ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2461 มหาปุโรหิต
ตอนที่ 2461 มหาปุโรหิต
……………
เขาเอ่ยพลางปล่อยมือออก
ปีศาจแดงนิ่งไปชั่วชณะ และเกือบร่วงหล่นบนพื้น
มันลืมตาขึ้นและมองไปที่มู่ชิงเห่อ ราวกับกำลังตรึกตรองถึงจุดประสงค์ของคำกล่าวของเขาเมื่อครู่
เป็นหรือตาย…ขึ้นอยู่กับชั่วขณะความคิดงั้นหรือ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาปลดปล่อยมันให้เป็นอิสระ หากแต่ไม่ว่าอย่างใดก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วเช่นนั้นหรือ
ถึงแม้มันกับถวนจื่อสิ้นชีวิตลงด้วยกัน ก็จะยังคงเช่นเดิม
ฝานอวิ๋นเซียวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“เสินสื่อลำดับหนึ่ง นกชิงเชวี่ยตนนี้ไม่ใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์ หากจากไปแล้ว แน่นอนว่า…ในเมื่อท่านเลือกมันเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญา ท่านก็คงโปรดปรานมันนัก และน่าเสียดายจริงๆ หากมันต้องตายลงตรงนี้”
เท่าที่จำได้ เสินสื่อลำดับหนึ่งไม่เคยมีพันธสัญญากับสัตว์อสูรใดใดเลย
แล้วก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเขารับนกชิงเชวี่ยตนนี้ไว้เมื่อใด
แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถามเรื่องเหล่านี้
อนึ่ง นกชิงเชวี่ยตัวนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะสิ้นชีวิตลงตรงนี้
มู่ชิงเห่อพลันชำเลืองมองและจ้องเขาด้วยสายตาเย็นชา
“เสินสื่อลำดับสามกำลังชี้นำข้าอยู่หรือ?”
ฝานอวิ๋นเซียวใจสั่นสะท้านทันที
เขาเอ่ยอย่างรีบร้อน
“เสินสื่อลำดับหนึ่งเข้าใจผิดแล้ว! ข้าเพียงแค่…”
เมื่อสบกับสายตาไม่แยแส เขาพลันหายใจติดขัดและไม่อาจเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เหลือออกมาได้
แท้จริงแล้วสองประโยคที่เขากล่าวมาก็มีความมุ่งหมายที่จะหยั่งเชิงบางอย่าง
เขาไม่ควรพยายามทำสิ่งใดกับเสินสื่อลำดับหนึ่งเลย…
ในขณะนั้นเอง ปีศาจแดงพลันหันหลังแล้วจากไป
แต่ก่อนที่มันจะพุ่งออกไปก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมา
“จื่อเฉิน ขวางมันไว้”
จื่อเฉินเคลื่อนไหวออกทันควัน
ปีศาจแดงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาจึงถูกขัดขวางไว้ทันที
น้ำตาของปีศาจแดงพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ก่อนจะหันไปมองฉู่หลิวเยว่
นางไม่ได้เงยหน้า และไม่แม้แต่จะมองมาด้วยซ้ำ
จากมุมของปีศาจแดง เห็นเพียงริมฝีปากของนางที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย
“ไม่ใส่ใจสัตว์อสูรในพันธสัญญาของตน แต่กลับห่วงใยสัตว์อสูรของผู้อื่นยิ่งนัก”
ฝานอวิ๋นเซียวรู้สึกแปลกพิลึกเมื่อเห็นฉากนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพึมพำออกมาเบาๆ
ฉู่หลิวเยว่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ขณะนี้ ค่ายกลส่วนใหญ่รอบกายนางนั้นมีโครงสร้างออกมาแล้ว
ไม่ว่าผู้ใดจะมองมา นางก็มุ่งความสนใจทั้งมวลไปที่ค่ายกล
ส่วนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกนั้น…ดูเหมือนว่านางจะไม่ใส่ใจสักนิด
แต่ถึงแม้นางจะไม่แยแส ทุกคนภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์กลับไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้
หยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ จะปล่อยให้ถวนจื่อกลืนกินเปลวเพลิงทั้งหมดที่รวบรวมมาอย่างยากลำบากได้อย่างใดกัน
แสงจากเพลิงบนเสาหยกขาวค่อยๆ อ่อนลง
ดูเหมือนว่าเปลวเพลิงที่ลุกโชนมานับหมื่นปีโดยไม่มอดดับ…เริ่มจะอยู่ในภาวะวิกฤตเสียแล้ว!
