สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 455 มารดาของเจ้าวิหคน้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์มองสำรวจโดยละเอียดรอบหนึ่ง หลังจากที่คนเหล่านั้นผ่านการตรวจสอบจากตระกูลเฟ่ยเรียบร้อยแล้วจึงจะใช้งานค่ายกลนำส่งได้ และเมื่อใดที่มีคนเจตนาเข้าใกล้ค่ายกลนำส่ง ก็จะถูกจับตัวมาซักถามเป็นพิเศษ
ดูจากสถานการณ์เช่นนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเข้าใกล้ค่ายกลนำส่งเพื่อให้ได้พิกัดห้วงมิติมา พวกโฉวเซี่ยวเทียนก็ไม่อาจใช้งานค่ายกลนำส่งได้แล้ว
“นี่ เจ้าต้องการใช้งานค่ายกลนำส่งใช่หรือไม่” ยามที่อยู่หน้าประตูเห็นซือหม่าโยวเย่ว์จึงเอ่ยถามขึ้น
“ไม่ละ ข้าผ่านมาเพื่อตามหาคนน่ะ ข้าไม่เห็นเขา เกรงว่าคงไม่ได้มาที่นี่ ข้าจะไปตามหาที่อื่นต่อ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วหมุนตัวจากไป
เธอออกจากจวนเจ้าเมืองแล้วเดินเล่นรอบเมืองรอบหนึ่ง เพื่อสืบเสาะสถานการณ์อื่นๆ ด้วย หลังจากนั้นจึงค่อยออกจากเมืองเหินทะยานไปยังทิศทางตอนที่เข้ามา
“ไม่ถูกสิ” หลังจากเข้ามาในภูเขา เธอก็ให้เจ้าวิหคน้อยร่อนลงจอด แล้วมองไปทั่วทุกทิศทางอย่างระแวดระวัง
“เจ้านาย คล้ายว่าข้าจะได้กลิ่นที่คุ้นเคยนะ” เจ้าวิหคน้อยพูด
“กลิ่นที่คุ้นเคยหรือ หลบเร็วเข้า!” ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ตะโกนขึ้นเสียก่อน
เจ้าวิหคน้อยกับเธอมีจิตใจเชื่อมโยงถึงกัน ในขณะที่เธอเกิดความคิดขึ้นมา มันก็พาเธอออกห่างไปจากจุดเดิมทันที
ลำแสงสายหนึ่งส่องมาจากลำธาร เฉียดผ่านเรือนผมของซือหม่าโยวเย่ว์ไป
“เจ้านาย ไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เจ้าวิหคน้อยถาม
“ไม่เป็นไร” ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่บนร่างเจ้าวิหคน้อยแล้วมองลงไปยังเบื้องล่าง ในใจเป็นกังวลกับความปลอดภัยของคนอื่นๆ อยู่บ้าง
“พรึ่บ…”
ทันใดนั้นก็มีนกยักษ์กว่าร้อยตัวบินออกมาจากลำธารและภายในป่า เมื่อดูอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นวิหคสี่ปีกทั้งสิ้น
“ข่าวที่พวกเราได้รับมาไม่ผิดจริงๆ ด้วย เจ้าพวกมนุษย์ที่น่ารังเกียจ ถึงกับนำเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ข้าไปทำเป็นสัตว์อสูรบินได้!” น้ำเสียงแก่ชราเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหน้า
ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าวิหคน้อยมองดูวิหคสี่ปีกที่ล้อมรอบอยู่อย่างแน่นขนัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พวกเจ้าเป็นใครกัน”
“เฮอะ พวกเราคือเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีก เจ้าถึงกับกล้านำองค์ราชาในอนาคตของพวกเรามาทำเป็นสัตว์อสูรบินได้ ช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้วจริงๆ!” ผู้อาวุโสเผ่าผู้นั้นพูดอย่างเดือดดาล “เด็กๆ จับตัวเขาให้ข้าที! ระวังอย่าไปทำร้ายองค์ราชาเข้าล่ะ”
“ขอรับ ท่านผู้อาวุโสเผ่า!” วิหคสี่ปีกที่อยู่รอบๆ ประสานเสียงรับคำ พร้อมกับมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างดุร้าย
“พวกเจ้าหน้าไหนกล้าทำร้ายเจ้านายข้า!” เจ้าวิหคน้อยตะโกนเสียงดังแล้วพาซือหม่าโยวเย่ว์บินห่างออกไปจากวงล้อม ระหว่างที่บินยังเริ่มโจมตีวิหคสี่ปีกอีกด้วย
วิหคสี่ปีกเหล่านั้นไม่กล้าโจมตีกลับ ทำได้เพียงแค่หลบหลีกถอยหลังไป วิหคจำนวนหนึ่งถูกการโจมตีของเจ้าวิหคน้อยจนขนร่วงไป
ผู้อาวุโสเผ่าเห็นวิหคสี่ปีกช่วยซือหม่าโยวเย่ว์ จึงพูดอย่างเจ็บปวดใจว่า “องค์ราชา เหตุใดท่านจึงช่วยคนนอกเล่า พวกเราต่างหากที่เป็นสมาชิกเผ่าพันธุ์ท่าน!”
