novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2293 ช่วยถวนจื่อของข้า

  1. Home
  2. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  3. ตอนที่ 2293 ช่วยถวนจื่อของข้า
Prev
Next

ตอนที่ 2293 ช่วยถวนจื่อของข้า

………………..

อี้กงวาดฝันมาหลายต่อหลายครั้งถึงภาพฉากยามเปิดเส้นชีพจรเส้นที่เจ็ด แต่กลับไม่เคยคิดว่ามันเป็นดั่งเช่นตอนนี้!

มือของถวนจื่อถือขนนกทองคำบรรพบุรุษเอาไว้ แล้วแบ่งพลังแห่งสายเลือดบริสุทธิ์จากตัวเองมาใช้บังคับเปิดเส้นชีพจรให้แก่เขา!

ร่างกายทุกส่วนราวกับถูกแยกส่วนทีละน้อย ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นปราดขึ้นมา สีหน้าของอี้กงซีดเผือด มุมปากมีเลือดไหลซึม

เขาคิดจะดิ้นรนหนีออกไปด้วยตื่นตระหนก แต่ตอนนี้ไหนเลยจะยอมให้เขาได้ทำเช่นนั้น

สมองของเขาขาวโพลน มีเพียงภาพเปลวเพลิงสีทองที่แผดเผาอยู่ตรงหน้าเท่านั้นที่ร้อนลวกจนน่าผวา!

ในฐานะของผู้อาวุโสใหญ่แห่งเผ่าหงส์ทองคำ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่เขาต้องเจ็บปวดทรมานเพราะเปลวเพลิงนี้เยี่ยงนี้

เขาอยากร้องขอความช่วยเหลือนัก แต่กลับพบว่าในลำคอถูกพลังที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้แน่น จึงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับทุกอย่างอย่างเงียบเชียบ

แววตาของถวนจื่อเป็นประกายลุกโชน ขนนกทองคำบรรพบุรุษในมือวาดไหวไปมาอย่างเชื่องช้าและมั่นคง!

…

กระแสพลังอันน่าหวาดผวาและดุดันแผ่กระจายออกมา

ทัณฑ์สวรรค์ถาโถมไปมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนพากันทยอยซึมซาบเข้าไปในใจกลางของเปลวเพลิงที่สว่างเรืองรอง

มู่ตงโหย่วขมวดคิ้วแน่น

สถานการณ์แบบนี้… ดูจะผิดปกติอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว?

ในตอนที่เขาคิดจะเข้าไปใกล้กว่านี้เพื่อตรวจดูให้ละเอียด กลับพบว่าทัณฑ์สวรรค์สีทองเหล่านั้นพลันพลุ่งพล่าน ก่อนจะรวมตัวกันห่อหุ้มด้านในอย่างหนาแน่น จนไร้หนทางสอดส่องสิ่งใดได้อีก

“ตงโหย่ว”

สุรเสียงคุ้นเคยสายหนึ่งดังแว่วมาจากด้านหลัง มู่ตงโหย่วรีบหันศีรษะกลับไปมองทันควัน

“ท่านเสินสื่อลำดับที่สอง!”

ฝ่ามือของอวี้เชียนโบกไหวคราหนึ่ง ทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่โดยรอบเหล่านั้นราวกับหวาดเกรงขึ้นมาทันใด จึงพากันล่าถอยไป

ในตอนนั้นเอง ทัณฑ์สวรรค์สีทองนับไม่ถ้วนกำลังเกี่ยวพันรัดรึงอยู่ด้านนอกของเปลวเพลิงสีทองอร่ามซึ่งสว่างเจิดจ้าเสียจนมิอาจมองเห็นอันใดเป็นอันใดได้

มู่ตงโหย่วรีบรายงานสถานการณ์ก่อนหน้านี้ให้เขาฟังอย่างรวดเร็ว

“เพราะงั้นตอนนี้พวกเขาสามคนเลยอยู่ในนั้นกันหมด?”

เรียวคิ้วของอวี้เชียนขมวดเข้าหากันแน่น

มู่ตงโหย่วผงกศีรษะหงึกหงักด้วยสีหน้าวิตก

“อย่างใดซะอี้เจาก็เป็นถึงประมุข หากเขามุ่งมั่นจะเผาตัวตายเช่นนี้ ด้วยพลังอัญเชิญอันแข็งแกร่งที่เขาครอบครองอยู่ พวกอี้กงทั้งสองคนจะมาที่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่า ครั้งนี้เขาลงมือกะทันหันเกินไป ทั้งยังอันตรายอย่างยิ่งยวด หากเลินเล่อนิดเดียว เกรงว่าอีกสองคนที่เหลือต้องได้รับผลกระทบใหญ่โตไปด้วยอย่างแน่นอน”

ดังนั้นเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือหยุดอี้เจาให้ได้!

