ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 47 เท้าท่องคลื่น
วรยุทธ์ใหม่เหรอ?
หลี่เซี่ยวเฟยตกตะลึงชั่วครู่ จากนั้นก็ดีใจสุดขีด
เขารอโอกาสนี้มานานแล้ว
ก่อนหน้านี้เคยถาม ‘กล่องแสงจันทร์’ ว่าจะหาวรยุทธ์ได้ยังไง
คำตอบที่ได้คือไม่รู้
ตอนนี้กระจ่างแจ้งแล้ว
ที่แท้ก็ต้องฝึกวรยุทธ์อันก่อนให้สำเร็จ
“สุ่มเลย”
เขากล่าวอย่างไม่ลังเล
วังวนน ้าสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่เซี่ยวเฟย
เขาเอื้อมมือเข้าไปทันที
เพียงไม่นาน นิ้วทั้งห้าก็คว้าบางอย่างได้
จับได้แล้ว
เขาตื่นเต้นแล้วชักมือกลับ
คัมภีร์สีฟ้าอ่อนปรากฏในมือ
มีตัวอักษรใหญ่สี่ตัว…
‘เท้าท่องคลื่น’
หลี่เซี่ยวเฟยตะลึงงัน แล้วร้องตะโกน “โห!”
ที่แท้ก็วิชาเท้าท่องคลื่น*[1]
[ติ้ง! โฮสต์ได้รับวิชา ‘เท้าท่องคลื่น’ แล้ว]
[วรยุทธ์นี้มาจากมิติบู๊ลิ้มของกิมย้ง เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอดของ
สำนักสราญรมย์*[2] ตัวละครที่โด่งดังที่สุดในเรื่องก็คือ องค์ชายแห่ง
แคว้นต้าหลี่ ต้วนอี้] *[3]
สุดยอดเลย
หลี่เซี่ยวเฟยตื่นเต้นจนแทบจะแสดงกายกรรมท่าผ่าขา
ในฐานะแฟนนวนิยายกำลังภายในตัวยง หนึ่งในวรยุทธ์ที่อยาก
ได้มากที่สุดก็คือวิชา ‘เท้าท่องคลื่น’
เมื่อก่อน ต้วนอี้ไม่มีความสามารถในการปกป้องตัวเองเลย หลี
สาวไปทั่วจนเกือบตาย แต่กลับรอดมาได้ตลอดก็เพราะว่ามีวิชา ‘เท้า
ท่องคลื่น’ นี้
ในมิติบู๊ลิ้มของกิมย้งนั้นมีสุดยอดวิชาตัวเบาสองวิชา ไม่
จำเป็นต้องมีระดับการบ่มเพาะที่สูงก็สามารถฝึกฝนจนสำเร็จได้
หนึ่งในนั้นก็คือ ‘เท้าท่องคลื่น’ นี้
ส่วนอีกหนึ่งก็คือ ‘เทพท่องร้อยแปรเปลี่ยน’
ในบรรดาวิชาตัวเบาอันทรงพลังเหล่านี้ หากหลี่เซี่ยวเฟย
จำเป็นต้องเลือกเพียงหนึ่งอย่าง ย่อมต้องเป็น ‘เท้าท่องคลื่น’ แน่นอน
แล้วเหตุผลเล่า?
