้นเจี๋ยก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่เจียง ถ้าพี่บอกว่าพื้นที่โฆษณาที่สนามบินและสถานีรถไฟนั้นมีมูลค่า แล้วแบบนี้ตามถนนสายหลักของเจียงเฉิงไม่มีมูลค่ากว่าเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองติงจวิ้นเจี๋ยด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเขาจะมองเห็นถึงจุดนี้จึงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าพื้นที่โฆษณาจะมีมูลค่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่นั้นมีคนพลุกพล่านหรือไม่”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “แล้วทำไมพี่ไม่ลองไปทำป้ายโฆษณาตามถนนสายหลักของเจียงเฉิงล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าฉันไม่พิจารณาถึงข้อนี้ เพียงแต่ยังไม่ได้ลงมือเท่านั้น”
ติงจวิ้นเจี๋ยพยักหน้าและถามออกมาตามตรงว่า “มีอะไรอยากให้ผมช่วยไหมครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่หรอก ฉันคิดว่าฉันยังสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง”
ติงจวิ้นเจี๋ยเชื่อโดยธรรมชาติว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีความสามารถนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนก็มองหน้ากัน จากนั้นก็พยักหน้าให้กัน
“อะแฮ่ม ! ”
ถังจิงเทียนกระแอมในลำคอ และพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “ผู้ช่วยเจียง คุณเพิ่งบอกว่าถนนสายหลักในเจียงเฉิงสามารถใช้เป็นพื้นที่โฆษณาได้ แล้วถนนสายหลักในชิงโจวจะสามารถใช้เป็นพื้นที่โฆษณาได้ไหม ? ”
“แน่นอนครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบโดยไม่ต้องคิด
ถังจิงเทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “งานสั่งซื้อและงานการลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ปประสบความสำเร็จอย่างมาก ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับเมืองชิงโจว และนำความมีชีวิตชีวาและพลังใหม่ ๆ มาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจว”
“นายกเทศมนตรีจางและฉันมีความคิดที่จะมอบพื้นที่โฆษณาทั้งหมดตามท้องถนนในเมืองชิงโจวให้คุณ เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่โปรโมต”