ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2434 ขึ้นนำก่อนหนึ่งก้าว
………………..
เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว น้องแปดไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง นางโบกมือขึ้นเบาๆ
พลังปราณศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งกระจายตัวออกมา ทันใดนั้นเศษเสี้ยวที่พุ่งเข้ามาก็แหลกละเอียดเป็นผุยผง
ระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวจางหายไปด้วยความรวดเร็ว
ส่วนทางด้านของน้องแปด แม้กระทั่งผมยังไม่ยุ่งเลย
นางถือโอกาสจัดปิ่นปักผม จากนั้นใส่สมุนไพรที่เหลือลงไปในเตาหลอม
เปลวเพลิงลุกลาม มันถูกห่อหุ้มและกลืนกินไปในทันที
กลิ่นขมและหอมที่เป็นเอกลักษณ์แผ่กระจายออกมา
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ฉู่หลิวเยว่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฝีมือของน้องแปดแข็งแกร่งกว่าที่นางคิดไม่น้อย…
คนที่อยู่รอบข้างเห็นดังนั้นต่างรู้สึกตกตะลึง พวกเขามีสีหน้าประหลาดใจ
“นี่…นี่มัน…ตอนที่เซียนหมอหลอมโอสถอยู่ไม่สามารถหันความสนใจไปทางอื่นได้ไม่ใช่หรือ? แต่นางกลับสามารถจัดการในสถานการณ์เช่นนั้นได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่ง…”
แม้กระทั่งยังมีเวลาไปจัดปิ่นปักผมของตัวเอง?
“แต่ในตอนนั้นข้าเห็นว่าเมื่อครู่นี้นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยนะ นางก็แค่สะบัดมือเบาๆ …ด้วยฝีมือระดับนั้น เกรงว่านางจะอยู่ห่างจากเซียนหมอระดับปรมาจารย์ทั่วไปหลายชั้นนัก”
“แน่นอนอยู่แล้ว! หากข้าเจอสถานการณ์แบบเมื่อครู่นี้ ข้าไม่มีทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีเท่ากับนางแน่นอน…”
“เดิมทีแม่นางน้องแปดก็เป็นคนสวยมาก คิดไม่ถึงว่านางจะซ่อนความสามารถเอาไว้ลึกขนาดนี้…”
ทุกคนต่างส่งเสียงกระซิบกระซาบ
น้องแปดได้ยินดังนั้น ริมฝีปากแดงก็โค้งขึ้นเล็กน้อย
หากไม่แสดงฝีมืออันใดออกไป คนพวกนี้ก็จะคิดว่านางเป็นแจกันดอกไม้จริงๆ
ความจริงแล้วจิตใจของเขาก็ไม่ได้สงบมาตั้งแต่แรก เสียงระเบิดดังลั่นเมื่อครู่นี้จึงทำให้ความคิดของเขาวุ่นวายสับสน
อย่างใดก็ตามเมื่อได้เห็นการแสดงของน้องแปด เขาก็รีบหลุบสายตาลงต่ำทันที
เขาขมวดคิ้วขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ภายในเวลาสั้นๆ …คาดไม่ถึงว่าน้องแปดจะพัฒนามาถึงจุดนี้แล้ว
เห็นได้ชัดว่าตอนแรกที่พบกัน นางยังเป็นเพียงแค่มหาปรมาจารย์โอสถคนหนึ่ง
แต่เมื่อผ่านมาไม่นาน นางกลับเลื่อนขั้นมาอยู่ในระดับปรมาจารย์เซียนหมอ และเมื่อ…เปรียบเทียบกับเขา นางก็อยู่สูงกว่าหนึ่งขั้น!
ถ้าคนเจอสถานการณ์เมื่อครู่นี้เป็นเขา เขาคงไม่สามารถจัดการได้ดีไปกว่าน้องแปดแน่นอน
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดเลยก็คือ นางมีสมาธิดีมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับอันตราย คนเป็นเซียนหมอจะต้องตื่นตระหนกหวาดกลัว ต่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์นั้นได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีความกังวล แต่น้องแปดเหมือนไม่ได้เก็บเรื่องเหล่านี้มาใส่ใจเลย
ราวกับว่าการที่เกือบทำให้นางหลอมโอสถล้มเหลว ทั้งทำให้นางตกอยู่ในความเป็นความตาย ไม่ได้สำคัญเท่าปิ่นปักผมของนาง
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้นแล้ว นางก็สามารถหลอมโอสถต่อไปได้อย่างราบรื่น เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบอันใดกับนางเลย
นี่มัน…หากนางไม่ได้มีฝีมือจริงๆ นางจะมีความกล้าเช่นนี้ได้อย่างใด?
ตู้ม!
