ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2421 จูบของเขา
ภายในสมองของฉู่หลิวเยว่มีเสียงดังลั่นขึ้น สมองของนางขาวโพลนไปในทันที
แต่จากนั้นนางก็ตระหนักได้ว่าภาพเหตุการณ์นี้ไม่เหมือนกับสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้
การพุ่งชนนั้นรวดเร็วมาก ไข่มุกธาราก่อนหน้านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างกะทันหัน!
ไข่มุกธาราสามเม็ดส่องแสงสว่างสดใส มันลอยขึ้นอย่างนิ่งเงียบ ก่อนเผชิญหน้ากัน!
เนื้อเพลงฉินทั้งสามส่วน…ไม่ได้ผสานเข้าหากันเหมือนกับสองส่วนแรก แต่กลับเกิดการแยกชิ้นส่วนกันอีกครั้ง!
สีหน้าของฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงอย่างมาก
ทันใดนั้นระลอกคลื่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง
นางเงยหน้าขึ้นมอง แต่เมื่อเห็นหรงซิวยกมือขึ้น แล้ววางตัวหมากตัวสุดท้าย
ตัวหมากรุกสีดำเข้มเป็นเหมือนกับใบมีดที่แหลมคม ตัดทุกสิ่งอย่างให้ขาดกระจาย! พร้อมปิดเส้นทางรอดของตัวหมากสีทองคำชาด!
ในที่สุดกระดานนี้…ก็สิ้นสุดลง!
ทางด้านของฉู่หลิวเยว่พ่ายแพ้กระดานหมากนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
พลังของหรงซิวแข็งแกร่งมาก แทบจะรัดคอตัวหมากของนางจนเกือบตาย
นางถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็มองกระดานหมากนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเม้มปากขึ้นมา
ยังสามารถมองเห็นคราบเลือดได้อย่างเลือนราง
“ข้าแพ้แล้ว”
แม้นางจะพูดประโยคนี้มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป
การพ่ายแพ้ของนางนั้น…เป็นสิ่งที่มีความสุขมาก
“ที่แท้นี่ก็คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้า…”
ฉู่หลิวเยว่พูดพึมพำออกมาเสียงเบา นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ในแววตาดำขลับมีแสงส่องประกาย
จากนั้นนางก็ลองทดสอบแล้วว่า ไข่มุกธาราทั้งสามเม็ดนั้นไม่สามารถผสานกันได้อีกแล้ว
กล่าวในอีกนัยหนึ่ง ตอนนี้เนื้อเพลงฉินภายในร่างกายของนางก็ครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว แต่มันถูกแบ่งเป็นสามส่วนไม่สามารถผสานรวมกันได้
หลังจากทดลองอยู่หลายครั้ง ฉู่หลิวเยว่ก็พบว่าไข่มุกธาราทั้งสามเม็ดนั้นไม่มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ดังนั้นนางจึงไม่ฝืนตัวเองต่อไป
ไม่ว่าอย่างใดก็ตามเมื่อทั้งสามส่วนถูกจัดระเบียบเรียบร้อยแล้ว ก็คงต้องรอโอกาสให้พวกมันผสานกันอย่างเป็นทางการ
นางหันไปมองนอกหน้าต่างพร้อมยิ้มขึ้นมา
“เสียงระฆัง…เหมือนว่าประตูสวรรค์จะปิดลงจริงๆ แล้ว พวกเราจะไปพร้อมกันหรือไม่?”