“ข้าไม่รู้จักพวกเจ้าเสียหน่อย ข้ารู้เพียงแค่ว่าเย่ว์เย่ว์คือเจ้านายของข้า ถ้าหากพวกเจ้าหน้าไหนกล้าทำร้ายเขา ข้าก็จะเอาชีวิตมันผู้นั้น!” เจ้าวิหคน้อยเอ่ยตอบ
“ท่าน…ที่แท้แล้วท่านรู้สถานะของตัวเองหรือไม่ขอรับ!” ผู้อาวุโสเผ่าพูดอย่างโกรธเคือง
“ข้าย่อมต้องรู้สถานะของข้าเองดีอยู่แล้ว ว่าข้าคือสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของเจ้านาย!” เจ้าวิหคน้อยกล่าว
ผู้อาวุโสเผ่าโมโหจนแทบจะหมดสติไป ด่าทอเสียงดังว่า “เหลวไหล! เหลวไหล! ท่านคือราชาวิหคของข้า แล้วจะกลายเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของมนุษย์ไปได้อย่างไรกัน!”
“ผู้อาวุโสเผ่าอย่าได้โมโหไปเลย บางทีก่อนหน้านี้องค์ราชาอาจจะไม่ทราบสถานะของตัวเอง ถึงอย่างไรเขาก็ถูกส่งลงไปยังดินแดนเบื้องล่างตั้งแต่ยังอยู่ในไข่แล้ว” วิหคตัวหนึ่งก้าวเข้ามาเอ่ยชี้แนะ เสียงนั้นฟังดูเหมือนหญิงสาวผู้หนึ่ง “พวกเราเล่าให้องค์ราชาฟังดีๆ เขาต้องเข้าใจแน่ ให้ข้าพูดกับเขาเองแล้วกัน”
“เฮอะ… ก็เป็นบุตรชายในไส้ของเจ้าเองนี่!” ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสเผ่าจะโมโห แต่กลับบอกให้วิหคเหล่านั้นอย่าเพิ่งลงมือ
วิหคเพศเมียตัวนั้นกระพือปีกบินเข้ามาแล้วมองเจ้าวิหคน้อยด้วยความรักใคร่พลางเอ่ยว่า “ลูกแม่ เจ้าอย่ากลัวไปเลยนะ ข้าคือมารดาของเจ้า เจ้าคงสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ทางสายโลหิตระหว่างพวกเราแล้วสินะ”
เจ้าวิหคน้อยมองวิหคเพศเมีย ถึงแม้ว่าจะคลางแคลงใจอยู่บ้าง แต่มันก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจริงๆ
มันรู้ว่านี่คือการตัดสินที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่มีต่อสายโลหิตของสัตว์เดรัจฉานอย่างพวกมัน
“ท่านคือท่านแม่อย่างนั้นหรือ” เจ้าวิหคน้อยมองวิหคเพศเมียด้วยความตื่นเต้นอยู่บ้าง ที่แท้ตนเองก็มีมารดา มีสมาชิกเผ่าพันธุ์อยู่
“ใช่แล้ว เจ้าคือบุตรชายของข้า” น้ำตาหยาดหยดจากดวงตาของวิหคเพศเมีย มันรอคำว่าท่านแม่คำเดียวนี้มาหลายร้อยปีแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์ตบบ่าเจ้าวิหคน้อย เป็นสัญญาณให้มันวางตัวเธอลงบนพื้น
เจ้าวิหคน้อยเข้าใจความหมายของซือหม่าโยวเย่ว์ จึงพาเธอบินไปยังยอดเขาแห่งหนึ่ง รอจนเธอลงมาแล้วจึงยืนอยู่ข้างกายเธอ
วิหคเพศเมียบินตามเข้ามาด้วย เมื่อเห็นเจ้าวิหคน้อยจึงใช้จะงอยปากจิกเจ้าวิหคน้อยเบาๆ สองครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
“ลูกแม่ ข้าตั้งหน้าตั้งตาคอยเจ้ากลับมาอยู่ตลอดเลย” วิหคเพศเมียใช้ปีกโอบกอดเจ้าวิหคน้อยด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านแม่ ที่แท้นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” เจ้าวิหคน้อยเห็นพญาวิหคบนท้องฟ้าเหล่านั้น อย่างต่ำที่สุดก็เป็นสัตว์อสูรเหนือเทพทั้งสิ้น ถ้าหากวันนี้พวกมันคิดจะทำร้ายซือหม่าโยวเย่ว์จริงๆ พวกตนย่อมไม่มีปัญญาสู้กลับได้อย่างแน่นอน
วิหคเพศเมียมองเจ้าวิหคน้อยแล้วมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “ข้าคือมารดาของเจ้าวิหคน้อย สมาชิกเผ่าพันธุ์เรียกข้าว่าเผิงจิ่วเอ๋อร์”