ทว่าตอนนี้เขาสิ้นสติไปแล้วโดยสิ้นเชิง เปลวเพลิงได้แผดเผาสระอัสนีบาตไปกว่าครึ่งแล้ว การทำให้เขาหยุดนั้นจะยากเย็นปานใดกัน

อวี้เชียนมีสีหน้ามืดครึ้มลง

“เหตุใดจู่ๆ อี้เจาถึงเป็นแบบนี้ไปได้”

ถูกขังอยู่ข้างในมานานปานนี้ ทั้งยังถูกทรมานมาแล้วทุกรูปแบบ อี้เจาก็ไม่เห็นจะมีทีท่าอันใดเช่นนี้

วันนี้ไม่รู้เหตุใดถึงได้…

มู่ตงโหย่วส่ายศีรษะ

“ข้าเองก็ไม่ทราบ เหมือนว่าจู่ๆ จะได้รับแรงกระตุ้นจากอันใดบางอย่าง…”

คิ้วของอวี้เชียนขมวดคิ้วแน่นจนผูกเป็นปม

หรือว่าเป็นเพราะเขารับรู้ได้ว่าถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรเส้นที่เจ็ดแล้ว

เกรงว่านี่คงเป็นคำอธิบายเพียงข้อเดียวแล้วกระมัง

อี้กงจะเป็นหรือตายไม่สำคัญ แม้กระทั่งเรื่องที่ตัวอี้เจาจะตายเองก็ไม่ได้สลักสำคัญอันใดมากมาย ที่สำคัญคือถวนจื่อต่างหาก!

ดังนั้นในตอนนี้ ไม่ว่าอย่างใดก็ต้องปกป้องถวนจื่อเอาไว้ให้ได้!

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเย็นว่า

“รีบปิดผนึกสระอัสนีบาตทันที แล้วต้อนทัณฑ์สวรรค์สีเงินทั้งหมดมาไว้ที่นี่ เหลือแค่ทัณฑ์สวรรค์สีทองไว้สุดท้ายมาขุดคุ้ยความจริง”

อี้เจาเลือกจะเผาตัวตาย ในกระบวนการนี้จำเป็นต้องดูดกลืนทัณฑ์สวรรค์อันน่าหวั่นเกรงจำนวนหนึ่ง

ขอแค่กำจัดแหล่งพลังของเขาออก ถึงจะพอมีหวังที่จะหยุดยั้งเขาไว้ได้

ทว่าทันทีที่เอ่ยจบ มู่ตงโหย่วกลับมิได้ลงมือทันที กลับกันสีหน้าของเขาพลันเผยแววลำบากใจออกมาอยู่หลายส่วน

“ท่านเสินสื่อลำดับที่สอง นี่มัน…”

สีหน้าของอวี้เชียนพลันเย็นเยียบ

“ยังมีปัญหาอีกรึ”

แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว

มู่ตงโหย่วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะทำใจกล้าเอ่ยตอบไปว่า

“ท่านเสินสื่อลำดับที่สอง ตอนนี้ทัณฑ์สวรรค์พวกนี้… ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของข้าแล้วขอรับ!”

คิ้วของอวี้เชียนกระตุกถี่ยิบ

“เจ้าว่าอันใดนะ?”

ไอเย็นสายหนึ่งพลันแล่นปราดขึ้นมาโอบล้อมมู่ตงโหย่วเอาไว้!

เสียงของมู่ตงโหย่วฟังดูสับสนเช่นกัน

“คือ… คือว่าเมื่อครู่…”

เริ่มแรกมันก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เปลวเพลิงของอี้เจาก็แผดเผาขยายวงกว้าง ทัณฑ์สวรรค์จึงเริ่มฉวัดเฉวียนไปมาอย่างคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งตอนนี้เขาก็หมดหนทางจะควบคุมมันโดยสมบูรณ์!

แต่ถ้าหากเขายังพอมีหนทางแก้ไขอยู่บ้าง ก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพที่ถูกทัณฑ์สวรรค์พวกนั้นขังเอาไว้ด้านนอกจนเข้าไปใกล้เขตแดนนั้นไม่ได้แม้แต่น้อยแบบนี้หรอก

สุรเสียงของอวี้เชียนพลันขึ้นสูง ทั้งยังเย็นชาและดุดันยิ่ง!

