ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2459 ต่อสู้หลังชนฝา
ตอนที่ 2459 ต่อสู้หลังชนฝา
……………
ทันใดนั้น เสียงร้องของหงส์ก็แพร่กระจายไปทั่วสวรรค์โลกา!
เปลวเพลิงลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง และมันพลันล้อมรอบถวนจื่อไว้จนกลายเป็นลูกไฟอย่างสมบูรณ์
อุณหภูมิสูงร้อนระอุอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้พื้นที่โดยรอบเริ่มเกิดการบิดเบี้ยว!
ขนนกทองคำบรรพบุรุษสีทองแดงลอยลิ่วออกมาจากตรงนั้น
จื่อเฉินยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขากุมมันเอาไว้ในมืออย่างใกล้ชิดจนถึงที่สุด และดวงตาก็จับจ้องไปยังคนตัวเล็กที่อยู่ในเปลวเพลิงนั้น
ในอีกครู่หนึ่ง ถวนจื่อก็แปลงกายเป็นร่างที่แท้จริงก่อนจะพุ่งไปข้างนอกอย่างฉับไว!
“ถวนจื่อ!”
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงและหันกลับไปมองโดยเร็ว
สิ่งที่มองเห็นมีเพียงร่างอันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทองแดงที่ลุกโชติช่วงนั้นจากไปอย่างรวดเร็ว
นางขยับเท้าและกำลังจะเคลื่อนไหว แต่ความรู้สึกเจ็บปวดกลับหลั่งไหลเข้ามาในใจอย่างฉับพลัน!
ราวกับว่ามีของแหลมคมทิ่มแทงลงส่วนลึกของจิตใจนางอย่างบ้าคลั่ง ทั้งคมและเจ็บปวด!
หลังจากสมาธิหลุดไปชั่วขณะ ก็ดูเหมือนจะมีภาพพร่ามัวปรากฏขึ้นตรงหน้า
ก็ยังเป็นหงส์ทองคำตัวหนึ่งที่บินขึ้นมาจากโถงใหญ่อันไพศาลและสูงตระหง่าน
ท้องฟ้าในขณะนั้นมืดมน มีเพียงเปลวเพลิงสีทองแดงซึ่งลุกโชนอยู่ทั่วร่างมันเท่านั้นที่เปล่งประกายฉายแสง จนแทบส่องสว่างไปถึงครึ่งหนึ่งของฟากฟ้า
ดุเดือด เด่นชัด และฝังลึกลงในเลือดเนื้อ!
ฉู่หลิวเยว่พลันชะงักงัน
ขณะที่นางอยากเห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ภาพนั้นกลับเลือนหายไปทันควัน โดยไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้เลย
มีเพียงเสียงร้องแหบพร่าของหงส์ที่ยังคงวนเวียนอยู่ข้างหูและไม่เคยจางหายไป
มันคือ…
แม้ภาพนั้นจะปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ และนางไม่ได้มองดูอย่างละเอียดนัก แต่นางมั่นใจอย่างแน่แท้ว่านั่นไม่ใช่ถวนจื่อ!