“สะ…สวัสดี” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้ว่าจะเรียกหาเผิงจิ่วเอ๋อร์ว่าอย่างไรดี ว่ากันตามหลักแล้วเธอควรจะเรียกมันว่าท่านน้าหรือไม่ก็ท่านป้า แต่จะให้ตนเรียกนกตัวหนึ่งเช่นนั้นเธอก็เรียกไม่ออกจริงๆ
เผิงจิ่วเอ๋อร์มองออกว่าซือหม่าโยวเย่ว์วางตัวไม่ถูก ลำแสงสายหนึ่งวาบผ่าน มันก็กลายเป็นสตรีงดงามผู้หนึ่ง สวมกระโปรงยาวที่แปลงมาจากขนนก
เมื่อเห็นมารดาของตนแปลงร่าง เจ้าวิหคน้อยจึงย่อขนาดตัวเองลงจนมีความสูงเป็นปกติเหมือนพวกเขา
“ท่านแม่ เหตุใดพวกเขาจึงบอกว่าข้าเป็นองค์ราชาเล่า” เจ้าวิหคน้อยถาม
เผิงจิ่วเอ๋อร์ยื่นมือมาลูบหัวเจ้าวิหคน้อยแล้วพูดว่า “เพราะเจ้าคือราชาแห่งเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกของเราตั้งแต่แรกแล้วน่ะสิ”
“แต่ว่าข้าเพิ่งแค่ขึ้นมาจากดินแดนเบื้องล่างเท่านั้นเองนะ” เจ้าวิหคน้อยกล่าว
“แต่ว่าเจ้าถือกำเนิดขึ้นที่นี่ ตอนนั้นถูกบีบให้ส่งเจ้าลงไปยังดินแดนเบื้องล่างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เผิงจิ่วเอ๋อร์พูด
“หลีกเลี่ยงไม่ได้ มิใช่ว่าพวกท่านไม่ต้องการข้าหรอกหรือ” เจ้าวิหคน้อยคิดว่าตนเป็นลูกที่ถูกบิดามารดาของตนทอดทิ้งมาโดยตลอด เพราะมันเห็นว่าเสี่ยวถูก็ถูกตระกูลทอดทิ้ง จึงคิดว่าตนเองก็เป็นเช่นเดียวกัน
“ถึงแม้ว่าจะต้องทิ้งชีวิตเพื่อเจ้าก็ยังทำได้ แล้วพวกเราจะไม่ต้องการเจ้าได้อย่างไรกันเล่า” เผิงจิ่วเอ๋อร์พูด
“เช่นนั้นเป็นเพราะเหตุใดกันเล่า”
เผิงจิ่วเอ๋อร์ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “จะต้องเริ่มเล่าตั้งแต่เมื่อหมื่นปีก่อนเลย ตั้งแต่ปักษาเทพจากไปเมื่อล้านปีก่อน ภายในหนึ่งล้านปี ราชาวิหคก็กลายเป็นพญาวิหค ต่อมาพญาวิหคก็หายตัวไป มิอาจพานพบได้อีก พวกเราที่มีสายโลหิตพญาวิหคจึงกลายเป็นเผ่าพันธุ์นกที่มีความเป็นไปได้ที่ราชาวิหคจะถือกำเนิดขึ้นมามากที่สุด ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง พวกเราก็จะมีวิหคที่มีพลังสายโลหิตพญาวิหคถือกำเนิดขึ้น แต่เผ่าพันธุ์นกอื่นๆ ไม่ปรารถนาจะเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ดังนั้นวิหคเหล่านั้นจึงตายไปตั้งแต่ตอนที่พลังสายโลหิตยังไม่ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์ ก่อนหน้าที่จะแปลงเป็นพญาวิหคได้สำเร็จ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ สายตาที่นางมองเจ้าวิหคน้อยถึงแปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิและกังวลใจ
“เมื่อหลายร้อยปีก่อนตอนที่เจ้าถือกำเนิดก็นำมาซึ่งความผิดปกติ บรรดาผู้อาวุโสเผ่าสรุปกันว่านั่นคือสัญญาณบอกว่าสายโลหิตพญาวิหคถือกำเนิดขึ้น ดูจากที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าพวกเราจะปกป้องลูกนกกันอย่างไร ก็ตายไปจนหมดสิ้นอยู่ดี พวกเราจึงตัดสินใจส่งเจ้าลงไปยังโลกเบื้องล่าง ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเจ้า คิดไม่ถึงว่าผ่านไปไม่กี่ร้อยปี พวกเรายังไม่ทันได้ลงไปตามหาเจ้า เจ้าก็ขึ้นมาเองเสียแล้ว นอกจากนี้ยังกระตุ้นพลังสายโลหิตสำเร็จแล้วอีกด้วย ดังนั้นตอนนี้เจ้าจึงเป็นองค์ราชาแห่งเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกของเรา ทั้งยังเป็นราชาวิหคในอนาคตอีกด้วย”
เจ้าวิหคน้อยมองมารดาของตน ปรับตัวกับข่าวที่เพิ่งได้รับรู้อย่างฉับพลันไม่ทันอยู่บ้าง