เขามักอ่อนโยนและสง่างามต่อโลกภายนอกมาโดยตลอด ต่อให้โกรธเกรี้ยวก็มักอมยิ้มไว้เป็นปกติ ทำให้ไม่มีใครล่วงรู้ถึงนัยที่แท้จริงได้

การที่ตอนนี้เขาระเบิดอารมณ์ออกมาเช่นนี้นั้น เห็นได้ชัดว่าเขาโมโหอย่างมาก

มู่ตงโหย่วแข็งทื่อไปทั่วร่าง ริมฝีปากสั่นระริก เขาอยากเอ่ยอันใดบางอย่าง แต่กลับพบว่าเวลานี้พูดอันใดไปก็ล้วนเปล่าประโยชน์

เพราะนั่นมันคือความจริง

ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเขาก็ส่งเสียงออกมา

“…ตงโหย่วไร้ความสามารถ!”

ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ก็ดีมาโดยตลอด แต่บัดนี้…

อวี้เชียนกำหมัดแน่น

ในระยะเวลาหลายหมื่นปี สระอัสนีบาตไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ตอนนี้มันเกิดอันใดขึ้นกัน

ครั้นเห็นท่าทีของมู่ตงโหย่ว ในใจของเขาก็เกรี้ยวกราดอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาไล่บี้สั่งสอนมู่ตงโหย่ว

เขาหลับตาลง สะกดลมหายใจ จากนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา

ลำแสงจำนวนหนึ่งทะยานเข้ามา ก่อนจะก่อร่างกลายเป็นผนึกอันหนึ่งอยู่ตรงหน้าเขา

ลมปราณน่าหวาดหวั่นไร้ขีดจำกัดแผ่กระจายออกมาจากด้านในนั้นจางๆ

จากนั้น เขาก็ค่อยๆ ผลักมือทั้งสองไปด้านหน้า

ผนึกอันนั้นทะยานออกไปโดยพลัน ก่อนจะลอยตามไปกับสายลม!

ทุกที่ที่ผนึกทะยานผ่าน บรรดาทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังลอยละล่องอยู่ด้านนอกพวกนั้นก็ราวกับถูกพลังอันใดบางอย่างดึงดูดและกดทับไว้ก็มิปาน ต่างพากันทยอยบินมาทางนี้กันถ้วนหน้า

…

ทัณฑ์สวรรค์ทุกเส้นล้วนบินไปยังผนึกอันนั้นอย่างไม่หยุดหย่อน จากนั้นก็ถูกแรงกดดันอันมหาศาลของมันสะกดเอาไว้ข้างล่าง

ราวกับตาข่ายขนาดใหญ่ที่กักเก็บเอาทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่โดยรอบมาไว้ที่เดียว

นี่คือฝีมือของอวี้เชียน!

สมแล้วที่เป็นผู้แข็งแกร่งเหนือระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ที่หาใครเทียบเคียงมิได้ เพียงการเคลื่อนไหวครั้งเดียว ก็สามารถดักจับทัณฑ์สวรรค์พวกนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย…

สายตาของนางเบนออกน้อยๆ จนไปหยุดอยู่บนกลุ่มเปลวเพลิง

เปลวเพลิงแผดเผา ลำแสงหลอมละลาย

ซึ่งจากข้างนอกมองไม่เห็นอันใดทั้งนั้น

แต่ว่า…

ฉู่หลิวเยว่มีพันธะผูกพันกับถวนจื่อ ย่อมรู้ได้ชัดเจนว่าตอนนี้ด้านในกำลังเกิดเรื่องอันใดขึ้น

นี่เป็นโอกาสอันดีหาที่สุดไม่ได้… ตราบที่ถวนจื่อสามารถบังคับให้อี้กงเปิดเส้นชีพจรได้ ลมปราณของทั้งสามคนนี้ก็จะยิ่งคล้ายคลึงกันอย่างมาก!

เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าคิดจะทำอันใดก็จะสะดวกสบายขึ้นมากทีเดียว

ที่สำคัญก็คือไม่ว่าอี้กงจะเปิดเส้นชีพจรหรือปล่อยให้เปลวเพลิงมอดไหม้ต่อไป จะกวนน้ำในสระอัสนีบาตให้ขุ่นล้วนจำเป็นต้องใช้ทัณฑ์สวรรค์นับไม่ถ้วนเป็นเสบียงอย่างต่อเนื่อง

แต่ตอนนี้อวี้เชียนเริ่มลงมือขัดขวางมันไว้แล้ว!

ฉู่หลิวเยว่เม้มริมฝีปาก จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังกลุ่มแสงที่ลุกโชติช่วงอย่างรวดเร็ว

“ถวนจื่อ!”

………………..