สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 454 ร่วมมือ
ราชาเหยี่ยวนกเขาจ้องมองเฟ่ยซือ สายตานั้นคมกริบราวกับใบมีดอันแหลมคมที่อยากจะชำแหละเขาออกดูว่ากำลังพูดโกหกอยู่หรือไม่
“ราชาวิหคปรากฏตัวหรือ เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน”
“เห็นกับตาตนเองน่ะสิ” เฟ่ยซือเอ่ยตอบ “ปักษาเทพไม่เคยปรากฏตัวมาเป็นล้านปีแล้ว ถ้าหากวิหคสี่ปีกกระตุ้นสายโลหิตพญาวิหค จะต้องมีสักวันที่วิวัฒน์เป็นพญาวิหค กลายเป็นราชาวิหค น นกทั้งหลายต้องสวามิภักดิ์ ข้าพูดได้ถูกต้องหรือไม่”
“แต่ถึงแม้ว่าสายพันธุ์วิหคสี่ปีกจะมีสายโลหิตพญาวิหคมาโดยตลอด แต่หลายปีมานี้ก็มีเพียงไม่กี่ตนเท่านั้นที่มีพลังสายโลหิตปรากฏขึ้นในกาย ทว่าแต่ไหนแต่ไรกลับไม่เคยมีแม้แต่ตัวเดีย ยวที่กระตุ้นได้สำเร็จมาก่อนเลย ถึงขนาดที่หมื่นปีมานี้สายโลหิตพญาวิหคภายในกายของพวกมันเบาบางลงเรื่อยๆ วิหคที่มีสายโลหิตพญาวิหคปรากฏอยู่นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย และไม่เคยมีพ พญาวิหคปรากฏตัวขึ้นมาหลายแสนปีแล้วด้วย” ราชาเหยี่ยวนกเขาพูด “เจ้าอาศัยสิ่งใดมาบอกว่าราชาวิหคปรากฏตัวขึ้นกัน”
“เห็นกับตาตนเองน่ะสิ” เฟ่ยซือพูด
“เป็นไปไม่ได้หรอก!” วิหคตัวหนึ่งบินเข้ามาแล้วร่อนลงบนยอดเขา ก่อนจะพูดอย่างหนักแน่นมั่นคงว่า “พวกเราให้ความสนใจกับวิหคสี่ปีกมาตลอดหลายปีนี้ เรื่องทางนั้น ย่อมไม่มีสายโลหิตพ พญาวิหคปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน”
หลายตนที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ต่างถูกพวกมันวางแผนสังหารไปจนหมดสิ้น แล้วจะมีอีกได้อย่างไรกันเล่า!
เฟ่ยซือเห็นว่าหลังจากเหยี่ยวนกเขาตนนี้ลงมาแล้ว ก็เพียงแค่คารวะราชาเหยี่ยวนกเขาเล็กน้อยเท่านั้น แสดงว่าสถานะของมันในเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขานั้นสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากเหยี่ยวนกเขาคารวะเรียบร้อยแล้ว ดวงตาเหยี่ยวคู่นั้นก็จ้องมองเฟ่ยซือพลางตำหนิว่า “เหตุใดมนุษย์คนหนึ่งอย่างเจ้าจึงกล้ามาพูดจาสามหาวที่เผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาของข้า มารบก กวนผู้อื่นเล่นอย่างนั้นหรือ”
“เจ้ากล้าพูดว่าวิหคสี่ปีกทั้งหมดอยู่ภายใต้การจับตามองของพวกเจ้าหรือไม่เล่า” เฟ่ยซือมิได้หวาดกลัว แล้วเอ่ยว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าวิหคสี่ปีกรู้ตั้งนานแล้วว่าการที่สมาชิกเผ่าพ พันธุ์ที่มีสายโลหิตพญาวิหคปรากฏขึ้นเหล่านั้นตายไปด้วยสาเหตุต่างๆ นานา เป็นฝีมือของพวกเจ้าหรือไม่ก็เผ่าพันธุ์นกอื่นๆ เพื่อที่พวกมันจะได้สมาชิกเผ่าพันธ์ที่มีพลังสายโลหิตสูง งส่งที่สุด พวกมันก็จะส่งวิหคตนนั้นลงไปยังโลกเบื้องล่าง”
“เจ้ารู้ข่าวคราวของวิหคสี่ปีกได้อย่างไรกัน” ราชาเหยี่ยวนกเขาถาม
“เพราะเมื่อหลายวันก่อนพวกเรากระจายข่าวการปรากฏตัวของราชาวิหคสี่ปีกไปจนถึงเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีก แล้วได้ยินมาจากที่นั่น ถึงแม้จะไม่รู้ว่าตอนนั้นพวกเขาส่งมันไปยังแห่งหนใด แต่วั นนี้มันกลับมาแล้ว และเลื่อนไปถึงระดับสัตว์อสูรเหนือเทพ กระตุ้นสายโลหิตพญาวิหคภายในกายได้สำเร็จแล้วด้วย มันปรากฏลักษณะของพญาวิหคแล้ว” เฟ่ยซือเอ่ย
“สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะกล้ามาที่เผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาได้อย่างไรกัน พวกท่านก็น่าจะมีคนคอยจับตามองข่าวคราวทางด้านวิหคสี่ปีกอยู่แล้วกระมัง” เฟ่ยซือพูดอย่างเรียบเรื่ อย แต่กลับทำให้ราชาเหยี่ยวนกเขาเชื่อถือในคำพูดของเขาขึ้นมาบ้าง
ราชาเหยี่ยวนกเขามองเหยี่ยวนกเขาที่เพิ่งลงมาเมื่อครู่ตนนั้นพลางถามว่า “ชางถง ความเคลื่อนไหวทางด้านวิหคสี่ปีกเป็นเช่นไรบ้าง”
“ข่าวของเดือนนี้ยังไม่ส่งมาเลยขอรับ” ชางถงเอ่ยตอบ “วันนี้ก็คือวันส่งข่าวพอดี”
“เช่นนั้นพวกเราก็รอก่อน” ราชาเหยี่ยวนกเขากล่าว “ถ้าหากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง เช่นนั้นความร่วมมือระหว่างพวกเราก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหากเจ้ากล้าหลอกลวงข้าแล้ว ละก็ พวกเจ้าก็อย่าคิดว่าจะเดินออกไปจากดินแดนของเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาได้เลย ถึงแม้ว่าตระกูลเฟ่ยจะเป็นตระกูลใหญ่แห่งแคว้นหนึ่ง สำหรับเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาแล้วก็มิอาจนับเ เป็นอะไรได้เลย”
“รอให้ข่าวถูกส่งกลับมาก่อน องค์ราชาก็จะรู้แล้วว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริงหรือไม่” เฟ่ยซือพูดจบก็ไม่พูดอะไรอีก ทุกคนพักผ่อนกันอยู่ที่นั่น รอข่าวส่งกลับมาจากข้างนอก
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง เมื่อถึงยามราตรีข่าวก็ถูกส่งกลับมาว่าเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกมีความเคลื่อนไหวอย่างยิ่งใหญ่ ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์ที่ปลีกวิเวกอยู่ก็ทยอยกันออกจากการปลีกวิเวก นอ อกจากนี้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดพวกเขาที่เดิมทีมีความสุขเหลือล้นจึงโมโหเกรี้ยวกราดขึ้นมาอย่างฉับพลันแล้วไปจากอาณาเขตด้วยไอสังหารลุกโชน ต้องรู้เอาไว้ว่าผู้อาวุโสเผ่าเหล่านี้มีบางคน นที่ไม่ได้ออกไปจากอาณาเขตมาหลายร้อยปีแล้ว แต่กลับออกไปในตอนนี้ แสดงว่าจะต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ราชาเหยี่ยวนกเขาได้ฟังข่าวที่ส่งกลับมาแล้วกลิ่นอายก็ปั่นป่วนขึ้นมาในทันใด ก่อให้เกิดความแปรปรวนของกระแสพลังในบริเวณรอบๆ บริเวณรอบกายมีพายุอันแรงกล้าก่อตัวขึ้นมาอย่างฉับพลั น แทบจะพัดพาพวกเฟ่ยซือลอยกระเด็นไป
“องค์ราชา สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดไม่ใช่การโมโหหากแต่เป็นการอาศัยจังหวะที่มันยังวิวัฒน์ได้ไม่สมบูรณ์ ปลิดชีพมันเสียตั้งแต่ในอู่ก่อนที่จะได้รับการยอมรับจากบรรดานกทั้งหลาย” ข ขนนกของชางถงถูกพัดจนยุ่งเหยิง มันเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดัง
กลิ่นอายของราชาเหยี่ยวนกเขาค่อยๆ สงบลง พายุใหญ่ก็ค่อยๆ จางหายไปด้วย แต่กลิ่นอายนั้นก็ยังคงแปรปรวนเป็นอย่างยิ่ง
“ไปเรียกตัวผู้อาวุโสเผ่าออกมาให้หมด บอกพวกเขาว่ามีเรื่องสำคัญจะหารือ” ราชาเหยี่ยวนกเขาออกคำสั่ง “นอกจากนี้จงเรียกบรรดานายกองเหล่านั้นกลับมาหารือพร้อมกันด้วย”