เผ่าหงส์ทองคำจะสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้หลังจากอายุหนึ่งร้อยปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ
ทว่าตอนนี้ถวนจื่อยังคงเป็นเด็ก และถึงแม้จะฟื้นคืนร่างที่แท้จริงได้ รูปร่างของนางก็ยังคงเล็กกว่าหงส์ทองคำทั่วไปอยู่ดี
เช่นนั้น…
หากไม่ใช่ถวนจื่อแล้วจะเป็นผู้ใด
ไยภาพเช่นนี้จึงปรากฏขึ้นมาในใจของนาง
ฉู่หลิวเยว่ยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าตกตะลึงและดวงตาเหม่อลอย
หรงซิวถลึงตาเล็กน้อยเมื่อมองดูฉากนี้
เขาซ่อนมือไว้ด้านหลังแล้วค่อยๆ กำมือแน่น ภายในดวงตาดุจหงส์นั้นมีความลึกล้ำและไม่อาจคาดเดา
ชีหานสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของฉู่หลิวเยว่ได้อย่างรวดเร็ว
“นายท่าน…ท่าน”
เขาเพรียกตะโกนสองครั้งติดกัน ฉู่หลิวเยว่ถึงจะกลับมามีสติอีกครั้ง
ค่ายกลตรงหน้าของนางดูเหมือนกำลังพังทลายลง แล้วนางก็ยกมือขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับมันโดยแทบไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้คนรอบข้างจำนวนมากล้วนคิดว่าฉู่หลิวเยว่ทำเช่นนี้เพราะเป็นห่วงถวนจื่อ พวกเขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก
แต่ชีหานกลับขมวดคิ้วและรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลกพิลึก
“นายท่าน ท่านเป็นอันใดหรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่หลุบตาลงเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัว
“ข้า…ไม่ได้เป็นอันใด”
เมื่ออวี้เชียนเห็นเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา
“เหตุใดล่ะ ไม่ไล่ตามไปหรอกหรือ รู้ไว้เสียด้วยว่าคนที่บีบคั้นให้นางมาถึงจุดนี้ก็คือเจ้า”
หากฉู่หลิวเยว่ยุติพันธสัญญากับถวนจื่อตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็ลืมตาขึ้นและหันกลับมา ก่อนจะเริ่มมุ่งมั่นตั้งใจกับการวิเคราะห์ค่ายกลที่อยู่รอบตัว
นางมีท่าทีสงบและเยือกเย็นผิดสังเกต ราวกับว่าไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอีกต่อไป
ณ ตอนนี้ ไม่ใช่แค่อวี้เชียนเท่านั้น แต่ผู้อื่นที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างก็ฉงนและอดที่จะมองหน้ากันไม่ได้
ฉู่หลิวเยว่ นี่มันหมายความว่าอย่างใดกัน
ปล่อยปละละเลยไว้เช่นนี้เลยหรือ
แล้วทางถวนจื่อ…
ไม่ว่าอย่างใดก็ตาม นั่นก็คือสัตว์อสูรในพันธสัญญาของนาง!
ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เคยมีความรู้สึกลึกซึ้งระหว่างท่านหญิงกับบ่าวหรอกหรือ ไยตอนนี้บอกว่าไม่สนใจ ก็ไม่สนใจจริงๆ เสียอย่างนั้น
“อวี้เชียน ไปนำนางกลับมาเสีย”
เสินจู่เอ่ยปาก
“รับทราบ!”
หลังจากอวี้เชียนได้รับคำสั่งก็พลันตื่นตัวขึ้นมา และมุ่งหน้าออกไปข้างนอก!
ภายในโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง
ทุกคนต่างรู้ดีว่าถวนจื่อในครั้งนี้…เต็มไปด้วยลางร้าย!
คนมากมายล้วนมองไปที่ฉู่หลิวเยว่
เพียงแต่แววตาจดจ่อและท่าทีอันสงบของนางนั้นไม่อาจมองออกได้จริงๆ
เหมือนกับว่า…ทั้งหมดนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับนางเลย
จื่อเฉินจ้องมองนางด้วยแววตาซ่อนเร้นและเม้มริมฝีปากแน่น
…
ผู้คนที่กำลังรออยู่ด้านนอกประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้ยินเพียงเสียงร้องอันใสกังวานของหงส์ และพวกเขาทั้งหมดต่างก็เงยหน้าขึ้นไปมอง
“ก่อนหน้านี้นางไม่ได้ถูกอวี้เชียนนำตัวกลับไปหรือ ไยตอนนี้จึงออกมาอีกแล้ว”
“เดี๋ยวก่อน! ดูเหมือนว่า…นางไม่ได้มีแผนจะออกไปข้างนอกนะ แต่ว่า…”
“หยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว! นางไปทำสิ่งใดที่นั่น”
ผู้คนถกเถียงกันอย่างไม่หยุดหย่อน
ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาอย่างนับไม่ถ้วน ถวนจื่อจึงหยุดชะงักอยู่เหนือหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว
เปลวเพลิงรอบตัวนางกำลังลุกโชนอย่างร้อนแรง อุณหภูมิที่ร้อนผ่าวและระอุนั้นเกือบจะแผดเผาภายนอกของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
เมื่ออวี้เชียนที่ไล่ตามออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์มองเห็นเหตุการณ์นี้ เปลือกตาก็กระตุกอย่างรุนแรงทันที
ขณะมองดูลูกไฟที่ลุกโชนอยู่บนเสาหยกขาวบางต้น แล้วก็มองดูถวนจื่อที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ ความวิตกกังวลอย่างหนักหน่วงก็พรั่งพรูเข้ามาในใจ!