ก็เพราะว่า ‘เท้าท่องคลื่น’ นั้นยังมีความมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่ง
อยู่
นั่นก็คือ มันสามารถฝึกฝนกำลังภายในได้
ในนวนิยายต้นฉบับได้อธิบายไว้ว่า
‘เขา(ต้วนอี้)ก้าวเท้าเหยียบย ่าผ่านหกสิบสี่เหลี่ยมผืนผ้าจนครบ
หนึ่งรอบ กำลังภายในก็หมุนเวียนครบหนึ่งรอบเช่นกัน ฉะนั้น ทุก
ครั้งที่เขาเดินไปหนึ่งรอบ กำลังภายในก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน’
ใช่แล้ว
‘เท้าท่องคลื่น’ เป็นวรยุทธ์หายากที่สามารถฝึกฝนกำลังภายใน
ได้ด้วยการเคลื่อนไหว
‘หากได้ฝึกฝน ‘เท้าท่องคลื่น’ แล้ว ต่อให้ต้องเผชิญกับศัตรูที่
แข็งแกร่งหรือถูกปิดล้อม ฉันก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่แพ้ แม้
จะสู้ไม่ได้ แต่หากต้องหนีเอาตัวรอดก็ไม่มีใครตามทันได้แน่’
หลี่เซี่ยวเฟยยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข
เขาเปิดคัมภีร์แล้วเริ่มฝึกฝนทันที
ชื่อของ ‘เท้าท่องคลื่น’ นั้นมาจาก ‘คัมภีร์อี้จิง’*[4]
โดยมีพื้นฐานมาจากแปดทิศหกสิบสี่กระบวนของโหราศาสตร์
จีน*[5]
ผู้ฝึกฝนจำเป็นต้องก้าวเท้าเหยียบตามทิศในลำดับที่กำหนดไว้
สำหรับหลี่เซี่ยวเฟยแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย
เพราะในบรรดาอาจารย์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าท่านที่เขาได้ฝากตัวเป็น
ศิษย์เมื่อห้าร้อยปีก่อน มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผังแปดทิศหนึ่งท่าน
แม้ว่าวิชาหมัดที่อาจารย์ผู้นี้ถ่ายทอดให้จะมีประสิทธิภาพในการ
ฝึกฝนที่แท้จริงต ่ามาก แต่ความรู้ทางทฤษฎีของท่านนั้นกลับลึกซึ้ง
หลี่เซี่ยวเฟยเข้าใจโหราศาสตร์จีนแปดทิศเป็นอย่างดี
เขาอ่านคัมภีร์ เพ่งพินิจจนประจักษ์แจ้ง
จากนั้นก็ย่างเท้าตามทิศ แล้วเริ่มฝึกฝนตามเส้นทางต่าง ๆ ที่ระบุ
ไว้ในคัมภีร์
การฝึกฝนทำให้เขามีความสุข
ผ่านไปสามวัน
ในที่สุด หลี่เซี่ยวเฟยก็เรียนรู้ชุดกระบวนท่าทั้งหมดได้อย่าง
คล่องแคล่ว
เขารู้สึกได้ว่า ทุกครั้งที่ก้าวตามตำแหน่งทิศครบหนึ่งรอบ พลัง
ดวงดาวในกายก็จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั่วทั้งร่างจะรู้สึกแจ่มใส จน
ร่างกายปรับสภาพไปสู่จุดที่ดีที่สุด
ใช้การเคลื่อนไหวฝึกฝนกำลังภายใน
‘เท้าท่องคลื่น’ ชื่อนี้ไม่ได้ตั้งไว้เล่น ๆ
หลี่เซี่ยวเฟยหมกมุ่นอย่างเต็มที่
ช่วงเวลาที่เหลือ เขาใช้ฝึกฝน ‘เท้าท่องคลื่น’ ทั้งหมด
หกสิบสี่กระบวน คือกระบวนท่าเคลื่อนไหวทั้งหกสิบสี่
การเปลี่ยนแปลงของกระบวนท่าแต่ละกระบวนไม่ได้มีความ
ตายตัว