“ขอรับ องค์ราชา”
เหยี่ยวนกเขาสองตัวรับคำสั่งแล้วจากไป
ราชาเหยี่ยวนกเขามองเฟ่ยซือพลางเอ่ยว่า “ตอนนี้พวกเรามาคุยเรื่องความร่วมมือกันดีกว่า”
“ได้สิ…”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์บินกันมาสามเดือนในที่สุดก็มองเห็นเมืองแห่งหนึ่ง หลังหารือกันอยู่เนิ่นนาน ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ให้พวกโฉวเซี่ยวเทียนซ่อนตัวรออยู่นอกเมือง ส่วนเธอเข้าไปใน เมืองเพื่อลองดูว่าจะคิดหาวิธีเข้าใกล้ค่ายกลนำส่ง ลอบหาพิกัดสถานที่แห่งอื่นได้หรือไม่
ถ้าหากหาพิกัดห้วงมิติของเมืองแห่งอื่นมาได้ เช่นนั้นเธอก็จะติดตั้งค่ายกลนำส่งได้ หากเป็นเช่นนี้พวกเขาก็ไม่ต้องเดินทางด้วยการบินอย่างยากลำบากเช่นนี้อีกแล้ว
ถ้าหากไม่มีโฉวเซี่ยวเทียน เธอจะเก็บตัวทุกคนเข้าไปในเจดีย์วิญญาณเลยก็ได้ เป้าหมายจะเล็กหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ให้พวกเขารออยู่นอกเมืองเท่านั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์เรียกตัวเชียนอินออกมาแล้วผสานรวมกับเขา ร่างกายแปรเปลี่ยนกลายเป็นคนแปลกหน้าโดยสมบูรณ์แบบ หลังจากนั้นจึงเดินโซซัดโซเซมุ่งหน้าเข้าไปในเมือง
เขายังไม่ทันเข้าไปในเมืองก็พบประกาศจับตัวที่ติดเอาไว้บนประตูเมืองแล้ว บนนั้นคือภาพวาดของโฉวเซี่ยวเทียนและเหลียนหง รวมทั้งพวกเขาสิบกว่าคนด้วย บนนั้นมิได้พูดถึงเรื่อง ของเหลียนหงอย่างชัดเจน บอกเพียงแค่ว่าพวกเขาเหล่านี้ไปยั่วยุตระกูลเฟ่ยเข้า ถ้าหากมีใครสังหารพวกเขาได้ ตระกูลเฟ่ยจะจ่ายค่าตอบแทนมากมายเท่าใด ผู้ที่ให้เบาะแสจะได้ค่าตอบแทนมาก กน้อยเพียงใด
สิ่งที่ทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์หดหู่มากยิ่งกว่าก็คือผู้ที่เงินรางวัลสูงสุดในนั้นคือเหลียนหง ส่วนลำดับสองมิใช่โฉวเซี่ยวเทียนหากแต่เป็นตัวเธอเอง!
ค่าหัวของเธอยังสูงกว่าโฉวเซี่ยวเทียนเสียอีก!
นี่มันสถานการณ์อันใดกัน
“หากพบกับคนตระกูลเฟ่ย จะต้องถามให้ดีๆ ว่าเหตุใดค่าหัวของข้าจึงสูงเป็นอันดับสอง ข้าไปมีความแค้นอันใดกับพวกเขากัน” เธอพูดพลางลูบคาง
ถ้าหากคนของตระกูลเฟ่ยได้ยินสิ่งนี้จะต้องมองค้อนอย่างแรงแน่ เธอพาคนมาสังหารพวกเขานับร้อย แล้วยังมีหน้ามาถามว่าความแค้นอะไรอีก รู้จักรักษาหน้าบ้างหรือไม่
หลังจากที่เธออ่านข้อมูลบนนั้นเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปในเมือง ตอนเข้าเมือง ทุกคนจะต้องมายืนเปรียบเทียบกับรูปภาพก่อนหน้านี้เธอได้ถามโฉวเซี่ยวเทียนแล้วว่าเมืองที่ไม่มีขุมอำนาจค ควบคุมโดยตรงเช่นนี้ โดยทั่วไปแล้วค่ายกลนำส่งจะถูกควบคุมดูแลโดยเจ้าเมือง และโดยทั่วไปแล้วเจ้าเมืองนี้มักจะเป็นคนที่สำนักวิชาสักแห่งส่งมา ดังนั้นจะว่าไปแล้วค่ายกลนำส่งก็ยังถ ถูกสำนักวิชาควบคุมอยู่ดี
หลังจากที่เธอเข้ามาในเมืองแล้วก็หาตัวคนผู้หนึ่งมาสอบถามที่ตั้งของจวนเจ้าเมือง หลังจากนั้นก็ไปยังลานด้านข้างของจวนเจ้าเมืองตามเส้นทางที่คนผู้นั้นบอก ค่ายกลนำส่งนั้นกำล ลังถูกกระตุ้นอย่างเป็นระบบระเบียบครั้งแล้วครั้งเล่า
และในระเบียงทางเดินของเรือนที่ค่ายกลนำส่งตั้งอยู่ คนที่สวมเครื่องแบบตระกูลเฟ่ยหลายคนกำลังชักสีหน้าจ้องมองทุกคนที่มาใช้งานค่ายกลนำส่ง