ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2443 คนของเรา
ตอนที่ 2443 คนของเรา
………………..
เยี่ยนชิงพลันแข็งทื่อไปทั่วร่าง!
เขากลั้นหายใจ รู้สึกแต่เพียงว่าลำคอของตนแห้งผาก
คำพูดราบเรียบสงบนิ่งเช่นนั้นราวกับดาบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ พร้อมจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ ชวนให้รู้สึกสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว
ในตอนที่เขากำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงฉู่หลิวเยว่หัวเราะขึ้นมา
“อ้อ เกือบลืมไปเลย เขาให้ข้าไปรอเขาที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์น่ะ”
เยี่ยนชิงจึงฝืนกลืนคำพูดในลำคอลงไป
บรรยากาศโดยรอบราวกับแข็งค้างขึ้นมาหลายส่วน ทำเอาอวัยวะภายในของเขาบีบรัดเข้ารวมกัน หายใจได้ติดขัดยิ่ง
ไม่เคยมีเสี้ยวเวลาใดที่เขารู้สึกว่าการรอคอยนั้นยากเกินจะทานทนดั่งเช่นตอนนี้มาก่อน
“เช่นนั้นข้าจะรอนะ”
ฉู่หลิวเยว่เก็บปอยผมที่ยุ่งเหยิงไว้ด้านหลังพลางเอ่ยอย่างสงบนิ่ง
เยี่ยนชิงกำด้ามกระบี่ไว้แน่น แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น
…
บรรยากาศแปลกประหลาดจากฟากนี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
พวกอวี้เชียนเองก็มองมาทางนี้ด้วยจิตใจที่สับสนเช่นกัน
ท่านพี่เยี่ยนชิงที่น้องแปดคอยตะโกนเรียกก็คือจั่วเสินเจียง!?
แต่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูมาตลอดไม่ใช่หรือว่าเขามาจากอาณาจักรเสิ่นซวี่?
อีกทั้งเหมือนจะตามคนอื่นมาด้วย…
ความกระวนกระวายใจอย่างรุนแรงถาโถมเข้าสู่จิตใจของเสินสื่อทั้งหลาย
จิ้นอวิ๋นไหลกล่าวขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหว
เขาเข้ากับคนพวกนี้ไม่ค่อยได้มาแต่ไหนแต่ไร เมื่อก่อนเจอหน้ากันทีไรก็มักจะทำสีหน้าบูดบึ้งใส่อยู่เสมอ
ทว่าบัดนี้ ท่าทีของเขากลับดีจนน่าประหลาดใจนัก บนดวงหน้ายังแต้มด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแลกระตือรือร้น
เขาแทรกตัวเบียดเข้าไปในหมู่ฝูงชนด้วยอดรนทนไม่ไหวอยู่รอมร่อ
“หลบหน่อย แค่ก รบกวนหลบไปหน่อย!”
ฝานอวิ๋นเซียวขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม
“ผู้ดูแลรอง เจ้ามาเบียดเหตุใด! ข้างๆ ไม่มีที่แล้วหรือไร!”
เหยียนเก๋อมองเขาด้วยสายตาที่แสดงถึงความโมโหยิ่งกว่าสิ่งใดเปรียบแวบหนึ่ง
เจ้าจะไปเข้าใจอันใด!
ข้าก็แค่หาที่ซ่อนตัวก่อนสักครู่ ประเดี๋ยวโดนเลือดพุ่งเปื้อนใส่ตัวขึ้นมาจะทำอย่างใด!
ยืนพูดอย่างเดียวมันง่ายน่ะซี!
“ข้าพอใจแบบนี้! สนใจเรื่องตัวเองไปเถอะเจ้าน่ะ!”
ฝานอวิ๋นเซียว “…”
ไม่พบหน้ากันนานปานนั้น เดิมคิดว่านิสัยของเหยียนเก๋อจะดีขึ้นมาบ้าง สุดท้ายก็ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน!
อีกทั้งดูจะยโสโอหังกว่าแต่ก่อนมากขึ้นด้วย!
ฝานอวิ๋นเซียวในตอนนี้ย่อมไม่รู้ว่า ยามคนเผชิญหน้ากับความเป็นความตายย่อมไม่มีทางมีใจที่เบิกบานได้อยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าเหยียนเก๋อมีท่าทีเช่นนี้ ฝานอวิ๋นเซียวก็รำคาญใจยิ่งนัก ทว่าก็ไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกไปแต่อย่างใด
อย่างใดเสียอีกฝ่ายก็มีสมุดบัญชีอยู่ในมือ อีกทั้งด้วยตัวตนของอีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะควรเข้าไปยั่วยุ
เขาสะบัดชายเสื้อคลุมอย่างแรงคราหนึ่ง ทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลย
ครั้นถูกเหยียนเก๋อรบกวนเช่นนี้ บรรดาเสินสื่อที่เหลือเองก็ถูกทำให้อารมณ์สับสนพลุ่งพล่านเช่นกัน
แม้ในใจจะเคลือบแคลงสงสัย ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ก็มิอาจถามอันใดได้มากนัก
…
ในที่สุด ยาอายุวัฒนะในหม้อต้มโอสถของเจี่ยนเฟิงฉือ… ก็หลอมรวมเข้ากันสำเร็จ!
ฟุ่บ!
