ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2438 ใครคือพี่เยี่ยนชิง
ตอนที่ 2438 ใครคือพี่เยี่ยนชิง
………………..
“น้องแปด!”
ฉู่หลิวเยว่ตกใจมาก แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปทางนั้นทันที!
ชีหานติดตามไปด้านหลังอย่างไม่ลังเล
ซูหลีชะงักอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ดังนั้นนางก็พุ่งตัวออกไปโดยไม่สนใจอันใดทั้งนั้น
แต่อย่างใดก็ตาม เมื่อฉู่หลิวเยว่เข้าไปในพื้นที่การแข่งขัน นางกลับสามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นกดทับร่างกายของนางเอาไว้
น้ำเสียงของมู่ชิงเห่อเย็นยะเยือก
“ห้ามผู้ใดเข้าใกล้ด่านเป็นตายโดยเด็ดขาด”
ฉู่หลิวเยว่หันศีรษะกลับไปมองร่างนั้นตาเขม็ง
แม้ยังจะมีระยะห่าง แต่นางก็ยังเห็นถึงความเฉยเมยบนใบหน้าเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อเห็นสายตาของนาง สีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเย็นยะเยือกถึงขั้วกระดูก
ฉู่หลิวเยว่กัดฟันแน่น กำหมัดกรอด
ตอนนั้นซูจิ้งก็กระโดดขึ้นแล้วพุ่งตัวนำโอสถใส่กล่องหยก
ตึกๆ
เมื่อฝากล่องปิดลง นางก็ร่อนตัวลงพื้นตามไปด้วย
กลิ่นหอมของโอสถเข้มข้นฟุ้งกระจายออกไปในอากาศ
เห็นได้ชัดว่า โอสถตัวนั้นหลอมสำเร็จแล้ว!
แต่น้องแปดที่อยู่ไม่ไกลกลับมีสถานการณ์แตกต่างออกไป
พลังที่โจมตีเข้ามาอย่างกะทันหัน นางจึงทำได้เพียงปกป้องโอสถ ไม่มีเวลาได้ปกป้องตนเอง
ตอนนั้นร่างของนางกระแทกลงกับเตาหลอมอย่างแรง!
ตอนนั้นมือข้างหนึ่งของนางจับที่เตาหลอมโอสถเอาไว้ จับแน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว
“น้องแปด! เจ้าเป็นอย่างใดบ้าง?”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกร้อนรนเหมือนมีไฟสุมทรวง
น้องแปดยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดจากมุมปากของตัวเอง
“นะ…นายท่านได้โปรดวางใจ ข้า…ข้าไม่เป็นไร…”
นางพูดขึ้นเสียงเบา แต่ท่าทางอ่อนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หัวใจของฉู่หลิวเยว่เหมือนถูกอันใดบางอย่างบีบรัดจนแน่น?
ไม่เป็นไร?
แบบนี้เรียกว่าไม่เป็นไรที่ไหนกัน
น้องแปดเลียริมฝีปากตัวเอง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นเต็มอยู่ทั่วริมฝีปาก
นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วหันมองไปทางซูจิ้ง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยเสน่ห์กลับมีประกายเย็นชาเพิ่มมากขึ้น
“…เสินสื่อลำดับที่แปด ลอบโจมตีเช่นนี้…หมายความว่าอย่างใด”
ซูจิ้งมีสีหน้าราบเรียบ
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดอันใดอยู่”
“หึ…”
เหมือนน้องแปดได้ยินเรื่องตลก ดังนั้นนางจึงหัวเราะเสียงเย็น
“เจ้าไม่รู้? กล้าพูด เจ้าตั้งใจฉวยโอกาสหลอมโอสถลอบโจมตีข้า ทำลายโอสถของข้า!”
ซูจิ้งขมวดคิ้วขึ้น
“สิ่งที่ข้าหลอมคือ โอสถทำนายทายทัก โอสถระดับปรมาจารย์อันดับหนึ่ง ตอนที่หลอมโอสถสำเร็จย่อมจำเป็นจะต้องเกิดปฏิกิริยาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย ยิ่งไปกว่านั้นคนอื่นๆ ก็ไม่ได้รับผลกระทบอันใดเลย มีแต่เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น เรื่องนี้เจ้าควรจะโทษตัวเองมากกว่านะ?”
“เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้” ซูจิ้งพูดขึ้นเสียงเรียบ “ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องการหลอมโอสถ หากยังไม่ถึงเวลานั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่เจ้าบอกว่าข้าตั้งใจเพ่งเล็งเจ้า เจ้ามีหลักฐานอันใดอย่างนั้นหรือ?”
น้องแปดกลืนเลือดลงคอ
ซูจิ้งเจ้าเล่ห์มาก ในสถานการณ์ที่พลังกำลังจะระเบิดเมื่อครู่นี้ หากนางแค่ขยับมือไม้เล็กน้อย เดิมทีก็ไม่สามารถทิ้งร่องรอยอันใดเอาไว้ได้แล้ว!
