ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2456 ท่านเทพอยากจะแทรกแซงหรือไม่
ตอนที่ 2456 ท่านเทพอยากจะแทรกแซงหรือไม่
………………..
ขณะเดียวกัน ในที่สุดอวี้เชียนก็กลับมามีสติ
เขาขมวดคิ้วมุ่น
มันช่างพิลึกเสียจริง เมื่อชั่วครู่เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวฉู่หลิวเยว่ขึ้นมาบ้างแล้ว
ตอนนี้นางยังขึ้นสวรรค์ทลายเทพไม่ได้เลย!
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้นางจะทำสำเร็จแล้ว แต่ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
อย่างใดเสีย เขาก็ได้ข้ามผ่านธรณีประตูแห่งนั้นนานนับหมื่นปีมาแล้ว!
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้อวี้เชียนโกรธเคืองอย่างยิ่ง
เขาฟั่นเฟือนไปแล้วจริงๆ ที่คิดว่าฉู่หลิวเยว่เพียงผู้เดียวจะสามารถเป็นภัยคุกคามต่อเขาได้
“ช่างเป็นความรู้สึกลึกซึ้งระหว่างนายกับบ่าวเสียจริง!”
เขายิ้มอย่างเยือกเย็น และเอ่ยวาจากระแนะกระแหน
เมื่อนึกถึงการที่ตนเองถูกหลอกลวงมานานถึงเพียงนี้ เขาก็เดือดดาลจนอยากจะสังหารฉู่หลิวเยว่และ
ถวนจื่อเสียตอนนั้นเลย!
โชคดีที่เขายังยอมผ่อนปรนอยู่หลายครั้งเพื่อให้ถวนจื่อเชื่อฟัง
เคยคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ใครจะรู้ว่าพวกนางไม่เคยยุติพันธสัญญาตั้งแต่แรก!
ภาพในอดีตยังคงฉายซ้ำอยู่ในใจของอวี้เชียน และคอยตักเตือนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนเองเคยทำเรื่องโง่เขลาในอดีต!
อวี้เชียนโกรธจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
ฉะนั้น ในขณะนี้ความตื่นตะลึงและความเคืองโกรธทั้งหมดได้เปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างรุนแรงเข้าแล้ว!
นางทั้งสอง… ต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด!
ตอนที่เขากำลังจะลงมืออีกครั้ง ทันใดนั้น ก็มีเสียงแหบพร่าดังขึ้นมา
“อวี้เชียนไร้ประสิทธิภาพในการทำงานนัก ขอให้เสินจู่ลงโทษด้วยเถิด!”
“แม้จะไม่สามารถทำให้พวกนางยุติพันธสัญญาได้ แต่ว่า… อย่างน้อยก็เปิดเส้นชีพจรที่แปดแล้ว จึงถือว่าเจ้าได้ทำความดีลบล้างความผิดแล้ว”
นี่มันหมายความอย่างชัดเจนว่าไม่ได้คิดจะสืบสวนความผิดพลาดของอวี้เชียน
เห็นได้ชัดว่ามันเกินความคาดหมายของอวี้เชียนเช่นกัน เขานิ่งไปชั่วขณะก่อนจะรู้สึกโล่งอก
“ขอบพระทัยเสินจู่เป็นอย่างยิ่ง!”
“มานี่สิ”
เสินจู่เอ่ยปากอีกครั้ง แต่คราวนี้แน่ชัดว่าไม่ได้เอ่ยถึงอวี้เชียนโดยตรง
นี่มัน…กำลังเรียกถวนจื่ออยู่!
ถวนจื่อขมวดคิ้วเข้าหากัน เท้าทั้งสองข้างเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ โดยไม่ยอมขยับเขยื้อน
นางจ้องมองเงาร่างอันพร่ามัวนั้นด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
จากนั้นนางก็นึกอันใดบางอย่างได้ทันที พร้อมทั้งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“… คือท่านนี่เอง!”
คนๆ นี้คือผู้ก่อเหตุที่จับนางขังและทรมานนางทุกรูปแบบในทะเลทรายจันทราสีชาด
ถึงแม้สิ่งที่ปรากฏในตอนนั้นจะมีเพียงแค่ดวงตาข้างเดียว แต่นางก็ไม่มีทางจำผิด!
ก็คือคนๆ นี้นี่แหละ!