ยาอายุวัฒนะลูกนั้นลอยพุ่งสู่ผืนฟ้า!
ร่างของเจี่ยนเฟิงฉือวูบไหว กระโจนตัวตามไป ก่อนจะเก็บยาอายุวัฒนะลูกนั้นกลับคืนมาได้อย่างสบายๆ
กริ๊ก!
ยาอายุวัฒนะถูกเก็บเข้าไปในกล่องหยกเป็นอันเรียบร้อย
เขาร่อนลงอย่างแผ่วเบาและสง่างามพลางกะน้ำหนักของกล่องหยกในมือ บนดวงหน้าหล่อเหลาโดดเด่นเผยให้เห็นถึงรอยยิ้ม
“ในที่สุดก็หลอมเสร็จแล้ว!”
ยามเห็นฉากนี้ มู่หงอวี่ก็ลูบอกของตนเบาๆ พลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
น้องแปดปรายสายตามองนาง ริมฝีปากแดงแสยะออกมาน้อยๆ
“เสี่ยวหงอวี่ เจ้าประหม่าอันใดกัน มีใต้เท้าจั่วเสินเจียงอยู่ จะไปปล่อยให้เขาตายในด่านเป็นตายจริงๆ ได้หรือ?”
มู่หงอวี่ “…”
นางชำเลืองมองเยี่ยนชิงอย่างเงียบเชียบ
ใบหน้าของเขายังคงราบเรียบไร้อารมณ์เหมือนเคย
ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองหรือไม่ แต่นางมักรู้สึกว่าลมปราณทั่วร่างของเยี่ยนชิงดูเหมือนจะเย็นเยียบกว่าเดิมนัก…
“นั่นมัน… น้องแปด พูดเช่นนี้ไม่ค่อยดีเท่าไรกระมัง?” มู่หงอวี่เอ่ยขึ้นมาด้วยความสับสนอยู่บ้าง
”ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย”
ฉู่หลิวเยว่พลันเอ่ยขัดบทสนทนาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“จั่วเสินเจียงยึดมั่นในคุณธรรมมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยังเปิดเผยตรงไปตรงมา จะไปใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนเช่นนี้ได้อย่างใดกัน”
หนังตาของเยี่ยนชิงกระตุกถี่ยิบ
ครั้นเห็นเขาพยายามซ่อนร่างกายอันแข็งแรงกำยำอยู่หลังบรรดาเสินสื่อทั้งหลายอย่างสุดความสามารถ นางก็หรี่ตาลงน้อยๆ
จากนั้น นางก็พลันยกมุมปากขึ้น
“สุขภาพของผู้ดูแลรองดูจะแข็งแรงขึ้นมากทีเดียวจริงๆ ใต้เท้าจั่วเสินเจียง ท่านเห็นด้วยหรือไม่?”
เยี่ยนชิงกัดฟัน ก่อนจะกล่าวออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก
“สุขภาพของเขาดีมากมาโดยตลอด”
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้ว
“อ้อ งั้นหรือ?”
ห่างออกไป เหยียนเก๋อที่เงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวฝั่งนี้มาโดยตลอดได้ยินเช่นนี้ก็แทบกระโดดแผล็วออกจากที่
เจ้าเด็กนี่!
พูดจาเหลวไหลอันใดกัน!
ตัวเองตายแล้วก็ไม่ต้องลากผู้อื่นตามไปด้วยซี!
หมิงซูมองเขาพลางเอ่ยกล่อมเสียงเบา
“ผู้ดูแลรอง ข้าว่าท่านเลิกดิ้นรนเถอะ”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังต้องคิดอันใดอีกหนอ?
เหยียนเก๋อสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ในใจรู้สึกเสียดายมากโดยแท้
มาเร็วเกินไปจริงๆ!
…
“ท่านซู”
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็หันไปมองทางซูหลี
ซูหลีถึงกับตื่นตกใจ
ฉู่หลิวเยว่คลี่ยิ้มน้อยๆ
“ไม่มีอันใด แค่ว่าจู่ๆ ก็นึกได้ว่าท่านน่าจะไม่ได้เจอผู้อาวุโสถังเคอมาสักระยะแล้วกระมัง?”
“อ๊ะ? อ้อ เรื่องนี้รึ… ใช่แล้ว”
ซูหลีพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจโดยพลัน
“มีปัญหาอันใดหรือไม่”
“ไม่ได้มีปัญหาอันใด ก็แค่… รู้สึกว่าเขาน่าจะมาที่นี่พร้อมกับใต้เท้าจั่วเสินเจียงกระมัง?”
ฉู่หลิวเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทันทีที่เอ่ยจบ ถังเคอที่เพิ่งมาถึงหน้าประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ถึงกับชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าควรจะเดินเข้าไปต่อ หรือหันหลังจากไปดีกันแน่?
ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ดี ก็ได้ยินเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ของเยี่ยนชิงแว่วดังออกมาจากด้านใน
“เขามาแล้ว อยู่ด้านนอก”
ถังเคอ “!”
ฉู่หลิวเยว่หันไปมองราวกับเพิ่งรู้ตัว
ถังเคอเผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วนส่งไปให้
ฉู่หลิวเยว่กลับเอ่ยว่า
“ถังเคอคือคนที่ท่านซูหลีอยากพบ”
“ส่วนคนที่ข้ากำลังรอ ยังไม่มา”
………………..