เพียงแค่อาศัยคำพูดของนางคนเดียวจะสามารถโน้มน้าวใจผู้อื่นได้อย่างใด?
“ได้…ดีมาก! ข้าประมาทเจ้าเกินไปจริงๆ !”
น้องแปดหลับตาลง ริมฝีปากของนางยกยิ้มขึ้นมา
“ดูเหมือนว่าวันที่ข้าตบหน้าเจ้าบนยอดเขาโอสถนั้นมันยังไม่เพียงพอ! หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้…ข้าจะตบหน้าเจ้าให้บวมมากกว่านั้นเสียอีก! ขอดูหน่อยเสียว่าหน้าเจ้าหนาขนาดไหนถึงได้พูดคำพูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคน!”
ในที่สุดซูจิ้งก็หน้าเปลี่ยนสีแล้ว
“เจ้าพูดจาไร้สาระอันใดอยู่!”
“ข้าเนี่ยนะพูดจาไร้สาระ? มีแต่เจ้านั่นแหละพูดจาไร้สาระไม่ได้ความ!”
ภาพตรงหน้าของน้องแปดมืดดำลง แต่นางยังต้องระงับโทสะเอาไว้
นางหัวเราะขึ้นมาเบาๆ
“เหตุใดหรือ เสินสื่อลำดับที่แปดที่ยิ่งใหญ่พ่ายแพ้ให้กับข้า ดังนั้นจึงอยากเอาหน้ามุดดินหรืออย่างใด? ดังนั้น…จึงยอมใช้ทุกวิธีการเพื่อทำร้ายข้า?”
คำพูดของน้องแปดร้อนแรงมาก ซูจิ้งแทบจะพูดอันใดไม่ออกเลย
ท้ายที่สุดแล้วก็มีคนมากมายอยู่รอบตัว
มีคำพูดมากมายที่นางไม่สามารถพูดที่นี่ได้
นางอดทนแล้วระงับโทสะ
“ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้าที่นี่ คำพูดใส่ร้ายเหล่านั้นข้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่…โอสถหยกครามเพลิงชาดของเจ้าถูกทำลายแล้ว ถ้าอย่างนั้นในด่านเป็นตายครั้งนี้ก็ถือว่าเจ้าพ่ายแพ้เสียแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่ได้ยินดังนั้นก็รีบตะโกนขึ้นทันที
“เจ้ากล้า!”
ซูจิ้งหันหน้าไปสบสายตากับนาง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มประชดประชัน
“เหตุใด ซั่งกวนเยว่ เจ้าคิดจะมาก้าวก่ายด่านเป็นตายรอบนี้หรือ?”
วันนี้…น้องแปดผู้นี้จะต้องตายที่นี่แล้ว!
ฉู่หลิวเยว่จ้องหน้านางตาเขม็ง
ก่อนหน้านี้นางมองน้องแปดหลอมโอถสอย่างจริงจัง นางหลอมได้อย่างราบรื่นมาก และไม่มีปัญหาใดๆ
แต่ซูจิ้งกลับลงมือเช่นนี้ จนทำให้เกิดสถานการณ์ประเภทนี้ได้
ริมฝีปากของนางยกยิ้มเย็นชา
“ด้วยฐานะของข้าคงไม่มีสิทธิ์เช่นนั้นหรอก แต่…ด้วยระดับของเสินสื่อลำดับที่แปด ทำให้ข้ารู้สึกเปิดหูเปิดตาจริงๆ !”
ซูจิ้งรู้สึกแน่นหน้าอก
ฉู่หลิวเยว่หันไปมองทางมู่ชิงเห่อ
“การแข่งขันครั้งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้า ท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นการลอบโจมตีหรือไม่ เจ้า…น่าจะเป็นคนรู้ดีที่สุดสินะ?”
หัวใจของซูจิ้งจมดิ่ง จากนั้นก็หันมองตามทิศทางนั้นด้วย
“เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง คนที่คอยสร้างแต่เรื่องปวดหัวเช่นนี้สมควรได้รับการลงโทษอย่างหนัก! ยิ่งไปกว่านั้นน้องแปดคนนี้ล้มเหลวเช่นนี้ นางก็ควรถูกตัดสินให้ประหารทันที!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ปลายเท้าของน้องแปดก็มีลำแสงหลายสายพันรอบตัวของนางทันที!
หัวใจของฉู่หลิวเยว่กระตุกวูบ
แต่ในตอนนั้นก็มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามา!
พรึ่บ!
ลำแสงหลายสายถูกตัดขาดไปทันที!
หลังจากนั้นเงาร่างสูงเพรียวก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้คน
ด้วยการกระทำของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกสั่นสะท้าน
แรงกดดันที่ไม่สามารถอธิบายได้แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขา!
น้องแปดมองไปที่กระบี่เล่มนั้น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นทันที
“พี่เยี่ยนชิง!”
หลังจากเห็นรูปร่างของผู้มาเยือนอย่างชัดเจนแล้ว ผู้คนก็รู้สึกตกตะลึงมาก
ซูจิ้งหน้าเปลี่ยนสี
“เจ้าเรียกใคร!”