…
ครั้งนี้ เขามอบหมายให้มู่ชิงเห่อผู้ที่มีศักยภาพแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเสินสื่อโดยตรง
เขาโค้งคำนับก่อนจะพยักหน้า
“รับทราบ”
ครั้นเอ่ยจบ เขาก็พลันมุ่งหน้าไปนอกตำหนักอย่างไม่นึกลังเล
เมื่อเดินผ่านจื่อเฉิน ปีศาจแดงก็เหลือบมองเขา
ทว่าเขาไม่ได้หลบสายตา ทั้งยังไม่ได้ตอบสนองใดใด ทั้งสิ้น สีหน้าก็เย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็งที่ไม่ได้หลอมละลายมานานนับพันปี
ช่างยากที่จะเข้าถึง
…
มู่ชิงเห่อมาถึงบริเวณหน้าหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวอย่างรวดเร็ว
กระบี่ยาวเล่มหนึ่งปรากฏในมือของเขาโดยไร้ซึ่งความละล้าละลัง!
จากนั้นเขาก็ถือกระบี่ด้วยมือสองข้าง ก่อนจะยกมันขึ้นสูงแล้วทิ่มแทงลงไป!
ฉุบ!
ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวพุ่งออกไปอย่างฉับไว!
ผ่านไปแห่งหนใด ล้วนแต่พังทลาย!
ในอีกขณะหนึ่ง ทุกคนก็ตื่นตะลึงเมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงที่กำลังพุ่งเข้าหาถวนจื่อนั้นถูกตัดสะบั้นในที่สุด!
จากนั้นดาบก็ไม่ได้หยุดลงแต่กลับยังคงมุ่งไปทางถวนจื่อ!
ถวนจื่อรู้สึกได้ถึงอันตรายแล้ว
ทว่านางยังคงไร้การเคลื่อนไหว
ฉุบ…
เสียงที่ทำให้ผู้คนขนหัวลุกดังขึ้นมา
เฮือก!
เพียงไม่นาน กระบี่ก็ลอยกลับมาอยู่ในมือของมู่ชิงเห่อ
สีหน้าของเขาเยือกเย็น และฟันเปลวเพลิงที่สองอย่างไม่นึกลังเล!
…
ทุกคนได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน
ไม่เว้นแม้แต่ฉู่หลิวเยว่
กระทั่งนางแทบรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากการโดนลอกหนังฟันเนื้อ เนื่องมาจากพันธสัญญานั้น!
นางกัดฟันกรอด ระหว่างริมฝีปากและฟันก็คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ราวกับว่ามีดาบคอยทิ่มแทงหัวใจของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางจ้องเขม็งไปยังลำแสงสุดคณานับที่อยู่ตรงหน้า และปลายนิ้วของนางก็สั่นเล็กน้อย
นางไม่ได้หันหลังกลับ เพียงแต่ปล่อยลำแสงลงมาด้วยความแน่วแน่อย่างยิ่ง เพื่อต่อเติมโครงสร้างของค่ายกล
ดูเหมือนว่าในใจของนางจะมีภาพมากมายผุดขึ้นมา
บางอย่างเป็นความทรงจำของนาง ส่วนบางอย่าง…ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แต่ละฉากเหมือนมองเห็นแค่เพียงผิวเผิน
หากแต่ภาพส่วนใหญ่กลับเลือนรางเสียจนไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ครั้นเวลาผ่านไปเนิ่นนาน สมองของนางคล้ายจะระเบิดด้วยความเจ็บปวด และภาพเหล่านั้นก็เริ่มปนเปกันมากขึ้นเรื่อยๆ
นางถึงกระทั่งแยกแยะไม่ค่อยออกว่าสิ่งใดเคยเกิดขึ้น และสิ่งใดไม่เคยเกิดขึ้น
หรือว่า…
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความจริงตั้งแต่แรก!
เลือดสีแดงเข้มหลั่งไหลออกมาจากมุมปากของนาง และภาพตรงหน้าก็มืดลงเป็นระยะ
ขณะนี้ ก้นบึ้งของหัวใจนางมีเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่
ต้องทำ! ขึ้นสวรรค์ทลายเทพให้เร็วที่สุด!
เพราะเหตุนี้นางถึงกัดฟันอดทนจนมาถึงตอนนี้!
ทว่าขณะนี้ เสียงทุ้มแหบพร่านั้นก็ดังขึ้นมาอีกหน
“เกราะศักดิ์สิทธิ์ทองคำม่วงเป็นของมหาปุโรหิต พวกเจ้า…ควรคืนกลับไป หากมหาปุโรหิตเห็นเช่นนี้คงยินดีเป็นแน่”
“มหาปุโรหิต…เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นสะท้าน ท้ายที่สุดนางก็ไม่อาจหักห้ามตนเองและแหงนมองขึ้นไป!