ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2457 ช้าก่อน
ตอนที่ 2457 ช้าก่อน
………………..
ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่สีดำก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าถวนจื่อ!
มืออันเรียวยาวและทรงพลังจับเถาวัลย์เส้นนั้นไว้แน่น
เสียงอันแผ่วเบาของปลายแหลมคมที่แทงเข้าเนื้อหนังก็ดังขึ้น
พลังมหาศาลยับยั้งเถาวัลย์เอาไว้ ก่อนจะดึงมันออกอย่างรุนแรง!
เลือดอุ่นๆ ไม่กี่หยด กระเซ็นลงบนใบหน้าของถวนจื่อ
นางตาเบิกโพลงทันควัน
“จื่อเฉิน!”
ขณะนี้ คนที่ปรากฏตัวต่อหน้านางและออกแรงคว้าเถาวัลย์เอาไว้เพื่อขัดขวางไม่ให้มันรัดคอนางมากขึ้น นั่น คือจื่อเฉินที่ไม่ได้พบเจอกันมาเนิ่นนานแล้ว
จื่อเฉินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาใช้มือข้างหนึ่งรัดเถาวัลย์ให้แน่นขึ้น แล้วจับถวนจื่อขึ้นมาด้วยมืออีกข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน ก่อนจะกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน
ข้อมือของถวนจื่อยังคงถูกเถาวัลย์พันไว้แน่น
จื่อเฉินหลุบตาลงต่ำ สายตาจ้องมองไปยังรอบข้อมือของนางที่เต็มไปด้วยบาดแผล และแววตาที่มีเจตนาฆ่าก็วูบผ่านดวงตาของเขา
หลังจากนั้น ประกายแสงสีม่วงทองก็วาบขึ้นอย่างรวดเร็ว และเฉือนอย่างหนักหน่วงดุจใบมีดอันคมกริบ!
ถวนจื่อรู้สึกว่ามือคลายออก เถาวัลย์ที่เหนี่ยวข้อมือของนางพลันถูกตัดโดยจื่อเฉิน!
จื่อเฉินโอบนางเอาไว้ และถอยไปข้างหลังอย่างไม่นึกลังเล
ถวนจื่อเหลือบมองและเห็นว่าจื่อเฉินถือเกล็ดสีม่วงทองอยู่ในมือ
นางเบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
นั่นมัน…ชิ้นส่วนเกราะเกล็ดที่พี่เป่าทิ้งไว้ที่สำนักหลิงเซียวไม่ใช่หรือ
“เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วง!?”
เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วง!
นั่นไม่ใช่…สมบัติอันล้ำค่าที่มหาปุโรหิตสร้างขึ้นมาเมื่อหมื่นปีก่อนหรอกหรือ!?
ทว่าการสู้รบในปีนั้น มหาปุโรหิตเป็นผู้พ่ายแพ้ในการต่อสู้ และเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงก็ถูกทลายจนหมดสิ้น
เหตุใดตอนนี้ถึงยังปรากฏอยู่ในมือของอินทรีสามตาผู้นี้เสียได้!?
ในอีกขณะหนึ่ง อวี้เชียนแทบจะตอบสนองกลับมาทันที เขาหันหลังกลับมาพลัน ก่อนจะมองไปยังฉู่หลิวเยว่
“นี่คือของนาง!”
อินทรีสามตาคืออสูรศักดิ์สิทธิ์ที่นางทำพันธสัญญาไว้ ฉะนั้น ชิ้นส่วนของเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงนี้ได้มาจากนางอย่างแน่นอน
คนแทบทั้งหมดจ้องมองไปที่ฉู่หลิวเยว่ด้วยความตกตะลึงจนไม่อาจปกปิด
…นางมีความสัมพันธ์กับมหาปุโรหิตงั้นหรือ
“…อยู่กับเจ้าจริงด้วย”
เสินจู่เอ่ยอย่างเนิบนาบ และเมื่อฟังจากน้ำเสียงก็ดูเหมือนว่าจะคาดการณ์เอาไว้ตั้งนานแล้ว
จากนั้น ภายในโถงใหญ่ก็เงียบสงัดลง
ฉู่หลิวเยว่กลั้นหายใจ
ถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรที่แปดแล้ว หากพูดกันตามหลัก ศักยภาพของนางควรเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่สามารถจัดการกับหวายสีดำได้
ขบคิดวกไปวนมา ก็มีเพียงชิ้นส่วนเกราะเกล็ดที่หลงเหลืออยู่ของพี่เป่าเท่านั้นที่มีความหวังสูงสุดในการต่อสู้กับมัน
ท้ายที่สุดแล้ว การดำรงอยู่ของเขานั้นเหนือกว่าเทพศักดิ์สิทธิ์ เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงนี้ก็ได้รับการสกัดและแปรสภาพด้วยตัวเขาเอง และไม่ควรประเมินค่าต่ำเกินไป
ตามที่คาดเอาไว้ว่าท้ายที่สุดก็สามารถนำถวนจื่อกลับมาได้
แต่ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของนางกับพี่เป่าก็ถูกเปิดเผย
ฉู่หลิวเยว่ไร้คำเอื้อนเอ่ย เพียงแต่มองไปยังค่ายกลที่อยู่ตรงหน้านาง
ต้องรวดเร็วขึ้นอีก!