เพลิงบนเสาหยกขาว ทว่า…
ฟิ้ว!
ปีกสีทองแดงขนาดใหญ่ดุจเมฆลอยต่ำ ครั้นปีกนั้นโบกสะบัด ลมพายุก็โหมกระหน่ำ!
ในอีกครู่หนึ่ง เปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่บนเสาหยกขาว ดูเหมือนว่าจะถูกเรียกขึ้นมาโดยพลังอันน่าเกรงขาม ก่อนจะแพร่กระจายขึ้นแล้วมุ่งตรงไปที่ถวนจื่อ!
อวี้เชียนสั่นสะท้านไปทั้งจิตใจ
เปลวเพลิงนั้นได้รับการประคองสภาพโดยพลังแห่งสายเลือดของหงส์ทองคำ หากถวนจื่อกอบโกยพลังทั้งหมดไปเสียเฉยๆ เช่นนั้นแล้ว…ไม่อาจคิดเลยว่าผลที่ตามมาจะร้ายแรงเพียงใด!
เพลิงของหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวยังคงลุกโชนมานับหมื่นปีโดยไม่มอดดับ
นี่คือสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจของเสินจู่ และยังเป็นความศรัทธาของผู้คนในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
หากเปลวเพลิงมอดดับลง…
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนั้น อวี้เชียนก็รู้สึกไม่ดีเสียแล้ว!
หากเป็นเช่นนี้จริง…ความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดของพวกเขาก็จะสูญเปล่า!
…ต้องหยุดนางให้เร็วที่สุด!
อวี้เชียนพลันบินไปทางถวนจื่อโดยไม่คิดแม้แต่น้อย
หากแต่เพียงครู่เดียวเขาก็ค้นพบว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลเลย
ถวนจื่อกำลังลุกโหมพลังแห่งสายเลือดของตนเอง และใช้มันเพื่อให้ศักยภาพอันทรงพลังที่สุดปรากฏออกมา
เปลวเพลิงนั้นลุกโชนอย่างรุนแรงจนไม่อาจเข้าใกล้ชิด
สิ่งอื่นยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง
ในขณะเดียวกัน เปลวเพลิงบนยอดเสาหยกขาวยังคงพุ่งไปหาถวนจื่ออย่างไม่หยุดหย่อน
แล้วเปลวเพลิงข้างบนก็ค่อยๆ ลดลงและมอดดับไป
ทุกคนล้วนมองเห็นฉากนี้ทั้งสิ้น
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนต่างก็คาดเดากันอย่างหลากหลาย
“หงส์ทองคำกำลังทำสิ่งใดอยู่ กลืนกินเปลวเพลิงบนหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวอย่างนั้นหรือ?”
“แปลกนัก…นั่นไม่ใช่สิ่งที่เสินจู่แปรสภาพมาจากพลังปราณศักดิ์สิทธิ์หรอกหรือ นางจะฉกฉวยสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออันใด?”
แ
“…สิ่งที่ประหลาดที่สุดคือหงส์ทองคำตัวนี้เพิ่งเปิดเส้นชีพจรที่แปดเท่านั้น หากกล่าวตามหลักแล้ว มันไม่มีทางที่จะแย่งชิงพลังของเสินจู่มาได้ แต่ตอนนี้…เหมือนกันกับว่าพลังในเปลวเพลิงยังคงมุ่งหน้าไปหานาง…”
ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากฝูงชน
“ในเมื่อเป็นคุณหนูของเผ่าหงส์ทองคำ ฉะนั้น…ก็ควรทำได้เพียงเรียกพลังจากคนในเผ่าตนเองเท่านั้นไม่ใช่หรือ?”