ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2435 ต่อสู้
ตอนที่ 2435 ต่อสู้
………………..
ภาพเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อทุกคนยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น!
หลังจากที่ตกอยู่ในความเงียบสักครู่หนึ่งก็มีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น
“ข้าไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่? คาดไม่ถึงว่าแม่นางน้องแปดจะหลอมโอสถสำเร็จแล้ว?”
“นะ…นางหลอมสำเร็จก่อนเสินสื่อสำดับที่แปดอีกหรือ? นี่หมายความว่า ฝีมือของนางเหนือกว่า…”
“นั่นไม่เสมอไปหรอก? แม้ทุกคนจะอยู่ในระดับปรมาจารย์เซียนหมอ แต่โอสถที่อยู่ในระดับเดียวกันก็มีคุณภาพไม่เหมือนกัน บางทีโอสถที่เสินสื่อสำดับที่แปดหลอมนั้นอาจจะยอดเยี่ยมกว่าของนางก็ได้?”
“ที่ไหนกันเล่า! ข้าเห็นอย่างชัดเจนว่าแม่นางน้องแปดกำลังเตรียมหลอมโอสถหยกครามเพลิงชาด! นั่นมันโอสถที่อยู่ในสามอันดับแรกของโอสถระดับเซียนหมอระดับปรมาจารย์เชียวนะ! แต่เสินสื่อสำดับที่แปดหลอมโอสถทำนายทายทัก แม้โดยทั่วไปจะเรียกว่า โอสถอันดับหนึ่งของเซียนหมอระดับปรมาจารย์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโอสถหยกครามเพลิงชาดแล้ว มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ากันเท่าไร ยิ่งไปกว่านั้น เสินสื่อสำดับที่แปดที่มีฐานะปรมาจารย์หมอศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่น่าจะหลอมช้ากว่าแม่นางน้องแปดสิ…”
“…”
เซียนหมอระดับปรมาจารย์ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มีจำนวนไม่น้อย มีเพียงแค่ส่วนน้อยที่เข้าไปในด่านเป็นตาย ที่เหลือส่วนใหญ่ล้วนยืนมองภาพเหตุการณ์อยู่ด้านนอกประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
คนอื่นไม่รู้ แต่เขารู้ดี
สำหรับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า น้องแปดอยู่เหนือกว่าหนึ่งขั้น
เมื่อได้ยินคนเหล่านั้นอธิบาย คนที่อยู่โดยรอบก็สามารถเข้าใจได้ในทันที
ตอนที่หันกลับไปมองซูจิ้งอีกครั้ง สายตาของพวกเขาก็ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
นี่…เสินสื่อสำดับที่แปดยังไม่ได้แสดงกำลังเต็มที่ หรือว่า…
…
ซูจิ้งได้ยินคำพูดเหล่านั้นอย่างชัดเจน
สายตาทุกสายตาที่มองมา ทำให้นางรู้สึกกระสับกระส่าย นั่งไม่ติดพื้น
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ !
เรื่องนี้ทำให้คนอื่นสงสัยในตัวนางทันที!
ซูจิ้งรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งยังรู้สึกอับอายระคนโมโห
เพราะ…นางไม่ได้ยั้งมือเลย!
ในฐานะเสินสื่อที่อยู่ในด่านเป็นตาย นางจะออมมือได้อย่างใด?
เสินสื่อสำดับที่หนึ่งกำลังมองดูนางจากด้านหลังอยู่นะ!
ยิ่งไปกว่านั้นนางก็เห็นว่า น้องแปดได้เข้าร่วมด่านนี้แล้วด้วย นางจึงตัดสินใจว่าจะมอบบทเรียนให้แก่อีกฝ่าย
ขอเพียงแค่น้องแปดล้มเหลวภายในด่านเป็นตาย จุดจบสุดท้ายก็มีเพียงแต่…ความตายเท่านั้น!