หรงซิวสะบัดแขนเสื้อ จากนั้นกระดานหมากรุกที่อยู่ตรงหน้าก็จางหายไป
ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกมา
ฉู่หลิวเยว่มองไปทางเขาอย่างประหลาดใจ
“เหตุใด…อื้อ…”
หรงซิวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง จากนั้นก็โน้มตัวเล็กน้อย แขนยาวโอบรอบเอวบางของนาง แล้วดึงนางเข้าไปในอ้อมกอด
ตอนนี้ร่างกายของนางไร้เรี่ยวแรง แม้กระทั่งจะขยับนิ้วก็ยังไม่สามารถทำได้
ก่อนหน้านี้นางอาศัยเพียงกำลังใจทำให้ยืนหยัดอยู่ แต่ทันทีที่หรงซิวมาถึง ร่างกายของนางก็ไร้เรี่ยวแรงแล้วโถมเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที
นางยังไม่ทันได้ตอบสนอง แต่ปลายคางของนางก็ถูกเขาจับเอาไว้อย่างแรง
นางถูกบังคับให้เงยหน้าขึ้น จุมพิศของเขานั้นถูกส่งมาทันที
เขากอดนางแน่นขึ้นกว่าเดิม เหมือนจะทำให้กระดูกของนางป่นแหลก
จูบของเขานั้นก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
เหมือนกับ…ความบ้าคลั่งที่แทบจะไม่สามารถควบคุมได้…
กลิ่นคาวเลือดระหว่างซอกฟัน ทำให้ร่างกายของเขาตึงเกร็งขึ้นยิ่งกว่าเดิม
จากนั้นฉู่หลิวเยว่ก็สัมผัสได้ถึงพลังที่อุ่นร้อนอันแข็งแกร่งไหลผ่านฝ่ามือแล้วเข้ามาในร่างกายของพวกเขา
นางขยับตัว เหมือนต้องการพูดอันใดบางอย่าง
“…อื้อ…”
แต่เขากลับจับแน่นขึ้นมากกว่าเดิม
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกสับสนมึนงงเล็กน้อย
แม้นางจะสูญเสียพลังส่วนใหญ่ไป แต่ตอนนี้ภายในร่างกายของนางก็มีเนื้อเพลงฉินอยู่ ขอเพียงแค่โคจรพลังเล็กน้อย ร่างกายของนางก็กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมแล้ว
แต่หรงซิว…
น้อยครั้งมากที่นางจะเห็นเขามีท่าทางแบบนี้
ไม่ พูดได้ว่า ไม่เคยเห็นเลยดีกว่า
เหมือนเขาพยายามไขว่คว้าอันใดบางอย่าง ยึดติดอันใดบางอย่าง และเกือบจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกขมขื่นขึ้น นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วเลียริมฝีปากของเขาเบาๆ
นางกำเสื้อตรงหน้าอกของเขาจนแน่น ต่อให้พลังนี้จะทำให้กระดูกถูกบดขยี้ แต่นางก็ยังต้องการมากกว่านี้
“…หรงซิว…หรง…ซิว…”
คำพูดที่หลุดออกจากริมฝีปากนั้นมีเสียงบางเบา แหบพร่า
“ข้า…อยู่นี่…”
นางพูดด้วยเสียงต่ำ แต่หนักแน่น
ในที่สุดเสียงนั้นก็สามารถปลุกหรงซิวขึ้นมาได้
การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงและอ่อนโยนขึ้น ในที่สุดเขาก็ปล่อยนางออกมา ก่อนกดจูบที่กลางหน้าผากและศีรษะของอีกฝ่าย
เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากเหนือศีรษะของนาง
“เยว่เออร์ เจ้าไปรอข้าที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
นางกำลังรู้สึกสับสน แต่เมื่อนึกถึงคำถามของนางก่อนหน้านี้ ที่ถามว่าจะไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กับนางหรือไม่ นางจึงพยักหน้า
“ได้”
“รอข้านะ”
…
แอ๊ด…
ประตูห้องถูกคนเปิดออกมาจากด้านใน
ทุกคนภายในเรือนจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง
เงาร่างของฉู่หลิวเยว่สะท้อนเข้าสู่สายตาของทุกคน
ในตอนแรกน้องแปดรู้สึกตื่นเต้นยินดีมาก แต่เมื่อไม่เห็นเงาร่างด้านหลังของนาง น้องแปดจึงถามขึ้นอย่างประหลาดใจว่า
“นายท่าน ฝ่าบาทล่ะเจ้าคะ?”
ไม่ไปด้วยกันหรือ?
ด้วยความแข็งแกร่งของคนผู้นั้น หากต้องการจะเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น
“เดี๋ยวเขาตามไป พวกเราไปกันก่อน”
บางทีอาจจะเป็นเพราะพลังที่อบอุ่นสายนั้นของหรงซิว ทำให้ร่างกายของนางฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว
เดิมทีใบหน้าและริมฝีปากของนางยังคงซีดขาว แต่หลังจากถูกเขากอดสักพักหนึ่ง ร่างกายของนางก็ฟื้นตัวขึ้นมา
ดังนั้นทุกคนจึงมองไม่เห็นความผิดปกติ
ฉู่หลิวเยว่หันกลับมาปิดประตู
หรงซิวที่อยู่ในห้องก็มองมาทางนางเงียบอย่างเงียบเชียบ
แสงจากภายนอกสะท้อนเข้าไป ทำให้ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งสว่างครึ่งหนึ่งมืดมิด
ความมืดและสว่างพัวพันกัน
แต่ไม่ผสมผสานกัน
………………..