ตอนนี้นางได้อยู่ในวงแหวนแล้ว และตราบใดที่นางไม่ออกไป คนนอกก็ไม่สามารถเข้ามาก่อกวนได้เช่นกัน
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด!
นางจำต้องทำค่ายกลให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และขึ้นสวรรค์ทลายเทพเสีย!
“ข้ากำลังตามหาสิ่งนี้อยู่พอดี”
ทันทีที่เอ่ยจบ หวายสีดำก็ลอยขึ้นมาอีกครั้ง!
“ฉุบ ฉุบ”!
เมื่อได้ยินเสียงทลายอากาศดังขึ้น เถาวัลย์พลันแบ่งออกเป็นสองแฉก แล้วแยกกันโจมตีไปทางจื่อเฉินและถวนจื่อ!
จื่อเฉินกอดถวนจื่อไว้แนบแน่นแล้วถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว!
เพียะ!
ทันทีที่ร่างของเขาจากไป พื้นดินที่เขาอยู่เมื่อครู่ก็โดนหวายสีดำฟาดอย่างรุนแรงจนเกิดรอย!
จื่อเฉินคิ้วผูกแน่น
เขาเพิ่งสัมผัสได้ถึงความโหดเหี้ยมของสิ่งนี้
เขาสามารถพึ่งพาเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงเพื่อเอาตัวรอดได้เพียงชั่วคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานก็เกรงว่าจะ…
เมื่อความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมาในหัว แรงกดดันอันหนักหน่วงก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้น!
จื่อเฉินรู้สึกแน่นหน้าอก ทันใดนั้น ทั่วทั้งร่างกายก็เหมือนติดอยู่ในบึงโคลน ยากที่จะขยับเขยื้อน
พลังอำนาจของเสินจู่…ย่อมน่ากลัวกว่าผู้ใดที่เขาเคยพบเห็นมาก่อน!
เพียะ!
หวายสีดำหล่นร่วงลงมาอีกครั้ง!
จื่อเฉินกำลังจะก้าวถอยหลัง แต่กลับพบว่าเขาแทบจะควบคุมร่างกายตนเองไม่ได้ แม้แต่การยกมือก็กลายเป็นเรื่องลำบากยิ่งนัก
เพียงแค่ชั่วขณะที่หยุดชะงัก…
ทันใดนั้น ผิวหนังก็ฉีกขาด!
พลังในครั้งนี้รุนแรงอย่างมาก กระทั่งจื่อเฉินผู้มีพลังกายอันแข็งแกร่งยิ่งยังไม่อาจต้านทานได้
ทว่าหลังจากนั้น แฉกที่สองก็ตามมาพลัน และพุ่งตรงไปยังถวนจื่อ!
สีหน้าของจื่อเฉินเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม และเมื่อไร้หนทางหลีกเลี่ยง เขาจึงเลือกที่จะปกป้องด้วยแขนของตนเอง!
เพียะ!
ทันใดนั้น เลือดก็หลั่งไหลออกมาไม่หยุด กระทั่งกระดูกขาวอันน่ากลัวก็ยังมองเห็นได้เลือนราง!
“จื่อเฉิน!”
เมื่อถวนจื่อเห็นเช่นนั้น นางก็เกิดอาการตื่นตระหนก
ครั้งก่อน จื่อเฉินได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสเพื่อช่วยนาง และต้องใช้เวลานานมากในการฟื้นตัว
นางไม่อยากให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
“จื่อเฉิน ปล่อยข้าลง!”
ถวนจื่อดิ้นรนที่จะกระโดดลงมา
“พวกเขาต้องการฆ่าข้า ไม่อยากให้เจ้ามาเดือดร้อนด้วย!”
จื่อเฉินเม้มปากแน่น และใช้มือข้างหนึ่งกอดนางให้แน่นยิ่งขึ้น
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในภาวะคุมเชิง
ติ๊ก-ต็อก
ติ๊ก-ต็อก
ไข่มุกโลหิตหยดลงบนพื้นดิน แล้วสีแดงก็แผ่ไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว
ทางด้านเสวี่ยเสวี่ยที่มองเห็นฉากนี้ พลันเกาหูเกาแก้มด้วยความวิตกกังวล
มันมองไปที่หรงซิวเพื่อขอความช่วยเหลือ พลางขยับไปมาด้วยความไม่สบายใจ ดวงตาสีฟ้าดุจน้ำแข็งของนาง ขณะนี้เต็มไปด้วยความกลัวและกระวนกระวาย
จะไม่ลงมือจริงหรือ
ถึงแม้จื่อเฉินจะมีเกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงชิ้นนั้น แต่เขาก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของคนผู้นั้นได้!
และยังมีถวนจื่อ…
หวายสีดำโหมกระหน่ำเข้ามาอีกครั้ง
ทันใดนั้น ก็มีค่ายกลปรากฏขึ้นตรงหน้าของจื่อเฉินและอีกสองคน!
“ช้าก่อน!”
ทุกคนหันหลังกลับและพบว่าผู้ที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโหมวเจินนั่นเอง!
………………..