เสียงระเบิดอู้อี้ดังขึ้นมาจากด้านหน้า
เหลียงเหอตกใจแล้วดึงสติกลับมา เขาพบว่าเพราะเมื่อครู่นี้เขาเหม่อลอย ทำให้สมุนไพรภายในเตาหลอมมีกลิ่นผิดปกติไปและมีส่วนหนึ่งกลายเป็นขี้เถ้าสีดำ
เขารู้สึกตื่นตระหนกและรีบแก้ไขมันทันที
ยังดีที่ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการหลอมมากนัก
เพียงแค่อุบัติเหตุเล็กน้อยกลับทำให้เหลียงเหอรู้สึกอ่อนไหวมากกว่าเดิม
ทั่วทั้งร่างกายของเขาตึงเครียด บนหน้าผากของเขามีเหงื่อไหลออกมาไม่หยุด ความตึงเครียดเหล่านี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ
ซูหลีหรี่ตาลง จากนั้นก็พูดขึ้นเสียงต่ำอย่างไม่มั่นใจ
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยกยิ้มขึ้น
แม้กระทั่งคนธรรมดาอย่างซูหลีก็ยังสามารถมองปัญหาออก นั่นหมายความว่าทางด้านของเหลียงเหอน่าจะมีปัญหามากมายจริงๆ
“สมาธิของเขาแตกกระจายแล้ว”
นางพูดขึ้นเสียงเรียบ
ก่อนหน้านี้นางก็เคยประมือกับเหลียงเหอมาแล้ว แม้ครั้งนั้นนางจะชนะ แต่นางก็ยอมรับพรสวรรค์และฝีมือของเหลียงเหอว่าเขามีคุณสมบัติของเซียนหมอระดับปรมาจารย์ของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
เพียงแต่…
การหลอมโอสถของเซียนหมอระดับปรมาจารย์ สภาพจิตใจเป็นสิ่งจำเป็น
ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นกระบวนการคิดที่ละเอียดรอบคอบ หากระหว่างนั้นเกิดสิ่งผิดปกติขึ้น ก็มีโอกาสสูงมากที่จะล้มเหลว
เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบกับเขาเป็นอย่างมาก สภาพจิตใจของเขาย่ำแย่ จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นมาได้
ตอนนี้ยิ่งมาเห็นผลงานของน้องแปด เหมือนจิตใจของเขาก็จะดำดิ่งลงไปอีก
ซูหลีพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“เช่นนั้น…เสี่ยวเยว่เออร์ เจ้าว่าครั้งนี้เขาจะชนะหรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่ชะงัก แล้วส่ายหน้า
“ข้าว่ามีแปดส่วนเขาไม่ชนะ”
ถ้าเป็นเหลียงเหอก่อนหน้านี้ เขาก็มีโอกาสชนะสูงมาก
แต่ตอนนี้…
“สภาพจิตใจของเขาตอนนี้ย่ำแย่มาก ไม่สามารถทนรับแรงกดดันได้”
ซูหลีพูดขึ้นอย่างรู้สึกสงสาร
นางจำได้ว่าตอนที่พวกนางมาถึงพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ในตอนแรก เมื่อทุกคนพูดถึงเหลียงเหอก็ไม่มีใครไม่อิจฉาเขา
แต่เมื่อหันกลับมามองตอนนี้ คาดไม่ถึงว่าเขาจะตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว…ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็น่าเสียดายมากแล้ว
เซียวหรานส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา
“เหลียงเหอมีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่เด็ก จิตวิญญาณสูงส่ง หากเขาไม่สามารถรับการโจมตีได้ก็เป็นเรื่องปกติแล้ว”
คนที่อยู่ที่สูงมาตลอดเวลา แต่โดนคนไล่กวดจนต้องตกลงจากหมู่เมฆ นั่นทำให้เขาทรุดตัวลงอย่างไม่สามารถฟื้นคืนได้
เหลียงเหอก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
ดูจากผิวเผินแล้ว แค่การที่น้องแปดมาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ในสายตาของเซียนหมอคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้าง ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน และนำมาเปรียบเทียบกับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว จนทำให้เกิดความคิดสับสนขึ้นมาได้
“ผู้อาวุโสเซียวหรานพูดมีเหตุผล” ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าเห็นด้วย มือทั้งสองข้างกอดอก พร้อมพูดด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ดังนั้นไม่ใช่แค่เหลียงเหอคนเดียวที่จิตใจแตกสลาย”
ขณะที่พูดนางก็หันสายตาไปทางซูจิ้ง
…
ตอนนี้ซูจิ้งอารมณ์ไม่ดีมาก
ตัวนางเป็นปรมาจารย์หมอศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้จะถูกกดทับในสนามประลองเซียนหมอก็ตาม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้ว นางก็ยังเหนือชั้นอยู่
ดังนั้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดเมื่อครู่นี้จึงตกอยู่ในสายตาของนาง
โดยเฉพาะที่นางกับน้องแปดที่อยู่ในระยะใกล้กันมาก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นอีกฝ่ายแล้ว
ดังนั้นภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ นางจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาตอบสนองของคนที่เพิ่งเข้ามาในระดับเซียนหมอระดับปรมาจารย์ไม่ถึงหนึ่งปี
ในตอนแรกซูจิ้งรู้สึกตกใจ ต่อมาก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ สุดท้ายอารมณ์ของนางก็สับสนซับซ้อน จนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ
เดิมทีอีกฝ่ายเป็นคนที่นางไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ แต่คาดไม่ถึงว่า…อีกฝ่ายจะมีฝีมือถึงในระดับนี้
หากให้เวลานางเพิ่มขึ้นอีกนิด การเข้าสู่ระดับปรมาจารย์หมอศักดิ์สิทธิ์…ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูจิ้งก็รู้สึกโมโหมากยิ่งขึ้น!
โดยในช่วงเวลานี้ ทางด้านของน้องแปดก็กำลังใส่สมุนไพรส่วนสุดท้าย จากนั้นการหลอมโอสถก็สำเร็จ!
นางใช้มือตบลงที่เตาหลอมโอสถ เปลวเพลิงเหล่านั้นก็โหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม!
“พรึ่บ!”
ภายในเตาหลอมก็มีสมุนไพรหลายตัวที่เริ่มผสมผสานรวมตัวกันอีกครั้ง!
ทุกคนรู้สึกตกตะลึงมาก!
คาดไม่ถึงว่า…น้องแปดจะสามารถหลอมโอสถสำเร็จก่อนซูจิ้ง!