“ข้าบอกให้มานี่อย่างใดเล่า”
มีความเย็นชาแฝงอยู่ในน้ำเสียงของผู้นั้น
จากนั้น ร่างเงานั้นก็ยกมือขึ้นมาทันทีโดยไม่รอให้ถวนจื่อตอบสนอง
พร้อมกับการเคลื่อนไหวนี้ หวายสีดำพันรอบถวนจื่ออย่างแน่นหนาก็ลอยขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ร่างของถวนจื่อพลันเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
อย่างใดก็ตาม การโต้กลับเช่นนี้ก็ไม่ได้เกิดผลในการสกัดกั้น
ดูเหมือนว่าผู้นั้นจะหัวเราะออกมา
“ในตอนแรก อี้หลิงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าเลย กับเจ้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง”
ถวนจื่อใจหายวาบ
บรรพบุรุษอี้หลิงได้เปิดเส้นชีพจรที่เก้าแล้ว
หากแม้แต่สิ่งนั้นยังทำไม่ได้ เช่นนั้นแล้ว…
นางเริ่มดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
จากประสบการณ์ครั้งก่อนของนางในทะเลทรายจันทราสีชาด นางรู้ดีว่าจะมีสิ่งใดรออยู่หากนางตกอยู่ในมือของอีกฝ่าย!
น่าเสียดายที่พลังเพียงแค่นี้ เปรียบเสมือนตั๊กแตนที่ขวางรถอยู่ต่อหน้าฝ่ายตรงข้าม
ถวนจื่อกัดฟันกรอด แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงจนเจ็บแสบถึงกระดูก
หวายสีดำบีบรัดข้อมือนางเสียแน่น และฉุดดึงนางออกไปจนแทบจะทำให้มือทั้งสองข้างของนางขาดสะบั้น
ในขณะเดียวกัน เลือดในร่างกายของนางก็ถูกสิ่งนั้นกลืนกินอย่างไม่หยุดหย่อน
เส้นหวายที่เดิมทีมืดทึบอย่างไร้ที่เปรียบ กลับค่อยๆ มีสีแดงเลือดปรากฏขึ้นมา ซึ่งดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
เหมือนกับว่าหัวใจของฉู่หลิวเยว่ถูกบิดอย่างรุนแรงด้วยอันใดบางอย่าง และมันเจ็บแสบนัก
ตรงหน้ามีจุดดาวขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันเสร็จสมบูรณ์ ก่อให้เกิดค่ายกลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก
ขอเพียงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นก็จะสามารถขึ้นสวรรค์ทลายเทพได้อย่างแน่นอน!
แต่หากหยุดลงตอนนี้…
ความพยายามที่ทุ่มเทมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า!
นางก้าวเท้าออกไป
ขณะนี้ ดูเหมือนว่าถวนจื่อจะรับรู้ถึงความคิดของนางจึงตะโกนออกมาทันควัน
ไม่ได้!
ทำไม่ได้!
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางว่าอาเยว่ต้องทนทุกข์มากเพียงใดเพื่อมาถึงวันนี้
ไม่ง่ายเลย! มันไม่ง่ายเลย!
หากยอมแพ้ตอนนี้ ความทุกข์ทรมานที่ต้องเผชิญตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะสูญเปล่าทั้งหมดใช่หรือไม่!?
นางไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
นางไม่อยากให้อาเยว่เป็นอันใด!
ขณะนั้น หวายสีดำได้แผ่ขยายขึ้นไปและพับรอบสองแขนของนาง
เลือดเริ่มหลั่งไหลออกมาจากบาดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโถงหลักอย่างรวดเร็ว
“เส้นชีพจรที่แปด…ยังขาดอยู่นิดหน่อยนะ”
เสินจู่เอ่ยเสียงแผ่วๆ
“น่าเสียดายที่เจ้ากับนางมีพันธสัญญาต่อกัน จึงทำได้เพียงเท่านี้”
เมื่อสิ้นเสียงพูด หวายสีดำก็รัดคอถวนจื่อจนแน่นทันที!
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นสะท้าน
ทว่าในขณะนี้ ร่างอันแข็งแกร่งที่ขาวดุจหิมะก็พุ่งออกมาจากนอกโถงใหญ่!
เป็นเสวี่ยเสวี่ยนี่เอง!
เพียงชั่วพริบตา มันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของถวนจื่อ
ก่อนจะงับกัดหวายสีดำอย่างไม่คิดลังเล
“ท่านเทพ ท่านกำลังพยายามแทรกแซงเรื่องที่เป็นความลับของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?”
เสินจู่พลันเอ่ยถาม
ได้ยินเช่นนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็หันกลับไปมองหรงซิวอย่างไม่รู้ตัว
ไม่เห็นถึงอารมณ์ใดใด ปรากฏบนใบหน้าสง่าและเย็นชาของเขาเลย
จากนั้นเขาจึงเอ่ยปากพูด
“เสวี่ยเสวี่ย กลับมาเถิด”
น้ำเสียงราบเรียบนั้นทั้งทรงอำนาจและมีความน่าเกรงขาม
เสวี่ยเสวี่ยชะงักงัน
เพียงชั่วครู่ที่หยุดลง หวายสีดำพันรอบลำคอของถวนจื่ออย่างแน่นหนาทันที!
ของแหลมคมทิ่มแทงผิวหนังของนาง ทันใดนั้น เม็ดไข่มุกโลหิตสีชาดก็ปรากฏขึ้น!