เมื่อฝึกฝนจนชำนาญ สามารถจัดเรียงผสมผสานได้ตามใจชอบ
จึงจะเกิดผลลัพธ์ได้หลากหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ต้องปรับเปลี่ยนกล
ยุทธ์ตามสถานการณ์
ความแยบยลในการใช้ ล้วนขึ้นอยู่กับจิตใจ
ไม่รู้ว่าวิหารกาลเวลาหมดเวลาแล้ว
หลี่เซี่ยวเฟยกลับมาที่ห้อง
นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาตีสองสามสิบเอ็ดนาที
หลี่เซี่ยวเฟยเอนตัวนอนแล้วหลับไป
รุ่งอรุณใหม่ พร้อมแดดส่องจ้า
หลี่เซี่ยวเฟยตื่นตั้งแต่เช้า ฝึกฝนวิชาเท้าท่องคลื่นในห้องหลาย
รอบ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสี่ยวเจี๋ยตะโกนเรียก เขาจึงเดินไปที่
ห้องรับแขก แล้วทานอาหารเช้าด้วยกัน
หลังจากนั้น หลี่เซี่ยวเฟยไปยังสำนักงานใหญ่กองกำลังเมฆา
ปัจจุบันที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมาก
ดูโอ่อ่าอลังการ
ผู้คนพลุกพล่าน คึกคักเป็นอย่างมาก
หลี่เซี่ยวเฟยเรียกสมาชิกระดับกลางมาประชุม แล้วด่าทอยก
ใหญ่
ชายฉกรรจ์ผู้โหดเหี้ยมหลายร้อยคนถูกด่าจนตัวสั่นขาสั่น
ทุกคนรู้ดีว่าหากท่านผู้นำโกรธ ให้ฆ่าพวกเขาซ ้า ๆ สิบนาทีก็ยัง
ไม่พอ
เมื่อด่าทอเสร็จ หลี่เซี่ยวเฟยจึงสบายใจขึ้น แล้วเริ่มวางแผน
ป้องกันสลัม
ปิดถนน ตรวจบัตร เข้าเวร ตรวจสอบกับดัก กล้องวงจรปิด ฯลฯ
จัดการให้ครบถ้วน
ชุมชนก่วงอานถูกปิดล้อมอย่างรัดกุม
ด้วยวิธีนี้ จะสามารถยกระดับความปลอดภัยของเหล่าน้าสาวได้
กองกำลังในชุมชนสลัมส่วนใหญ่ขั้นพลังไม่สูงนัก แต่มีความเจ้า
เล่ห์แสนกล จึงใช้กลลวงต่าง ๆ ทำลายศัตรูได้อย่างแน่นอน
ถึงจะต้านเหล่านักผจญภัยไม่ไหว แต่ก็สามารถส่งข่าวเตือนภัย
ล่วงหน้าได้
แปะ
หลี่เซี่ยวเฟยโยนแผ่นโลหะสีเขียวลงบนโต๊ะ
ทุกคนตกตะลึง
หยางเฉิง ฉู่อวิ๋นเทียน และคนอื่น ๆ จ้องเขม็ง หัวใจเต้นรัวแรง
“บัตรผ่าน?”
“นี่คือ… ใบอนุญาตออกนอกเมืองไปล่าสัตว์ร้ายต่างดาวเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างตกใจร้องเสียงสั่น
ผู้คนในสลัมล้วนถูกเลือกปฏิบัติเสมอ
เหล่าผู้นำเจ็ดกองกำลังในสลัมสมัยก่อน แม้จะชอบข่มเหงรังแก
ลูกน้อง แต่เมื่อต้องค้อมหัวผูกมิตรกับเหล่าผู้มีอำนาจในเขตปกครอง
พิเศษ ความปรารถนาที่จะได้ใบอนุญาตกลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเขา
ไม่สามารถไขว่คว้าได้
แต่หลี่เซี่ยวเฟยกลับหามาได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
อีกทั้งยังเป็นใบอนุญาตพิเศษแบบกลุ่มที่อนุญาตให้ออกไปข้าง
นอกได้ถึงห้าสิบคน
นี่หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่ามันคือเส้นทางร ่ารวย!