นางกับน้องแปดมีความแค้นมาเป็นเวลานาน และนางอยากกำจัดอีกฝ่ายมานานมากแล้ว แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ แผนการของนางจึงล่าช้ามาถึงตอนนี้
แต่ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว นางจะพลาดมันได้อย่างใด?
ใครจะรู้เล่าว่า!
ฝีมือของน้องแปดจะก้าวหน้าขึ้นขนาดนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับนางแล้วก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่ากันเลย อีกทั้งยังสามารถหลอมโอสถได้เสร็จก่อนนางเสียอีก!
ซูจิ้งคิดว่านี่คือความอัปยศอดสูอย่างมาก!
นางรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ใบหน้าเหมือนมีใครมาตบหน้าอย่างแรง
นางเหลือบสายตาหันไปมองทางน้องแปด
ภายในเตาหลอมโอสถก็มีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง สมุนไพรหลายชนิดกำลังควบรวมตัวกัน
จากนั้นโอสถที่มีขนาดเท่ากำปั้นก็กำลังปรากฏขึ้น!
หัวใจของซูจิ้งเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง
น้องแปดหลอมโอสถได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอด
ขอเพียงแค่ในช่วงหลังไม่เกิดอุบัติเหตุละก็ เช่นนั้น…นางก็จะสามารถหลอมโอสถได้สำเร็จ!
“ควบแน่น!”
ตู้ม!
เมื่อคิดได้ดังนั้นเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง สมุนไพรทั้งหมดถูกควบแน่นและหลอมรวมอยู่ตรงกลาง!
หลังจากนั้นไม่นาน โอสถที่มีลักษณะกลมก็ปรากฏขึ้นตรงกลางเปลวเพลิง!
…
“หลังจากหลอมสมุนไพรเป็นพันชนิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันก็เริ่มควบแน่น หลอมรวมจนกลายเป็นเม็ดโอสถ ด้วยขั้นตอนเช่นนี้…สมแล้วที่เป็นซูจิ้ง!”
ฝานอวิ๋นเซียวเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง จากนั้นก็กล่าวคำชื่นชม
วิธีการนี้แตกต่างน้องแปดที่ค่อยๆ หลอมไปทีละส่วน การหลอมโอสถในวิธีการนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือสรรพคุณก็ล้วนยอดเยี่ยมกว่า
แน่นอนว่ามันก็ยากกว่ามาก
เมื่อครู่นี้นางจะตามหลังน้องแปดอยู่หนึ่งก้าว แต่เมื่อเปิดเผยการใช้วิธีเช่นนี้ก็ช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีของซูจิ้งกลับคืนมา
อวี้เชียนขมวดคิ้วขึ้นแล้วพูดว่า
“นางคือปรมาจารย์หมอศักดิ์สิทธิ์! แม้กระทั่งเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะหลอมอันใดได้!”
ต้องบอกก่อนว่า ตอนนี้ซูจิ้งเป็นตัวแทนของเสินสื่อทุกคนภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
หากมีคนสามารถก้าวข้ามได้นางได้อย่างง่ายดาย ต่อให้ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏ เรื่องนี้ก็ทำให้ผู้คนสับสนอย่างมากแล้ว!
รอยยิ้มบนใบหน้าของฝานอวิ๋นเซียว ค่อยๆ จางหายไป เขาปิดปากเงียบแล้วกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ
ปกติแล้วอวี้เชียนจะมีนิสัยอ่อนโยน แต่ในความจริงแล้วเขาเป็นคนที่มีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเขาต้องไม่พอใจเมื่อได้เห็นกับภาพเหตุการณ์เช่นนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฝานอวิ๋นเซียวจึงหันกลับไปมองทางเงาร่างที่อยู่บนบันไดขั้นสูงสุดที่ตำหนักใหญ่มายาศักดิ์สิทธิ์ทันที
ชายที่อยู่ในชุดคลุมสีเทา รูปร่างสูงตระหง่าน ใบหน้าเรียบเฉย
สีหน้า…มองไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์แบบใด
เมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นยังไม่แสดงสีหน้าอันใด เสินสื่อสำดับที่สองร้อนใจเช่นนี้มันจะเหมาะสมหรือ?