ในยุคสมัยนี้ ความร ่ารวยมาจากสัตว์ร้ายต่างดาวทั้งสิ้น
สัตว์ร้ายต่างดาวบีบให้มนุษย์ต้องซ่อนตัวอยู่ในฐาน แต่สิ่งนี้มอบ
พลังแบบใหม่ และประกายแห่งอารยธรรมใหม่ให้มนุษยชาติ การล่า
สัตว์ร้ายต่างดาวจึงกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินมหาศาล
ผู้คนในสลัมมากมายอยากเป็นนักล่าสัตว์ร้ายต่างดาว
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถออกนอกเมืองได้
ดังนั้นพวกเขาจึงค้าขายยาและรับค่าคุ้มครอง สร้างระบบนิเวศ
รุนแรงประทังชีวิตในสลัมแห่งนี้ไปวัน ๆ
แต่เมื่อได้ใบอนุญาตเดินทางนี้ พวกเขาก็ได้เห็นความหวังที่จะ
ได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงอีกครั้ง เป็นชายชาตรีที่ไม่ต้องให้เพื่อนบ้าน
นินทาว่าร้ายลับหลัง
“รอบแรกออกไปได้แค่ห้าสิบคน วิธีคัดเลือกก็แล้วแต่พวกนาย”
หลี่เซี่ยวเฟยกล่าวเสียงเรียบ “ฉันมีข้อกำหนดกับพวกนายแค่
สามข้อ”
“ข้อแรก ผลตอบแทนทั้งหมดต้องนำกลับมาที่สลัม ขายและแบ่ง
กันให้หมด ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย”
“ข้อสอง ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นจะได้รับรางวัลใหญ่”
“ข้อสาม ใครที่แอบอ้างผลงาน เอาของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นของ
ตน จะถูกไล่ออกจากทีม”
“ข้อสี่ ใครที่ซ่อนผลการล่าจะถูกลงโทษสถานหนัก”
“ข้อห้า ใครที่หักหลังเพื่อนร่วมทีมจะถูกฆ่า”
“ข้อหก ใครที่สมคบกับคนนอก ขายเพื่อนร่วมทีมก็จะถูกฆ่า”
“ข้อเจ็ด…”
ทุกคนล้วนตกตะลึงไปชั่วขณะ
ไม่ใช่แค่สามข้อเหรอ?
นี่จะสิบข้อแล้วนะ
มีเพียงหยางเฉิง ฉู่อวิ๋นเทียน และสมาชิกเก่าแก่เท่านั้นที่ชินแล้ว
พวกเขารู้มานานแล้วว่าผู้นำกองกำลังไม่เก่งเลข
โดยเฉพาะตอนประชุม
การประชุมจบลง
เหล่าหัวหน้าจดบันทึกอย่างตั้งใจ รับเอาจิตวิญญาณของผู้นำ
กองกำลังมาเป็นแนวทาง จนเกรงว่าตนจะเข้าใจไม่ถ่องแท้ จึงเริ่ม
พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ส่วนหลี่เซี่ยวเฟยก็กะเวลาไปโรงเรียน
เขาจะใช้วิชาเท้าท่องคลื่นไปท้าทายราชาแมงป่องทราย เพื่อ
พิสูจน์ผลลัพธ์การฝึกฝน
[1] วิชาเท้าท่องคลื่น เป็นวิชาตัวเบาชั้นสูงจากมิติบู๊ลิ้มของกิมย้ง
มักจะปรากฏในนวนิยายของกิมย้งเรื่อง แปดเทพอสูร และมังกรหยก
[2] สำนักสราญรมย์ เป็นสำนักยอดนิยมในมิติบู๊ลิ้มของกิมย้ง
ปรากฏตัวครั้งแรกในนวนิยายเรื่อง แปดเทพอสูร
[3] ต้วนอี้ เป็นตัวละครเอกจากนวนิยายของกิมย้งเรื่อง แปดเทพ
อสูร
[4] อี้จิง หรือ โจวอี้ เป็นคัมภีร์โบราณที่เก่าแก่ที่สุด ที่มีรากฐาน
ต่อปรัชญาจีนมากว่า 3,000 ปี หลักวิชาอธิบายลำดับของการ
เปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ต้นเหตุ ระหว่างที่เกิดขึ้น ไปจนถึงผลลัพธ์ มี
วัตถุประสงค์ใช้เพื่อหลีกหนีความผิดพลาด
[5] ตามทิศโบราณมีทั้งหมด 32 ทิศ เมื่อวางซ้อนกันสองชั้นจึง
เป็นที่มาของเลข 64