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ ฝานอวิ๋นเซียวก็ทำได้เพียงคิดในใจ และไม่กล้าแสดงสีหน้าออกไปแม้แต่น้อย
ทั้งสองคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามล้วนเป็นคนที่ล่วงเกินไม่ได้ทั้งนั้น
…
“น้องแปดแข็งแกร่งมาก!”
มู่หงอวี่ถอนหายใจออกมา
“เกือบบีบบังคับให้เสินสื่อสำดับที่แปดต้องร้อนใจแล้ว!”
ฉู่หลิวเยว่เหลือบสายตามองนางด้วยรอยยิ้ม
“หงอวี่ เบาเสียงหน่อย หากคนอื่นได้ยินเข้าจะไม่ดี”
คำว่า “คนอื่น” ที่ว่านี้คือใคร แค่คิดก็สามารถเข้าใจได้
แต่เมื่อเป็นเช่นนั้นฉู่หลิวเยว่ก็ไม่ได้ลดเสียงของตัวเองลง
เซียวหรานเหลือบสายตามองอย่างเงียบเชียบ
พวกเจ้าไม่ได้ตั้งใจทำให้คนอื่นโกรธใช่หรือไม่?
ไม่รู้ว่าเขาตาฝาดหรือเปล่า แต่เมื่อเขาหันไปมองทางเสินสื่อสำดับที่แปดก็เห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายเย็นลงหลายส่วน…
มู่หงอวี่แลบลิ้นออกมา
“ข้าพูดความจริงนี่นา หรือว่าตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ห้ามพูดแม้กระทั่งความจริง?”
แม้นางไม่ใช่เซียนหมอ แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ นางก็เห็นคนหลอมโอสถมาเป็นจำนวนไม่น้อย
นอกจากนี้นางยังเป็นคนเฉลียวฉลาด เพียงแค่มองแวบเดียวความคิดเล็กน้อยของซูจิ้งก็ถูกเปิดเผยออกมาหมดแล้ว
ความจริงแล้ว ทุกคนที่อยู่ภายในที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ตาบอด ดังนั้นจึงสามารถมองออกทั้งหมด
การแสดงออกของนางชัดเจนเกินไป
และแน่นอนว่าก็ไม่มีใครมาตำหนิเรื่องนี้ได้
…หากนางไม่ตอบโต้อย่างรวดเร็ว นางก็โดนน้องแปดกดทับจริงๆ
ถ้าเป็นคนอื่นก็ช่างเถอะ แต่นี่เป็นน้องแปด
มีใครไม่รู้บ้างว่าระหว่างสองคนนี้มีความแค้นอันลึกซึ้งกัน?
หากนางสามารถอดทนให้น้องแปดเหยียบหัวแล้วรับคำชื่นชมเหล่านี้ นั่นคงเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดแล้ว
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ฝีมือของน้องแปดดีกว่าที่ข้าคาดเอาไว้จริงๆ ”
ในขณะที่พูดนางก็เหลือบสายตามองทางมู่หงอวี่ แม้สีหน้าของนางจะเป็นปกติ แต่ดวงตาสีน้ำตาลของนางกลับจ้องมองไปทางสนามประลองตาเขม็ง
นางหันมองตามสายตาของมู่หงอวี่ ทันใดนั้นก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา
จากนั้นนางก็ถอนหายใจออกมา
“ข้าไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงน้องแปดแล้ว แต่ทางด้านคุณชายใหญ่เจี่ยน…”
มู่หงอวี่ถอนสายตากลับคืนมา แววตาเต็มไปด้วยความกังวล